- หน้าแรก
- แค่พาลูกมาขายของ แต่ทำไมคนทั้งประเทศคลั่งขนาดนี้?
- ตอนที่ 482 พวกเธอก็จัดการกันไปเถอะ ฉันไม่กวนแล้วนะ~
ตอนที่ 482 พวกเธอก็จัดการกันไปเถอะ ฉันไม่กวนแล้วนะ~
ตอนที่ 482 พวกเธอก็จัดการกันไปเถอะ ฉันไม่กวนแล้วนะ~
“วันนี้... วันนี้… พี่ชายเธอเป็นคนจัดงาน… เหรอ?”
“ใช่คะ!”
หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง รีบพยักหน้ารับแทบไม่ทัน หลังจากได้ยินคำว่า ‘พี่ชายของเธอ’ ก็รีบยืนยันคำพูดของ ป้าหวง ทันที
“เอ่อ... นี่มัน...”
ป้าหวง ถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ เหมือนสมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
เธอมอง หลิ่ว ทาวเทา ด้วยสายตาเหลือเชื่อ ก่อนจะหันไปมอง แม่หลิ่ว อีกที สีหน้าของทั้งคู่ชวนให้บรรยากาศรอบตัวเงียบงันจนแปลกประหลาด
ป้าหวง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าซับซ้อนเหมือนมีพันความคิดในใจ ก่อนจะพูดตะกุกตะกักออกมาว่า: “เอ่อ... ก็ดี...ดีเหมือนกันนะ ครอบครัวพวกเธอนี่...เปิดกว้างดีจัง...”
พูดพลางก็หัวเราะแห้งๆ เสียงหัวเราะฟังดูฝืดและไม่เป็นธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด: “เมื่อก่อนฉันก็ไม่เคยดูออกเลยนะ... ฮะ...ฮะฮะ...”
ป้าหวง รู้สึกทั้งตัวชักแปลกๆ จึงเผลอถอยหลังไปสองก้าวโดยอัตโนมัติ
ทันใดนั้น ความอยากเมาท์ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ เธอเริ่มจินตนาการถึงตอนเย็นนี้ขณะไปเต้นกับกลุ่มเพื่อนๆ ว่าจะเล่าเรื่องนี้ยังไงดีให้สะเทือนวงดี!
แต่พอคิดว่าต้องรอถึงตอนเย็นถึงจะได้พูด ความรู้สึกคันอยากพูดมันก็แทบจะฆ่าเธอให้ตายเสียเดี๋ยวนั้น
หรือว่าจะโทรบอกเพื่อนก่อนเลยดีนะ?
พอความคิดนี้แวบขึ้นมา ก็ไม่มีทางจะกดมันกลับลงไปได้อีกแล้ว ป้าหวง ฝืนยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม ยกมือขึ้นโบกพลางพูดว่า: “งั้น...พวกเธอก็จัดการกันไปเถอะ ฉันไม่กวนแล้วนะ~”
พูดจบก็รีบปิดประตูเหล็กอย่างรวดเร็ว เหมือนเท้านั้นถูกทาจาระบีให้ลื่นสุดขีด รีบปิดประตูกันขโมยดังปังทันที
หลิ่ว ทาวเทา มองประตูที่ปิดลงด้วยความงุนงง จนขมวดแน่นแล้วพึมพำว่า: “ทำไมพูดจาแปลกๆ แบบนั้นล่ะ? ป้าหวงวันนี้กินยาผิดหรือไง?”
แม่หลิ่ว เองก็รู้สึกว่า ป้าหวง มีท่าทีประหลาดเช่นกันอยู่เหมือนกัน
แต่ยังไม่ทันคิดต่อ สมองของเธอก็เหมือนเชื่อมต่อสัญญาณความคิดเดียวกับ ป้าหวง ได้ทันที แล้วสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากสงสัยเป็นตกใจสุดขีดในเสี้ยววินาที
เธอเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น! แย่แล้ว... ป้าหวง คงคิดว่าลูกชายฉัน ‘คบกับผู้ชาย’ แน่ๆ!!!
โลกแทบถล่มในหัว แม่หลิ่ว ในทันที
เธอรู้ดีว่า ถ้า ป้าหวง เข้าใจผิดแล้วเอาไปพูดต่อกับคนทั้งหมู่บ้าน ครอบครัวของเธอคงไม่มีหน้าไปไหนอีก! แล้วต่อไปใครจะกล้าแนะนำสาวๆ ให้ลูกชายอีกเล่า!?
ความโกรธและความอับอายพุ่งขึ้นมาพร้อมกันจนเธอระเบิดอารมณ์ออกมาเต็มที่
ไม้ขนไก่ในมือสะบัดขึ้นสูง พร้อมเสียงตะโกนดังลั่น: “ฉันจะตีแกให้ตายเลยไอ้ลูกไม่รักดี! ทำเอาหน้าตาครอบครัวป่นปี้หมดแล้ว!”
เพี๊ยะ!! เสียงฟาดดังสนั่น
หลิ่ว ทาวเทา โดนเข้าไปไม่ทันตั้งตัว...ร้องลั่น ‘อ๊าก~!!!’ กระโดดขึ้นสูงเกือบสามฟุต เจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด
“แม่! ทำไมต้องตีผมด้วย! ผมไปทำอะไรผิด!?” หลิ่ว ทาวเทา รู้สึกว่าตัวเอง ‘บริสุทธิ์ยิ่งกว่าโต้วเอ๋อ(1)’ ซะอีก
“ผิดยังไงเหรอ!? คนอื่นเขาเข้าใจว่าแกมีแฟนเป็นผู้ชายแล้วนะ!!!” แม่หลิ่ว พูดเสียงดังลั่น ยิ่งเห็น หลิ่ว ทาวเทา ยังทำหน้า ‘ไม่รู้เรื่องรู้ราว’ ไฟโทสะในอกยิ่งพุ่งพรวด หน้าแดงก่ำด้วยทั้งโกรธทั้งอาย
“หา!? เป็นไปได้ยังไง! แม่ไม่รู้เหรอว่าลูกชายแม่ ‘ตรงยิ่งกว่าเหล็กเส้น(2)’ อีก!”
หลิ่ว ทาวเทา ได้ยินดังนั้น ก็ ‘ร้อนตัว’ รีบแก้ตัวแทบไม่ทัน แต่คำพูดนั้นกลับทำให้แม่ยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม
“งั้นเหรอ! งั้นฉันจะตีให้รู้ไปเลยว่าแก ‘ตรง’ แค่ไหน!”
แม่หลิ่ว โมโหจนหน้าแดงก่ำ แล้วฟาดไม้ขนไก่ใส่ลูกชายไม่ยั้งมืออีกสองสามที เสียง ‘เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!’ ดังสนั่นทั่วบ้าน
หลิ่ว ทาวเทา วิ่งหนีเสียงร้องโหยหวน ส่วนเพื่อนสาวของ หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง เสี่ยวหลิน ที่ยืนดูอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงก ไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
ก่อนเธอจะรีบขยับไปหลบมุมกำแพง กลัวว่า ‘เลือดจะสาดกระเซ็น’ มาโดน
…………………………
ท่ามกลางความวุ่นวายโกลาหลนั้นเอง…
ซูเฉิน กำลังอยู่ในครัว ตั้งอกตั้งใจคนแป้งอยู่เงียบๆ เพราะความเนียนของแป้งชุบนี้ จะเป็นตัวกำหนดทั้ง ‘รสสัมผัส’ และ ‘หน้าตา’ ของเมนูปลาทอดที่จะออกมาในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า...
