เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 ฉันอยากให้คุณตายซะที่นี่

ตอนที่ 25 ฉันอยากให้คุณตายซะที่นี่

ตอนที่ 25 ฉันอยากให้คุณตายซะที่นี่


เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ฉีโย่วยังคงรับประทานอาหารได้อย่างมีความสุข หลังจากเคลิบเคลิ้มมาตลอดทั้งคืน เธอไม่มีเวลาทานอาหารเช้า และตอนนี้กำลังหิวโหยเป็นอย่างมาก

คนบางคนสังเกตเห็นฉีโย่วในกลุ่มเพื่อนร่วมงาน

“สวัสดีฉีโย่ว คุณจะไปไหน”

ฉีโย่วและหบี่ซือเฉิงอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลานานและทำงานในบริษัทเดียวกัน ดังนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงเป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนร่วมงานไม่มากก็น้อย

ฉีโย่วตัวแข็งไปชั่วขณะและในไม่ช้าสีหน้าเย็นชาของเธอกลับคืนมา

“ฉันขอให้พวกคุณรักกันตลอดไปและมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง” ฉีโย่วลุกขึ้นยืนและเดินออกจากโรงอาหาร

“ช่างเป็นวันที่โชคไม่ดีเอาเสียเลย”

ฉีโย่วเข้าไปในห้องน้ำ เพียงไม่นานที่ได้เห็นใบหน้าที่อ่อนล้าแต่อ่อนเยาว์และสวยงามปรากฏในกระจก ทำให้เธอมีกำลังใจขึ้น

เมื่อเช้านี้ออกมาด้วยความรีบร้อน ฉีโย่วหยิบกระเป๋าของเธอออกมา เติมเครื่องสำอางบนใบหน้า สาวมั่นต้องสวยตลอดเวลา!

“โย่วโย่ว”

ทันใดนั้นจีหมานชิงได้ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเธอ และเข้ามาข้าง ๆ เธอ

“เธอจะมางานแต่งงานของฉันในเดือนหน้าด้วยใช่ไหม?”

จีหมานาชิงยิ้มอย่างอ่อนโยนราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา

ฉีโย่วมองไปที่จีหมานชิงด้วยความรังเกียจ หวังว่าจะหนีไปจากเธอให้ได้เร็วที่สุด

“ใช่สิ. แฟนเก่าจะแต่งงานทั้งที จะไม่มีได้ยังไง ใช่ไหม?”

ฉีโย่วหยิบสิปสติกขึ้นมา ทาลงบนริมฝีปากของเธออย่างชำนาญ

สมบูรณ์แบบ!

“ฉีโย่ว เกินไปแล้วนะ!” จีหมานชิงรู้สึกหงุดหงิดกับความเย่อหยิ่งของฉีโย่ว

“ฉันเคารพเธอเหมือนพี่น้องของตัวเอง อย่าทำตัวไร้ยางอายไปหน่อยเลย”

“พัฟ!” ฉีโย่วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

“ใครกันแน่ที่หน้าด้าน? ฉันไม่มีพี่น้องที่ไร้ยางอายเหมือนเธอ แย่งแฟนของคนอื่นและมีความสุขกับเขา โดยไม่รู้สึกผิดอะไรเลย”

ฉีโย่วปั้นหน้าได้อย่างสวยงามโดยไม่ได้รับผลกระทบจากคำพูดของจีหมานชิงเลย

“ฉันรู้ว่าเธอยังโกรธฉันอยู่ แต่หลี่ซือเฉิงกับฉัน เรารักกันจริง ๆ ทำไมเธอถึงไม่ปล่อยพวกเราไป”

จู่ ๆ จีหมานชิงก็เปลี่ยนลุคอีกครั้ง

แต่ไม่ว่าเธอจะหน้าตาเป็นอย่างไร ฉีโย่วก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับเธอในตอนนี้

“ไม่ ฉันเหรอที่ไม่ปล่อย พวกผีเน่าโรงผุ”

ฉีโย่วเลิกคิ้วอย่างภาคภูมิใจที่จีหมานชิง จู่ ๆ เปลี่ยนสีหน้าแย่ลง

“ฉีโย่ว เธอ..อา!”

ขระที่เธอสวมรองเท้าส้นสูงถึงแปดเซนติเมตร จีหมานชิงเสียการทรงตัวและล้มลง

ปัง.

ฉีโย่วรู้สึกเหมือนมีลางร้ายผุดขึ้นในความคิดของเธอ

“เฮ้ เธอโอเคไหม?”

แม้ว่าจะเกลียดจีหมานชิงสักเพียงใด ทว่าฉีโย่วอดไม่ได้ที่จะช่วยดึงเธอขึ้นมา เมื่อเห็นสีหน้าอันเจ็บปวดของเธอ

“โย่วโย่ว เธอผลักฉันทำไม”

จีหมานชิงอ้าปากค้าง ผมเปียกไปด้วยเหงื่อเย็น ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดดูแล้วน่ากลัวมาก

ฉีโย่วหยุดกึก พร้อมกับจ้องมองไปที่จีหมานชิงที่หอบอยู่บนพื้น

“น่าสนใจดีนี่! ฉันเหรอที่ผลักเธอ?” ฉีโย่วหดมือกลับอย่างช้า ๆ ‘ผู้หญิงอะไร หน้าด้านเสียจริง! เธอพยายามใส่ร้ายฉัน ในสถานการณ์อย่างนี้น่ะนะ’

“งั้นก็ตายอยู่ที่นี่เถอะ!” ฉีโย่วหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องน้ำ โดยทิ้งจีหมานชิงนอนกองอยู่บนพื้น

“หืม! หยุดเลยนะ คนที่เขาล้ม ก็แค่ลุกขึ้นมาก็ได้แล้ว”

ฉีโย่วกลอกตาและปรับตัวให้พร้อมสำหรับการทำงานต่อไป

“ปัง!” ราวกับกระแทกเข้ากับกำแพง ทำเอาฉีโย่วรู้สึกปวดหัว

“อุ๊ย ใครกัน? ตาบอดหรือไง”

ฉีโย่วลูบหัวด้วยความมันงง ตั้งใจจะต่อว่าต่อไป

วันนี้เธอได้พบกับสิ่งที่สร้างแต่ความไม่พอใจมากมาย ดีล่ะจะได้ระบายความโกรธออกไปสักที

“ฉันเอง.”

ฉีโย่วรู้สึกประทับใจในเสียงทุ้ม

เธอเงยหน้าขึ้นและเห็นชายที่สง่างาม กำลังมองมาที่เธอพร้อมกับผู้จัดการที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา ผู้จัดการดึงเธอออกมาในทันที

“ทำไมเธอถึงไม่ระวังอย่างนี้ แล้วยังจะชนเจ้านานอีก? ขอโทษเดี๋ยวนี้!”

“ขอ-ขอโทษค่ะ”

ฉีโย่วก้มหัวขอโทษแทบจะใกล้จะพื้น

หลังจากเงียบไปสักพัก ฉีโย่วแอบมองขึ้นไป พบว่าเหยาซื่อจากไปแล้ว

“ฟู่! บ้าอะไรเนี้ย! เขาจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำได้ยังไง?”

ฉีโย่วกล่าวอย่างเศร้าใจ เธอนึกไม่ออกเลยว่าเหยาซื่อจะลงโทษเธออย่างไร

*

เป็นเวลาเกือบเที่ยงก่อนที่ชายที่นอนบนเตียงใหญ่จะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

ผู้หญิงที่นอนอยู่ข้าง ๆ เขาไม่อยู่แล้ว เหยาซื่อยกมือกุมขมับ “ฉันเป็นโฮสต์ของผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมเนี้ย ตื่นมาเมื่อไหร่เธอก็หนีไปตลอดเลย”

ในอีกความคิดหนึ่ง เขาต้องหาเวลาสอนเธอให้มากกว่านี้ เขามั่นใจว่าสักวันเธอจะเรียกเขาว่า สามี.

