เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ฉือเสียวไป๋ นายต้องถ่อมตัวหน่อย

บทที่ 21 ฉือเสียวไป๋ นายต้องถ่อมตัวหน่อย

บทที่ 21 ฉือเสียวไป๋ นายต้องถ่อมตัวหน่อย


บทที่ 21 ฉือเสียวไป๋ นายต้องถ่อมตัวหน่อย

 

ในโลกแห่งจินตนาการจะไม่รู้สึกถึงเวลาที่ผันผ่าน อีกทั้งจะไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าสักนิด แต่สุดท้ายจะมีช่วงนาทีที่ต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเอง เพียงแต่ว่าช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ภวังค์สมาธิจนกระทั่งตื่นขึ้นมาจะไม่มีความเคลื่อนไหวทางสตินึกคิดมากเท่าไรนัก ทุกอย่างดูสงบราบเรียบเป็นอย่างมาก ประหนึ่งว่าระยะห่างระหว่างโลกจินตนาการและโลกความเป็นจริงเป็นเพียงช่วงหนึ่งของห้วงความคิดเท่านั้น

 

ช่วงหนึ่งของห้วงความคิด สือเสี่ยวไป๋ได้ตื่นขึ้นแล้ว

 

ทันทีที่สือเสี่ยวไป๋ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกอึดอัดที่เนื้อตัวเหนียวเหนอะไปหมด เพียงแค่สูดลมหายใจเบาๆ กลิ่นเหม็นสาบก็ลอยเตะจมูกเข้าอย่างจัง หลังจากลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ เขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าร่างของตัวเองมานอนกองอยู่ในอ่างอาบน้ำ ด้วยสภาพที่สวมกางเกงขาสั้นเพียงตัวเดียว ผิวชั้นนอกมีสิ่งปฏิกูลดำหนืดผุดออกมาปกคลุมอยู่ทั่วตัว

 

“เหม็นโคตร!”

 

สือเสี่ยวไป๋รีบกลั้นหายใจแทบไม่ทัน หากช้าอีกนิดเดียวเขาต้องอาเจียนออกมาแน่ เขากลั้นอาการพะอืดพะอมไว้แล้วรีบแหงนหน้ากวาดตาดูโดยรอบเมื่อหันไปเห็นฝักบัวในอ่างจึงรีบคว้ามันมา หมุนเปิดก๊อก เพียงครู่น้ำเย็นใสสะอาดก็พุ่งออกมาจากหัวฝักบัวรดลงทั่วตัวของเขาในทันที

 

ขณะที่อาบน้ำชำระกายด้วยน้ำสะอาด สิ่งปฏิกูลหนืดดำที่ติดอยู่ตามตัวพลันถูกชะล้างไหลออกมาคล้ายกับตะกอนที่ถูกชะล้างด้วยสายฝน ไหลออกมากองรวมกันเป็นก้อนโคลนเหนียวที่เพิ่มความน่าขยะแขยงยิ่งกว่าเดิม สือเสี่ยวไป๋ยื่นมือไปถูโคลนดำหนืดเป็นชั้นๆ ออกจากตัว ครั้นเมื่อมันไหลผสมกับน้ำสะอาดก็ยิ่งส่งกลิ่นเหม็นเน่ามากขึ้น

 

“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

 

ในหัวของสือเสี่ยวไป๋เต็มไปด้วยความสงสัย พร้อมกับลูบถูโคลนดำตามตัวให้ไหลออกตามน้ำไปด้วยไม่หยุด ผ่านไปครู่ใหญ่ ถึงจัดการกับสิ่งปฏิกูลหนืดดำบนตัวได้หมดจด เผยให้เห็นผิวขาวเนียนใสดุจดั่งผิวพรรณแวววาวแห่งอิสตรี เมื่อยื่นมือไปหยิกก็คล้ายกับหยิกเอาน้ำออกมาด้วย

 

“นี่มันร่างกายของข้าหรือเปล่า?”