แป้งชุบทอดที่ดีนั้น ต้องสามารถรวมตัวเป็นก้อน แต่ก็ยังคงมีความเหลวพอที่จะไหลได้ มีความหนืดกำลังดี เมื่อนำไปทอดแล้วสีต้องออกเหลืองทอง เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน
ซูเฉิน เทแป้งข้าวโพดและแป้งสาลีลงในอ่าง เติมน้ำ แล้วใช้ปลายนิ้วขยับคล่องแคล่วในอ่างอย่างชำนาญ
เมื่อได้ความข้นที่ต้องการ เขาก็ค่อยๆ รวมแป้งเข้าด้วยกัน ก่อนยกขึ้นเล็กน้อย แป้งที่ดูเหมือนของเหลวกลับถูกยกขึ้นเป็นก้อนเดียว แล้วค่อยๆ ไหลย้อยลงมาเป็นสายอย่างนุ่มนวล
แป้งสำหรับทำ ‘ปลาหลีฮื้อราดซอสเปรี้ยวหวาน’ ต้องเนียนละเอียด และต้องใช้เทคนิคการคนคล้ายตอนทำเมนูผัดไฟแรง ซูเฉิน ก็กางนิ้วทั้งห้า งอปลายนิ้วเล็กน้อย แล้วคนแป้งอย่างมีจังหวะสม่ำเสมอ
……………………………
แต่แล้วเสียงโกลาหลจากข้างนอกก็ดังขึ้นเรื่อยๆ เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนเช็ดแป้งที่ติดมือออกกับผ้า แล้วรีบเดินไปที่ประตูครัว
ทันทีที่ผลักประตูออก ภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาชะงักไปในทันที ใบหน้าปรากฏแววลังเลและงุนงงสุดขีด
แม่หลิ่ว กำลังถือไม้ขนไก่ไล่ตี หลิ่ว ทาวเทา ไปทั่วบ้าน เสียงตะโกนดังก้องเต็มห้อง จนบรรยากาศกลายเป็นความโกลาหลสุดๆ
ภาพที่เห็นทำให้ ซูเฉิน รู้สึกเหมือนกำลังดูหนังเก่าฉากที่ ‘จางเหว่ย กำลังตีกับ ไหลฝู’ อย่างไรอย่างนั้น
หลิ่ว ทาวเทา เห็น ซูเฉิน เหมือนเจอพระผู้ช่วย รีบพุ่งเข้าไปกอดขาอีกฝ่ายพลางร้องลั่น: “เถ้าแก่ซู! ช่วยผมด้วย!”
ซูเฉิน ยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง เห็นภาพตรงหน้าแล้วถึงกับพูดไม่ออก สีหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจ: “เอ่อ... งั้น... พวกคุณคุยกันต่อเถอะครับ ผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะ...”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน เพราะรู้สึกว่าในสถานการณ์นี้ เขานี่แหละคือคนนอกที่ไม่ควรอยู่ตรงนี้เลยสักนิด
“อย่าเพิ่งไปสิ! เดี๋ยวผมโดนแม่ตีตายแน่!”
หลิ่ว ทาวเทา รีบคว้าแขน ซูเฉิน แน่น หวังจะหลบอยู่ข้างหลังเขา
แม่หลิ่ว เห็นแบบนั้น ยิ่งเดือดจัดจนเส้นเลือดขมับเต้นตุ้บๆ หางตาแทบจะชี้ขึ้นฟ้า เธอกำไม้ขนไก่ในมือแน่นจนแทบหัก
หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง ที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่ รีบพูดอธิบายทั้งน้ำเสียงสั่นจากการกลั้นขำ: “เถ้าแก่ซูคะ... คือพี่ชายฉันเขาอยากต้อนรับคุณ ก็เลยไปสั่งกระเช้าดอกไม้ไว้ต้อนรับ...มาเป็นพิเศษ”
“แต่พอข้างในมีรูปของคุณ พอดีเพื่อนบ้านเห็นเข้า ก็เข้าใจผิดคิดว่าพี่ฉันหาผู้ชายมาเป็นแฟน... ตอนนี้แม่ฉันก็เลยโมโหปรี๊ดแตกอย่างที่เห็นน่ะค่ะ ฮ่าๆๆ...”
ซูเฉิน ได้ยินดังนั้น ก็รีบสะบัดแขนออกจากการเกาะของ หลิ่ว ทาวเทา ทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
หลิ่ว ทาวเทา พลันทำหน้าตาเหมือนถูกหักอก: ‘เถ้าแก่ซู... ผมก็เป็นแฟนคลับตัวยงของคุณนะ!”
ซูเฉิน ไม่ตอบ แต่หันไปมองกระเช้าดอกไม้ตรงหน้าประตู แล้วเหลือบตามองช่อดอกไม้บนโต๊ะ ก่อนจะเหลือบไปที่ไม้ขนไก่ในมือแม่หลิ่ว…
เขาแทบจะพูดออกมาว่า “ยังไงก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังไม่ตีไอ้บ้านี่ให้สลบไปเลย”
หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง ที่ตอนแรกหัวเราะจนแทบหงายหลัง พอคิดได้ก็รีบกลั้นหัวเราะทันที สีหน้ากลายเป็นแปลกๆ
เมื่อวานเธอเพิ่งโดนคนเข้าใจผิดว่าชอบ เถ้าแก่ซู... แล้ววันนี้พี่ชายก็โดนแบบเดียวกันอีก …ที่สำคัญ คนที่เป็น ‘ต้นเหตุของความเข้าใจผิด’ ก็คือคนเดียวกัน เถ้าแก่ซู!
เธอได้แต่คิดในใจ นี่มันอะไรกันเนี่ย... เรื่องมันเริ่มจะออกแนวละครน้ำเน่าแล้วนะ!
แม่หลิ่ว เองก็ยังมีอารมณ์โกรธอยู่ แต่เมื่อเห็นว่า ซูเฉิน ยืนอยู่ตรงนั้น ก็ไม่กล้าทำให้สถานการณ์แย่ไปกว่าเดิม
เธอรีบซ่อนไม้ขนไก่ไว้ด้านหลัง ยิ้มเปลี่ยนโหมดในพริบตา พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“เชฟซู ไม่ต้องสนใจนะคะ คุณไปทำงานต่อเถอะ ขอโทษที่ทำให้ขายหน้าจริงๆ ค่ะ”
หลิ่ว ทาวเทา ได้ยินก็พึมพำเบาๆ: “เปลี่ยนหน้าไวจริงๆ...”
ถึงจะพูดเบาแค่ไหน… แต่ในห้องที่เงียบสนิทก็ยังคงได้ยินชัดทุกถ้อยคำอยู่ดี…
หูของ แม่หลิ่ว กระดิก หันขวับมาทันที คิ้วกระตุก ส่วนไม้ขนไก่ที่ซ่อนไว้ด้านหลังก็เริ่มโผล่ขึ้นมาให้เห็นปลายด้าม
หลิ่ว ทาวเทา รีบหุบปากฉับสนิททันที… แทบไม่กล้าหายใจหรือพูดอะไรต่ออีกแม้แต่คำเดียว
……………………………….
(1)[บริสุทธิ์ยิ่งกว่าโต้วเอ๋อ (比窦娥还冤): เป็นสำนวนที่อ้างอิงถึง ‘โต้วเอ๋อ (窦娥)’ ตัวละครเอกจากงิ้ว (โศกนาฏกรรม) เรื่อง ‘ความอยุติธรรมของโต้วเอ๋อ (窦娥冤)’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ ‘ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกใส่ร้ายอย่างแสนสาหัส’]
(2)[ตรงยิ่งกว่าเหล็กเส้น (比钢筋还直) – เป็นคำสแลงที่ใช้ยืนยันว่าตัวเองเป็น ‘ชายแท้’ 100%]