เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 สาวน้อย ราชาของเจ้ามาเยือนแล้ว

บทที่ 7 สาวน้อย ราชาของเจ้ามาเยือนแล้ว

บทที่ 7 สาวน้อย ราชาของเจ้ามาเยือนแล้ว


บทที่ 7 สาวน้อย ราชาของเจ้ามาเยือนแล้ว

 

บนใบหน้ายังหลงเหลือคราบน้ำตาอย่างชัดเจน น้ำเสียงโอหังไม่อาจปกปิดเสียงสะอื้นในจมูกได้ แต่คำพูดที่สือเสี่ยวไป๋กล่าวออกไป “สาวน้อย จงทำสัญญากับข้า” ด้วยท่าทางจริงจัง หลี่จือถึงกับชะงักฝีเท้าอย่างไม่รู้ตัว พร้อมเริ่มไตร่ตรองความหมายแฝงของถ้อยคำนี้

 

สือเสี่ยวไป๋กล่าวต่อไปอีกว่า “กรีดโลหิตทำสัญญากับข้า ยอมเป็นผู้รับใช้แห่งราชา แล้วเจ้าจะได้รับพลังหนึ่งในล้านส่วนจากตัวข้า”

 

เมื่อเห็นสือเสี่ยวไป๋กำลังจะพูดเรื่องไร้สาระยืดยาวต่อไปอีก หลี่จือได้สติขึ้นมาทั้งโกรธทั้งตลก ยังจะเรียกว่าราชาอีกหรือเห็นชัดๆ ว่าเจ้าเป็นเด็กขี้ขลาดเจ้าน้ำตา เมื่อคิดเช่นนี้จึงปราดสายตาเยาะเย้ยใส่เขา

 

สือเสี่ยวไป๋ยกมือเช็ดน้ำตา แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ร่างของข้าแหลกสลายไปกับห้วงอากาศจนมาโผล่ยังโลกใบนี้ โชคร้ายที่ต้องสูญเสียพลังในร่างจนสิ้น แม้วันนี้จะอยู่ในร่างมนุษย์ธรรมดา แต่สักวันหนึ่งจะสามารถครอบครองโลก สาวน้อย เจ้าจงอย่าได้พลาดโอกาสดีที่สวรรค์หยิบยื่นให้เช่นนี้”

 

หลี่จือกรอกตามองบน ภาพลักษณ์ของสือเสี่ยวไป๋ในความรู้สึกของเธอ นอกจากเจ้าจะเป็นเจ้าเด็กขี้แยขี้ขลาดแล้ว ยังพ่วงด้วยคำว่าเจ้าโง่อีกด้วย ปกติด้วยนิสัยของหลี่จือเวลาที่เจอเจ้าโง่แบบนี้มักจะด่าให้ไสหัวไป แต่เจ้าโง่ผู้นี้กลับเป็นผู้มีพลังจิตพิเศษหนึ่งในหมื่น เป็นความสามารถพิเศษที่ทุกองค์กรต่างแย่งชิงกันอย่างบ้าคลั่ง และเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เธอเป็นผู้ชนะในการเดิมพันครั้งนี้

 

แม่งเอ้ย โลกนี้มีความยุติธรรมอยู่หรือเปล่า ?

 

หลี่จือสบถอยู่ในใจ แสร้งทำไม่ได้ยินที่สือเสี่ยวไป๋พูด กล่าวแทรกแนะนำตัวเอง “อะแฮ่ม ฉันหลี่จือแห่งวังทักษิณ ส่วนข้างๆ นี้คือท่านอาจารย์อีเฉวียน พวกเรามาจาก [ ไกอา ] พวกเรา...”

 

“ช้าก่อน” สือเสี่ยวไป๋กล่าวอย่างตื่นเต้น “[ ไกอา ] ที่เจ้าพูดถึงนี้ หมายถึงเทพีแห่งพิภพไกอาใต้บัลลังก์ของข้าอย่างนั้นหรือ?”

 

“อะไรนะ แม้แต่ [ ไกอา ] เจ้าก็ไม่รู้จักอย่างนั้นเหรอ?” ปฏิกิริยาตกใจของหลี่จือรุนแรงกว่าสือเสี่ยวไป๋เสียอีก เธอกล่าวอย่างไม่อยากเชื่อ “บนดวงดาวแห่งนี้ยังมีคนไม่รู้จักชื่อเสียงของพวกเรา [ ไกอา ] ด้วยหรอ!หรือว่าเจ้าจะไม่ใช่คนบนโลกนี้จริงๆ ?”

 

สือเสี่ยวไป๋ยิ้มเย้ยขึ้นทันที “เหอะๆ สาวน้อยในที่สุดเจ้าก็ได้สัมผัสประตูแห่งสัจธรรมแล้ว”

 

เมื่อเห็นว่าหัวข้อสนทนาของสองคนนี้เลยเถิดไปไกล อีเฉวียนกระแอมไอพูดตัดว่า “[ ไกอา ] คือองค์กรฮีโร่ระดับโลก”

 

“องค์กรฮีโร่!” เมื่อได้ยินคำว่าฮีโร่นัยน์ตาของสือเสี่ยวไป๋ก็พลันสว่างวาบ แต่ทันใดนั้นก็ก้มหน้าลงแล้วจมเข้าสู่ห้วงความคิด พูดพึมพำกับตัวเอง “ถ้าเป็นองค์กรฮีโร่ เช่นนั้น [ ไกอา ] ก็คือคู่แข่งของข้า ไม่สิ บางทีอาจจะเป็นศัตรูตามโชคชะตา!”

 

หลี่จือได้ยินคำพูดนั้นพลันรู้สึกผิดหวังอย่างมาก ที่แท้เจ้าโง่นี่ก็ถูกองค์กรอื่นดึงตัวไปก่อนแล้ว คิดดูก็เป็นไปได้ เพราะถึงแม้จะเป็นเจ้าโง่คนหนึ่ง แต่อย่างไรเสียก็เป็นผู้มีพลังจิตพิเศษ คนที่คิดอยากจะแย่งตัวไปมีอยู่มากมาย

 

“ทีมฮีโร่เสี่ยวไป๋ของข้าแม้ว่าในตอนนี้จะมีสมาชิกเพียงสองคน แต่ไม่นานจะต้องตระหง่านบนโลกใบนี้ ถึงเวลานั้นหาก [ ไกอา ] กล้าขวางทางของข้าแล้วล่ะก็ อย่ามาตำหนิว่าข้าไร้ความปราณีก็แล้วกัน” สือเสี่ยวไป๋เงยหน้าขึ้น อย่างฮึกเหิม

 

ผ่านไปสองวินาทีหลี่จือจึงแสดงปฏิกิริยาออกมา ในความรู้สึกลึกๆ คิดว่าตัวเองเจอคนปัญญาอ่อน แต่สิ่งที่เห็นคือสือเสี่ยวไป๋ยังคงมีท่าทางจริงจัง เหมือนกับเวลาที่มีคนโยนก้อนหินเข้าใส่แล้วพูดว่ามันคือระเบิด เห็นอยู่ว่าโง่เขลาสิ้นดีแต่การแสดงออกบนใบหน้าของคนผู้นั้นกับดูเข้มขรึมจริงจังราวกับว่าก้อนหินนั้นคือระเบิดจริงๆ

 

ทันใดนั้นความอดทนอันน้อยนิดของหลี่จือก็หมดลง และระเบิดอารมณ์ออกมา เธอยื่นมือไปคว้าคอเสื้อสือเสี่ยวไป๋ แล้วกล่าวอย่างโมโห “ชั้นชวนนายมาเข้าร่วมกับ [ ไกอา ] นายจะไปไหม?”

 

สือเสี่ยวไป๋ตะลึงงั้น เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาชาญฉลาดคู่นั้นของหลี่จืออย่างเงียบๆ เป็นการสบตาที่ยาวนาน

 

หลี่จือพลันนึกถึงมุกตลกมอบจูบแรกเมื่อครู่นี้ขึ้นมา คำพูดล้อเล่นพวกนี้หลี่จือไม่มีทางคิดเป็นจริงแน่นอน ขนาดการเดิมพันเธอยังกล้าแสร้งไม่รู้ เช่นนั้นคงไม่ต้องพูดถึงมุกตลกที่แม้แต่คนในทีมสักคนยังไม่รู้จักนี้เลย แต่ตอนนี้ที่สบตากับนัยน์ตาสุกสว่างคู่นั้นของสือเสี่ยวไป๋ ในใจของเธอกลับรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา

 

ทันใดนั้น สือเสี่ยวไป๋เอ่ยถามเสียงเบา “เข้าร่วมกับ [ ไกอา ] แล้วจะได้เป็นฮีโร่ใช่ไหม?”

 

หลี่จือตะลึง คลายมือออก กล่าวตอบอย่างสุขุมว่า “ในทางทฤษฎีนั้นใช่ แม้ว่าเด็กใหม่จำเป็นจะต้องผ่านการฝึกฝนและทดสอบในช่วงหนึ่งก่อนจึงจะกลายเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของ [ ไกอา ] แต่สำหรับนายผู้มีพลังจิตพิเศษไม่น่าจะมีปัญหาใหญ่โตอะไร สำหรับสมาชิกอย่างเป็นทางการของ [ ไกอา ] จะต้องผ่าน ‘การทดสอบฮีโร่’ ในอัตราส่วน 90% ขึ้นไป หึ! ขอเพียงนายขยันสักหน่อย การเป็นฮีโร่ก็มีความเป็นไปได้สูงมาก”

 

หลี่จือเสริมอีกประโยคในใจว่า “เพียงแต่ฮีโร่นั้นมีการแบ่งขั้น คนโง่ทึ่มอย่างเจ้าอย่างมากที่สุดก็คงได้แค่ขั้น F อันดับท้ายๆ”

 

เมื่อสือเสี่ยวไป๋ได้ฟังก็นิ่งไป เพราะเขาไม่เข้าใจ แต่นี่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะในใจของสือเสี่ยวไป๋มีแผนของตัวเองอยู่แล้ว เขาจึงถามต่อว่า “หลังจากเข้าร่วมกับ [ ไกอา ] แล้ว ข้า...ข้าจะสามารถเอาชนะปิศาจตนนั้นได้หรือไม่ ?”

 

หลี่จือมองเห็นความปรารถนาแสนเจ็บปวดในดวงตาของสือเสี่ยวไป๋อย่างชัดเจน

 

“เจ้าโง่นี่เวลาไม่โง่ก็น่ารักนะเนี่ยะ”

 

ในใจหลี่จือคิดเช่นนี้ ใบหน้ากลับแสดงออกถึงความจนใจ เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มเย็นชา “ชิ! ก็แค่ปิศาจระดับ F ที่เป็นขยะจนไม่รู้จะขยะยังไง ให้ใครสักคนใน [ ไกอา ] มาเก็บกวาดง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย”

 

แม้ว่าจะดูโอ้อวดเกินไปเสียหน่อย แต่สำหรับหลี่จือแล้วซาฮัตตัน มันก็อ่อนแอจริงๆ ยิ่งอยู่ต่อหน้าอีเฉวียนแล้วยิ่งต้องหลบหลีกและหนีไปเท่านั้น

 

“ข้าคิดว่าคือความสิ้นหวังมาโดยตลอด ที่แท้กลับอ่อนแอมากขนาดนี้...อ่อนแอเสียจนน่าหมดหวังเฮ้อ...”

 

ในใจฉือเสี่ยวไป่คิดเช่นนี้ ก้มหน้าเงียบอยู่พักหนึ่งจึงกล่าวเสียงแผ่วเบา “ข้าจะเข้าร่วมกับ [ ไกอา ] ข้าต้องการเป็นฮีโร่”

 

เสียงพูดนั้นเบามาก คล้ายกับเสียงที่ออกจากทางจมูก

 

แววตาหลี่จือค่อยๆ อ่อนโยนขึ้นบ้าง แม้จะเป็นเจ้าโง่แต่ก็ยังเป็นแค่เด็กน้อยน่ะนะ ในฐานะพี่สาว ต่อไปต้องอ่อนโยนกับเขาให้มากเสียหน่อย

 

“อุวะฮะฮ่าฮ่า”

 

สือเสี่ยวไป๋พลันแหงนหน้าหัวเราะลั่น “สักวันหนึ่ง ข้าจะทำให้ [ ไกอา ] แห่งโลกใบนี้กลับมาอยู่ใต้บัลลังก์ของข้าเหมือนเดิมให้ได้ หัวเราะสิ ตื่นเต้นสิ สาวน้อย ราชาของเจ้ามาเยือนแล้ว !”

 

ในที่สุดหลี่จือก็ทนไม่ไหว ซัดกำปั้นลงบนศีรษะสือเสี่ยวไป๋อย่างแรงไปหนึ่งหมัด

 

“โอ๊ย!” สือเสี่ยวไป๋ร้องโอดครวญขึ้นทันที ถอยหลังไปหลายก้าวพลางตะโกนว่า “คิดไม่ถึงว่าเจ้าคิดจะทำลายมงกุฎล่องหนแห่งราชาของข้า สาวน้อย หรือว่าเจ้าเป็นศัตรูที่องค์กรมืดส่งตัวมา”

 

“ศัตรูบ้าอะไร เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ”

 

......

 

สนธยาค่อยๆ เลือนหาย ราตรีค่อยๆ คืบคลาน สือเสี่ยวไป๋ลูบศีรษะที่ปวดร้าว โดยมีหลี่จือยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ถัดออกไปไม่ไกล

 

“พี่ชาย ผมต้องกลับบ้านแล้ว” เด็กอ้วนกอดลูกฟุตบอลเอ่ยขึ้น

 

“พวกเราเองก็ต้องแยกย้ายแล้วเช่นกัน”อาจารย์อีเฉวียนกล่าวเตือนสติ

 

สือเสี่ยวไป๋พยักหน้า เดินไปยังเด็กอ้วนมองดูใบหน้ากลมที่เช็ดคราบน้ำตาจนแห้งแล้ว แต่น้ำมูกยังคงย้อยจากจมูกเช่นเดิม พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ชื่อ บอกชื่อของเจ้ากับข้า ราชามารน้อย !”

 

เด็กอ้วนใช้หลังมือปาดเช็ดน้ำมูก กล่าวเสียงเล็ก “จูจู[1] (ไผ่มุข)”

 

สือเสี่ยวไป๋จ้องมองเด็กอ้วนอย่างลึกซึ้งแล้วกล่าวเสียงเข้ม “จูจู(หมูน้อย) จำไว้ให้ดี เจ้าคือสมาชิกคนที่สองของทีมฮีโร่เสี่ยวไป๋ตลอดไป”

 

“อื้ม”

 

เด็กอ้วนพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น

 

[1] จูจู 朱竹 ชื่อของเด็กอ้วนแปลว่าไผ่มุข ซึ่งเสียงคล้องกับ 猪猪 ที่แปลว่าหมูน้อย

จบบทที่ บทที่ 7 สาวน้อย ราชาของเจ้ามาเยือนแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว