เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 หมัดตระกูลเย่ของเย่เจียเฉวียน

บทที่ 36 หมัดตระกูลเย่ของเย่เจียเฉวียน

บทที่ 36 หมัดตระกูลเย่ของเย่เจียเฉวียน


บทที่ 36 หมัดตระกูลเย่ของเย่เจียเฉวียน

 

ไพ่โป๊กเกอร์ ‘สามโพแดง’ ใบนั้นทำให้ทุกคนตะลึงจนลืมหายใจ แต่ความสงสัยกลับเพิ่มขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ทำไมซีซือถึงได้ยินดีใช้ไพ่โป๊กเกอร์นรกอันล้ำค่าทั้งสองใบไปอย่างเปล่าประโยชน์ เพื่อ ‘รังแก’ ถู่ต้าเฮย?

 

จากความสามารถของซีซือแล้วเขาสามารถสร้างโล่พิทักษ์วิญญาณไว้ที่กายของถู่ต้าเฮยชั้นหนึ่งได้แน่นอน ปกป้อง

เขาไม่ให้ได้รับบาดเจ็บอันตรายใดๆ แต่ว่าทำไมซีซือถึงยินดีเสียไพ่โป๊กเกอร์นรก เพื่อให้ถู่ต้าเฮยได้รับความทรมาน? ถ้าใช้ ‘แปดโพแดง’ ใบแรกเพื่อให้เกมสามารถดำเนินต่อไปได้ ถ้าอย่างนั้นแล้ว ‘สามโพแดง’ ใบที่สองดูเหมือนว่าจะเพื่อทารุณถู่ต้าเฮยเพียงอย่างเดียว

 

หรือว่าซีซือกับถู่ต้าเฮยมีเรื่องมีราวกันมาก่อน สิ่งที่เรียกว่าเกมนี้ก็แค่เพื่อแก้แค้นและรังแกเท่านั้น?

 

ณ ที่นั่ง หลิงฉุนพลันคิดอะไรได้ขึ้นมา นัยต์ตาส่องประกายสีสันวาบราวกับนึกอะไรออก

 

“ไม่ใช่ การแก้แค้นและการรังแกไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ซีซือสนุกสนาน มีแค่เกมและของเล่นที่น่าสนใจเท่านั้นที่ทำให้ซีซือมีความสุข บางทีฉันอาจจะคิดผิดมาตั้งแต่แรก เป็นไปได้มากว่าซีซือไม่ได้อยากจะ ‘ทำลาย’ สือเสี่ยวไป๋ เขาเพียงแค่กำลัง ‘บ่ม’ ผลไม้สีเขียวให้สุกเร็วขึ้น ให้ของเล่นชิ้นโปรดเติบโตเร็วขึ้นอีกนิด แบบนั้นแล้วถึงจะได้ลิ้มรสเกมที่สนุกยิ่งขึ้น เขามองเห็น ‘ความสนุก’ ตัวใหญ่บนตัวของสือเสี่ยวไป๋ ดังนั้นเขาจึงจะขุด ‘ความสนุก’ นั้นออกมาด้วยตัวเอง!”

 

ดวงตาของหลิงฉุนเป็นประกายมากขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วคิ้วก็ขมวดน้อยๆ อย่างรวดเร็ว

 

“ถ้าหากจุดประสงค์ของซีซือคือใช้วิธี ‘รังแก’ เพื่อให้สือเสี่ยวไป๋เติบโตเร็วยิ่งขึ้น เช่นนั้นเขาคิดว่า สือเสี่ยวไป๋มีโอกาสที่จะ”สำเร็จหลังล้มเหลว“แต่ต่อให้สือเสี่ยวไป๋เป็นอัจฉริยะในการฝึกพลังวิญญาณ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ว่าจะพัฒนาถึงขั้น ‘ฝึกจนเชี่ยวชาญ’ ภายใน ‘การพังทลาย’ เจ็ดสิบสองครั้ง แต่เขากลับยืนกรานที่จะทำเช่นนี้ หรือว่าเขาเห็นความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จบนตัวของสือเสี่ยวไป๋?”

 

“หรือว่า เขาค้นพบความลับอะไรบนตัวสือเสี่ยวไป๋แล้ว? และความลับนั้นทำให้เป็นไปได้ว่าสือเสี่ยวไป๋จะสำเร็จหลังล้มเหลว?”

 

หลิงฉุนรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะเอื้อมถึงความจริงเข้าไปทุกที แต่ขาดข้อมูลสำคัญไปอย่างหนึ่ง ข้อมูลนั้นซ่อนอยู่ในที่ๆ ไม่มีใครรู้ เพียงแค่มีข้อมูลนั้น เขาก็จะสามารถรู้ถึงเหตุผลที่แท้จริงของการกระทำแปลกประหลาดทั้งหมดนี้ของซีซือ

 

“เจ้าทึ่มเย่ ใช้พลังทั้งหมดออกหมัดตระกูลเย่ อย่าลืมเว้นระยะห่างด้วย”

 

เมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว หลิงฉุนก็ได้หยุดเย่เจียเฉวียนที่กำลังเดินไปยังเวที และพูดประโยคนี้ออกมา

 

“ห๊า?”

 

แววตาเย่เจียเฉวียนฉายแววงุนงงวูบหนึ่ง หลังจากสบกับดวงตาอันแน่วแน่ของหลิงฉุนไม่กี่วิ ก็พยักหน้ารับว่า “ข้า จะเชื่อนาย”

 

......

 

 

ภายใต้การเยียวยาของ ‘สามโพแดง’ อาการบาดเจ็บตามร่างกายของสือเสี่ยวไป๋ก็บรรเทาลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เขายืนขึ้นดวงตาฉายแววสับสนวูบหนึ่ง หลังจากโล่พิทักษ์ถูกทำลายติดต่อกันถึงสามครั้ง สือเสี่ยวไป๋ก็ค้นพบว่าโล่พิทักษ์ที่ตัวเองกางขึ้นมีบางอย่างผิดปกติ ทุกครั้งที่ใช้พลังวิญญาณเขาจะรู้สึกติดขัดอย่างประหลาด

 

ถ้าหากเปรียบท่อพลังวิญญาณเป็นท่อน้ำไหลสายหนึ่ง ความรู้สึกติดขัดนั้นก็เหมือนน้ำที่ไหลไปถึงปลายทางท่อแต่ดันมีเศษหินอุดรูไว้ จึงได้แต่เบียดออกมาตามช่องว่างอย่างไรอย่างนั้น

 

“นี่คือการควบคุมพลังวิญญาณที่อาจารย์โรคจิตนั่นพูดถึง?”

 

สือเสี่ยวไป๋กำหมัดแน่น ใบหน้าก็ผุดรอยยิ้มบางๆ อย่างไม่รู้ตัว “นี่คือความรู้สึกของพลังที่แท้จริงนี่เอง!”

 

เย่เจียเฉวียนที่กำลังเดินอยู่ด้านล่างเวทีได้เห็นใบหน้าสือเสี่ยวไป๋ที่ยิ้มแย้มอยู่บนเวทีก็อึ้งไป ผุดรอยยิ้มจริงใจอย่างไม่รู้ตัวเช่นกัน

 

ต้าเฮย เหมือนว่าจะไม่เสียใจสักนิดเลยนะ ดีจังเลย

 

ใจเย่เจียเฉวียนคิดเช่นนี้ เกาหัวเล็กน้อยกล่าวว่า “หลิงฉุนไม่ให้ข้าออมมือ ถึงแม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเขาอยากจะทำอะไร แต่ข้ารู้ว่า หลิงฉุนเป็นผู้ที่ถูกต้องเสมอมา เพราะฉะนั้น ข้าจะทำอย่างที่เขาบอก”

 

“แต่ว่าข้าจะไม่ทำร้ายนาย เจ้ากางโล่พิทักษ์วิญญาณห่างจากตัวซักหน่อย ถึงแม้ว่าโล่พิทักษ์ยิ่งใกล้ตัวความแข็งแกร่งก็จะยิ่งมาก แต่ถ้าพูดถึงประสิทธิภาพการป้องกันไม่ใช่ว่าจะดีที่สุด สปิริตแอทแทคและสปิริตบอมบ์มีสมรรถนะการทะลุทะลวงที่แน่นอน ข้าคิดว่าระยะห่างจากโล่พิทักษ์ที่ดีที่สุดคือให้อยู่นอกแรงสะท้อน”

 

สือเสี่ยวไป๋ฟังอย่างงงงัน ถามไปโดยอัตโนมัติว่า “สปิริตแอทแทคกับสปิริตบอมบ์คืออะไร?”

 

“ห๊า?”

 

เย่เจียเฉวียนอึ้งไป เกาหัวอีกครั้ง พลางอธิบายอย่างอดทนว่า “การต่อสู้ด้วยพลังวิญญาณส่วนใหญ่แล้วมีพื้นฐานห้าอย่างประกอบรวมกัน ทักษะห้าอย่างนี้แบ่งเป็น สปิริตแอทแทค สปิริตบอมบ์ สปิริตเวฟ สปิริตรีป และ สปิริตเบรค”

 

สือเสี่ยวไป๋นึกถึงแสงสีขาวเล็กแหลมที่ได้ทะลวงโล่พิทักษ์เข้ามาของซ่งหนาน และ ดอกไม้ไฟสีขาวที่กระจายออกมาตอนที่ฮวาเผิงเข้าจู่โจมเข้าที่ไหล่เขา ก็เข้าใจความหมายของสปิริตเบรคและสปิริตบอมบ์ขึ้นมานิดหน่อย

 

ขณะเดียวกันนี้เอง ก็มีคนบนที่นั่งกล่าวขึ้นว่า “พวกนายสองคนกำลังรำลึกความหลังกันอยู่หรือไง? รู้ไหมว่ามีคนอีกมากรอพวกนายอยู่?”

 

สือเสี่ยวไป๋หันไปมอง ที่แท้ก็เป็นวัยรุ่นย้อมผมคนนั้น เจ้าหนุ่มคนนี้ยังคอยตามติดตามเป็นวิญญาณไม่ห่างไปซะที

 

“มาเถอะ เจ้ากระทิงยักษ์ผู้สามารถสั่นสะท้านกำแพงเหล็ก ให้ราชาเช่นข้าได้เห็นหมัดของเจ้า!”

 

สือเสี่ยวไป๋ยื่นมือขวาออกมา กางโล่พิทักษ์ที่ด้านหน้าห่างจากตัวเองประมานหนึ่งเมตร โล่พิทักษ์นั้นยังคงอ่อนแอและโปร่งใส

 

“อื้อ!”

 

เย่เจียเฉวียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น งอตัวเล็กน้อย กุมหมัดทั้งสองที่หน้าอก ร่างกายมีรัศความดุดันขึ้นมาทันที ท่าทางซื่อๆ ได้หายไปแล้ว ในดวงตาหรี่เล็กโชติช่วงด้วยเปลวไฟอันเร่าร้อน

 

“ทักษะการโจมตีที่ข้าใช้คือวิชาหมัดลับเฉพาะของตระกูลเย่ เย่เจียเฉวียน!”

 

ตระกูลเย่มีหมัดเย่เจียเฉวียน ตระกูลเย่มีผู้สืบทอดนามว่า เย่เจียเฉวียน

 

“ย่าห์!”

 

เมื่อเสียง ย่าห์ ดังขึ้น เย่เจียเฉวียนก็ปล่อยหมัด!

 

หมัดนี้ ราวกับรวบรวมความรุ่งโรจน์ของทั้งตระกูลมาไว้ด้วยกัน!

 

รูม่านตาของสือเสี่ยวไป๋หดลงเล็กน้อย หมัดนี้ราวกับได้ผสมผสานหมัดด้านหลังห้องเหล็กในความทรงจำ จำนวนหลายสิบหมัดนั้นเข้าไว้ด้วยกัน แสงสีขาวที่ปลายหมัดนั้น เหมือนกับระลอกคลื่นกระเพื่อมซัดเข้ามา ความรู้สึกของพลังที่โหมซัดสาด ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ ในที่สุดความเร้นลับของหมัดเย่เจียเฉวียนเหมือนจะเผยยอดภูเขาน้ำแข็งออกมาในเวลานี้เอง

 

“ข้า เข้าใจแล้ว!”

 

ในที่สุดครั้งนี้สือเสี่ยวไป๋ก็เห็นรูปร่างที่แท้จริงของแสงสีขาวนั่นแล้ว พลังวิญญาณนั่นกำลังหมุนวน! ไม่สิ ไม่เพียงแต่หมุนธรรมดา พลังวิญญาณนั่นยังหมุนวนคล้ายเกลียวอย่างมีแบบแผน!

 

หมัดของเย่เจียเฉวียนหยุดห่างจากโล่พิทักษ์ราวๆ หนึ่งเมตร แต่เกลียวแสงสีขาวเรืองรองกลับทะลุออกมา ชนเข้ากับโล่พิทักษ์สีขาวทรุดโทรมเปราะบาง ทันใดนั้นโล่พิทักษ์ก็แตกละเอียด แรงลมระลอกหนึ่งได้พัดผ่านเสื้อผ้าหน้าผมของสือเสี่ยวไป๋ไปอย่างรุนแรง

 

หมัดนี้ของเย่เจียเฉวียนได้ใช้แรงทั้งหมดที่มี แต่หมัดของเขาหยุดห่างจากโล่พิทักษ์หนึ่งเมตร สิ่งที่ตีเข้ากับโล่พิทักษ์มีเพียงอานุภาพของหมัดเย่เจียเฉวียน

 

โล่พิทักษ์แตกละเอียด แต่สือเสี่ยวไป๋ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ กลับมีท่าทีเหมือนบรรลุบางสิ่งอย่างประหลาด

 

หมัดเมื่อครู่นี้ได้ฉายภาพซ้ำๆ อยู่ในหัวของเขา เกลียวแสงสีขาวเรืองรอง และพลังวิญญาณลักษณะเหมือนระลอกคลื่น เหมือนว่าได้พูดอะไรบางอย่างอยู่ในหัวของเขา

 

“ฮู่ว!”

 

สือเสี่ยวไป๋สูดลมหายใจเข้า ยื่นมือขวาออกมา เขากางโล่พิทักษ์สีขาวทรุดโทรมเปราะบางข้างหน้าเขาอีกครั้ง

 

ทันใดนั้นเอง โล่พิทักษ์ทรุดโทรมเปราะบางนั่นได้ปรากฏระลอกคลื่นเล็กๆ มากมาย ราวกับผิวน้ำที่เกิดรอยกระเพื่อมกระจายเป็นวงกลม

 

ฉับพลันคนที่นั่งอยู่ก็ได้ตะโกนอย่างตกใจ

 

“โล่พิทักษ์ระลอกคลื่น!?”

 

“เป็นไปได้ยังไงกัน นี่มันทักษะป้องกันพลังวิญญาณระดับ E ไม่ใช่หรอ? การควบคุมพลังวิญญาณเพิ่งจะถึงขั้น ‘ควบคุมเบื้องต้น’ ทำไมถึงสามารถใช้โล่พิทักษ์ระลอกคลื่น ได้ล่ะ?

 

“เจ้า เจ้าตะพาบน้ำนี่ทำได้ยังไง?”

 

“...”

 

โล่พิทักษ์สีขาวอันนั้นยังคงบางจนเกือบจะโปร่งใส ทรุดโทรมเปราะบางอยู่เหมือนเดิม แต่ระลอกคลื่นวงแล้ววงเล่านั้นกลับทำให้เห็นว่านี่คือ ‘โล่พิทักษ์ระลอกคลื่น’ และจัดเป็นทักษะป้องกันพลังวิญญาณระดับ E ทว่าเทคนิคการโจมตี ทักษะป้องกันและวิชากายอยู่เหนือระดับ F แล้ว อย่างน้อยต้องใช้ทักษะควบคุมพลังวิญญาณในขั้น ‘ชำนาญจนเกิดการพลิกแพลง’ ถึงจะได้ แต่มองดูจากความหนาแน่นและความสมบูรณ์ของโล่พิทักษ์นั่นแล้ว เห็นได้ชัดว่าสือเสี่ยวไป๋เพิ่งจะเหยียบเข้าสู่ ‘การควบคุมเบื้องต้น’ เท่านั้น เรื่องนี้มันยังไงกันแน่?

 

ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์ แม้แต่ซีซือก็ตกอยู่ในภาวะขบคิดเช่นกัน

 

สือเสี่ยวไป๋จ้องมองระลอกคลื่นที่กระเพื่อมบนโล่ไม่หยุดนั้น พลันดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นโชติช่วงขึ้นเรื่อยๆ มุมปากแย้มรอยยิ้ม

 

“นี่ก็คือพลังสินะ!”

 

สือเสี่ยวไป๋คิดเช่นนี้ รู้สึกความกระหายอยากในใจก็ยิ่งรุนแรงขึ้น หันหน้าไปพบว่าซีซือกำลังเหม่อลอย จึงรีบตะโกนเร่ง “รีบเรียกคนต่อไปเร็วเข้า ข้ารอไม่ไหวแล้ว!”

 

จบบทที่ บทที่ 36 หมัดตระกูลเย่ของเย่เจียเฉวียน

คัดลอกลิงก์แล้ว