เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 368 คนดีจริงๆ ท่านช่างเป็นคนดีโดยแท้!

ตอนที่ 368 คนดีจริงๆ ท่านช่างเป็นคนดีโดยแท้!

ตอนที่ 368 คนดีจริงๆ ท่านช่างเป็นคนดีโดยแท้!


รสชาติของแฮมเบอร์เกอร์ฟัวกราส์ทรัฟเฟิลดำนั้นอร่อยจนเกินบรรยาย!

อวี้เจ๋อ ถือแฮมเบอร์เกอร์ไว้ในมือ กินอย่างตะกละตะกลามจนหมดเกลี้ยง พอเห็นว่านิ้วยังมีซอสทรัฟเฟิลดำอันล้ำค่าเปื้อนอยู่เล็กน้อย

เขาก็แอบเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครมอง จึงค่อยๆ แลบลิ้นออกมาเลียซอสที่ปลายนิ้ว

ของที่เถ้าแก่ทำ จะให้เหลือไว้เสียดายได้ยังไงกัน!

เวลาผ่านไปทีละน้อย

เหล่าลูกค้าเก่าชักชวนเพื่อนฝูงมา ลูกค้าใหม่ได้กลิ่นหอมก็ตามมา ร้านเฉพาะกิจแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่ยืนอีกครั้ง

“เหลือแค่สองชิ้นสุดท้ายแล้วนะครับ รับไว้ดีๆ ล่ะ”

ซูเฉิน ยุ่งจนแทบไม่ได้หยุดหายใจ เขายื่นแฮมเบอร์เกอร์สองชิ้นสุดท้ายให้ลูกค้าที่โชคดีอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอเห็นแฮมเบอร์เกอร์ขายหมดเร็วขนาดนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง

โธ่เอ๊ย เบอร์เกอร์ตั้งสองร้อยชิ้นนะ! หมดเกลี้ยงในร้านต้าเซิ่ง เน็ตคาเฟ่ซะอย่างนั้น

แถมดูท่าทางนี้แล้ว… ยังไม่พอให้ทุกคนแบ่งกันเลยด้วยซ้ำ!

ลูกค้าแต่ละคนต่อสู้เพื่อแฮมเบอร์เกอร์กันอย่างดุเดือดราวกับสนามรบ

ซูเฉิน ตัดสินใจว่าสองวันต่อจากนี้ ก็ขายแฮมเบอร์เกอร์ที่ร้านต้าเซิ่งนี่แหละดีกว่า… การทำแฮมเบอร์เกอร์ก็เหนื่อยพออยู่แล้ว สู้ไม่ต้องเพิ่มภาระการเดินทางและเวลาทำงานให้ตัวเองอีกดีกว่า

ทางนี้ คำพูดของ ซูเฉิน เพิ่งจะจบลง ลูกค้าหลายคนก็พลันส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาทันที

“อะไรนะ! หมดแล้วเหรอ?!”

“ไม่เอานะ ฉันยังไม่ได้กินเลย!”

“ทำไมหมดไวขนาดนี้ เถ้าแก่! ผมเสนอให้พรุ่งนี้จำกัดคนละหนึ่งชิ้นเลย ไม่งั้นผมอดแน่ๆ!”

ลูกค้าเก่าที่ซื้อแฮมเบอร์เกอร์ไม่ทันเริ่มคร่ำครวญกับ ซูเฉิน กึ่งจริงกึ่งเล่น

ท่ามกลางเสียงโอดครวญระงมนี้ เชฟข่ง ก็ลากพ่อตัวเองโซซัดโซเซเบียดเข้ามา

ชายชราแววตาเหม่อลอย มุมปากมีน้ำลายห้อยอยู่เล็กน้อย พอได้กลิ่นหอมของแฮมเบอร์เกอร์ในอากาศ ก็พึมพำอย่างไม่ชัดเจนไม่หยุด

“หอม… อยากกิน…”

พอได้ยินว่าแฮมเบอร์เกอร์ขายหมดแล้ว ตอนนี้ เชฟข่ง ก็ถึงกับหน้าเหวอไปเลย น้ำเสียงพลันสั่นเครือ:

“พี่ซู… ไม่มีเหลือจริงๆ เหรอ?”

สายตาของเขาจับจ้องไปที่ ซูเฉิน อย่างไม่วางตา หวังจะเห็นแวว ‘จริงๆ ฉันยังมีอีกหน่อยนะ’ จากแววตาของอีกฝ่าย

แต่เปล่าเลย ซูเฉิน เพียงหลบตาแล้วนิ่งเงียบไป อย่างไรซะ… ทั้งคู่ก็เคยเป็นเพื่อนร่วมงานกันมาก่อน ตั้งแต่วันที่ทำงานที่ฌาปนสถานช่วงนั้นก็เริ่มสนิทกันพอสมควร

เขาเองก็รู้สึกเกรงใจไม่น้อย แต่คราวนี้ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ

ก็ไม่รู้ว่าถ้าคุณปู่ไม่ได้กินแฮมเบอร์เกอร์ จะอาละวาดจนฟ้าถล่มดินทลายหรือเปล่า?

ลูกค้าคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันถอนหายใจ ก่อนจะพูดปลอบอย่างรู้เรื่อง

“เฮ้ พี่ ช่างมันเถอะ เห็นไหม กล่องเก็บความร้อนนั่นว่างเปล่าแล้ว หมดจริงๆ นะ”

“ใช่เลย พวกคุณมาช้าไปหน่อย เถ้าแก่ขายหมดเกลี้ยงแล้ววันนี้”

!!!

จบสิ้นแล้ว คืนนี้ไม่ต้องหวังจะได้นอนแล้ว…

เชฟข่ง ขยี้ผมอย่างสิ้นหวัง

อยู่ๆ เขาก็พุ่งเข้าไปกลางฝูงชน พนมมือขึ้นอย่างร้อนรน

“พี่น้องทั้งหลาย! ช่วยคนตกทุกข์ได้โปรดเถอะ! ใครพอจะสละเบอร์เกอร์ให้ผมสักชิ้นไหม! พ่อผมเมื่อวานก็ไม่ได้กิน วันนี้ถ้ากลับมือเปล่าอีก เขาจะบ่นผมทั้งคืนแน่!”

“มีใครใจดีไหม… ผมขอร้องล่ะครับ…”

เสียงอ้อนวอนนั้นทำให้ทั้งฝูงชนเงียบลงชั่วคราว

บางคนลูบกระเป๋ากอดแฮมเบอร์เกอร์แน่น บางคนหันหน้าหนีอย่างลำบากใจ

นอกจาก เสี่ยวหลัว กับเสี่ยวเติ้ง แล้ว แทบทุกคนเมื่อวานก็พลาดไม่ได้ชิม วันนี้อุตส่าห์รอตั้งแต่ดึก ใครจะยอมแบ่งได้ง่ายๆ กัน?

บรรยากาศแข็งค้างไปสองสามวินาที ไม่มีใครส่งเสียง

ช่วยไม่ได้ เชฟข่ง ทำได้เพียงหันไปมองพ่อตัวเองแวบหนึ่ง

ตอนนี้คุณปู่กำลังเอียงคออยู่ ก็ไม่รู้ว่าได้รับสัญญาณหรือเปล่า วินาทีต่อมาเขาก็ร้องไห้โฮๆๆๆ ออกมา

“เอ่อ…”

“ผมยังมีเบอร์เกอร์เนื้อวัวเหลืออยู่อันหนึ่ง เอาไปให้คุณพ่อเถอะครับ”

ลูกค้าคนหนึ่งเห็นภาพตรงหน้าแล้วอดสงสารไม่ได้

พอ เชฟข่ง ได้ยินก็ดีใจจนแทบจะคุกเข่าลงกับพื้น เขารีบพุ่งเข้าไปหาคนที่พูด ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นสแกนจ่ายเงินทันที

“ท่านช่างเป็นคนดีโดยแท้! คนดีจริงๆ! ผมขอจ่ายให้ครับ!”

