เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 เรื่องวุ่นวายในจุดรายงานตัว (3)

บทที่ 31 เรื่องวุ่นวายในจุดรายงานตัว (3)

บทที่ 31 เรื่องวุ่นวายในจุดรายงานตัว (3)


บทที่ 31 เรื่องวุ่นวายในจุดรายงานตัว (3)

 

        ผมสีดำยังคงปิดบังใบหน้าด้านซ้ายของเธอ พอเดินเยื้องย่างมาจนถึงข้างกายอินจู๋ก็โยนเหรียญทับทิมไปบนโต๊ะ ก่อนกล่าวกับอาจารย์ที่รับผิดชอบการลงทะเบียนรายงานตัวว่า “นี่ค่าเรียนของเขา” เหรียญทับทิมหมุนเวียนในท้องตลาดน้อยมาก มีแต่ขุนนางใหญ่เท่านั้นถึงจะได้ใช้ หนึ่งเหรียญทับทิมเท่ากับหนึ่งร้อยเหรียญทอง

 

“ไห่หยาง เจ้านี่เอง เจ้าทำตัวเป็นศัตรูกับข้าอีกแล้วนะ” เด็กสาวนักเวทกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง

 

“โรร่า ข้าไม่ได้ทำตัวเป็นศัตรูกับเจ้า ก็แค่...ข้าทนเห็นเจ้ารังแกนักเรียนใหม่เอกเทวคีตของเราไม่ได้” น้ำเสียงของไห่หยางฟังดูแล้วยังคงเย็นเยียบ แต่ความรู้สึกอบอุ่นกลับเอ่อล้นขึ้นมาในใจของอินจู๋ ใบหน้าที่ซีดเซียวเล็กน้อยของเธอแลดูสูงส่งกว่าเดิม

 

โรร่าชี้อินจู๋พลางกล่าวว่า “ได้ ครั้งนี้ถือว่าเจ้ารอดตัวไป แต่ถ้าเจ้าเป็นผู้ชายล่ะก็ ศึกประลองนักเรียนใหม่สามวันข้างหน้าเรามาเจอกันในสนามประลอง หรือไม่อย่างนั้น คราวหลังเจ้าเห็นข้าก็รีบเดินอ้อมแล้วไสหัวไป” พอพูดถึงตรงนี้เธอก็ชะงักไปชั่วครู่ สายตาเต็มไปด้วยแววเหยียดหยาม ก่อนแสร้งทำเป็นนึกขึ้นได้แล้วกล่าวว่า “อ้อ ข้าลืมไปเลยแน่ะ เจ้าอยู่เอกเทวคีต ดูเหมือนเอกเทวคีตจะไม่เคยลงแข่งศึกประลองนักเรียนใหม่นะ ใครใช้ให้พวกเจ้าไร้พลังโจมตีกันล่ะ?”

 

“ข้าลงแข่ง” แทบจะพูดโพล่งออกมา เย่อินจู๋ตอบรับคำท้าของโรร่าทันที

 

ไห่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย กระซิบกล่าวว่า “อย่าใจร้อน...”

 

“ข้าลงแข่ง” อินจู๋ย้ำคำพูดของตัวเองอีกครั้ง สายตาแน่วแน่และดื้อรั้นพลางกล่าวว่า “ถึงข้าจะไม่รู้ว่าศึกประลองนักเรียนใหม่คืออะไร แต่ข้ารับคำท้าของเจ้า” ในขณะนี้ เขานึกถึงตอนยังเด็ก คำพูดที่ปู่เคยบอกตอนถ่ายทอดพลังยุทธ์ไผ่แก่เขาครั้งแรกว่า มนุษย์ ห้ามมีทิฐิ ทว่าห้ามไม่มีทระนง ในฐานะผู้สืบทอดของสำนักไผ่ จะต้องมีแผ่นหลังเหยียดตรงเหมือนกับต้นไผ่

 

โรร่าแค่นหัวเราะ “ก็ดี! งั้นข้าขอดูหน่อยว่าเจ้าจะได้เจอข้าบนเวทีประลองหรือเปล่า เดาว่าแค่รอบแรกเจ้าก็คงไม่ไหวจนต้องไปนอนแผ่บนเตียงก่อนแล้ว หรือไม่ก็...เจ้าไม่มีแม้แต่คุณสมบัติเข้าแข่งขัน” พูดจบเธอก็ชำเลืองมองไห่หยางข้างๆ อินจู๋ เหมือนไม่เต็มใจหันไปเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ

 

เมื่อมองแผ่นหลังของโรร่า ดวงตาของอินจู๋ก็ฉายแววเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ในตอนนี้ราวกับว่าเขาเติบโตขึ้นบ้างแล้ว

 

“เจ้าจะลงแข่งศึกประลองนักเรียนใหม่จริงๆ เหรอ? นั่นไม่ใช่งานที่พวกเราเอกเทวคีตจะลงแข่งได้นะ!” เชอรีนกล่าวอย่างกระวนกระวายเล็กน้อย

 

เย่อินจู๋พยักหน้าให้กับเชอรีน “ใช่ ข้าจะลงแข่ง ปู่เคยบอกว่า ผู้ชายไม่ว่าเจออุปสรรคอะไรก็ห้ามถอย”

 

เชอรีนมองอินจู๋อย่างประหลาดใจ นัยน์ตาสวยราวกับฉายแววอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้นมา ก่อนยิ้มพลางกล่าวว่า “ดีเลย! งั้นก็นับข้าด้วยคนนะ”

 

“ข้าด้วยจ้ะ ข้าจะช่วยเจ้าด้วย” น้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ ลอยแว่วมา คนพูดคือแลนซีที่เพิ่งรู้จักอินจู๋ได้ไม่นานนั่นเอง

 

เสียงของไห่หยางยังคงเยือกเย็นและเรียบเฉย “ศึกประลองนักเรียนใหม่ดูเหมือนจะต้องนำโดยรุ่นพี่ในเอกของตัวเอง”

 

เย่อินจู๋คล้ายว่านึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้กะทันหัน จึงรีบร้อนกล่าวว่า “ขอบคุณครับ แต่ว่า ข้ารับเงินของพี่ไว้ไม่ได้” หันหลังจะไปหยิบหาเหรียญทับทิมบนโต๊ะ แต่กลับถูกอาจารย์คนนั้นเก็บไปแล้ว

 

ไห่หยางเดินเยื้องย่างออกไปข้างนอก เดินไปพลางพูดไปพลางว่า “ให้เจ้ายืมเท่านั้น ต้องคืนด้วย” เธอจากไปแล้ว แต่ไม่ว่ากู่เจิงของเธอหรือตัวเธอเอง ล้วนสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งให้แก่อินจู๋

 

“นี่คือชุดนักเรียนกับกุญแจหอพักของเจ้า หอพักอยู่เขตรวมห้องหกสองสาม” อาจารย์ที่ทำหน้าที่ดูเหมือนไม่เต็มใจแม้แต่จะมองอินจู๋อีกสักครั้ง ก่อนจะยัดของใส่มือเขา

 

“เขตรวมห้องหกสองสาม? มันอยู่ที่ไหนครับ?” อินจู๋ค่อนข้างจะสับสน เชอรีนกับหลานซีข้างๆ ก็ส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่รู้เช่นกัน

 

“ข้ารู้ ข้าพาเจ้าไปเองแล้วกัน” ฟิซเชลลาเอ่ยปากออกมาเอง

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบใจมาก” เย่อินจู๋รู้สึกดีใจ ความรู้สึกที่ได้รับผลกระทบจากการปรากฏตัวของโรร่าเมื่อสักครู่หายดีเป็นปลิดทิ้งแล้ว ในความคิดของเขา คนดีในโรงเรียนยังมีอยู่อีกเยอะ

 

“งั้นก็เจอกันพรุ่งนี้นะ อย่าเข้าเรียนสายล่ะ” เชอรีนโบกมือให้อินจู๋อย่างเป็นมิตร แต่หลานซีเก็บงำความรู้สึกมากกว่า จึงแค่ยิ้มพลางพยักหน้าให้เขาเท่านั้น

 

เรื่องวุ่นวายในจุดรายงานตัวผ่านไป เหล่านักเรียนใหม่ลงทะเบียนรายงานตัวกันต่อไปอย่างเป็นระเบียบ ฟิซเชลลาตบหลังเขาเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ไปเถอะ พวกเราวิ่งกันไป แบบนั้นค่อยเร็วกว่าหน่อย”

 

ทั้งสองคนเดินออกจากฝูงชน ฟิซเชลลาวิ่งไปข้างหน้า แม้เขาจะวิ่งสับขาไม่เร็วมาก แต่เพราะช่วงก้าวยาวจึงไม่ชักช้า

 

อินจู๋ก้าวขาออกวิ่งตามอยู่ข้างๆ ฟิซเชลลา ก่อนเอ่ยถามว่า “ฟิซเชลลา เขตรวมอยู่ที่ไหน? ไกลมากไหม?”

 

ฟิซเชลลายิ้มพลางกล่าวว่า “เดาว่าอาจารย์คนนั้นเห็นเจ้าไม่มีเงินเลยส่งเจ้าไปอยู่เขตรวม แน่นอน ถ้าเป็นนักเรียนหญิงจะส่งเข้าหอพักนักเทวคีตเลยก็ได้ น่าเสียดาย เจ้าเป็นนักเรียนชายคนแรกของเอกเทวคีต ไม่มีทางได้อยู่รวมกับผู้หญิงหรอก เขตรวมกลายเป็นเขตนักเรียนรับจ้าง พวกนักเรียนที่รับจ้างทำงานพิเศษล้วนอยู่ที่นั่น สภาพแวดล้อมแย่สักหน่อย ถึงนักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์มิลานจะเป็นชนชั้นสูง แต่พวกนักเรียนที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูงต่อให้ไม่มีเงินก็ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยได้”

 

เย่อินจู๋ตาเป็นประกาย “พูดแบบนี้ ข้าก็ทำได้เหมือนกันน่ะสิ”

 

ฟิซเชลลากล่าวว่า “ได้แน่นอน แต่เจ้าต้องไปหางานทำเอาเอง จริงสิ เจ้าจะลงแข่งศึกประลองนักเรียนใหม่จริงๆ เหรอ?”