 

สือเสี่ยวไป๋รีบลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำ แล้วเดินไปหน้ากระจกบานยักษ์ในห้องน้ำ มองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกที่นอกเหนือจากผิวพรรณที่ดูเหมือนใหม่แล้ว แขนขาและรูปร่างก็ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อหันหน้าไปมองก็พบว่ามีเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายชุดหนึ่งพร้อมผ้าเช็ดตัวสีขาวอีกผืนหนึ่งแขวนอยู่บนกำแพงห้องอาบน้ำ

 

“น่าจะเป็นของที่ยัยซาดิสม์เตรียมไว้ให้แหละ”

 

สือเสี่ยวไป๋ยกหัวฝักบัวขึ้นมาชะล้างคราบตะกอนบนร่างอย่างพิถีพิถันจนสะอาด แล้วจึงใช้น้ำจากฝักบัวทำความสะอาดคราบโคลนที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าในอ่างอาบน้ำออก ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดเนื้อตัวจนแห้งแล้วจึงเริ่มสวมเสื้อผ้า

 

เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงกีฬาขาสั้นที่หลีจื่อเตรียมไว้ให้ออกจะดูหลวมไปหน่อย แต่กางเกงชั้นในสีดำกลับคับไปนิด

 

สือเสี่ยวไป๋ไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องพวกนี้ เมื่อสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยจึงยืดขยับกล้ามเนื้อและกระดูกเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ รู้สึกชินขึ้นมาบ้าง

 

หลังจากที่เขาออกมาจากห้องน้ำ ก็เดินสำรวจรอบห้องรับแขกอยู่หลายรอบ แต่ก็พบว่าหลีจื่อไม่อยู่บ้าน

 

“แปลกจัง ยัยซาดิสม์ไปไหนซะแล้ว?”

 

สือเสี่ยวไป๋ตะโกนเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงขานตอบ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าท้องไส้ระเบิดความหิวโหยอย่างรุนแรง ความหิวโหยนี้คล้ายกับว่าเป็นความหิวที่ถูกกดไว้มาแสนนาน คล้ายกับสปริงที่ถูกกดเอาไว้แน่นก่อนจะกระเด้งทะยานตรงขึ้นมาชนหน้าผากทันที

 

“ให้ตายสิ! หิวชะมัด!”

 

เพราะความรู้สึกหิวโหยอย่างรุนแรงจนเกือบจะขาดสติของสือเสี่ยวไป๋ เขาจึงกระโจนไปยังห้องครัวอย่างบ้าคลั่ง แล้วเปิดตู้เย็นอย่างแรง ทำให้อาหารที่ถูกยัดไว้เต็มตู้เย็นพลันหล่นกลิ้งตุบๆ ลงมาทันที เห็นได้ชัดว่าหลีจื่อได้เตรียมไว้ให้แต่แรกแล้ว สือเสี่ยวไป๋กลืนน้ำลายเอื๊อกหนึ่งก่อนจะยื่นมือไปหยิบอาหารจากตู้เย็นยัดเข้าเต็มปาก

 

สือเสี่ยวไป๋เคี้ยวเนื้อสุกที่แข็งเย็นไปพลาง ยัดข้าวปั้นเข้าปากกลืนเอื๊อกๆ ไปพลาง ราวกับอดอยากมาหลายเดือน

 

เขมือบจนกระทั่งท้องจะปริแตก สือเสี่ยวไป๋จึงปิดตู้เย็นลงอย่างพอใจ ก่อนจะเดินเนิบช้ากลับไปยังห้องรับแขก แล้วจึงเห็นว่าใต้รีโมททีวีบนโต๊ะมีกระดาษสีขาวใบหนึ่งถูกทับอยู่

 

สือเสี่ยวไป๋หยิบขึ้นมาอย่างสนอกสนใจ กวาดสายตาอ่านตัวหนังสือยึกยือในกระดาษ

 

......

 

“ถึงสือเสี่ยวไป๋ ชั้นมีธุระต้องรีบไปจัดการก่อน ไม่รู้ว่าการเข้าฌานสมาธิของนายครั้งนี้จะนานแค่ไหน จะรอจนนายตื่นขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าเมื่อไร ทว่าก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับนายสักหน่อย นายได้ฝ่าด่านขั้นปฐมจิตชั้นหนึ่งเรียบร้อยแล้ว ชั้นอยากรู้มากว่านายจินตนาการเรื่องอะไรหลังจากเข้าฌานสมาธิ การที่นายเข้าสู่ขั้นปฐมจิตได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไป!”

 

“ใช่แล้ว หลังจากการเข้าฌานสมาธิ จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกของร่างกายมนุษย์ นั่นก็คือ ‘พลังจิตชำระล้าง’ ร่างกายของนายจะขับคราบไคลของเสียที่สะสมมานานหลายปีออกมาเอง สรุปก็คือจะมีสิ่งปฏิกูลหนืดดำที่ส่งกลิ่นเหม็นมากเกาะคลุมอยู่บนร่างกายชั้นหนึ่ง จะเหม็นสักเพียงไหน นายก็น่าจะได้สัมผัสแล้ว ทว่าหลังจากที่ชั้นลากนายไปทิ้งในอ่างอาบน้ำแล้ว ในห้องก็ยังคงมีกลิ่นเหม็นเน่าพวกนั้นอยู่ ชั้นทนไม่ไหวเลยแยกตัวมาก่อน!”

 

“หลังจากที่นายตื่นขึ้นมาความหิวโหยที่ถูกกดเอาไว้จะทะลักออกมา ชั้นวางของกินไว้ในตู้เย็นให้แล้ว แต่จำไว้นะอย่ากินจนแน่นเกินไป ไม่งั้นกระเพาะจะรับไม่ไหว อ้อ อีกอย่าง เสื้อผ้าชุดนั้นที่ชั้นเตรียมไว้ให้นาย เป็นชุดที่ชั้นเลือกมาด้วยตัวเอง หึหึ นายคงขำกลิ้งเลยสินะ!”

 

“โอเค เรื่องที่ควรพูดก็ได้พูดไปเรียบร้อยแล้ว! แม้ว่านายในตอนนี้จะฝ่าด่านเข้าสู่ขั้นปฐมจิตชั้นหนึ่งแล้ว แต่ตามความเข้าใจของชั้นน่ะ ขนาดแค่เทคนิคการต่อสู้แห่งพลังจิตขั้นพื้นฐานที่สุดของที่สุดของที่สุด นายก็ยังมีไม่ถึงครึ่ง สรุปก็คือ นายในตอนนี้ยังเป็นแค่คนอ่อนแอ อ่อนแอมากถึงมากที่สุด! ในบรรดาเด็กใหม่ของฝ่ายทำลายครั้งนี้ แม้ว่าจะมีนายเพียงคนเดียวที่เป็นเด็กใหม่ระดับ A ขึ้นไป อีกทั้งนายยังเป็นผู้มีพลังจิตพิเศษเพียงคนเดียวอีก ทว่าในบรรดาเด็กใหม่นั้นกลับมีหลายคนที่อยู่ในขั้นปฐมจิตชั้นสองขึ้นไปแล้ว และยังมีอีกหนึ่งคนที่ฝ่าด่านจนถึงขั้นปฐมจิตชั้นสี่แล้วด้วย! เสี่ยวไป๋เอ๋ย ชั้นจะไม่บอกนายก็ไม่ได้ นายในตอนนี้น่ะไม่มีความเป็นเลิศด้านความสามารถพิเศษเลยสักนิด ในดินแดนพลังจิตนั้นนับว่านายยิ่งเสียเปรียบ บวกกับนายไม่มีวิชาการต่อสู้แม้ครึ่ง ดังนั้นในบรรดาเด็กใหม่ครั้งนี้ พลังที่แท้จริงของนายน่ะถือว่าอยู่หางแถว!”

 

“ดังนั้น นายจะต้องเตรียมตัวให้ดีเพื่อเตรียมใจสำหรับเป็นหางแถว! กฎข้อแรกของไกอาคือ ‘ให้รางวัลผู้แข็งแกร่ง ลงโทษผู้อ่อนแอ’ แม้จะเป็นการฝึกอบรมเด็กใหม่ แต่กลไกการคัดออกที่โหดร้ายมากๆ ก็ยังมีอยู่ ครูผู้ฝึกจะทำการทดสอบระดับอยู่บ่อยๆ ซึ่งในการทดสอบแต่ละครั้งจะมีการคัดผู้ที่อ่อนแอที่สุดออกหนึ่งคน ดังนั้น เสี่ยวไป๋ นายต้องพยายามให้มากกว่านี้แล้วหล่ะ!”

 

“อีกอย่าง จำไว้อย่าเรียกตัวเองว่า ‘ข้า’ อีก! พลังความแข็งแกร่งของนายในตอนนี้ยังไม่เข้าขั้น จะต้องเรียนรู้ที่จะถ่อมตน! ไกอาสนับสนุนให้เด็กใหม่ใช้วิธีการต่อสู้ตัวต่อตัวมาแก้ปัญหาความขัดแย้ง ดังนั้นนายอย่าได้คิดหาเรื่องเป็นอันขาด! ในตอนนี้นายควรจะเปิดใจเรียนรู้การถ่อมตัวเพื่อเป็นผู้แข็งแกร่ง อย่าได้หล่นไปอยู่อันดับสุดท้ายเด็ดขาด บนพื้นฐานข้อนี้พยายามถีบตัวเองให้อยู่สูงขึ้นไป เสี่ยวไป๋ จากพรสวรรค์ของนายแล้ว การตกต่ำเป็นเพียงระยะเวลาช่วงหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นเมื่อนายพบเจอความยากลำบากขออย่าได้หมดกำลังใจ แล้วถอดใจง่ายๆ!”

 

“ใช่แล้ว การอบรมเด็กใหม่เริ่มวันที่ 1 เดือน 7 ปฏิทินบนผนังห้องรับแขกได้เขียนเอาไว้แล้ว ตอนนายตื่นขึ้นมาแล้วอย่าลืมไปดูสักหน่อย โปรดจำไว้ว่าวันแรกห้ามไปสาย และห้ามโดดเรียน ครูผู้ฝึกในครั้งนี้ของฝ่ายทำลายนั้นเป็นคนที่สุดยอดมาก อีกทั้งนิสัยก็ประหลาดมาก สรุปคืออย่าได้แหกกฎ หรือสร้างความไม่น่าประทับใจให้กับครูผู้ฝึก และยิ่งไม่ควรไปมีเรื่องกับเด็กใหม่คนอื่น ต้องถ่อมตน ถ่อมตนแล้วก็ถ่อมตน”

 

“ตัวชั้นเองเพื่อจะเก็บคะแนนบวกแห่งฮีโร่ และยกระดับอันดับฮีโร่ จึงได้รับจ้างงานฮีโร่ที่ออกจะยุ่งยากมางานหนึ่ง คาดว่าคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจึงจะกลับมา รอจนถึงเวลาที่ชั้นกลับมาแล้วหวังว่าจะได้เห็นสือเสี่ยวไป๋คนใหม่ อย่าทำให้ชั้นต้องผิดหวังล่ะ!”

 

“จาก หลีจื่อแห่งวังทักษิณ”

 

สือเสี่ยวไป๋อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ รู้สึกสับสนวุ่นวายในใจอยู่หน่อย การฝ่าด่านมาถึงขั้นปฐมจิตชั้นหนึ่งจนกลายเป็นผู้มีพลังจิต ทำให้เขาดีใจอย่างมาก แต่เรื่องราวที่หลีจื่อเขียนจดหมายทิ้งไว้กลับทำให้เขารู้สึกหนักใจอยู่บ้าง

 

“ให้ข้าถ่อมตัว ไม่เท่ากับเอาชีวิตข้าไปเลยล่ะ?”

 

เมื่อสือเสี่ยวไป๋คิดว่าจะไม่สามารถเรียกแทนตัวเองว่า ‘ข้า’ ได้อีกพลันรู้สึกโลกทั้งใบดูอึมครึมลงหลายส่วน เขาประติดประต่อเรื่องอยู่นานก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างทำอะไรไม่ได้ แล้วเดินไปยังผนังห้องรับแขกที่มีหน้าจอคริสตัลขนาดเล็กแสดงเวลาแขวนอยู่

 

สือเสี่ยวไป๋อยากดูว่ายังเหลือเวลาอีกเท่าไหร่กว่าจะถึงวันฝึกอบรมเด็กใหม่ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเวลาที่เหลือสำหรับลานเกม

 

เมื่อสือเสี่ยวไป๋เดินเข้ามาใกล้พลางเพ่งตาไปดูก็ต้องยืนค้างตะลึง

 

เห็นเพียงตารางเวลาแสดงผลอย่างชัดเจนว่าวันนี้คือ “วันที่ 4 เดือน 7 เวลา 10:30!”

 

ซวยแล้ว นี่มันเลยมาตั้งสี่วันแล้ว!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จบบทที่ บทที่ 21 ฉือเสียวไป๋ นายต้องถ่อมตัวหน่อย

คัดลอกลิงก์แล้ว