พูดจบ เขาโอนเงินไปหนึ่งร้อยหยวนในทันที

“เฮ้ เดี๋ยวสิ! ให้เยอะไปแล้ว!”

“แน่นอน! แน่นอนต้องให้อยู่แล้ว!” เชฟข่ง พูดทั้งน้ำตาคลอ

“คุณไม่รู้หรอก เมื่อวานพ่อผมถึงกับรื้อครัวหาว่าผมแอบซ่อนแฮมเบอร์เกอร์ไว้ไม่ให้กิน เกือบจะพังบ้านแล้วน่ะ!”

แฮมเบอร์เกอร์ชิ้นนี้มาได้ทันเวลาจริงๆ หนึ่งร้อยหยวนไม่เยอะเลยสักนิด

คุณปู่ที่อยู่ข้างๆ ในตอนนี้ก็ในที่สุดก็รู้ตัวแล้ว เขาเดินโซเซไปสองก้าว ดวงตาจ้องเขม็งไปที่แฮมเบอร์เกอร์ชิ้นนั้น ยื่นมือก็จะไปแย่ง

“ให้ฉัน! ของฉัน!”

เชฟข่ง รีบห้ามไว้: “พ่อ! ใจเย็นๆ ระวังหล่นสิ!”

คุณปู่เบิกตาโพลง ตะคอกเสียงดังฟังชัดออกมาประโยคหนึ่ง

“ไอ้ลูกเวร! แกกล้าขโมยเบอร์เกอร์ของพ่อแกเหรอ!” พูดจบก็กระแทกศอกใส่ท้องลูกชายเต็มแรง

“โอ๊ยย!”

เชฟข่ง กุมท้อง ทั้งขำทั้งเจ็บ “บอกว่าพ่อเริ่มหลงๆ แล้ว ที่แท้แย่งของกินนี่รู้เรื่องดีเชียว!”

คุณปู่ทำเสียงหึๆ อย่างภูมิใจ เคี้ยวแฮมเบอร์เกอร์ไปพลางพูดเสียงอู้อี้ไปพลาง

“เจ้าลูกโง่… กินได้ก็คือสุข พ่อยังเคี้ยวได้อยู่ แปลว่ายังไม่โง่นะ… พรุ่งนี้รีบมาซื้อตั้งแต่เช้าเลยนะ ฉันจะกินห้าชิ้น!”

พูดจบก็ฟาดหมัดใส่ลูกชายอีกที

“ฮ่าๆๆๆ...”

เสียงหัวเราะดังระงมไปทั่วฝูงชน บรรดาผู้ชมที่ยืนดูอยู่ข้างๆ พากันหัวเราะครืนไปหมด บางคนก็แกล้งแซว

“พี่น้องทั้งหลาย! ที่บ้านผมก็มีแม่แก่แปดสิบปี เดินเองไม่ได้ เมื่อคืนไอเป็นเลือดทั้งคืนเลย เพราะอยากกินเบอร์เกอร์ของเถ้าแก่สักคำ! ใครใจดีช่วยแบ่งผมสักชิ้นได้ไหม! ผมจ่ายสองเท่าเลย!”

เสียงโห่ฮาและโวยวายดังขึ้นทันที

“เหอะ! ไปไกลๆ เลยเถอะ! ฝีมือการแสดงโคตรห่วยแตก!”

แม้แต่คุณพ่อของ เชฟข่ง ที่กำลังเคี้ยวแฮมเบอร์เกอร์อยู่ก็ยังไม่วายพูดแทรก มือมันเยิ้มไปด้วยน้ำมัน ชี้นิ้วไปทางชายคนนั้นแล้วพูดอู้อี้ว่า

“ไอ้คนหลอกลวง...กระทืบมัน!”

เชฟข่ง สะดุ้ง รีบคว้าแขนพ่อไว้แน่น

“พ่อ! อย่าใจร้อน! ได้เบอร์เกอร์แล้วนี่ไง กลับบ้านกันเถอะ!”

เขาลากพ่อตัวเองออกไปทั้งขำทั้งเหนื่อยใจ แต่ก่อนเดินพ้นประตู เขาก็หันกลับมาตะโกนถาม ซูเฉิน เสียงดัง

“พี่ซู! พรุ่งนี้ยังขายเบอร์เกอร์ที่ร้านต้าเซิ่งใช่ไหม?”

“ใช่ครับ ราวตีหนึ่งเหมือนเดิม คนที่เล่นในร้านอินเทอร์เน็ตจะได้สิทธิก่อนนะ” ซูเฉิน ตอบเรียบๆ พลางเก็บของเตรียมกลับ

ลูกค้าเก่าคนอื่นๆ ที่อยากถามคำถามเดียวกัน พอได้ยินคำตอบก็พยักหน้ารับทันที ถือว่าไม่ต้องถามซ้ำให้เสียเวลา

ในขณะเดียวกัน โจวปิน มองดูกล่องเก็บความร้อนที่ว่างเปล่า อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง

คนเราต้องรู้จักพอใจในสิ่งที่มีสิ’ เขาพึมพำกับตัวเอง ‘อย่างน้อยฉันก็ได้เงินพิเศษเพิ่มมาแล้ว จะไปแย่งเบอร์เกอร์กับลูกค้าคงไม่เหมาะ…

คำพูดก็เป็นแบบนี้ แต่พอได้กลิ่นหอมของแฮมเบอร์เกอร์แล้ว …เรียกได้ว่ายั่วจนคนน้ำลายไหลตายได้เลย

คำโบราณพูดไว้ไม่ผิดจริงๆ ...ปลาและอุ้งตีนหมีเลือกเอาทั้งสองอย่างไม่ได้(1)

โจวปิน กำลังเสียดายอยู่ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบๆ ดูแปลกๆ ไปเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมามองโดยไม่รู้ตัว ก็เห็นว่ามีลูกค้าเก่ากลุ่มหนึ่งกรูเข้ามาล้อมรอบ

“เถ้าแก่ เปิดเครื่องเลย!”

“หา?”

โจวปิน ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ยังไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร

แต่ไม่นานเขาก็เข้าใจทันที

ที่แท้คนพวกนี้ตั้งใจจะ ‘จองที่ล่วงหน้า’ ตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ?!

นี่มันเร็วเกินไปแล้วไหม!

นี่มันเพิ่งขายหมดไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเองนะ!

จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนี้เลยเหรอ!

โจวปิน แทบอยากจะเป็นลมในตอนนั้นเอง

เหล่าลูกค้าเก่าจะไปสนใจอะไรมากขนาดนั้น จองเครื่องไว้ก่อน ก็หมายความว่ามีที่นั่งก่อน ขอแค่มีที่นั่ง ก็สามารถซื้อแฮมเบอร์เกอร์ของเถ้าแก่ได้อย่างแน่นอน

ถ้าไม่จองเครื่องไว้ งั้นก็คงจะต้องแล้วแต่ดวงล้วนๆ แล้ว

นี่ไง วันนี้ก็มีคนเพราะแย่งที่นั่งไม่ได้เลยซื้อแฮมเบอร์เกอร์ไม่ได้ไม่ใช่เหรอ!!

…………………………….

(1)[ปลาและอุ้งตีนหมีเลือกเอาทั้งสองอย่างไม่ได้ (鱼和熊掌不可兼得) – เป็นสำนวนหมายถึง ไม่สามารถได้ของดีสองอย่างพร้อมกันได้ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ในที่นี้เปรียบเปรยว่า โจวปิน ได้ประโยชน์จากลูกค้าที่มาเล่นเน็ตเพื่อรอซื้อแฮมเบอร์เกอร์แล้ว ก็ไม่ควรจะไปแย่งซื้อแฮมเบอร์เกอร์กับลูกค้าเหล่านั้นอีก]

จบบทที่ ตอนที่ 368 คนดีจริงๆ ท่านช่างเป็นคนดีโดยแท้!

คัดลอกลิงก์แล้ว