- หน้าแรก
- แค่พาลูกมาขายของ แต่ทำไมคนทั้งประเทศคลั่งขนาดนี้?
- ตอนที่ 410 ประมาทไปหน่อย...
ตอนที่ 410 ประมาทไปหน่อย...
ตอนที่ 410 ประมาทไปหน่อย...
เวลาเกือบหกโมงเย็นขาดอีกห้านาที
ซูเฉิน เข็นรถเข็นของตนมาตามทาง จากระยะไกลก็เห็นแถวยาวเหยียดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาถอนหายใจเบาๆ ในใจ แล้วเดินตรงเข้าไป
“โว้ว! เถ้าแก่ซูมาแล้ว~!”
“วันนี้เถ้าแก่ซูมาเร็วนะ!”
“มาก่อนก็ไม่ช่วยอะไรหรอก ถ้าแป๊บเดียวก็ปิดเหมือนเดิมน่ะสิ!”
“ใช่เลย! เถ้าแก่ซูน่ะดีทุกอย่าง ยกเว้นอยู่นานเกินสิบห้านาทีไม่ได้!”
เสียงพูดจาแซวกันไปมาของลูกค้าเก่า ทำให้บรรยากาศครึกครื้น แต่คำทักทายธรรมดาๆ กลับเริ่มออกทะเลไปอย่างไม่รู้ตัว
ซูเฉิน ไม่ได้ใส่ใจ เขายุ่งอยู่กับการจอดรถเข็นและจัดเตรียมของ เหมือนทำเป็นไม่ได้ยินอะไรเลย ประสบการณ์สอนให้เขา ‘เลือกไม่ได้ยินในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องได้ยิน’ มานานแล้ว
ลูกค้าเก่าก็รู้ดีถึงนิสัยของเขา จึงไม่ได้ถือสาอะไร จนกระทั่ง ชายคนหนึ่งที่อยู่หัวแถวเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงพูดขึ้นว่า:
“เถ้าแก่ซู ตอนนี้คุณดังระดับนานาชาติแล้วนะ เห็นมีฝรั่งมารอคิวด้วยแหละ!”
???
พอได้ฟังคำพูดนี้ ซูเฉิน ชะงักมือลงทันที เงยหน้าขึ้นมองไปตามแถวด้วยความสงสัย
และก็จริง เขาเห็นผู้หญิงต่างชาติคนหนึ่งอยู่ในกลุ่มนั้น
พอจะเรียกว่า ‘บังเอิญ’ ก็คงไม่พอ เพราะในจังหวะเดียวกัน เดซี่ ก็หันมาทางเขาพอดี สายตาทั้งคู่สบกันตรงๆ
เดซี่ ยิ้มกว้างทันที ส่งมือขึ้นมาโบกอย่างกระตือรือร้นทักทายเขา
ซูเฉิน: ……
นี่มันอะไรกันเนี่ย... ต่างชาติที่ไหนมานี่! จะไม่กลายเป็นเรื่องอับอายข้ามชาติไปหน่อยเหรอ?!
แต่คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ เขารีบละสายตากลับมาจัดของต่อในรถเข็น
ตอนนี้ยังไม่ถึงหกโมง เขายังไม่ต้องใส่ชุดมาสคอต
ลูกค้าเก่าที่ยืนหัวแถวเห็นว่า วันนี้ เถ้าแก่ซู ยังไม่ได้ใส่ชุดและไม่ได้เอากระดานข้อความออกมา จึงรีบถามอย่างมีความหวังว่า:
“เถ้าแก่ซูครับ วันนี้ไม่ต้องพูดบทแล้วใช่ไหม?”
ซูเฉิน ตอบพลางเตรียมของ “ต้องพูดสิครับ แค่ยังไม่ถึงเวลา ผมแค่กำลังจัดวางถุงหูหิ้วชานมไว้ก่อน แล้วก็อื่นๆ…”
เมื่อเวลาเกือบจะตรงหกโมง เขาจึงค่อยๆ หยิบกระดานไวท์บอร์ดเล็กๆ ขึ้นมา แล้วนำชุดมาสคอต ‘แตงโมแท่งยาวพิเศษ’ ออกมาเตรียมใส่
พอเห็นกระดานไวท์บอร์ดถูกวางบนโต๊ะ ลูกค้าเก่าทั้งหลายก็เริ่มชะโงกหน้าเข้ามาดู
บนกระดานเขียนว่า:
“สาคูมะม่วงส้มโอ 28 หยวน/แก้ว”
“บทพูดต้อนรับลูกค้า: พี่น้องทั้งหลาย ใครจะเข้าใจบ้าง สาคูมะม่วงส้มโอที่ข้าทำมันอร่อยเกินไปแล้ว!”
“บทพูดของลูกค้า: ร้อยเหตุย่อมมีผล กรรมของแกก็คือข้า ขอแก้วหนึ่งมาลองชิมหน่อยสิจุ๊บๆ~”
ทันทีที่ประโยคเหล่านี้ปรากฏชัดบนกระดาน พวกแฟนคลับที่ยืนต่อแถวอยู่ก็เริ่มยื่นหัวเข้ามาอ่านด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอเห็นข้อความเต็มๆ แต่ละคนก็เริ่มทำสีหน้า ‘สุดจะบรรยาย’ ทั้งกลั้นหัวเราะ ทั้งอึ้ง ทั้งขำไม่ออก
ชายหัวแถวมองกระดานนิ่งอยู่นานถึงสองวินาที ก่อนจะถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วพูดอย่างจริงจังกับ ซูเฉิน ว่า: “เถ้าแก่ซู... ประโยคนี้เขียนผิดนะ”
ซูเฉิน ทำหน้างุนงง หยุดมือลง เงยหน้าขึ้นมามองลูกค้าเก่าแล้วถาม “ผิดตรงไหนครับ?”
ลูกค้าคนนั้นพูดอย่างหนักแน่นจริงจังราวกับนักปรัชญา
“คำว่า ‘ผลกรรม’ น่ะ เขียนกลับกันครับ ข้าไม่ใช่กรรมของแก แต่เป็นแกต่างหากล่ะที่เป็นกรรมของข้า!” เขาพูดพลางส่ายหัวเบาๆ ด้วยสีหน้าเจ็บปวดแต่มีอารมณ์ขัน:
“คงเป็นเพราะชาติที่แล้วผมทำบาปไว้มาก ชาตินี้เลยต้องมารู้จักเถ้าแก่ซูนี่แหละ ถึงได้เข้าใจคำว่า ‘เวรกรรม’ ของจริง!” พูดจบยังพยักหน้าอย่างเอาจริงเอาจังอีกด้วย
ซูเฉิน ถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่บ่นในใจเงียบๆ ว่า คำพูดพวกนี้ไม่พูดก็ได้นะ…
ลูกค้าเก่าที่เห็นสีหน้าอึนๆ ของเขาก็หัวเราะแหะๆ ออกมาอย่างอดไม่ได้
“เถ้าแก่ รีบเริ่มขั้นตอนเลยเถอะ ผมจะกระหายน้ำตายแล้ว!”
ซูเฉิน เหลือบมองอีกฝ่าย อยากจะพูดเต็มปากว่า ถ้าเมื่อกี้ไม่เสียเวลาพูดมุกพวกนั้น ป่านนี้ฉันคงจะเริ่มตักสาคูมะม่วงส้มโอเสร็จไปแล้ว!
แต่สุดท้ายก็ได้แค่กลืนคำพูดไว้ แล้วเริ่มเตรียมตัวต่อ …ท่ามกลางสายตาของทุกคน ซูเฉิน สวมชุดมาสคอต ‘แตงโมแท่งยาวพิเศษ’ ชุดนั้น
ต้องยอมรับเลยว่า ชุดนี้มันมีอานุภาพสะเทือนสายตามากกว่าชุดไดโนเสาร์เมื่อวานหลายเท่า
สีเขียวสดของเปลือกแตงโมสลับกับลายเข้มอ่อน ดูโดดเด่นสุดๆ
ลูกค้าเก่าหลายคนที่ตอนอ่านคำพูดบนกระดานก็แทบกลั้นขำไม่อยู่ พอเห็นเขาใส่ชุดแตงโมเข้าไปจริงๆ สีหน้าก็ยิ่งพังแบบมีม ‘คนแก่–รถไฟใต้ดิน–มองมือถือ.jpg(1)’ กันทั้งแถว
แต่พวกนี้อย่างน้อยก็ผ่านสนามมาแล้วจากเมื่อวาน เลยพอมีภูมิต้านทานบ้าง ถึงจะอึ้งอยู่บ้างแต่ก็ปรับตัวกลับมาได้เร็ว
แต่กับ เดซี่ สาวชาวต่างชาติคนนั้น เรื่องมันไม่ง่ายขนาดนั้น
เธอมอง ซูเฉิน ใส่ชุดแตงโมด้วยตาโตขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าจาก ‘ตกใจ’ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็น ‘ช็อกทั้งตระกูล(2)’ ออกมา
“OMG! คนนี้บ้าไปแล้วเหรอ? เขาทำไมถึงต้องแต่งตัวแบบนี้ด้วย!?”
แต่พอรู้ตัวว่าเสียงดังเกินไป เธอก็รีบพูดแก้ “Oh sorry! ขอโทษค่ะ ฉันแค่ตกใจมากเกินไป ไม่มีเจตนาอื่นใดค่ะ”
“โอ้ พระเจ้า… นี่หรือศิลปะการแสดงของชาวตะวันออกที่ลึกลับขนาดนี้!”
เดซี่ หันไปยิงคำถามใส่ หลิวอิ่ง เป็นชุด
หลิวอิ่ง ถึงกับทำหน้าเหมือนเส้นเลือดขึ้นขมับ จะหัวเราะก็หัวไม่ออก จะอธิบายก็เหนื่อยใจ มัน… ไม่ใช่อะไรลึกลับแบบนั้นเลย! มันคือ ‘สไตล์ส่วนตัวของ เถ้าแก่ซู’ ล้วนๆ ต่างหาก!
เธอได้แต่ถอนหายใจในใจอย่างหนัก
ตอนนั้น… ฉันไม่น่าชวนเดซี่มาด้วยเลย… ประมาทเกินไปจริงๆ
ลูกศรที่ยิงออกไปแล้วก็ต้องรับกรรมเอง เธอคิดพลางหันไปบอกเพื่อนต่างชาติว่า:
“เอ่อ… เดซี่ ถ้าเธอรู้สึกว่า…ที่นี่มันดูแปลกๆ หน่อย เราไปซื้อชานมที่ร้านอื่นไหม?”
แต่ตั้งแต่เมื่อครู่ เดซี่ ในปากก็เอาแต่พึมพำคำว่าบ้าคลั่งอะไรทำนองนั้นไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าตกตะลึงอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมประหลาดพิสดารชุดหนึ่งของ ซูเฉิน ตรงหน้า
ถึงแม้ว่าบนใบหน้าของเธอจะเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แต่ถึงอย่างนั้น เธอกลับไม่ได้มีท่าทีจะไปไหน
พอได้ยินคำถามของ หลิวอิ่ง เดซี่ ก็ทำหน้างุนงงถามกลับไปว่า: “ทำไมเหรอ? หรือชานมที่นี่ไม่อร่อยเหรอ?”
คำถามนั้นทำเอา หลิวอิ่ง ถึงกับนิ่งไป พูดไม่ออก
แน่นอนว่ามันอร่อยสิ แต่อธิบายอย่างไรดีล่ะว่า ‘ที่มันลำบากใจ’ ไม่ใช่เพราะรสชาติ แต่เพราะคำพูดก่อนซื้อ มันชวนอายมากกว่า!
แต่เธอก็ไม่สามารถฝืนใจโกหกได้จริงๆ ว่าของที่ เถ้าแก่ซู ทำรสชาติไม่ดี… เธอพลันเหลือบมองข้อความบนกระดานอีกครั้ง
‘ร้อยเหตุย่อมมีผล กรรมของแกก็คือข้า ขอแก้วหนึ่งมาลองชิมหน่อยสิจุ๊บๆ~’ ให้ตาย… จะให้แปลเป็นอังกฤษยังไงดีถึงจะ ‘ตรง แปลก และยังเข้าใจได้’ โดยไม่เสียหน้าไปพร้อมกัน?!
หลิวอิ่ง เค้นสมองจนสุดกำลัง พยายามคิดคำแปลอยู่ครู่ใหญ่ จนรู้สึกเหมือนสมองจะช็อต
ภาษาอังกฤษของฉันก็แค่ระดับสื่อสารทั่วไปเองนะ จะให้แปลประโยคบ้าๆ พวกนี้ยังไงกัน!
สุดท้าย เธอก็ทำได้แค่ ‘แปลคร่าวๆ แบบแข็งๆ’ เพื่อให้ เดซี่ เข้าใจสถานการณ์โดยไม่งงจนเกินไป
หวังเพียงว่าฝรั่งสาวจะเข้าใจว่า... นี่ไม่ใช่ประเพณีลึกลับของชาวจีน แต่เป็นความพิลึกของคนๆ เดียวที่ชื่อ เถ้าแก่ซู ต่างหากล่ะ!
…………………………
(1)[คนแก่ รถไฟฟ้าใต้ดิน มองมือถือ.jpg (老人、地铁、手机.jpg) – เป็นมีม (Meme) ยอดนิยม เป็นภาพชายชราหน้าตาบูดบึ้งกำลังมองโทรศัพท์มือถือบนรถไฟฟ้าใต้ดิน มักใช้แสดงความรู้สึกพูดไม่ออก สับสน งุนงง หรือไม่เข้าใจสถานการณ์]
(2)[ช็อกทั้งบ้านข้า / ช็อกทั้งตระกูล (震撼我全家) – คำสแลง หมายถึง ตกใจสุดขีด หรือประหลาดใจอย่างมาก]