- หน้าแรก
- ช่วยด้วย นางเอกทุกคน ตาสว่าง แล้วหันมาคลั่งรักผม
- บทที่ 120 บุตรแห่งโชคชะตา เจ้าก็มีวันนี้ด้วยรึ?
บทที่ 120 บุตรแห่งโชคชะตา เจ้าก็มีวันนี้ด้วยรึ?
บทที่ 120 บุตรแห่งโชคชะตา เจ้าก็มีวันนี้ด้วยรึ?
บทที่ 120 บุตรแห่งโชคชะตา เจ้าก็มีวันนี้ด้วยรึ?
◉◉◉◉◉
"หยวนป้า!!!"
หั่วหลิงเอ๋อร์ที่กำลังต่อสู้กับสือฝาน เมื่อเห็นน้องชายของตนได้รับบาดเจ็บ พลันจิตใจก็สับสนวุ่นวาย
โอกาสดี
เมื่อเห็นภาพนี้ ในดวงตาของสือฝานก็พลันสาดประกายเจิดจ้า
เรียบร้อย
ขอเพียงแค่สืออี้สังหารหั่วหยวนป้าได้สำเร็จ สองบุรุษใหญ่รุมผู้หญิงคนเดียว หรือว่าจะยังสู้ไม่ได้อีก?
"เจ้าแข็งแกร่งมาก น่าเสียดายที่เจ้าเลือกคู่ต่อสู้ผิดคน"
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้ว สืออี้ก็ก้มมองหั่วหยวนป้าที่บาดเจ็บสาหัสอยู่บนพื้น มุมปากยกยิ้ม
ราวกับนกยูงที่หยิ่งผยอง ก้มมองเหยื่อที่หมอบราบอยู่แทบเท้า
ครืนนน!
ในชั่วขณะนั้น พลังโลหิตบนร่างของหั่วหยวนป้ากลับเดือดพล่านลุกไหม้ขึ้นอีกครั้ง แถมยังมีร่างเงาของสัตว์ร้ายที่ราวกับหลุดออกมาจากยุคบรรพกาล กำลังคำรามก้องฟ้า
นั่นคือสัตว์ร้ายที่มีรูปร่างคล้ายนกอินทรี แต่กลับมีขนาดใหญ่กว่านกอินทรีไม่รู้กี่เท่า
ขนทั่วทั้งร่างเป็นสีทอง ส่องประกายเย็นเยียบที่เจิดจ้าและคมกริบอย่างหาที่เปรียบมิได้ ราวกับว่าแค่ดึงออกมาเพียงเส้นเดียว ก็สามารถทะลวงโลกได้แล้ว
มันกรีดร้องเสียงแหลม เสียงดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้า
ขณะเดียวกัน พลังที่บ้าคลั่งถึงขีดสุดก็ระเบิดออกมาจากร่างของมัน ทำให้มิติทั้งผืนถึงกับหยุดนิ่ง
"นี่... นี่มัน"
สืออี้ตกตะลึง ร่างเงานี้มันช่างสมจริงเหลือเกิน ทำให้เขารู้สึกกดดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้แต่หายใจก็ยังลำบาก
ในขณะเดียวกัน บาดแผลบนร่างของหั่วหยวนป้าก็กำลังสมานตัวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่าน
"โฮก!"
หั่วหยวนป้าคำรามลั่น ร่างราวกับดาวตก พุ่งเข้าปะทะอย่างแรง รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด จนคนมองตามไม่ทัน
ปัง!!!
ค้อนยักษ์พันชั่งฟาดฟันออกไป ฉีกกระชากท้องฟ้า
กระแทกเข้าที่หน้าอกของสืออี้โดยตรง
แคร็ก!
เสียงกระดูกหักดังขึ้นมา
สืออี้ถูกซัดจนกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบเมตร
กระอักเลือดออกมาเต็มปาก ใบหน้าซีดเผือด
"แย่แล้ว ร่างในชาติก่อนของเจ้าเด็กนี่ถูกปลุกออกมาแล้ว"
ในแหวน เสียงตกตะลึงของเทียนจุนร้อยอสูรดังขึ้น ในวันที่เห็นหั่วหยวนป้าครั้งแรกในการประลองชุมนุมยอดฝีมือ เขาก็รู้สึกว่ากลิ่นอายของเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาแล้ว
คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเกี่ยวข้องกับสัตว์เทวะตนหนึ่งในยุคบรรพกาล
แต่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า ตัวตนของอีกฝ่ายจะเป็นถึงนกการเวกปีกทอง
นี่คือสัตว์อัศจรรย์ที่อาศัยอยู่ในยุคบรรพกาล
ในตำนานเล่าว่า มันกินมังกรเป็นอาหาร พละกำลังมหาศาล
ในชั่วขณะที่ใกล้ตายเมื่อครู่ กลับปลุกร่างในชาติก่อนของนกการเวกปีกทองที่กลับชาติมาเกิดผู้นี้ขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ
"ไม่มีใครหน้าไหนทำร้ายพี่หญิงข้าได้!!!"
ร่างเงานกการเวกปีกทองวนเวียนอยู่รอบกาย ดวงตาทั้งคู่ของหั่วหยวนป้าแดงก่ำ พลังกดดันอันยิ่งใหญ่แผ่ไปทั่วทุกทิศ ที่ใดที่มันพาดผ่าน สรรพสิ่งล้วนดับสูญ
แผ่นดินแตกสลาย ต้นไม้หักโค่น ห้วงมิติแตกสลาย เผยให้เห็นรอยแยกนับไม่ถ้วน
"กายาบรรลุปราชญ์!"
สืออี้สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย หั่วหยวนป้าหลังจากที่ปลุกร่างในชาติก่อนขึ้นมาได้ พลังฝีมือก็เหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
หากหยางซิวมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ คาดว่าคงจะได้หัวเราะเยาะอย่างสะใจ
ตะโกนลั่นว่า บุตรแห่งโชคชะตา เจ้าก็มีวันนี้ด้วยรึ
ถูกต้อง ภาพที่เกิดขึ้นในนครหยกขาวตอนนี้
ในชาติที่แล้ว ก็เคยเกิดขึ้นกับหยางซิวเช่นกัน
ในตอนนั้น หั่วหลิงเอ๋อร์กับสือฝานรักกันดูดดื่ม
ดังนั้น หั่วหยวนป้าจึงถูกบุตรแห่งโชคชะตาผู้นี้ชักชวนมาเป็นพวก กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกรุ่นบุกเบิกที่สำคัญ
ในภายภาคหน้า เมื่อสือฝานสืบทอดตำแหน่งต่อจากราชาเฒ่า กลายเป็นราชาแห่งมนุษย์แคว้นหั่วคนใหม่
อีกฝ่ายก็คือขุนพลอันดับหนึ่งใต้บัญชาของเขา
ในการต่อสู้ครั้งหนึ่ง หยางซิวสามารถจัดการน้องเมียของบุตรแห่งโชคชะตาผู้นี้จนปางตายได้อย่างง่ายดาย ผลลัพธ์คือคาดไม่ถึงเลย
ในชั่วขณะแห่งวิกฤต อีกฝ่ายกลับโกงซึ่งๆ หน้า นกการเวกปีกทองเข้าสิง กายาบรรลุปราชญ์ กฎเกณฑ์นับหมื่นไม่อาจเข้าใกล้กาย ใช้พลังเดียวทะลวงหมื่นวิชา
เล่นงานหยางซิวที่ตอนนั้นเป็นถึงจอมมารคนหนึ่งจนอ่วมอรทัย
และในตอนนี้ หลังจากที่ตัวร้ายอย่างเขาเลือกที่จะนอนราบ
ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตของหั่วหยวนป้าที่ต้องไปติดตามสือฝาน
ยังทำให้ทั้งสองกลายเป็นศัตรูกัน ไม่เผาผีกันอีกด้วย
หากหยางซิวมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ คาดว่าคงได้หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งไปแล้ว
ส่วนในใจของสือฝานกับสืออี้ ก็คงจะขมขื่นอย่างที่สุด
แค่หั่วหลิงเอ๋อร์ที่มีกายามังกรแท้จริงคนเดียวก็รับมือยากขนาดนี้แล้ว นี่ยังต้องบวกหั่วหยวนป้าที่กลับชาติมาเกิดเป็นนกการเวกปีกทองเข้าไปอีก
สองพ่อลูกสบตากัน
โดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งสองก็เลือกที่จะหนีไปในทันที
หั่วหลิงเอ๋อร์ก็ไม่ได้เลือกที่จะไล่ตาม ตอนนี้นางสรุปเป็นกฎเกณฑ์ได้แล้ว
สือฝานคนนี้ แม้ว่าจะไร้ประโยชน์สิ้นดี พรสวรรค์ก็ไม่มี หน้าตาก็ไม่มี จิตใจก็ไม่มี แต่กลับมีวาสนาหนุนนำอย่างน่าประหลาด
ตลอดทางที่ผ่านมา วาสนาเล็กใหญ่นับไม่ถ้วน ราวกับรีบวิ่งมาป้อนถึงปาก
แถมทุกครั้งที่ใกล้ตาย ก็สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้ตลอด
ดังนั้น นางก็เลยคิดได้ ไม่ฆ่าสือฝานก็ไม่ฆ่า ตราบใดที่นางไม่ฆ่าสือฝาน มันก็ไม่สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในตอนใกล้ตายได้
และนางก็จะชิงวาสนาทั้งหมดของอีกฝ่ายมาล่วงหน้า
แปดร้อยลี้ห่างออกไป
เมื่อเห็นหั่วหลิงเอ๋อร์กำลังดูดซับแก่นอสูรมังกรอุทกบรรพกาลอยู่ไกลๆ หน้าของสือฝานก็พลันเขียวปี๋
นั่นมันแก่นอสูรมังกรอุทกของข้า!!!
"บัดซบ นังแพศยานี่มันเหมือนพลาสเตอร์หนังหมาจริงๆ สลัดยังไงก็ไม่หลุด"
สือฝานกำหมัดแน่น เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปน
ตั้งแต่ลานเต๋าหมื่นมังกร มาจนถึงแก่นอสูรมังกรอุทกในตอนนี้
นังแพศยานี่มันเห็นข้าเป็นต้นหอมรึไง? นึกอยากจะมาตัดก็มาตัด
ที่แย่คือเขายังต้านทานไม่ได้
"ช่างเถอะ แก่นอสูรมังกรอุทกถึงจะหายาก แต่เมื่อเทียบกับวาสนาอื่นๆ ในนครหยกขาวแล้ว ก็ไม่นับว่ามีค่าอะไร"
"ข้าผู้เฒ่ายังรู้อีกที่หนึ่ง"
การเปลี่ยนแปลงที่กะทันหันนี้ แม้แต่เทียนจุนร้อยอสูรก็ยังคาดไม่ถึง
เขารู้วิธีเรียกใช้อาคมต้องห้ามของเซียนในโบราณสถานแห่งนี้จริงๆ แต่ต้องไปถึงใจกลางของพื้นที่ก่อน ถึงจะลงมือได้
"อดทนหน่อยเถอะ"
เทียนจุนร้อยอสูรรีบปลอบสือฝานที่ใกล้จะสติแตกเต็มที
ในไม่ช้า ภายใต้การนำทางของเทียนจุนร้อยอสูร สือฝานกับสืออี้ทั้งสอง ก็ได้เดินทางมาถึงหน้ายอดเขาที่สูงตระหง่านราวกับกระบี่เทวะอีกครั้ง
"ศิษย์รัก เจ้าคิดว่าเขาลูกนี้เหมือนอะไรอีก?"
"เหมือนกระบี่เล่มหนึ่ง!"
สือฝานเงยหน้าขึ้น ดวงตาทั้งคู่เป็นประกาย
"ถูกต้อง"
เทียนจุนร้อยอสูรยิ้มที่มุมปาก
"นี่คือหนึ่งในสิบสุดยอดกระบี่มารบรรพกาล กระบี่เฝินจี้ที่แปลงกายมา ในนั้นมีเคล็ดวิชากระบี่ขั้นสุดยอดซ่อนอยู่"
สิบสุดยอดกระบี่มาร!!!
สือฝานเบิกตากว้างอีกครั้ง เขาเองก็เป็นผู้ฝึกกระบี่ หากสามารถได้รับกระบี่เฝินจี้ที่ถูกผนึกไว้ที่นี่ และได้รับเคล็ดวิชากระบี่ขั้นสุดยอดที่อยู่ในนี้
พลังต่อสู้จะต้องพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน
ข้าคือผู้ที่สวรรค์เมตตาอย่างแท้จริง!!!
ขอเพียงแค่ได้รับเคล็ดวิชากระบี่ขั้นสุดยอดที่อยู่ตรงหน้านี้ได้สำเร็จ ข้าก็ไม่ต้องกลัวการคุกคามของหั่วหลิงเอ๋อร์กับซูชิงเฉิงอีกต่อไป
เมื่อนึกถึงแก่นอสูรมังกรอุทกที่เพิ่งถูกแย่งชิงไป
สือฝานก็กำหมัดแน่น ในแววตามีจิตสังหารเดือดพล่าน
"สามสิบปีฟากตะวันออก สามสิบปี..."
เดี๋ยวก่อน
พูดไปได้ครึ่งหนึ่ง
สือฝานก็รีบหันขวับไปมองด้านหลัง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา เขาถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
"กระบี่เฝินจี้ ข้ามาแล้ว!"
ในขณะที่สือฝานก้าวเท้าเข้าไป ก็ราวกับไปกระตุ้นกลไกอะไรบางอย่าง
ยอดเขาทั้งลูกก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
พื้นดินแตกออก รอยแยกนับไม่ถ้วนราวกับใยแมงมุมแผ่ขยายออกไป
ปัง! พื้นดินระเบิดออกโดยสิ้นเชิง
ร่างหลายสายพุ่งออกมา กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ระเบิดออกในทันที
นี่มัน...
สือฝานหรี่ตาทั้งสองข้าง ในตอนนี้ ที่อยู่ตรงหน้าเขา คือร่างที่ห่อหุ้มอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำหลายสาย ในมือของแต่ละร่างล้วนกุมกระบี่เสมือนจริงที่ส่องสว่างอยู่
"ร่างเหล่านี้ล้วนเกิดจากพลังกระบี่"
สืออี้เปิดใช้นัยน์ตาซ้อนในทันที มองทะลุทะลวงทุกสิ่ง
แยกแยะความจริงเท็จของร่างเหล่านี้ได้ในทันที
และเข้าใจในทันทีว่า นี่คือด่านทดสอบบนเขา
กระบี่ หากต้องการได้กระบี่มาร ก็ต้องเอาชนะร่างที่เกิดจากการรวมตัวของพลังกระบี่เหล่านี้ให้ได้ก่อน
เรียกสั้นๆ ว่า คนกระบี่
◉◉◉◉◉
[จบแล้ว]