เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ชั้นยอมนายทุกอย่างเลย

บทที่ 14 ชั้นยอมนายทุกอย่างเลย

บทที่ 14 ชั้นยอมนายทุกอย่างเลย


บทที่ 14 ชั้นยอมนายทุกอย่างเลย

 

สือเสี่ยวไป๋มองตัวเลือกทั้งสองตรงหน้า รู้สึกได้ถึงลางร้าย ถ้าเขาเลือกสละสิทธิ์ไปเลย คะแนนการทดสอบความสามารถของเขาก็จะเป็นศูนย์ แต่ถ้าเลือกหลับตายิงหนึ่งครั้ง คะแนนเขาก็น่าจะเท่ากับศูนย์เหมือนกัน ความเป็นไปได้ที่จะได้ถึงหนึ่งคะแนนน้อยมาก

 

ไม่ว่าจะเลือกข้อไหน คะแนนการทดสอบความสามารถของสือเสี่ยวไป๋ก็ไม่เข้าตากรรมการทั้งนั้น พูดได้ว่าทั้งสองตัวเลือกนั้นสูสีกันเลยทีเดียว แต่ตัวเลือกแรกคือรางวัลระดับ D ส่วนตัวเลือกที่สองกลับเป็นรางวัลระดับ E ตามหลักแล้วสือเสี่ยวไป๋ควรจะเลือก สละสิทธิ์เอารางวัลระดับ D

 

แต่เมื่อครู่เขารับปากกับหลีจื่อไว้แล้วว่าจะต้องได้มากกว่าศูนย์คะแนน เพราะงั้นหนึ่งคะแนนหรือศูนย์คะแนนสำหรับเขาแล้วมีความแตกต่างกันอยู่ แต่ว่าหนึ่งคะแนนนี้ไม่ใช่ง่ายๆ เลย

 

ฝั่งหนึ่งก็เป็นรางวัลระดับ D อีกฝั่งก็เป็นความหวังริบรี่ของโอกาสที่จะตีไข่ให้แตก สือเสี่ยวไป๋ควรจะเลือกทางไหนกันแน่?

 

“อา กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ จะว่าไปข้าเกิดใหม่มามากว่าล้านครั้ง ก็ยังไม่เคยได้ศูนย์คะแนนสักที ครั้งแรกที่แสนสำคัญนี้จะยอมทำลายอนาคตของตัวเองเพื่อรางวัลระดับ D กระจอกๆ นี่ได้ยังไง? ถ้าเป็นระดับ C ก็ยังพอถูไถ…”

 

สือเสี่ยวไป๋กลัดกลุ้มเป็นเวลานาน สุดท้ายก็ได้เลือกตัวเลือกที่ หนึ่ง [ ช่วงระหว่างการทดสอบความสามารถ ห้ามลืมตาและสามารถยิงได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ]

 

……

 

ให้ทำการยิงแบบ Blind-Fire (บลายฟายเออร์)[1] ไปยังเป้าหมายที่จะปรากฏขึ้นมาที่ใดเวลาใดก็ได้ ซ้ำยังต้องยิงให้โดนในนัดเดียว นี่เป็นการทดสอบที่ยากมากอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สือเสี่ยวไป๋ไม่สนใจสักนิด

 

“ข้ายึดคติทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ น้ำมาใช้ดินต้าน”

 

สือเสี่ยวไป๋ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ วิสัยทัศน์การมองเห็นพลันมืดมิด แต่แสงรอบๆ ที่ตกกระทบสะท้อนออกมาจากกำแพงโลหะทำให้วิสัยทัศน์ในความมืดของสือเสี่ยวไป๋เกิดเป็นแสงสว่างสลัวๆ ชั้นหนึ่ง เป็นความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยเล็กน้อย

 

ผู้อาวุโสปรายตามองสือเสี่ยวไป๋ครั้งหนึ่ง หลงคิดว่าสือเสี่ยวไป๋กำลังหลับตารวบรวมสมาธิ ผู้อาวุโสให้ความสำคัญกับเด็กหนุ่มคุณสมบัติระดับ S คู่อยู่แล้ว ไม่ว่าลักษณะนิสัยของสือเสี่ยวไป๋จะเป็นอย่างไร ก็จะต้องเป็นเด็กใหม่ที่สำคัญที่สุดของ [ไกอา] ในหลายปีมานี้แน่ ขอเพียงคะแนนการทดสอบความสามารถของเขาไม่ใช่ศูนย์ เขาจะกลายเป็นเด็กใหม่ระดับ S ไปโดยปริยาย

 

หลายปีมานี้อันดับของ [ไกอา] ในเซี่ยกั๋วไม่สูงไม่ต่ำสถานการณ์ก็พาลกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ในระดับนานาชาตินั้น [ไกอา] ได้ถูกขับออกจากรายชื่ออันดับต้นๆ มาอยู่กลางน้ำเรียบร้อยแล้ว

 

คุณสมบัติของสายเลือดใหม่ที่รับเข้ามาในปีนี้ก็ถือว่าไม่เลวเลย หากยังสามารถเพิ่มเด็กใหม่ระดับ S อีกสักคน อาจจะทำให้ [ไกอา] ได้รุ่งเรืองอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้เองทำให้ในใจของผู้อาวุโสหวังในตัวสือเสี่ยวไป๋

 

“คุณสมบัติ และ ความสามารถ เป็นมาตรฐานตัดสินเด็กใหม่ที่สำคัญของ [ไกอา] อย่าได้หมดกำลังใจเพียงเพราะผลคุณสมบัติออกมาต่ำ และอย่าได้กระหยิ่มยิ้มย่องด้วยเพราะผลคุณสมบัติออกมาสูง”

 

ผู้อาวุโสกล่าวเตือนสติอีกครั้ง เห็นเด็กใหม่ทั้งสี่เตรียมตัวพร้อมแล้ว ประกาศว่า “เริ่มการทดสอบ!”

 

เมื่อเสียงสิ้นสุดลง นอกจากสือเสี่ยวไป๋ที่ยังคงหลับตาอยู่นั้น อีกสามคนต่างก็ใช้สมาธิจับจ้องไปยังหน้าจอสีขาวโพลนที่เกือบจะบังกำแพงโลหะทั้งหมดอย่างใจจดใจจ่อ การแข่งขันที่แย่งเป้าหมายกันเช่นนี้ จะแพ้หรือชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับวินาที แต่ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาเสี้ยววินาทีเท่านั้น! แม้ว่าในใจของพวกเขาจะตื่นเต้นแค่ไหน แต่มือที่ถือปืนอยู่นั้นจะต้องนิ่ง เพราะเพียงการตอบสนองที่ว่องไวไม่ใช่ทุกสิ่ง การยิงที่แม่นยำก็สำคัญเช่นกัน ข้อนี้แม้แต่จงเยว่เอ๋อที่ทำตัวอย่างกับเด็กสี่ขวบยังแสดงออกถึงการเตรียมตัวมาอย่างดี สำหรับทั้งสามที่เกิดมาในโลกของฮีโร่แล้ว ความสามารถพื้นฐานแต่ละข้อของการเป็นฮีโร่นั้นเป็นสิ่งที่ต้องเรียนมาตั้งแต่เด็ก

 

จอภาพสีขาวขนาดใหญ่ราวกับพื้นที่ราบเรียบขนาดใหญ่ถูกตั้งขึ้น ขาวโพลนไม่มีสีอื่น ทันใดนั้นเอง จุดเล็กๆ สีดำรูปร่างคล้ายดอกบัวดอกหนึ่งก็บานขึ้นมาอย่างเงียบๆ!

 

“ซวบ! ซวบ! ซวบ!”

 

ลำแสงสามสีถูกยิงออกไปในเวลาเกือบจะพร้อมกัน ใครจะโดนจุดสีดำเล็กๆ ก่อน มองด้วยตาเปล่าแล้วแทบแยกไม่ออก

 

“ครั้งที่หนึ่งสีฟ้า!”

 

เสียงเรียบเย็นแบบหุ่นยนต์ประกาศออกมาจากลำโพงด้านในกำแพงโลหะ หลังจากนั้นตัวเลข “0” หลังชื่อหยางหยาง ที่มุมซ้ายบนของจอภาพก็ได้เปลี่ยนเป็น “1”

 

เด็กใหม่ทั้งสี่ใช้ปืนลำแสงคนละสี สือเสี่ยวไป๋ใช้สีแดง ข่ายเหวินสีเหลือง หยางหยางสีฟ้า จงเยว่เอ๋อร์สีม่วง ใช้วิธีนี้ในการตัดสินว่าใครยิงโดนเป้าหมายก่อนกัน โอกาสครั้งแรกเป็นหยางหยางที่ช่วงชิงไปได้

 

เกือบจะทุกคนที่รู้สึกได้ว่าขาดลำแสงสีหนึ่งไป แต่ขณะนี้ก็เพิ่งจะครั้งแรกเท่านั้น พวกเขาเลยไม่ได้ใส่ใจมากนัก

 

ต่อมาผ่านไปกว่าสิบครั้งแล้ว สือเสี่ยวไป๋ก็ยังคงไม่ยิงสักนัด

 

ผู้อาวุโสหันมามองสือเสี่ยวไป๋ ถามขึ้นด้วยความตกใจว่า “สือเสี่ยวไป๋ ทำไมยังหลับตาอยู่อีกล่ะ?”

 

เมื่อคำถามนี้ดังขึ้น ทุกคนในห้องต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน ที่แท้แล้วสือเสี่ยวไป๋หลับตามาโดยตลอด?”

 

ข่ายเหวินและมู่หงลี่ปรีดาขึ้นมาทันที พวกเขาที่เดิมไร้ความหวังในชัยชนะเหมือนจะมีความหวังขึ้นมาหน่อยๆ หากสือเสี่ยวไป๋ได้คะแนนทดสอบความสามารถเป็นศูนย์ ก็จะถูกจัดเป็น “ผู้ไร้ความสามารถ” ส่งผลกระทบต่อลำดับอย่างมาก เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ข่ายเหวินที่ด้อยกว่าจากการทดสอบคุณสมบัติจะมีโอกาสตีเสมอ

 

หยางหยางกลับตกอยู่ในห้วงความคิด แต่เขาก็จัดการอารมณ์กลับมาอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างการทดสอบ จะต้องรักษาความนิ่งของใจไว้อยู่ตลอด การทดสอบคุณสมบัติทำให้เขาสูญเสียศักดิ์ศรีไปมาก ในการทดสอบความสามารถที่เขาเชี่ยวชาญนี้ เขาจะต้องรักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เอาไว้ให้ได้

 

ความมีสติของหยางหยางได้เก็บเกี่ยวผลลัพท์มาให้เขาอย่างเห็นได้ชัด อีกหลายสิบนัดต่อมา เขายังคงรักษาอันดับหนึ่งไว้ได้ ค่อยๆ ทำคะแนนทิ้งห่างให้เป็นที่ประจักษ์ถึงความสามารถในการยิงปืนที่ไม่ธรรมดาของเขา

 

หลีจื่อที่นั่งอยู่กลับร้อนใจจนอยากจะร้องไห้ โก่งคอตะโกนไม่หยุด

 

“สือเสี่ยวไป๋ หยุดเล่นเดี๋ยวนี้!”

 

“สือเสี่ยวไป๋ ชั้นจะโกรธจริงๆ แล้วนะ!”

 

“สือเสี่ยวไป๋ ถ้านายยังไม่ลืมตา อย่าหาว่าหมัดและเท้าของชั้นไร้ความปราณี!”

 

“สือเสี่ยวไป๋ นายอย่ามาทำโซ่ตกตอนเวลาสำคัญ[2]ได้ไหม!”

 

“สือเสี่ยวไป๋ ชั้นของร้องหล่ะ รีบลืมตาเร็วเข้าเถอะ!”

