เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 แปดนิ้วโดยกำเนิด (1)

บทที่ 1 แปดนิ้วโดยกำเนิด (1)

บทที่ 1 แปดนิ้วโดยกำเนิด (1)


บทที่ 1 แปดนิ้วโดยกำเนิด (1)

 

ในฐานะราชอาณาจักรที่อ่อนแอที่สุดบนทวีปลองกินุส พื้นที่ของอาณาจักรอาร์คาเดียย่อมน้อยที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย อาณาจักรที่ตั้งอยู่สุดขอบภาคตะวันออกเฉียงใต้ของทวีป ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดกับมหาสมุทรกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา อีกสองทิศที่เหลือ กลับโอบล้อมด้วยสองจักรวรรดิแข็งแกร่ง หากไม่ใช่เพราะศูนย์กลางของทวีป สถานที่ซึ่งเรียกว่าฟาร์เลนเข้ามาแทรกแซง ประเทศอย่างอาร์คาเดียก็เกรงว่าจะล่มสลายไปนานแล้ว ทว่าเรื่องราวของเรานั้น เริ่มต้นขึ้นที่เมืองลูน่าอันเป็นเมืองหลวงของอาร์คาเดีย

 

แดดแรงกล้าดุจเพลิง โดยเฉพาะทางใต้ของทวีปลองกินุส ดวงอาทิตย์บนท้องฟ้าราวกับอยู่ใกล้แค่เอื้อม พัดพาอากาศอันร้อนระอุมาพร้อมกัน ทุกคนที่อาบแดดอยู่ใต้แสงอาทิตย์ ประหนึ่งร่างกายจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน ต่างเอามือปาดเหงื่อกันตลอดเวลา แม้จะยังเป็นตอนเช้า แต่บนถนนหนทางของเมืองลูน่ากลับเต็มไปด้วยบรรยากาศซึมเซา มิน่าถึงได้มีคนเคยกล่าวไว้ว่า สาเหตุที่สองจักรวรรดิอันแข็งแกร่งอย่างแลนเดียสและเบอร์บอนไม่แย่งชิงอาร์คาเดีย ไม่ใช่แค่เพราะฟาร์เลนเข้ามาแทรกแซง เพราะในขณะเดียวกันที่นี่ก็คือเตาไฟที่ร้อนที่สุดในผืนทวีป

 

แน่นอน ไม่ใช่ว่าไร้ข้อยกเว้นเสียทีเดียว ขณะนี้ เบื้องหน้าประตูสมาคมเวทมนตร์เมืองลูน่า มีผู้อาวุโสท่าทางกระฉับกระเฉงท่านหนึ่งมาเยือน

 

บนเสื้อคลุมพ่อมดสีขาวไม่มีรอยยับแม้สักรอย เหยียดตรงเหมือนกับตัวเขาเอง ริ้วรอยเหี่ยวย่นที่ปรากฏอย่างหนาแน่นบ่งบอกถึงอายุของผู้อาวุโส เส้นผมยาวสีเงินยวงหวีไปด้านหลังศีรษะอย่างเป็นระเบียบ จอมเวทชรารูปร่างสูงชะลูด สูงกว่าชาวอาร์คาเดียทั่วไปอย่างน้อยสักครึ่งหัว ในมือขวาที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นถือไม้เท้าวิเศษเรียวยาวอันหนึ่ง แม้ตอนนี้ไม้เท้าจะยันอยู่กับพื้น แต่คงไม่มีใครคิดอย่างเด็ดขาดว่าเขาอาศัยไม้เท้าที่ทำจากไม้ล้วนอันนี้พยุงตัว นั่นเป็นเพราะดวงตา ดวงตาของจอมเวทชรา นัยน์ตาสีดำใสกระจ่างดุจห้วงเหวลึก แต่กลับดูแจ่มใสอย่างยิ่ง จอมเวทชราหรี่ตาทั้งคู่ลงเล็กน้อย ทว่าประกายจางๆ กลับยังคงเผยให้เห็นโดยไม่ตั้งใจระหว่างที่กะพริบตา

 

“ฟาร์เลนจงเจริญ สวัสดีท่านจอมเวทที่เคารพ ไม่ทราบว่าข้าพอจะช่วยอะไรท่านได้บ้าง?” เปียโรเพิ่งเดินออกมาจากสมาคมเวทมนตร์ จึงเห็นจอมเวทชราท่านนี้ แม้บนตัวจอมเวทชรามิได้สวมเสื้อผ้ามีราคาหรือพกของวิเศษใดๆ ถึงขนาดเมื่อสังเกตจากคลื่นธาตุซึ่งไม่ปรากฏบนเสื้อคลุมหรือตลอดทั้งตัวของเขาแล้ว ก็ยังไม่สามารถแยกแยะระดับของเขาได้ แต่ในฐานะนักเวทระดับเหลืองขั้นกลางที่ฝึกฝนมาตลอดยี่สิบกว่าปีของสมาคมเวทมนตร์เมืองลูน่า เขาเชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเอง มีแต่พวกอวดเก่งเท่านั้นถึงจะแสดงสัญลักษณ์บอกระดับเวทมนตร์ของตัวเองบนเสื้อคลุม และจอมเวทชราตรงหน้า ดูเผินๆ อย่างน้อยอายุน่าจะเกินเจ็ดสิบปี แล้วจะเป็นนักเวทระดับต่ำสุดไปได้อย่างไร? ยิ่งกว่านั้น บนหน้าผากที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของเขา กลับไม่มีเหงื่อแม้แต่หยดเดียว

 

“ฟาร์เลนจงเจริญ” น้ำเสียงของจอมเวทชราฟังดูนุ่มนวลเสนาะหูยิ่งนัก แม้จะทุ้มลึกอยู่บ้าง แต่ฟังไปแล้วกลับให้ความรู้สึกเหมือนอาบสายลมฤดูใบไม้ผลิ ราวกับว่าแม้แต่อากาศร้อนระอุก็รู้สึกเย็นสบายขึ้นมาบ้าง “ข้ามาจากฟาร์เลน โปรดนำทางข้าไปพบรักษาการนายกสมาคมด้วย”

 

ร่างกายของเปียโรแข็งทื่อขึ้นมาฉับพลัน ดวงตาที่เปล่งประกายเปี่ยมไปด้วยอาการตกใจและตื่นเต้นลิงโลด มาจากฟาร์เลน? เขามาจากฟาร์เลน ในทวีปลองกินุส ต่อให้เป็นประชาชนธรรมดาสามัญที่สุด เมื่อได้ยินประโยคนี้ก็ย่อมจะต้องเข้าใจนัยยะของมัน นายกสมาคมเวทมนตร์เมืองลูน่าได้จากโลกนี้ไปเป็นเวลาสองปีแล้ว ในฐานะสมาคมเวทมนตร์แห่งราชอาณาจักรอาร์คาเดีย ตลอดสองปีกว่ามานี้ ตำแหน่งนายกสมาคมเว้นว่างมาโดยตลอด เขามาจากฟาร์เลน หรือว่า...

 

อาชีพสูงส่งที่สุดในทวีปลองกินุสคืออะไร? นักเวทไงล่ะ บางทีอาจมีคนที่ไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริง แต่ทว่าไม่มีใครที่ไม่เลื่อมใสในนักเวท ฟาร์เลน คือดินแดนที่มีภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มบนทวีปลองกินุส มีพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของอาณาจักรอาร์คาเดีย ดินแดนอุดมสมบูรณ์ แต่กลับไม่มีประเทศใดกล้าคิดบุกโจมตี เพราะมันคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของนักเวท ฟาร์เลนแทบจะเป็นความเชื่อของทุกประเทศเว้นแต่ทุ่งราบตอนเหนือสุดของทวีปลองกินุส

 

ฟาร์เลนคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของนักเวท ขณะเดียวกันก็เป็นสถานที่ที่นักเวทเกรงกลัวที่สุด นอกจากกองกำลังฟาร์เลนที่เฝ้าพิทักษ์ฟาร์เลนแล้ว มีเพียงนักเวทเท่านั้นที่สามารถเข้าไปที่นั่นได้ การเข้าสู่ฟาร์เลนไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินเอื้อม แต่หากอยากออกจากฟาร์เลน กลับเป็นเรื่องที่นักเวททุกคนต่างไม่กล้าคิดหวัง หากไม่มีความสามารถระดับน้ำเงินขึ้นไป จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากที่นั่น

 

ระดับของนักเวท จากต่ำไปสูง แบ่งออกเป็นนักเวท นักเวทระดับกลาง นักเวทระดับสูง จอมเวท พ่อมด ปรมาจารย์เวท ผู้วิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเวทมนตร์อะไรล้วนแล้วแต่มีสีเช่นเดียวกัน โดยเอาเฉดสีของสายรุ้งมาแบ่งระดับ นักเวทระดับต่ำสุดตรงกับเฉดสีแรกของสายรุ้งซึ่งก็คือสีแดง อนุมานเช่นนี้ไปเรื่อยๆ สีน้ำเงินก็จะแทนระดับปรมาจารย์เวท

 

สีรุ้งหกเฉดสีแรก แบ่งเป็นขั้นพื้นฐาน ขั้นกลางและขั้นสูง นักเวทระดับเหลืองขั้นกลางเช่นเปียโร ก็คือนักเวทระดับสูงขั้นกลางนั่นเอง และสำหรับเฉดสีสุดท้ายของสายรุ้ง สีม่วงก็แบ่งออกเป็นเก้าขั้น ผู้วิเศษระดับม่วงเหมือนกันแต่ระดับขั้นแตกต่าง ความสามารถย่อมแตกต่างกันอย่างมหาศาลโดยไม่ต้องสงสัย สาเหตุที่ฟาร์เลนสามารถกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของนักเวทได้ ยังมีอีกเหตุผลหนึ่ง ซึ่งก็คือในฟาร์เลนมีหอคอยผู้วิเศษอยู่เจ็ดหลัง ในหอคอยผู้วิเศษแต่ละหลังต่างก็มีนักเวทระดับม่วงขั้นเก้าผู้ยิ่งใหญ่อาศัยอยู่ และพวกเขายังเป็นขั้นสุดยอดของการดำรงอยู่ในทวีปลองกินุส

 

ดังนั้น ทวีปลองกินุสแห่งนี้ การจำแนกความสามารถของใครสักคนเป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างยิ่ง พลังเวทมนตร์หรือพลังการต่อสู้ใดๆ ล้วนแบ่งแยกด้วยสี สีที่ปล่อยออกมายามใช้พลัง สามารถเผยพลังที่แท้จริงในตัวของผู้ใช้ได้

 

“เชิญ เชิญครับ” เปียโรถอยไปด้านข้างด้วยความประหม่าหวั่นเกรง

 

ใบหน้าของจอมเวทชราเผยรอยยิ้มบางๆ พยักหน้าเบาๆ ให้กับเปียโร แล้วจึงเดินเข้าไปยังสมาคมเวทมนตร์พร้อมกับเขา

 

ภายในห้องโถงของสมาคมอบอวลไปด้วยกลิ่นอายเวทมนตร์ ดาวเวทมนตร์หกแฉกที่เลี่ยมด้วยโลหะมิธริลบนพื้นเปล่งแสงสีเงินจางๆ ด้านในสมาคมแลดูโล่งกว้าง ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับจำนวนนักเวทอันน้อยนิด ราชอาณาจักรเล็กๆ เช่นอาร์คาเดีย จำนวนของนักเวทสามารถใช้คำว่าเงียบเหงาไร้ผู้คนมาบรรยายได้เท่านั้น ฉะนั้น ถึงแม้สมาคมจะมีสถานภาพสูงในอาณาจักร แต่กลับยังคงเงียบเหงา

 

เปียโรไม่ปล่อยให้จอมเวทชราต้องรอนานนัก เวลาผ่านไปสักครู่ จอมเวทท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้อาวุโสเช่นเดียวกันก็ได้รับเชิญออกมาจากด้านในของสมาคม จอมเวทท่านนี้สวมเสื้อคลุมพ่อมดสีคราม มองเผินๆ ไม่ต่างอะไรกับจอมเวทชราที่มาจากต่างแดน

 

“ฟาร์เลนจงเจริญ สวัสดีท่านจอมเวทผู้มาจากแดนไกล ข้าคือดิยาร์รา นักเวทอัคคีผู้รักษาการแทนนายกสมาคมของสมาคมเวทมนตร์แห่งราชอาณาจักรอาร์คาเดีย” ระหว่างที่กล่าว ดิยาร์ราก็โค้งตัวคำนับจอมเวทชราชุดขาวช้าๆ ขณะเดียวกัน บนมือขวาของเขาก็เกิดเปลวเพลิงสีครามอ่อน แสดงตัวตนของนักเวทระดับครามขั้นพื้นฐานอันเป็นระดับขั้นที่แท้จริงของเขา นี่คือการแสดงความเคารพสูงสุดของนักเวท ควรรู้ไว้ว่า ตำแหน่งระดับดิยาร์ราในอาร์คาเดีย ต่อให้เข้าเฝ้ากษัตริย์ก็ไม่จำเป็นต้องทำ สาเหตุที่เขาแสดงความเคารพเช่นนี้ เหตุผลมีเพียงหนึ่งเดียว เพราะจอมเวทชุดขาวเบื้องหน้ามาจากฟาร์เลน

 

“ฟาร์เลนจงเจริญ ข้าชื่อฉินซาง เดินทางมาจากฟาร์เลน นี่คือจดหมายของฟาร์เลน” ฉินซางนำไม้เท้าไม้ในมือขวาเปลี่ยนไปถือไว้ในมือซ้าย มือขวายื่นไปตรงหน้าดิยาร์รา รัศมีอ่อนจางประกายวาบ หนังสือหนังแกะม้วนหนึ่งปรากฏขึ้นในฝ่ามือเขา

 

ไม่ว่าเปียโรหรือดิยาร์ราก็ล้วนตะลึงงันกับภาพตรงหน้า เพราะพวกเขามองเห็นอย่างชัดเจน แม้แสงสว่างในมือของฉินซางจะอ่อนจางอย่างยิ่ง แต่สีของแสงนั้นกลับเป็น...สีม่วง

 

มือสองข้างของดิยาร์รารับม้วนหนังสือหนังแกะมาพลางสั่นระริกเล็กน้อย คลี่มันออกช้าๆ ในม้วนหนังสือหนังแกะไม่มีอะไรเขียนไว้เลย มีเพียงความว่างเปล่า แต่ดิยาร์รากลับไม่รู้สึกแปลกใจ สายตาของเขามองไปยังฉินซางตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว

……………………………………….

 

 

จบบทที่ บทที่ 1 แปดนิ้วโดยกำเนิด (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว