- หน้าแรก
- วิถีเซียน บำเพ็ญเพียรด้วยปืน สร้างราชวงศ์อมตะ
- บทที่ 26 คาถาทำลายนรก
บทที่ 26 คาถาทำลายนรก
บทที่ 26 คาถาทำลายนรก
บทที่ 26 คาถาทำลายนรก
เพียงแค่ประโยคเดียว ก็ทำเอาบัณฑิตตาภูตขนลุกซู่ไปทั้งตัว
มือที่ลูบอยู่บนหัวของเขา แม้จะดูอ่อนโยน แต่กลับทำให้เขารู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูก
แต่บัณฑิตตาภูตก็ยังพยายามข่มใจให้สงบ เงยหน้าขึ้นมา ตีหน้าประจบประแจง "ท่านผู้กล้าล้อเล่นแล้ว ข้าจะแอบส่งข่าวไปได้ยังไง?
กู่แม่ลูกนั่น มันใช้ได้แค่ยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายยังมีชีวิตอยู่จริงๆ เท่านั้น!"
เจิ้งชิงอันพยักหน้าช้าๆ แล้วพูดว่า "กู่แม่ลูก เป็นหนอนพิษกู่ชนิดหนึ่งที่ถ่ายทอดมาจากดินแดนตะวันตก เพราะมันมีคุณสมบัติ 'เชื่อมใจแม่ลูกในระยะพันลี้' มันเลยถูกเพาะพันธุ์ออกมาจำนวนมาก เพื่อใช้ในการส่งข่าวสาร
ตามปกติแล้ว กู่แม่ลูกมันก็ส่งได้แค่สัญญาณบางอย่างจริงๆ นั่นแหละ แต่พอใช้ไปนานๆ เข้า ก็มีคนอาศัยความถี่และทิศทางของการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ มาตั้งเป็นรหัสลับ เพื่อใช้ส่งข้อความง่ายๆ ได้
ต่อมา ถึงขั้นมีการใช้รหัสลับที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลา เพื่อให้บรรลุผลในการรักษาความลับ"
"ข้าเดาว่า เจ้ากับผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณก็คงมีรหัสลับเฉพาะตัวอยู่ชุดหนึ่ง และเวลาที่ใช้ ก็คงไม่ใช่ยามอู่สามเค่อ (11:45 น.) ด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว พวกโจรที่ยังรอดชีวิตอยู่ต่างก็บอกว่า เจ้ามักจะเข้าไปในห้องไหหมักเหล้านั่นในยามเว่ยหนึ่งเค่อ (13:15 น.) แถมยังไม่ได้ไปทุกวันด้วย"
พอพูดถึงตรงนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าของบัณฑิตตาภูตก็คงอยู่ต่อไปไม่ไหว เห็นได้ชัดว่า คนที่อยู่ตรงหน้าเขานี่มันเป็นผู้รู้จริง รู้ลึกรู้จริง!
ในตอนนี้เอง เจิ้งชิงอันก็ก้มหน้าลง มองบัณฑิตตาภูตจากมุมสูง "อันที่จริง เจ้ารู้ดีอยู่แก่ใจว่า พวกเราไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่
หรือต่อให้พวกเราปล่อยเจ้าไป แต่พอผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณกลับมา เจ้าก็ต้องตายอยู่ดี!"
"ดังนั้น เจ้าไม่เพียงแต่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ช่วยพวกเราขนย้ายข้าวของ แต่ยังอาศัยคำพูดและการสังเกต เพื่อล้วงเอาข้อมูลของพวกเราไปด้วย
กู่แม่ลูกมันส่งข้อมูลที่ซับซ้อนขนาดนั้นไม่ได้หรอก แต่หลังจากที่เจ้าประเมินดูแล้ว ก็ยังคงคิดว่าฝีมือของพวกเรายังห่างไกลจากผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณนัก"
"มีเพียงการถ่วงเวลาพวกเราไว้ รอให้ผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณกลับมา แล้วจับพวกเราทั้งหมดรวดเดียว เจ้าถึงจะถือว่าลบล้างความผิดได้
ไม่สิ ไม่ใช่แค่ลบล้างความผิด แต่ยังถือว่าสร้างคุณงามความดีครั้งใหญ่ จะต้องได้รับรางวัลอย่างงาม
ข้าพูด... ถูกหรือไม่?"
ในตอนนี้ บัณฑิตตาภูตอยากจะแก้ตัวใจจะขาด อยากจะปฏิเสธอย่างสุดกำลัง แต่พอสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของเจิ้งชิงอัน ปากของเขาก็กระตุก แต่กลับพูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ในตอนนี้ เจิ้งชิงอันกลับยิ้มออกมา เขากล่าวว่า "ถ้างั้นเจ้าลองคิดดูสิ ในเมื่อข้ารู้ทุกอย่างอยู่แล้ว ทำไมถึงต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นด้วย?
ทำไมถึงปล่อยให้เจ้าทำตามใจชอบ แถมยังปล่อยข้อมูลให้เจ้าไปตั้งเยอะ?"
คำพูดของเขาราวกับเสียงปีศาจ ทำให้บัณฑิตตาภูตอดไม่ได้ที่จะคิดตาม
ในชั่วขณะหนึ่ง เขาก็พลันเงยหน้าขึ้นมา ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "พวกเจ้า... พวกเจ้า... พวกเจ้าคิดจะซุ่มโจมตีผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณงั้นรึ?"
"พวกเจ้าบ้าไปแล้วรึเปล่า? นั่นมันผู้บำเพ็ญเพียรขั้นรวบรวมปราณความสมบูรณ์เชียวนะ ถ้าเขามียาเม็ดสร้างฐาน เขากล้าพอที่จะลองทะลวงด่านขั้นสร้างฐานเลยนะ!
เจ้ารู้มั้ยว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน? เขา... เขา... เขา..."
เจิ้งจิงหลุนรับช่วงต่อ หัวเราะฮ่าๆ "แล้วเจ้ารู้มั้ยว่า พวกเราแข็งแกร่งแค่ไหน?"
"นี่มัน..."
เจิ้งชิงอันเอ่ยปาก "แถมข่าวให้ข้อนึง สามวันก่อน ดอกการเวกวิหคทองสุกงอม ทำเอาสี่จอมโจรแห่งโจรยันต์มรณะต้องออกโรงล้อมโจมตี แถมยังมีผู้เฒ่าฝ่ายนอกของนิกายอุทกออัคคีไล่ฆ่าตามมาอีก
หลังจากการต่อสู้อันชุลมุนวุ่นวาย สี่จอมโจรแห่งโจรยันต์มรณะก็ร่วงไปสอง อีกาเพลิงอาภรณ์ขาวกับหลวงจีนละฆ่าถูกฟันขาดสองท่อน ส่วนนักดาบทองกับนางยันต์ก็บาดเจ็บหนีไป"
อันที่จริง เจิ้งชิงอันยังพูดไม่หมด เพราะที่นักดาบทองกับนางยันต์หนีไปได้ เป็นเพราะนายท่านใหญ่ของโจรยันต์มรณะเป็นคนลงมือเอง
ผู้เฒ่าซุนคนนั้นเสียเปรียบอย่างหนัก โดนนายท่านใหญ่ของโจรยันต์มรณะลอบโจมตีจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ข่าวนี้มันเล็ดลอดมาจากเมืองมังกรผงาด ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการกระจายข่าวสารที่ไม่มีใครเทียบได้ของราชวงศ์มหาหยง ข่าวนี้ไม่น่าจะเป็นเท็จ
แต่มันก็ไม่เกี่ยวกับบัณฑิตตาภูต เลยไม่จำเป็นต้องพูดให้ยืดยาว
แววตาของเจิ้งชิงอันไหววูบ เขากล่าวต่อ "แน่นอนว่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องสนใจ สิ่งที่เจ้าสนใจที่สุดก็คือผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณคนนั้น
เขาน่ะ หนีออกมาได้ แต่ก็บาดเจ็บอยู่บ้าง"
"ถ้าคำนวณจากฝีเท้า และความถี่ในการเคลื่อนไหวของกู่ลูกล่ะก็ เขาก็น่าจะใกล้ถึงเขาชิงเฟิงแล้ว!"
อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ก็ได้ สิ้นเสียงของเขายังไม่ทันขาดคำ ที่สุดขอบสายตา ก็มีลมชั่วร้ายม้วนตลบพัดโหมกระหน่ำเข้ามา
แม้จะอยู่ห่างไกล แต่ก็ยังได้ยินเสียงโหยหวนของภูตผี ชวนให้จิตใจสับสนวุ่นวาย
ในที่สุดเจิ้งชิงอันก็ยกมือออกจากหัวของบัณฑิตตาภูต แต่ยังไม่ทันที่บัณฑิตตาภูตจะได้ผ่อนคลาย มือของเจิ้งจิงหลุนก็กดลงบนหัวของมันแทน
เขาพูดเสียงเบา "พวกเราต้องขอบใจเจ้านะ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณที่บาดเจ็บอยู่ อาจจะไม่กล้ากลับมาก็ได้
หรืออาจจะรอบคอบกว่านี้ โดยการส่งคนมาสืบข่าวก่อน นั่นคงจะยุ่งยากน่าดู!"
"ดังนั้น ข้าตัดสินใจจะให้เจ้าได้ตายอย่างสบายๆ หน่อย!"
"เจ้าควรจะดีใจนะ ที่ได้ตายในมือข้า อย่างน้อยก็ไม่โดนมันเกี่ยววิญญาณไป ถือว่าปรานีเจ้าแล้ว"
พูดพลาง เจิ้งจิงหลุนก็กดฝ่ามือลงเบาๆ พลังอันรุนแรงสายหนึ่งก็ทะลวงเข้าไป กะโหลกศีรษะไม่เสียหายแม้แต่น้อย แต่สมองข้างในกลับถูกบดขยี้จนเละเป็นโจ๊กไปแล้ว
บัณฑิตตาภูตเบิกตากว้าง เลือดไหลทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ร่างกายก็ค่อยๆ ทรุดลงไปกองกับพื้น
และในตอนนั้นเอง ผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณก็ร่อนลงมาจากฟ้า มาหยุดยืนอยู่หน้าเจิ้งชิงอันในระยะร้อยจั้ง เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์
เขาสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลแล้ว แต่พอได้เผชิญหน้ากับสองพี่น้องตระกูลเจิ้งตรงๆ เขาก็กลับมามั่นใจอีกครั้ง
แค่ขั้นรวบรวมปราณช่วงกลางคนหนึ่ง กับจอมยุทธ์ขั้นกำเนิดอีกคน ไม่ควรค่าให้เขาต้องแตกตื่นอะไร
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ร่างไร้วิญญาณของบัณฑิตตาภูตชั่วครู่หนึ่ง ชายชราผู้แฝงแววอำมหิตผู้นี้ก็หันมามองเจิ้งชิงอัน แล้วถาม "พวกเรามีบุญคุณความแค้นต่อกัน?"
"ไม่มี"
"ถ้าอย่างนั้น ก็คือมีความบาดหมางกัน?"
"ก็ไม่เชิง!"
"สรุปคือ พวกเจ้าก็แค่ฉวยโอกาสตอนไฟไหม้เข้ามาปล้น?"
"จะว่าอย่างนั้นก็ได้!"
ผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณได้ยินดังนั้น ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความโมโห "เป็นข้าปล้นคนอื่นมาตั้งหลายปี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่โดนคนอื่นมาปล้น?"
เจิ้งชิงอันก็ยิ้มเช่นกัน "ใช่แล้ว! การเลือกปล้นโจรบำเพ็ญอย่างเจ้านี่แหละ ไม่เพียงแต่จะได้ของกลับไปเพียบ แต่ยังสบายใจสบายกายอีกด้วย เรื่องดีๆ แบบนี้ ทำไมจะไม่ทำล่ะ?"
"ก็กลัวว่า พวกเจ้าจะไม่มีปัญญาทำน่ะสิ!"
"เรื่องนั้น ก็คงต้องลองสู้กันดูก่อนถึงจะรู้!"
นี่ก็คือการพูดกันไม่ถูกคอแม้แต่ครึ่งประโยค ผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณสะบัดมือทีเดียว ก็มีไหดินเผาหลายสิบใบถูกโยนออกมา จากนั้นเขาก็ร่ายอาคมเสกคาถา พลันเห็นหัวกะโหลกทีละลูกๆ บินออกมาจากไหดินเผาเหล่านั้น
หัวกะโหลกเหล่านี้ห่อหุ้มไปด้วยไอผีอันชั่วร้าย พวกมันพุ่งกระโจนไปข้างหน้า ราวกับจะกัดกินสองพี่น้องเจิ้งชิงอันให้สิ้นซาก
ในตอนนี้ เจิ้งจิงหลุนก้าวเท้าออกไปข้างหน้า พลังปราณภายในขั้นกำเนิดทะลักออกจากร่าง ทั้งร่างของเขากลายเป็นรูปปั้นทองแดงคนเหล็ก รอบกายนอกกำแพงปราณสามฉื่อส่องสว่างเจิดจ้า ราวกับเป็นของจริง
เขากำหมัดแน่น ต่อยออกไปทั้งซ้ายขวา ท่ามกลางเสียงมังกรคำราม สาดซัดปราณหมัดรูปมังกรสองสายให้ทะยานขึ้นลง
ต้องบอกเลยว่า เจิ้งจิงหลุนน่ะกล้าบ้าบิ่นจริงๆ การฝึกฝนวิถียุทธ์จนมาถึงขอบเขตเช่นเขาได้ ก็นับว่าหาได้ยากยิ่ง
กะโหลกอาฆาตนั่น มันก็คือคาถาอาคมสายผีดีๆ นี่เอง แต่กลับถูกเขาใช้หมัดทุบจนแตกละเอียด
ชั่วพริบตา หัวกะโหลกหลายลูกก็แตกกระจายเกลื่อนพื้น แต่หัวกะโหลกพวกนี้มันก็เยอะเกินไปจริงๆ ลมชั่วร้ายม้วนตลบ หมายมั่นว่าจะกลืนกินเขาไปทั้งเป็น
แต่มีหรือที่เจิ้งชิงอันจะยืนดูอยู่เฉยๆ เขายกมือขึ้นหยิบยันต์อาคมออกมาปึกหนึ่ง อัดพลังเวทเข้าไป อักขระวิญญาณลุกเป็นไฟ แล้วก็โยนมันออกไป
พลันเห็น ยันต์อาคมเหล่านี้ลอยหมุนอยู่กลางอากาศ กลายเป็นแสงสีแดงหลายสายพุ่งผ่านไป ตกกระทบลงบนหัวกะโหลก เผาไหม้จนพวกมันต้องกระโดดโลดเต้น กรีดร้องโหยหวนไม่หยุด
แต่ไม่ว่าพวกมันจะดิ้นรนแค่ไหน ก็ยังไม่อาจหลุดพ้นจากจุดจบที่ต้องถูกเผาจนมอดไหม้ไปได้
ยันต์ปราบมาร ยันต์อาคมขั้นหนึ่งระดับกลาง แม้ว่าผลของมันจะค่อนข้างเฉพาะทางไปหน่อย คือใช้ได้ผลกับพวกภูตผีปีศาจเท่านั้น แต่ประสิทธิภาพของมันก็ไม่เลวเลย
เจิ้งชิงอันโยนมันออกไปทีละหลายสิบแผ่นแบบนี้ ก็ถือว่ารวยจริงอะไรจริง ราวกับเป็นการยิงปืนกล ทำลายกะโหลกผีไปได้กว่าครึ่ง
ในตอนนี้ สีหน้าของผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณดูย่ำแย่มาก แต่เขาก็รีบสะบัดมืออีกครั้ง เรียกหัวกะโหลกออกมาจากถุงเฉียนคุนอีกเป็นจำนวนมาก
จากนั้น สองมือของเขาก็ร่ายอาคมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตะโกนเสียงต่ำออกมาคำหนึ่ง
กะโหลกผีเหล่านี้ก็รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว กลายร่างเป็นหัวกะโหลกยักษ์สูงกว่าหนึ่งจั้ง ส่งเสียงร้อง "เจี๊ยกๆๆๆ" อย่างน่าขนลุก อ้าปากกว้างหมายจะกลืนเจิ้งจิงหลุนเข้าไปทั้งคำ
ส่วนเจิ้งชิงอันก็ใช้ทั้งสองมือซ้ายขวา ปายันต์ปราบมารปึกหนึ่ง กับยันต์สายฟ้าปึกหนึ่ง โยนใส่ร่างของเจิ้งจิงหลุน
ในตอนนี้ เจิ้งจิงหลุนกำหมัดราวกับค้อน ตะโกนลั่น ต่อยออกไปทั้งซ้ายขวา เสียงมังกรคำรามดังสนั่นราวกับของจริง
พลันเห็นหัวมังกรสีทองอร่ามที่กำลังโบยบิน ห้อมล้อมไปด้วยสายฟ้าและพลังปราบมาร ปะทะเข้ากับหัวกะโหลกยักษ์นั่นอย่างจัง
เพียงแค่การปะทะครั้งเดียว เจิ้งจิงหลุนก็กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ร่างกายปลิวกระเด็นถอยหลังไป
แต่หัวกะโหลกยักษ์นั่น ก็ถูกการโจมตีครั้งนี้อัดจนแตกสลายไปโดยสิ้นเชิงเช่นกัน!
สายฟ้าพันธนาการ แสงสีแดงแผดเผา กะโหลกผีจำนวนมากกรีดร้องโหยหวน บินว่อนไปมาอย่างสับสน
และนั่น ก็เผยให้เห็นร่างของชายชราผู้แฝงแววอำมหิต ผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณ ที่อยู่ด้านหลัง
ก็คือตอนนี้นี่แหละ!
ในตอนนี้ เจิ้งชิงอันที่ยืนอยู่นอกระยะโจมตีของผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณมาโดยตลอด ก็ก้าวพรวดไปข้างหน้า
ในมือของเขา ปรากฏปืนอัสนีพันก้าวร่วงขนนกขึ้นมาหนึ่งกระบอก บนลำกล้องปืนที่ดำสนิท พลันปรากฏอักขระวิญญาณอันซับซ้อนสว่างวาบขึ้นมา
ส่วนกระสุน ก็ถูกหยิบออกมาจากถุงน้ำที่ห้อยอยู่ที่เอว ในนั้น มีกระสุนกว่าสิบลูกแช่อยู่ในน้ำยันต์ชนิดพิเศษ
แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก
กระสุนถูกบรรจุเข้ารังเพลิง เจิ้งชิงอันมีสมาธิอย่างสูงสุด จิตเทวะพัวพัน ทะลุผ่านม่านไอผี สายฟ้า และแสงสีแดงที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว สบตากับชายชราผู้อำมหิตคนนั้น
จากนั้น เขาก็เหนี่ยวไกโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย!
ปัง!
ในนัดนี้ เจิ้งชิงอันจงใจไม่เปิดใช้งานค่ายกลเก็บเสียง เสียงปืนดังก้องสะท้อนไปมา ราวกับยังได้ยินเสียงคนนับไม่ถ้วนกำลังสวดคาถาประสานเสียงกัน
'ท่ามกลางเมืองอเวจีนรกอันกว้างใหญ่ ขุนเขาเหล็กหนักหนาซ้อนทับกัน แสงสว่างอันไร้ขอบเขตแห่งรัตนตรัย ส่องสว่างความทุกข์ทนในบึงไฟ
ดวงวิญญาณผู้รับโทษในเก้าขุมนรก ร่างกายจงคล้อยตามธงเมฆาหอม บุปผาบัวเขียวแห่งสมาธิและปัญญา จงบังเกิดบนสวรรค์อันสุขสงบชั่วนิรันดร์!'
นี่คือคาถาทำลายนรก!
พูดตามตรง อย่าเห็นว่าผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณดูกร่างนักหนา พวกภูตผีปีศาจมันก็มีจุดเด่นหลายอย่างก็จริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเต๋า หรือฝ่ายพุทธ ต่างก็มีวิชาที่ใช้รับมือโดยเฉพาะอยู่มากมาย
และคาถาทำลายนรกนี้ ก็คือคาถาที่ใช้ในการโปรดวิญญาณที่ล่วงลับ สามารถคลายความทุกข์ทรมานในนรกได้ สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรสายผีแล้ว มันยิ่งกว่าถูกโรคถูกยากว่ายันต์ปราบมารเสียอีก!
แน่นอนว่า เจิ้งชิงอันไม่มีทางร่ายคาถานี้ได้ แต่เขามียันต์ทำลายนรกนี่!
ยันต์อาคมขั้นหนึ่งระดับสูงประเภทนี้ ราคาของมันแพงลิบลิ่ว แถมยังเหมือนกับยันต์ตัวแทน คือมีราคาสูงแต่ไม่มีของในตลาด
นี่เป็นยันต์ที่เจิ้งชิงอันตั้งใจไปซื้อมาจากร้านยันต์ของนิกายก่อนที่จะออกเดินทาง ก็เพื่อเอามาใช้จัดการกับผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณโดยเฉพาะ
ที่น่าพูดถึงก็คือ นี่มันเป็นยันต์อาคมประเภทเสริมพลัง ไม่สามารถใช้โจมตีโดยตรงได้ ต้องแปะมันลงบนอาวุธ ถึงจะแสดงผลได้
ส่วนความคิดของเจิ้งชิงอันก็ง่ายมาก กระสุนมันก็เป็นอาวุธไม่ใช่รึไง?
ดังนั้น เขาเลยเอายันต์ทำลายนรกมาละลายในน้ำ แล้วก็เอากระสุนจำนวนไม่น้อยไปแช่มันไว้ และวางแผนการทั้งหมดนี้อย่างรัดกุม
ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็เพื่อการโจมตีในครั้งนี้นี่เอง!
ในตอนนี้ แม้แต่เจิ้งจิงหลุนที่ล้มกลิ้งอยู่กับพื้น ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมามองอย่างคาดหวัง
ในตอนนี้ ผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามแห่งความตายอันใหญ่หลวง ราวกับว่ายมทูตขาวดำได้เอาโซ่ตรวนมาคล้องคอเขาไว้แล้ว
เขาอยากจะร่ายเวท แต่ความเร็วของกระสุนมันจะเร็วอะไรขนาดนี้ เร็วซะจนเขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรได้ทันเลย!
และในตอนนั้นเอง ที่หน้าอกของเขา ใต้ร่มผ้าแพรสีดำ สร้อยคอหัวกะโหลกที่ห้อยอยู่ก็ส่องแสงสีแดงวาบขึ้นมา
หัวกะโหลกนี้มีขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือเท่านั้น ทั้งหัวขาวสะอาดราวกับหยก ราวกับเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
แต่ในความเป็นจริง นี่คือศาสตราอาคมที่ผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณต้องทุ่มเทความพยายามอย่างแสนสาหัส ค้นหาศพของผู้บำเพ็ญเพียรผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสร้างฐาน ใช้วิธีการที่ซับซ้อนนับไม่ถ้วน ถึงจะปรุงมันขึ้นมาได้
นับตั้งแต่วันที่มันสำเร็จ ผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณก็ไม่เคยถอดมันออกจากตัวอีกเลย แม้แต่ตอนอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เช่นกัน
ในตอนนี้ เมื่อมันสัมผัสได้ถึงอันตราย ดวงตาทั้งสองข้างของมันก็สว่างวาบเป็นสีแดง หัวกะโหลกสีแดงที่ห้อมล้อมไปด้วยไอผีก็ปรากฏขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปกป้องผู้เฒ่าเกี่ยววิญญาณไว้อย่างแน่นหนา
ท่ามกลางความว่างเปล่า พลันเห็นคาถาทำลายนรกที่กระสุนนำพามา ปะทะเข้ากับหัวกะโหลกสีแดงนั่น
ติ๊ง!
เสียงใสๆ ดังขึ้น พลังทั้งสองสายปะทะกันอย่างดุเดือด ราวกับยื้อกันอยู่นานแสนนาน
จนกระทั่งพลังทั้งสองสลายไป กระสุนตกลงสู่พื้น แต่หัวกะโหลกสีแดงนั่นก็ปรากฏรอยร้าวขึ้นนับไม่ถ้วน 'ปัง' เสียงดังลั่น มันระเบิดแตกละเอียด