 

“สือเสี่ยวไป๋ ชั้น… พี่หลีจื่อจะไม่ตีนายอีกแล้ว นายลืมตาสักหน่อยเถอะนะ?”

 

“......”

 

ราวกับว่าสือเสี่ยวไป๋ไม่ได้ยินเสียงตะโกนของหลีจื่อ ยังคงหลับตานิ่งไม่ขยับเขยื้อน ผู้อาวุโสทั้งสามข้างๆ ก็ช่วยพูดให้สือเสี่ยวไป๋อย่างน้อยๆ ก็ต้องได้สักหนึ่งคะแนน อธิบายว่าหนึ่งคะแนนนี้มีความเกี่ยวโยงถึงการที่เขาจะเป็นเด็กใหม่ระดับ S ได้หรือไม่ ทว่าแม้แต่คิ้วของสือเสี่ยวไป๋ก็ยังคงไร้การเคลื่อนไหว

 

ราวกับว่าสือเสี่ยวไป๋ได้หลับไปแล้ว เป็นรูปปั้นแกะสลักนิ่งไม่ไหวติง

 

มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? สือเสี่ยวไป๋เป็นอะไรไป? หรือมีปัญหาด้านประสาท? หรือตาเป็นอะไรไป? หรือว่ายิงปืนไม่ได้ เลยจะหนี?

 

ความสงสัยมากมายผุดขึ้นในใจของผู้ชม เสียงการทดสอบกำลังจะเข้าสู่ช่วงสุดท้าย

 

“ครั้งที่เก้าสิบสามสีฟ้า!”

 

ตอนนี้หยางหยางมีห้าสิบแต้ม ข่ายเหวินมีสามสิบเอ็ดแต้ม จงเยว่เอ๋อร์มีสิบสองแต้ม แต่สือเสี่ยวไป๋ยังคงศูนย์แต้ม

 

ใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของมู่หงลี่ก็ค่อยๆ คลายลง เธอไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ หันไปแสยะยิ้มใส่หลีจื่อพลางกล่าว “อย่าลืมการเดิมพันของเราซะล่ะ ฉันหวังว่าพรุ่งนี้จะได้ยินข่าวการลาออกจากการเป็นพอนทัสของเธอนะ”

 

หลีจื่อตะโกนจนลำคอแหบแห้ง ถ้าไม่ใช่เพราะการทดสอบไม่สามารถเข้าไปขัดขวางกลางคันได้ เธอคงจะวิ่งขึ้นไปทุบตีสือเสี่ยวไป๋ชุดใหญ่แล้ว ตอนนี้มาได้ยินคำเยาะเย้ยของมู่หงลี่ เธอก็ยิ่งกดดันและร้อนใจเป็นหมื่นเท่า

 

“สือเสี่ยวไป๋! รีบลืมตาเอามาสักคะแนน แค่คะแนนเดียว ชั้นจะยอมนายทุกอย่างเลย!”

 

หลีจื่อร้อนรนจนไม่ทันได้คิดให้ดีก่อนพูด

 

หลังจากหลุดปากพูดออกไป เรื่องอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น สือเสี่ยวไป๋ขยับร่างกายเล็กน้อย แม้ว่าจะยังคงหลับตาอยู่ แต่ปากก็ได้เผยออ้าช้าๆ หลังจากนั้นเสียงทรงพลังของสือเสี่ยวไป๋ก็ดังขึ้น

 

“สาวน้อย จะยอมข้าทุกอย่างจริงนะ?”

 

 

 

[1] Blind-Fire (บลายฟายเออร์) การยิงแบบสุ่ม หรือ การยิงปืนออกไปโดยที่ผู้ยิงห้ามเล็ง หรือ   เรียกง่ายๆว่า ยิงในจุดบอด

[2] ทำโซ่ตกตอนเวลาสำคัญ (关键时掉链子) หมายถึง การทำเรื่องใหญ่พลาดเพราะเรื่องเล็กน้อย

จบบทที่ บทที่ 14 ชั้นยอมนายทุกอย่างเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว