- หน้าแรก
- เพลย์ลิสต์รักฉบับซูเปอร์สตาร์
- บทที่ 156 - โทรศัพท์จากคุณแม่ สู่ความเข้าใจผิด
บทที่ 156 - โทรศัพท์จากคุณแม่ สู่ความเข้าใจผิด
บทที่ 156 - โทรศัพท์จากคุณแม่ สู่ความเข้าใจผิด
บทที่ 156 - โทรศัพท์จากคุณแม่ สู่ความเข้าใจผิด
สองทุ่ม ณ ห้องอาหารหนึ่งศูนย์หนึ่ง โรงแรมห้าดาวข้างๆ
ห้องนี้ค่อนข้างใหญ่ สามารถจุคนได้ราวสามสิบถึงสี่สิบคน
ฉินฉางอันเรียกเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าจากแผนกแต่งทำนองมากันครบทุกคน ส่วนแผนกอื่นก็เชิญผู้บริหารมาด้วยหลายคน
เช่นหัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์และหัวหน้าแผนกศิลปิน
บวกกับเฟิงหยาง เซียงเซียง เจียงเสวี่ยจากแผนกศิลปิน และอันหลานพร้อมด้วยผู้ช่วยและผู้จัดการส่วนตัวของเธอ
ในห้องอาหาร ทั้งอาหารเลิศรสและสุราชั้นดีต่างถูกทยอยนำมาเสิร์ฟ
หัวหน้าหวงเกรงว่าฉินฉางอันอาจจะรับมือกับวงเหล้าไม่ค่อยเก่ง จึงเป็นตัวแทนเขายกแก้วให้ผู้บริหารหลายๆ คน “ผมขอในนามฉางอันของผม ดื่มให้พวกคุณหนึ่งแก้ว ช่วงที่ไต่อันดับ ต้องขอบคุณพวกคุณมากจริงๆ โดยเฉพาะนายเหล่าจาง นายต้องดื่มหลายๆ แก้วหน่อยนะ”
หัวหน้าจางแห่งแผนกประชาสัมพันธ์ลุกขึ้นหัวเราะลั่น “ฮ่าฮ่า… เหล่าหวง นายเกรงใจไปแล้ว เพลง ‘เส้นทางคนธรรมดา’ ได้แชมป์ พวกเราก็ดีใจจากใจจริงเหมือนกัน มา ทุกคนยกแก้วขึ้น เพื่อฉางอันของเรา”
“ฉันขอแก้หน่อยนะ ฉางอันของฉันต่างหาก” หัวหน้าหวงดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
“ดูนายสิ ทำเหมือนฉางอันเป็นลูกรักเลยนะ” เหล่าจางแซว “อิจฉานายจริงๆ เลย ถ้าแผนกฉันมีลูกรักอย่างฉางอันสักคนนะ ฉันคงต้องประคบประหงมเหมือนไข่ในหินเลยล่ะ”
ไม่รู้ทำไม เหล่าจางถึงนึกย้อนไปถึงเรื่องที่เหล่าหวงเคยมาขอร้องเขาในอดีต ตอนนั้นผลงานของทั้งสองแผนกเรียกได้ว่ารั้งท้ายตาราง
เหล่าหวงถึงกับต้องมาขอร้องให้เขาแบ่งผลงานเล็กๆ น้อยๆ ให้กับแผนกแต่งทำนองบ้าง
แต่เพียงแค่เดือนครึ่งผ่านไป แผนกแต่งทำนองก็พลิกโฉมกลายเป็นแผนกที่มีผลงานอันดับหนึ่งของบริษัท ส่วนผลงานของแผนกประชาสัมพันธ์ก็ติดหนึ่งในสามอันดับแรกของทุกแผนก
การที่ผลงานดีขึ้นนี่เอง ถึงทำให้พวกเขามีโอกาสมานั่งกินดื่มกันอย่างสบายใจได้ ไม่เช่นนั้นคงไม่มีอารมณ์มาสังสรรค์กันหรอก ต้องคอยหาทางปรับปรุงผลงาน ไม่อย่างนั้นโบนัสปลายปีก็คงไม่ได้
ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับเด็กที่ชื่อฉางอัน
“ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด~” ในระหว่างงานเลี้ยง โทรศัพท์ของซ่งอันหลานก็ดังขึ้นมา เธอรีบกดตัดสายทิ้ง
หลังจากนั้นไม่กี่นาที เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง
ผู้ช่วยเดินเข้ามาอย่างรู้งาน “คุณซ่งคะ บางทีอาจจะมีเรื่องด่วนจากบริษัท ให้ฉันรับสายแทนไหมคะ”
ซ่งอันหลานคิดในใจว่าหัวหน้าก็อยู่ที่นี่กันหมดแล้ว บริษัทจะมีเรื่องอะไรอีก
แต่พอเห็นว่าชื่อที่แสดงคือ “ฮองเฮา” ซ่งอันหลานก็ลุกขึ้นออกไปรับโทรศัพท์ “ขอโทษนะคะอาจารย์ฉิน หัวหน้า ฉันขอออกไปรับโทรศัพท์ก่อน”
ต้องบอกว่าซ่งอันหลานนั้นมีมารยาทมากจริงๆ ปกติเวลาอยู่กันส่วนตัวเธอกับฉินฉางอันจะชอบต่อปากต่อคำกัน แต่ในงานเลี้ยงฉลองนี้ เธอกลับให้เกียรติเขาอย่างเต็มที่ ถึงกับยอมเรียกเขาว่าอาจารย์ฉิน
นี่เป็นครั้งเดียวที่ซ่งอันหลานเรียกฉินฉางอันว่าอาจารย์
หลังจากเดินออกจากห้องมายืนอยู่ที่โถงทางเดิน ซ่งอันหลานก็รับสาย “แม่คะ โทรมาดึกขนาดนี้ ที่บ้านมีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ”
“ไม่มีอะไรหรอก แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งน่ะ” น้ำเสียงของแม่ซ่งฟังดูแปลกๆ เหมือนกับว่ากำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ “เรื่องคู่ดูตัวของลูกครั้งที่แล้วน่ะ แม่รู้ว่าครั้งนั้นเขาเสียมารยาทไปหน่อย แต่เรื่องมันก็มีเล็กมีใหญ่ใช่ไหมล่ะ เรื่องนี้ลูกน่าจะเข้าใจนะ นี่ไง คืนนี้เขาบอกว่าอยากจะเลี้ยงข้าวเย็นลูกสักมื้อเพื่อเป็นการไถ่โทษ ก็เลยฝากแม่มาถามลูกดูว่าพอจะมีเวลารึเปล่า”
หลังจากฟังแม่พูดจบ ซ่งอันหลานก็ทำหน้าแปลกๆ เธอมองเข้าไปในห้องเห็นฉินฉางอัน แล้วตอบกลับไปว่า “หนูก็กำลังกินข้าวอยู่กับเขาแล้วนี่คะ”
“อย่างนั้นเหรอ” แม่ซ่งประหลาดใจระคนดีใจเล็กน้อย “งั้นแม่ไม่กวนแล้ว พวกหนูคุยกันไปก่อนนะ แม่วางแล้ว”
“ตู้ด ตู้ด ตู้ด~”
เสียงสัญญาณโทรศัพท์ที่ถูกตัดไป ซ่งอันหลานไม่ได้สนใจ แต่เธอกลับจ้องเขม็งไปที่ฉินฉางอันในห้อง
ที่แท้ที่ชวนคนอื่นมาก็เพื่อฉลอง แต่ที่ชวนตัวเองมากลับเป็นแค่การไถ่โทษเรื่องที่เสียมารยาทครั้งก่อนงั้นเหรอ
แค่คำขอโทษคำเดียวมันไม่ดีกว่าการไถ่โทษอะไรนี่รึไง…
น่าโมโหชะมัด เจ้าหมูตอนนี่
(จบแล้ว)