เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 อัปเกรดที่กำบัง

บทที่ 3 อัปเกรดที่กำบัง

บทที่ 3 อัปเกรดที่กำบัง


บทที่ 3 อัปเกรดที่กำบัง

ตอนที่ฉินเจินกลับมาถึงที่กำบังก็เป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว ท้องฟ้ามืดสนิทไปหมด

ฉินเจินใช้หญ้าหางแมว 2 ต้น ไม้ 1 ท่อน และไฟแช็กก่อกองไฟขึ้นมาก่อน กระท่อมฟางก็สว่างวาบขึ้นมาทันที

จากนั้น เธอก็ใช้หญ้าหางแมว 30 ต้น และไม้ 10 ท่อน ใช้เวลาสิบนาที อัปเกรดกระท่อมฟางโทรมๆ ให้กลายเป็นกระท่อมฟางที่แข็งแรง

หลังจากอัปเกรดแล้วมันก็แตกต่างไปจริงๆ ถึงจะยังเป็นกระท่อมฟาง แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ผุพังแล้ว

[ยินดีด้วย ผู้เล่นฉีเย่เจินเจิน อัปเกรดที่กำบังเป็นเลเวล 2 ได้รับค่าประสบการณ์ 20 แต้ม]

ฉินเจินตรวจสอบสิ่งที่จำเป็นสำหรับการอัปเกรดกระท่อมฟางในขั้นต่อไป

[บ้านไม้: เลเวล 3 (สามารถป้องกันการโจมตีจากมอนสเตอร์ทั่วไปได้) วัสดุที่ใช้ในการอัปเกรด: ไม้ 80, หิน 30]

มอนสเตอร์ทั่วไป? หมายความว่ามอนสเตอร์จะโจมตีผู้เล่นด้วยเหรอ? แม้ว่าฉินเจินจะคาดเดาไว้แล้วว่าโลกนี้คงจะอันตรายมาก แต่ในตอนนี้เธอก็ยังรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาเล็กน้อย

โครก...

ท้องของฉินเจินเริ่มร้องประท้วงด้วยความหิว เธอต้องรีบหาอะไรกิน วันนี้ทั้งวันเธอกินไปแค่ขนมปังหนึ่งห่อกับแอปเปิ้ลหนึ่งผลเท่านั้น

ฉินเจินหยิบขวานมาผ่ามะพร้าว หลังจากซดน้ำและกินเนื้อจนหมดอย่างรวดเร็ว เธอก็ใช้มีดผลไม้เจาะรูเล็กๆ สองรูที่ด้านข้างของกะลามะพร้าว

เธอเอาเถาวัลย์ที่เหลืออยู่มาร้อยเข้ากับกะลามะพร้าว จากนั้นก็เทน้ำแร่ครึ่งขวดลงไป แล้วจับเถาวัลย์เพื่อนำกะลามะพร้าวไปอังไฟ

เธอวางแผนจะต้มน้ำร้อนเพื่อกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ส่วนขนมปังและแอปเปิ้ลที่เหลือจะเก็บไว้กินพรุ่งนี้เช้า

คงต้องบอกว่าไฟที่ได้จากระบบนั้นแตกต่างจริงๆ อุณหภูมิสูงมาก ทำให้น้ำเดือดในทันที

ฉินเจินฉีกฝาบะหมี่ถ้วยและใส่เครื่องปรุงลงไปเพียงครึ่งเดียว เธอไม่ชอบกินเค็มจัด และเครื่องปรุงที่เหลือก็สามารถเก็บไว้ใช้แทนเกลือได้

หากคนเราไม่ได้รับเกลือเพียงพอเป็นเวลานาน ร่างกายก็จะทรุดโทรม

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปร้อนๆ ช่วยปลอบประโลมกระเพาะของฉินเจินได้ทันที ขณะซดเส้นบะหมี่ ฉินเจินก็ตรวจสอบเสบียงของเธอไปด้วย

แม้ว่าของที่มีจะดูไม่น้อย แต่ฉินเจินก็ยังรู้สึกว่าอาหารและน้ำยังคงมีน้อยเกินไป

เธอยังไม่ลืมว่านี่ยังคงเป็นช่วงเวลาคุ้มครองมือใหม่ หลังจากหมดช่วงคุ้มครองแล้ว การหาสิ่งของอาจจะไม่ง่ายแบบนี้

ดังนั้น พรุ่งนี้เธอต้องหาสิ่งของต่อ ฉินเจินไม่มีอะไรทำหลังจากกินบะหมี่เสร็จ ประกอบกับการที่ใช้แรงกายอย่างหนักมาทั้งวันและความเงียบสงัดรอบตัว ทำให้เธอเผลอหลับไปอย่างรวดเร็ว

วันรุ่งขึ้น ฉินเจินตื่นนอนตอนเจ็ดโมงครึ่ง เธอจิบน้ำแร่เพื่อบ้วนปาก แล้วกินขนมปังหนึ่งแผ่น พอให้รองท้องได้บ้าง

เธอตรวจสอบสภาพอากาศ

[สภาพอากาศวันนี้: แดดจัด, 19~30°C]

หีบสมบัติยังไม่ปรากฏขึ้นใหม่ ฉินเจินพลันสงสัยว่าคนอื่นๆ ในพื้นที่นี้เป็นอย่างไรกันบ้าง

เธอจึงเปิดหน้าต่างแชทขึ้นมา และเห็นว่าในช่อง ‘พื้นที่’ มีข้อความเด้งขึ้นมา 999+ แล้ว ซึ่งเป็นข้อความจากเมื่อคืนนี้

อี้จินจิง: พวกนายตกได้กี่กล่อง? ฉันได้แค่สองกล่องเอง

เท็ดดี้: ฉันก็ได้แค่สองกล่องเหมือนกัน ได้มาแต่พลาสติก ไม้ อะไรพวกนี้ ฉันกำลังจะอดตาย หิวน้ำด้วย มีใครพอจะแบ่งอาหารกับน้ำให้บ้างมั้ย? ได้โปรดเถอะ ขอร้องล่ะ

ชุนอวี่: +1 ตามข้างบน

เยี่ยนจื่อหนานเฟย: +2 ตามข้างบน

อวี้หรูอวี้เฉิง: ฉันได้ขนมปังแค่ห่อเดียวกับน้ำแร่ขวดเดียว มันไม่พอประทังชีวิตเลย...

ฟาร์อะเวย์: คนข้างบน มีกินก็ดีแค่ไหนแล้ว

หว่อซื่อโอวหวง: หืม? พวกนายได้ของน้อยกันจัง? ฉันได้หม้อไฟร้อนเอง 5 ชุด น้ำแร่ 10 ขวด แล้วก็แอปเปิ้ล 10 ผล น่าจะพอกินไปได้สองวัน

ฉินเจิน: !!! คนคนนี้โชคดีเกินไปแล้ว แต่เขาเปิดเผยว่าตัวเองมีอาหารเยอะขนาดนี้ตรงๆ เลย มันจะดีเหรอ?

แน่นอนว่า พอคนในห้องแชทเห็นข้อความของหว่อซื่อโอวหวง ก็ฮือฮากันลั่นห้องทันที

เยี่ยนจื่อหนานเฟย: โหดสัส นี่มันคนดวงเทพตัวจริงปะเนี่ย?

เท็ดดี้: พี่ชายโอวหวง พอจะแบ่งอาหารให้ผมบ้างได้มั้ย? ผมไม่ได้อะไรเลย ได้โปรดเถอะ ขอร้องล่ะ ไม่งั้นผมต้องอดตายแน่

ฟาร์อะเวย์: พี่ชายคะ ฉันอยู่ที่นี่กับพ่อแม่ พวกท่านอายุ 50 กว่าแล้ว ได้โปรดแบ่งอาหารให้พวกเราหน่อยเถอะ ถ้าพวกเราหาได้เมื่อไหร่จะรีบคืนให้แน่นอนค่ะ

...หว่อซื่อโอวหวงเงียบไป คงจะรู้ตัวแล้วว่าการกระทำก่อนหน้านี้ของตัวเองไม่เหมาะสม

เท็ดดี้: @หว่อซื่อโอวหวง พูดอะไรหน่อยสิ! คุณคงไม่ใจร้ายพอที่จะมองดูพวกเราอดตายหรอกใช่มั้ย?

ฟาร์อะเวย์: นั่นสิ คุณโชคดีขนาดนั้น พรุ่งนี้คุณก็หาอาหารได้อีกเยอะแยะ แบ่งให้พวกเรานิดหน่อยจะเป็นไรไป?

เหยียนหรูอวี้: ใช่ ทุกคนต่างก็เป็นคนจีนเหมือนกัน ในยามยากลำบาก เราก็ควรช่วยเหลือกันสิ

...

เหมียวเหมี่ยวรั่วสุ่ย: เดี๋ยวนะ ฉันว่า พวกคุณเอาความกล้ามาจากไหน? ทำไมเขาต้องให้ของที่เขาตกมาได้กับพวกคุณด้วย?

หนี่เจินซื่อเอ้อเล่อ: ถูกต้อง! ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนสิ อย่ามัวแต่รอพึ่งคนอื่น นี่มันเกมเอาชีวิตรอดนะ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคือผู้อยู่รอด!

หว่อซื่อโอวหวง: ถึงฉันจะโชคดี แต่ฉันไม่ใช่นักบุญนะ แลกเปลี่ยนของในมูลค่าที่เท่ากันน่ะได้ แต่จะให้ฟรีๆ น่ะ ฝันไปเถอะ!

เท็ดดี้: พวกคุณ... พวกคุณไม่ห่วงใยความเป็นเพื่อนร่วมชาติกันบ้างเลยเหรอ?

จ้าเกอหนานเหรินเจียเลอปา: จะเอาชีวิตรอดได้รึเปล่ายังไม่รู้เลย จะมาสนใจเรื่องเพื่อนร่วมชาติอะไรกัน? ถ้าคุณมีอาหารแล้วมีคนมาขอฟรีๆ คุณจะให้มั้ยล่ะ? สิ่งใดที่ตนไม่ปรารถนา ก็อย่าทำกับผู้อื่น

...

พวกที่คิดจะขอของฟรีเห็นว่ามีคนออกมาโต้แย้งมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยไม่กล้าพูดอะไรอีก

ฉินเจินเห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิ่งที่หว่อซื่อโอวหวงและคนอื่นๆ พูด เธอสามารถช่วยแลกเปลี่ยนสิ่งของได้ แต่ถ้าจะมาขอฟรีๆ ล่ะก็ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ทำไมเธอต้องยกของที่ตัวเองหามาได้อย่างยากลำบากให้คนอื่นฟรีๆ ด้วย? เขาเป็นใครกัน?

...แปดโมงเช้าตรง

ฉินเจินนั่งอยู่ริมทะเลอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง เธอเหวี่ยงเบ็ดลงไปในน้ำเพื่อรอเสบียง

วันนี้เธอก็ยังคงตกกล่องไม้ได้สี่กล่อง ได้รับ [อีเต้อหิน] 1 อัน, [เหล็กชั้นดี] 5 ชิ้น, [พลาสติก] 5 ชิ้น, [แก้ว] 5 ชิ้น, [น้ำแร่ 500ml] 3 ขวด, [ขนมปัง 200g] 3 ห่อ และ [ไส้กรอก] 2 ชิ้น

[อีเต้อหิน: พลังโจมตี: 10; ความทนทาน: 100; ใช้สำหรับขุดหินได้]

ฉินเจินรู้สึกหดหู่เล็กน้อย อาหารที่ได้ในวันนี้ยังน้อยกว่าเมื่อวานเสียอีก ดูเหมือนว่าเธอคงต้องกินอย่างประหยัดแล้ว แต่การได้อาวุธมาก็ถือว่าดีมากเช่นกัน

เธอย่อยสลายกล่องไม้ ได้รับไม้มา 24 ท่อน

ตอนนี้ฉินเจินมีของทั้งหมด: ไฟแช็กกันลม 1 อัน, มีดผลไม้ 1 เล่ม, ขวานหิน (ความทนทาน 85) 1 ด้าม, อีเต้อหิน 1 อัน, เหล็กชั้นดี 8 ชิ้น, ไม้ 86 ท่อน, หญ้าหางแมว 4 ต้น, พลาสติก 10 ชิ้น, แก้ว 5 ชิ้น, น้ำแร่ 500ml 4 ขวด, ขนมปัง 200g 4 ห่อ, แอปเปิ้ล 1 ผล, บะหมี่ถ้วย 1 ถ้วย, มะพร้าว 8 ผล และไส้กรอก 2 ชิ้น

เมื่อกลับมาถึงที่กำบัง ฉินเจินกินขนมปังหนึ่งห่อและผ่ามะพร้าวหนึ่งลูก โดยไม่คิดจะกินอะไรเพิ่มอีก โชคดีที่เธอกินไม่จุมากนัก

เธอเก็บสิ่งของทั้งหมดที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้ข้างนอกไว้ในบ้าน ฉินเจินพกติดตัวไปเพียงขวานหิน 1 ด้าม อีเต้อหิน 1 อัน และน้ำแร่ 500ml 1 ขวด เธอกลัวว่าจะหิวในตอนบ่าย ฉินเจินจึงพกไส้กรอก 1 ชิ้นติดตัวไปด้วย

วันนี้ฉินเจินยังคงมุ่งหน้าเข้าป่า แต่เธอไม่ได้ไปที่จุดเดิมเหมือนเมื่อวาน แต่เธอเลือกไปป่าที่อยู่ถัดจากจุดที่เธอดักปลาไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องวิ่งย้อนกลับไปที่นั่นในตอนบ่าย

จบบทที่ บทที่ 3 อัปเกรดที่กำบัง

คัดลอกลิงก์แล้ว