*

ฉีโย่วใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายบนเครื่องบินอย่างมีความสุข ทิ้งความหดหู่ใจในตอนเช้าและไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีเรื่องอีกมากมายรอเธออยู่

........

เวลา 1ทุ่ม ฉีโย่วถอดเครื่องแบบและเตรียมตัวกลับบ้าน

เธอคิดว่าจะบินเที่ยวบินพิเศษในตอนเย็น เพื่อชดเชยในตอนเช้า ไม่คาดคิดว่าแม่ของเธอจะโทรมาในเวลาที่เธอเลิกงานและขอให้เธอกลับบ้านไปทานข้าวเย็นกับเจียงเฟิงอี้

“นี่เป็นวันแรกที่แกแต่งงาน แกจะละเลยได้ยังไง รีบกลับเดี๋ยวนี้!”

เมื่อมองไปรอบ ๆ บ้านเต็มไปด้วยของขวัญสำหรับเจ้าสาวที่ได้รับในตอนกลางวัน แม่ของฉีโย่วยิ้มกว้างปากเกือบจะจรดถึงใบหู ‘ครอบครัวคนรวยนี่ช่างมีน้ำใจจริง ๆ’

เธอตัดสินใจที่จะเก็บทุกอย่างไว้เอง ตอนนี้ลูกสาวของเธอได้แต่งงานกับครอบครัวเศรษฐีไปแล้ว แต่เธอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว

“จะให้ฉันไปไหนอีกล่ะแม่? ให้ฉันได้พักบ้างเถอะ”

ฉีโย่วนั่งบนม้านั่งอย่างเหนื่อยล้า รู้สึกปวดหัว

“แกนี่ ฉันส่งของของแกไปหมดแล้ว แกไม่ต้องกลับมาแล้วนะ”

“อะไรนะ!”

ฉีโย่วนั่งลงอย่างหัวเสีย เป็นครั้งแรกที่เธอสงสัยว่านี่คือแม่ของเธอจริง ๆ หรือเปล่า แม่ที่กระตือรือร้นผลักดันให้ลูกสาวของตัวเองออกไปจากบ้าน

“อย่าเล่นตุกติกล่ะ ไปอยู่ที่บ้านคุณย่าซะ ฉันจะไม่ยกโทษให้แก ถ้าแกทำให้เธอโกรธอีก”

แม่ใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งกับเธอก่อนจะวางสาย ฉีโย่วนั่งตัวสั่นเมื่อนึกถึงดวงตาที่เย็นชาของเหยาซื่อในตอนเที่ยง

ปวดหัวเหลือเกิน เธอลูบขมับไปมา เมื่อคิดถึงสุขภาพของเฟิงอี้ เธอไม่กล้าที่คัดค้านใด ๆ ได้

“ขึ้นรถ” เสียงทุ้มต่ำน่าดึงดูดใจดังขึ้น เมื่อรถโรดสเตอร์สีแดงหยุดอยู่ข้าง ๆ ฉีโย่ว

ขณะที่หน้าต่างเลื่อนลง เหยาซื่อสวมแว่นกันแดด วางมือไว้บนพวงมาลัย รูปลักษณ์ที่หล่อเหลาของเขาทำให้ฉีโย่วหน้าแดงระเรื่อขึ้น

“โอ้ว! เป็นคนรวยนี่มันดีจริง ๆ มีรถขับไม่ซ้ำในแต่ละวัน”

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่รอบ ๆ ฉีโย่วรีบเข้าไปในรถ

เสียงของเธอเบา ทว่าเหยาซื่อได้ยินชัดเจน รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏในดวงตาใต้แว่นกันแดดของเขา

“สำหรับการเฉลิมฉลอง”

ฉีโย่วกระตุกมุมปากอย่างช่วยไม่ได้ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป เมื่อเทียบกับคำพูดอันแหลมคมของเขา เธอไม่มีอะไรจะพูดเลยจริง ๆ

จบบทที่ ตอนที่ 25 ฉันอยากให้คุณตายซะที่นี่

คัดลอกลิงก์แล้ว