 

อินจู๋พยักหน้าอย่างจริงจังแล้วกล่าวว่า “ใช่! แต่ว่า...เจ้าบอกข้าได้หรือเปล่าว่าศึกประลองนักเรียนใหม่คืออะไร”

 

ฟิซเชลลาเซสะดุดจนเกือบล้มคะมำ กล่าวอย่างอึ้งตะลึงว่า “เป็นไปไม่ได้มั้ง เจ้าไม่รู้แม้กระทั่งศึกประลองนักเรียนใหม่คืออะไรแล้วยังกล้าไปรับคำท้าของแม่มดน้อยโรร่า เจ้านี่สมเป็นวีรบุรุษของข้าจริงๆ” แม้ปากจะพูดแบบนี้ แต่สายตาที่เขามองอินจู๋ทำไมกลับเหมือนมองคนทึ่มอยู่ตลอดเวลา

 

อินจู๋เกาศีรษะอย่างเขินอายเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ข้ามาจากอาร์คาเดีย ไม่คุ้นเคยกับทุกอย่างที่นี่เลย”

 

ฟิซเชลลากล่าวว่า “คืออย่างนี้ ทุกปีหลังจากโรงเรียนรับนักเรียนใหม่แล้ว จะจัดศึกประลองนักเรียนใหม่หนึ่งครั้ง เพื่อทดสอบคุณสมบัติโดยรวมของนักเรียนใหม่ นักเรียนที่ติดอันดับในการแข่งขัน จะมีโอกาสได้รับการฝึกอบรมพิเศษจากทางโรงเรียน และสามอันดับแรกยังมีทุนการศึกษาให้ด้วย”

 

“ดีขนาดนั้นเชียว” อินจู๋เอ่ยอย่างตื่นเต้นดีใจ ตอนนี้สิ่งที่เขาขาดแคลนที่สุดคือเงิน อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง หนึ่งร้อยเหรียญทองของไห่หยางจะต้องคืนให้ได้ แล้วยังมีค่าครองชีพหลังจากนี้ด้วย

 

ฟิซเซลลากลอกตา “ดี? เจ้าคิดว่าติดอันดับง่ายขนาดนั้นเลยรึไง! ศึกประลองนักเรียนใหม่แบ่งตามสาขาเอก ทุกเอกจะส่งทีมนักเรียนใหม่ที่แกร่งที่สุดมาลงแข่ง ฉะนั้นภายในเอกจะต้องทำการแข่งขันคัดเลือกก่อนสามวัน จากนั้นเลือกสี่คนที่เก่งที่สุดกับรุ่นพี่รุ่นก่อนในเอกตัวเองไปลงแข่งศึกประลองนักเรียนใหม่รอบจริง ระหว่างเอกแข่งขันกันผ่านการจับฉลาก นักรบฝั่งเรามีทั้งหมดเจ็ดเอก นักเวทฝั่งเจ้ามีทั้งหมดเก้าเอก นักเทวคีตอย่างเจ้าไม่นับว่าเป็นเอกโดยสมบูรณ์ด้วยซ้ำ เป็นแค่สาขาย่อยที่ขึ้นกับเอกจิตวิญญาณ หลังจากเวียนแข่งขันก็จะเลือกนักรบและนักเวทอย่างละสองสาขาเอกที่มีผลคะแนนสูงสุดเข้ารอบรองชนะเลิศ หลังผ่านการแข่งขันแบบแพ้คัดออกแล้วค่อยแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ถึงจะตัดสินผู้ชนะเลิศตัวจริงได้ นักเรียนที่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์มิลานเก่งกาจกันแทบทั้งนั้น อยากจะออกไปแสดงฝีมือท่ามกลางคนมากมายขนาดนี้เป็นเรื่องที่ยากมาก ในประวัติศาสตร์ของโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์มิลาน ยังไม่เคยมีบันทึกว่านักเทวคีตเข้าร่วมศึกประลองนักเรียนใหม่ แต่เอกจิตวิญญาณกลับค่อนข้างเป็นที่นิยม นักเรียนใหม่เข้ารอบชิงชนะเลิศมาสามปีติดต่อกันแล้ว แม่มดน้อยโรร่าเมื่อกี้คือหลานสาวของหัวหน้าตระกูลสต็อค นักเวทวายุโดยกำเนิด เพิ่งจะอายุสิบหกปีก็ไต่ถึงระดับเหลืองขั้นกลางแล้ว ถือได้ว่าเป็นดาวเด่นในหมู่นักเรียนใหม่ ส่วนนักเทวคีตอย่างพวกเจ้าไม่ต้องพูดถึงเข้าแข่งขันหรอก ต่อให้หาคนมาห้าคนยังเกรงว่าจะยาก”

……………………………………….

 

จบบทที่ บทที่ 31 เรื่องวุ่นวายในจุดรายงานตัว (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว