เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 452 ปล่อยให้พี่จัดการเอง!

ตอนที่ 452 ปล่อยให้พี่จัดการเอง!

ตอนที่ 452 ปล่อยให้พี่จัดการเอง!


หลิ่ว ทาวเทา ลากเท้าหนักๆ เดินเข้าบ้าน ร่างทั้งร่างดูไร้เรี่ยวแรง เขาไม่แม้แต่จะเปลี่ยนรองเท้า ทิ้งตัวพุ่งตรงไปยังโซฟาทันที

เขาซุกหน้าลงกับหมอนอิง สองขาห้อยต่องแต่งอยู่บนพื้น

สภาพไม่ต่างอะไรกับปลาเค็มที่สูญสิ้นความฝัน และถูกตากแดดจนสูญเสียความชุ่มชื้นในชีวิตไปจนสิ้น

พ่อหลิ่วกับแม่หลิ่วที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น หันมามองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยความงุนงง

เมื่อยี่สิบนาทีก่อน ลูกชายตอนลงไปข้างล่างยังดี๊ด๊าร่าเริงอยู่เลย ทำไมพอกลับขึ้นมาถึงได้เหมือนโดนสูบวิญญาณไปแบบนี้ กลายเป็นคนละคนไปได้

ในทางกลับกัน หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง กลับดูสดชื่นแจ่มใส อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

เธอยิ้มทักทายพ่อกับแม่ ตัดกับสภาพเหี่ยวเฉาของ หลิ่ว ทาวเทา อย่างสิ้นเชิง

“นี่พี่ชายลูกเป็นอะไรไป? หรือโดนของเข้าล่ะ?”

พ่อหลิ่ว เอื้อมมือไปลดเสียงทีวี แล้วหันมามองลูกชายที่นอนพังพาบอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าเอือมระอา

“โอ้~”

หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง ลากเสียงยาว พลางเหลือบมองพี่ชายที่แกล้งทำเป็นศพ “พี่ชายของหนูกำลังเศร้าโศกเสียใจอยู่กับ ‘ผู้ชายที่เขาใฝ่หาแต่ไม่ได้มาครอบครอง’ อยู่น่ะค่ะ~”

“อะไรนะ?!”

ใบหน้าของ พ่อหลิ่ว เปลี่ยนสีในทันที กำหมัดแน่นราวกับพร้อมระเบิด

“เถ้าแก่ซู! เถ้าแก่ซูต่างหากล่ะ!”

หลิ่ว ทาวเทา รีบดีดตัวจากพนักพิง โบกไม้โบกมือร้องเสียงหลง: “หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง! ถ้าไม่รู้จะพูดยังไงก็หุบปากไปเลยนะ!”

พอพ่อแม่ได้ยินชื่อ ‘เถ้าแก่ซู’ ก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกันด้วยความโล่งอก เพราะในแต่ละวันพวกเขาได้ยินลูกชายพูดถึง ‘เถ้าแก่ซู’ มากกว่าจำนวนเจ้านายที่ทั้งชีวิตเคยพบเจอรวมกันเสียอีก

ชื่อสามพยางค์นี้แทบจะกลายเป็นเสียงประจำบ้านไปแล้ว

“ก็แค่ไม่ได้กินข้าวของเขาเอง จะถึงกับหมดอาลัยตายอยากขนาดนั้นเลยเหรอ?”

แม่หลิ่ว ส่ายหัวพลางหันขวับไปมองลูกชายด้วยสายตาผิดหวัง: “ดูสิ ถ้าเอาความพยายามตามหา เถ้าแก่ซู ไปใช้หาคู่แท้สักหน่อย ป่านนี้แม่คงได้อุ้มหลานแล้ว!”

พูดจบเธอก็หันไปหาสามีด้วยแววตาสมรู้ร่วมคิด: “เหล่าหลิว~ ลูกสาว เหล่าจาง บ้านข้างๆ ยังโสดอยู่ใช่ไหม?”

“หยุดเลยแม่!!”

หลิว ทาวเทา สะดุ้งราวกับโดนไฟช็อต เด้งตัวขึ้นมานั่งตรงทันที

ทั้งสองมือรีบปิดหูแน่น หลับตาแน่นแล้วส่ายหัวไปมา พลางรำพันเสียงดัง: “ไม่ฟัง ไม่ฟัง ไม่ฟัง~~~ ไม่อยากได้ยินแม่สวดแล้ว!!”(1)

พ่อหลิ่ว ถึงกับโมโหจนเส้นเลือดปูด เสียงหัวใจเต้น ‘ตุบ ตุบ’ อย่างแรง กำลังจะระเบิดอารมณ์ออกมาอยู่แล้ว โชคดีที่ หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง ไหวตัวทัน รีบคว้าชุดนอนแล้ววิ่งปรู๊ดเข้าไปในห้องน้ำเหมือนสายลม ป้องกันไม่ให้เลือดกระเซ็นมาโดนตัวเอง

“หนูขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ!” เธอตะโกนลั่นจากในห้องน้ำ

ต่อจากนั้น ยี่สิบนาทีเต็ม เสียงน้ำจากฝักบัวก็ดังกลบเสียงทะเลาะระเบิดภูเขาเผากระท่อม(2)ในห้องนั่งเล่นไว้จนหมด

เมื่อ หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง ออกมาพร้อมผมเปียกชื้น มีผ้าขนหนูพันรอบหัว บรรยากาศในบ้านกลับมาสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลิ่ว ทาวเทา นั่งตัวตรงแหน่วอยู่กลางโซฟาเหมือนรูปปั้น สายตาว่างเปล่าราวกับหลวงจีนที่บรรลุธรรมละทางโลก เผยให้เห็นถึงความรู้สึกที่ไม่ยึดติดสิ่งใดในโลกหล้าอีกต่อไป

“พ่อแม่ล่ะ?”

หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง ถามขณะใช้ผ้าขนหนูซับผม

“เข้านอนไปแล้ว...”

เสียงของ หลิ่ว ทาวเทา ฟังดูเบาและลอยๆ ราวกับหมดแรงจะพูด

ตอนแรก หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง ก็แอบเป็นห่วงอยู่หน่อยๆ... แต่วินาทีต่อมา สีหน้าของ หลิ่ว ทาวเทา ก็กลับมามีชีวิตชีวาในทันที กลายเป็นร่าเริงสดใส เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เมื่อกี้พี่ลองเปิดแอป ‘ความสุขส่งถึงบ้าน’ ดูให้ละเอียดอีกที!”

“ห๊ะ? พี่ยังมีอารมณ์เล่นมือถืออีกเหรอ!?”

หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง เบิกตากว้าง พูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ ในใจได้แต่คิดว่า ความหนาของหนังหน้านี่มันเกินมนุษย์แล้วจริงๆ...

เมื่อกี้ยังโดนพ่อกับแม่ดุจนหงอเป็นนกกระทา ย่อตัวอยู่ในมุมไม่กล้าหืออยู่เลย ยังอุตส่าห์แอบเล่นโทรศัพท์มือถือระหว่างนั้นได้อีก

เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขาทำได้อย่างไร

“อย่าเพิ่งขัดจังหวะพี่สิ!”

หลิ่ว ทาวเทา ยกมือห้าม พลางจิ้มหน้าจอโทรศัพท์อย่างตื่นเต้น

“เมื่อกี้พี่เพิ่งเจอว่า ถึง เถ้าแก่ซู จะปิดรับออเดอร์ของวันนี้แล้ว แต่ระบบหลังบ้านยังสามารถ ‘จองล่วงหน้า’ สำหรับพรุ่งนี้ได้! ไม่ต้องรอถึงแปดโมงเช้าเลย!”

สีหน้าของเขาเหมือนคนค้นพบแผ่นดินใหม่ มุมปากนี้แทบจะฉีกไปถึงใบหู อยากจะให้มีหางงอกออกมา จะได้ควงสว่านโชว์ความดีใจสักแปดริกเตอร์

“จริงเหรอ!?”

ดวงตาของ หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง สว่างวาบทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ

เธอรีบขยับเข้าไปจนหัวแนบกับไหล่พี่ชาย จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขาไม่กะพริบ

และก็จริงอย่างที่ว่า ข้างข้อความที่แจ้งว่าหยุดรับออเดอร์ มีตัวอักษรเล็กๆ ว่า ‘จองวันพรุ่งนี้’ อยู่จริงๆ ด้วย

หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง ก็ดีใจขึ้นมาด้วย พอคิดว่าพรุ่งนี้จะได้กินอาหารฝีมือ เถ้าแก่ซู อีกแล้ว ก็เหมือนโลกสดใสขึ้นมาทันที!

“แล้วพี่จองหรือยัง?”

เธอนึกอะไรขึ้นได้ รีบถามต่อทันที

“หนูจะโพสต์บอกในกลุ่มแฟนคลับแล้วนะ ยังมีเงินรางวัลให้รับอีก!”

ในฐานะสมาชิกกลุ่มแฟนคลับ ถ้ามีข่าวสำคัญขนาดนี้แล้วไม่รีบแชร์ เธอรู้สึกเหมือนทำผิดต่อตัวเองและพรรคพวกเหลือเกิน

“ปล่อยให้พี่จัดการเอง!”

หลิ่ว ทาวเทา ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที โอกาสทองในการ ‘โชว์หล่อ’ ในกลุ่มแบบนี้ เขาจะพลาดได้ยังไง!

ในหัวของเขาวางแผนไว้เรียบร้อยว่าจะโพสต์อย่างไรให้เท่ที่สุด

โอกาสที่จะได้อวดเหนือชาวบ้านแบบนี้ ไม่มีทางยกให้ใคร แม้แต่ให้น้องสาวก็เถอะ

“ก็ได้ งั้นฝากพี่โพสต์ละกัน”

หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง กลอกตาอย่างระอา เพราะไม่ค่อยสนใจการอวดตัวในกลุ่มเท่าไรนัก สำหรับเธอ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘ได้กินอาหารของ เถ้าแก่ซู จริงๆ’ ต่างหาก

แต่พอพูดถึงเรื่องรางวัล เธอก็รีบเสริมขึ้นทันที: “แต่เงินรางวัลต้องเป็นของหนูนะ ห้ามแอบยึดเองเด็ดขาด!”

“เฮ้ย น้องเอ๊ย! พี่น้องสายเลือดเดียวกันแท้ๆ ยังจะคิดเรื่องเงินกันอีกเหรอ!”

หลิ่ว ทาวเทา ทำหน้าเศร้าสะเทือนใจเหมือนโดนหักหลัง: “ดูสิ มองพี่ในแง่ร้ายขนาดนี้เลยนะ...”

“พี่น้องก็ต้องแยกบัญชีให้ชัดเจนค่ะ” หลิ่ว เมิ่งเมิ่ง สวนกลับเสียงเรียบ

พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินเข้าห้องนอน มือหนึ่งคว้าโทรศัพท์มือถือ อีกมือซับผมพลางพึมพำว่า: “ขอไปส่งข้อความบอกเพื่อนสาวก่อน พรุ่งนี้จะชวนมาบ้านมากินข้าวฝีมือ เถ้าแก่ซู~”

เธอพูดพลางคิด “แต่ถ้ามากันห้าคน… เถ้าแก่ซู จะทำได้กี่อย่างนะ?”

“ช่างเถอะ จะกี่อย่างก็ช่าง ขอแค่ได้กินก็ถือว่าคุ้มแล้ว!”

หลิว ทาวเทา ตอบโดยไม่เงยหน้า เพราะกำลังง่วนอยู่กับหน้าจอเตรียมจะโพสต์ข้อความลงในกลุ่ม

เขาหามุมสบายๆ บนโซฟา นั่งไขว่ห้างอย่างสบายใจ ก่อนจะเปิดหน้ากลุ่มแฟนคลับ เถ้าแก่ซู ขึ้นมา

ถึงจะดึกแล้ว แต่ในกลุ่มก็ยังคึกคัก มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาไม่หยุด บางคนพยายามเสี่ยงโชคตามหา เถ้าแก่ซู อยู่ข้างนอกอยู่เลย บางคนบ่น บางคนหงุดหงิด...

หลิว ทาวเทา เห็นแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ แอบฮึดฮัดอย่างได้ใจ ว่าแล้วก็ได้แต่คิดในใจ

พรหมลิขิตนี่มันสุดยอดจริงๆ!

เขาคิดอย่างมีความสุข... ฉันนี่มัน ‘บุตรแห่งสวรรค์’ ...ถุย ‘ผู้ถูกเลือกโดยสวรรค์’(3) ต่างหาก

หลิ่ว ทาวเทา พิมพ์ข้อความลงในกลุ่มด้วยความตื่นเต้นและสมใจอย่างที่ยากจะระงับไว้ได้: “พวกนาย ฉันหา เถ้าแก่ซู เจอแล้ว!”

……………………………

(1)[ไม่ฟังๆ เต่าสวดมนต์ (不听不听,王八念经) – เป็นคำพูดติดปากของเด็กๆ เวลาโดนผู้ใหญ่ดุหรือบ่น แล้วไม่อยากฟัง (คล้ายๆ กับการเอามืออุดหูแล้วร้อง ‘ไม่ฟังๆๆๆ’)]

(2)[ไก่บินเตลิดหมาวิ่งพล่าน (鸡飞狗跳) – เป็นสำนวน หมายถึง ความวุ่นวาย สับสนอลหม่าน ใช้เปรียบเทียบถึง เหตุการณ์ที่เกิดความวุ่นวาย โกลาหล หรือความสับสนตื่นตระหนก เหมือนกับเวลาที่มีอะไรบางอย่างเข้ามารบกวนจนทำให้ไก่และสุนัขในบ้านตื่นตกใจจนวิ่งวุ่นและกระโดดไปมา]

(3)[ผู้ถูกเลือกโดยสวรรค์ (天选之人) – ในที่นี้ หลิ่ว ทาวเทา กำลังอวยตัวเองว่าเขาคือ ‘ผู้ถูกเลือก’ ที่มีพรหมลิขิตกับ เถ้าแก่ซู ไม่เหมือนคนอื่นที่หาไม่เจอ]

จบบทที่ ตอนที่ 452 ปล่อยให้พี่จัดการเอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว