- หน้าแรก
- เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นตัวร้ายให้สะใจ
- บทที่ 014 รสชาติของลิปสติก
บทที่ 014 รสชาติของลิปสติก
บทที่ 014 รสชาติของลิปสติก
บทที่ 014 รสชาติของลิปสติก
◉◉◉◉◉
พูดจบ เฉินเจ๋อเหยียนก็แกล้งทำท่าจะเดินจากไป แต่ก็ถูกหลินโย่วเวยดึงรั้งเอาไว้จากด้านหลัง
หญิงสาวกัดริมฝีปากเบาๆ ถามอย่างลังเล: “เฉินเจ๋อเหยียน นายเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ได้ไหม?”
“ไม่ได้”
“แต่ฉันไม่ชอบนายนะ ถึงนายจะได้จูบจากฉันไป เราก็ไม่ได้คบกันอยู่ดี นายกับฉันก็จะไม่มีความสุขทั้งคู่เลยนะ?”
“ไม่เลย ฉันมีความสุขมากต่างหาก เธอก็สวยขนาดนี้ ได้จูบทีนึง ฉันก็กำไรเห็นๆ แล้ว อีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้คิดจะคบกับเธอสักหน่อย จูบเสร็จแล้วก็ชิ่งเลย ตื่นเต้นจะตายไป!”
“...”
หลินโย่วเวยถึงกับจนปัญญา: “เฉินเจ๋อเหยียน ที่มหาวิทยาลัยหนิงไห่ก็มีผู้หญิงสวยๆ ตั้งเยอะแยะ ทำไมนายต้องมาเจาะจงที่ฉันด้วยเนี่ย?”
“ก็เพราะเธอเป็นดาวมหาวิทยาลัยน่ะสิ แถมยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันอีก จะไม่ให้ฉันสนใจเธอได้ยังไงไหว”
เฉินเจ๋อเหยียนพูดอย่างไม่ปิดบัง: “จริงๆ แล้วฉันก็แค่ผู้ชายโลภมาก หื่นกามคนหนึ่งเท่านั้นแหละ เธออย่าไปคิดอะไรให้มันซับซ้อนเลย”
“...”
หลินโย่วเวยถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ไอ้หมอนี่มันจะไร้ยางอายเกินไปแล้ว คิดแต่อยากจะฉวยโอกาสแล้วก็ชิ่งหนี
“ถ้าเธอไม่ตกลงจริงๆ ก็ไม่เป็นไรนะ ฉันก็ไม่บังคับเธอหรอก เพียงแต่ว่าพรุ่งนี้ ฉันคงต้องแวะไปเยี่ยมคุณลุงหลินสักหน่อย เอาวิดีโอที่เธอกำลังเชียร์อย่างเมามันให้ท่านดู”
“ถ้าให้พูดตามตรงนะ คืนนี้เธอก็เซ็กซี่ดีเหมือนกัน”
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาที่เย็นชาของหลินโย่วเวย เฉินเจ๋อเหยียนก็เริ่มหมดความอดทน ข่มขู่อีกครั้ง
“ฉันไม่มีวันจูบนายเด็ดขาด นายเลิกคิดไปได้เลย!”
ปฏิกิริยาของหลินโย่วเวยยังคงแข็งกร้าวเหมือนเดิม
ตั้งแต่เล็กจนโต เธอยังไม่เคยโดนผู้ชายจับมือเลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องไปพูดถึงการสัมผัสที่ใกล้ชิดอย่างการจูบหรอก
สถานการณ์แบบนี้ก็อยู่ในความคาดหมายของเฉินเจ๋อเหยียนอยู่แล้ว การบีบคั้นมากเกินไปอาจจะส่งผลตรงกันข้ามได้ จังหวะนี้แหละที่ควรถอยให้ก้าวหนึ่ง
เฉินเจ๋อเหยียนแสร้งทำเป็นเสียดายอย่างสุดซึ้ง พูดกับหลินโย่วเวยว่า: “ก็ได้ๆ เห็นว่าเธอยืนกรานขนาดนี้ งั้นฉันยอมถอยให้ก้าวหนึ่งก็ได้ แค่เธอหอมแก้มฉันเบาๆ ทีหนึ่ง ฉันก็จะลบวิดีโอกับรูปพวกนั้นทิ้ง”
“แล้วฉันก็จะไม่เอาวิดีโอกับรูปพวกนี้ไปรบกวนเธออีกในอนาคตด้วย เงื่อนไขง่ายๆ แค่นี้ พอใจรึยัง?”
หลินโย่วเวยไม่ได้ตอบกลับในทันที เธจ้องเขม็งไปที่เฉินเจ๋อเหยียน ในใจกำลังต่อสู้กันอย่างหนักระหว่างจะยอมหอมหรือจะไม่ยอมหอม
ผ่านไปสักพัก เมื่อเห็นว่าหลินโย่วเวยยังคงเงียบอยู่ เฉินเจ๋อเหยียนก็ถอนหายใจ: “เฮ้อ ก็แค่เงื่อนไขง่ายๆ แค่นี้ เธอยังไม่ตกลงอีก งั้นฉันก็คงทำได้แค่เอาวิดีโอไปให้พ่อเธอดูแล้วล่ะ”
“เดี๋ยวก่อน!”
พอได้ยินคำพูดของเฉินเจ๋อเหยียน หลินโย่วเวยก็ร้อนรนขึ้นมาทันที: “ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ตกลงสักหน่อย ห้ามเอาวิดีโอไปให้พ่อฉันดูนะ ฉันตกลงก็ได้”
เฉินเจ๋อเหยียนมองเธออย่างสนใจ ยิ้มกวนๆ: “ตกลงอะไรเหรอ? ฉันได้ยินไม่ชัดเลย?”
หลินโย่วเวยกัดริมฝีปากเบาๆ เหล่ใส่เฉินเจ๋อเหยียนทีหนึ่ง พูดอย่างไม่พอใจ: “ตกลงหอมแก้มนายไง!”
“ค่อยน่าฟังหน่อย!”
เฉินเจ๋อเหยียนยิ้ม ยื่นมือออกไปลูบหัวหลินโย่วเวยเบาๆ
หลินโย่วเวยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะได้สติ ปัดมือของเฉินเจ๋อเหยียนออกทันที
เธอทำหน้ารังเกียจ: “เราต้องตกลงกันก่อนนะ พอฉันหอมนายเสร็จ นายจะต้องลบวิดีโอกับรูปที่นายถ่ายไว้ให้หมด รวมถึงไฟล์สำรองด้วย!”
“ถ้าถึงตอนนั้นฉันจับได้ว่านายหลอกฉันล่ะก็ ฉันจะทำให้นายได้เห็นดีแน่”
หลินโย่วเวยยืนตัวตรง จ้องเขม็งไปที่เฉินเจ๋อเหยียนอย่างเอาเรื่อง
“สมกับเป็นท่านประธานจริงๆ ขนาดตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เธอยังมีแก่ใจมาต่อรองกับฉันอีกนะ”
เฉินเจ๋อเหยียนยักไหล่อย่างจนปัญญา: “จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ได้สนใจจูบของเธอเท่าไหร่หรอก ก็แค่หมั่นไส้ท่าทางที่หยิ่งผยองของเธอเท่านั้นแหละ”
“ไม่รู้ว่าใครกันนะที่เคยมาสารภาพรักกับฉัน...”
เมื่อเห็นท่าทางที่เฉินเจ๋อเหยียนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หลินโย่วเวยก็กระทืบเท้าอย่างโมโห
“น่ารำคาญชะมัด คิดซะว่าปากไปโดนของสกปรกก็แล้วกัน เดี๋ยวค่อยกลับไปล้างออกทีหลังก็ได้”
ยังดีที่หน้าตาของเฉินเจ๋อเหยียนก็หล่อเหลาเอาการอยู่ ไม่อย่างนั้นหลินโย่วเวยคงทำใจหอมไม่ลงแน่ๆ
เฉินเจ๋อเหยียนชี้ไปที่แก้มของตัวเอง: “จะหอมตรงนี้? หรือว่าจะเข้าไปในรถฉัน? แค่เธอหอมฉันทีนึง ฉันก็จะลบวิดีโอกับรูปพวกนั้นให้เธอดต่อหน้าเลย”
พอได้ยินคำพูดของเฉินเจ๋อเหยียน หลินโย่วเวยก็เหลือบมองไปที่ฝูงชนที่กำลังโห่ร้องอยู่ไม่ไกล
ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่การหอมแก้มธรรมดาๆ แต่ถ้าทำตรงนี้ ก็อาจจะมีคนอื่นมาเห็นได้
“เข้าไปในรถก็ได้”
“ได้”
เฉินเจ๋อเหยียนเปิดประตูรถ ทั้งคู่ก็นั่งลงที่เบาะคนขับและเบาะข้างคนขับ
กระจกรถของพอร์ชเป็นกระจกมองข้างเดียวที่สั่งทำพิเศษ ข้างนอกมองไม่เห็นข้างใน
พอขึ้นรถมาแล้ว เฉินเจ๋อเหยียนก็จัดการล็อกประตูรถอย่างแนบเนียน จากนั้นก็ก้มหน้าลง ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หลินโย่วเวย เพื่อให้เธอหอมได้สะดวก
“มาเลย ฉันพร้อมแล้ว”
ใบหน้าสวยของหลินโย่วเวยแดงระเรื่อ จ้องมองไปที่ใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาของเฉินเจ๋อเหยียน
สีหน้าของเธอฉายแววซับซ้อน ทั้งรังเกียจ ทั้งน้อยเนื้อต่ำใจ หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเธอก็รวบรวมความกล้า ขยับหน้าเข้าไปใกล้แก้มของเฉินเจ๋อเหยียน
ในขณะที่หลินโย่วเวยกำลังจะหอมลงไป เธอก็สังเกตเห็นว่าเฉินเจ๋อเหยียนกำลังลืมตาจ้องเธออยู่
ภายใต้สายตาของเฉินเจ๋อเหยียน แก้มของหลินโย่วเวยก็ยิ่งแดงก่ำมากขึ้นไปอีก ท่าทางของทั้งคู่ในตอนนี้ เหมือนกับคู่รักที่กำลังจ้องตากันอย่างดูดดื่มไม่มีผิด
หลินโย่วเวยที่ปกติก็ขี้อายอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกประหม่า ทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่
“หลับตาลงเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่หอมแล้ว”
“เร็วๆ เข้าสิ ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาวิดีโอไปให้พ่อเธอดูแล้วนะ” เฉินเจ๋อเหยียนไม่มีทางยอมตามใจเธอหรอก
“ฉัน... ฉันหอมก็ได้ นายอย่าขยับสิ ฉันกำลังจะหอมเดี๋ยวนี้แหละ”
พอได้ยินว่าเฉินเจ๋อเหยียนจะเอาวิดีโอไปให้พ่อดูอีกแล้ว หลินโย่วเวยก็เลิกเรียกร้องให้เฉินเจ๋อเหยียนหลับตาทันที
เธอดึงแขนเสื้อของเฉินเจ๋อเหยียนไว้ เป็นสัญญาณบอกว่าอย่าขยับ
เมื่อได้เห็นท่าทางแบบนี้ของดาวมหาวิทยาลัยผู้สูงส่งในยามปกติ เฉินเจ๋อเหยียนก็อดรู้สึกสะใจที่ได้แก้แค้นขึ้นมาไม่ได้
เมื่อเห็นว่าเฉินเจ๋อเหยียนยังคงจ้องตัวเองไม่วางตา หลินโย่วเวยก็ทั้งอายทั้งโมโห
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอที่ต้องมาหอมใครสักคน แถมยังเป็นฝ่ายหอมเองด้วย
ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่การหอมแก้ม แต่อีกฝ่ายกลับเอาแต่จ้องเธอไม่หยุด แถมยังมาเร่งเร้าเธออีก
หลินโย่วเวยที่ทั้งอายทั้งโมโห จึงหลับตาลง เม้มริมฝีปากที่แดงระเรื่อ ขยับเข้าไปใกล้แก้มของเฉินเจ๋อเหยียน
ตอนนี้เธออยากจะให้มันจบๆ ไปซะที
เมื่อเห็นว่าหลินโย่วเวยหลับตาลงแล้ว เฉินเจ๋อเหยียนก็รู้ว่าถึงเวลาอันควรแล้ว
ในขณะที่ริมฝีปากของหลินโย่วเวยสัมผัสกับเฉินเจ๋อเหยียน เธอก็พลันรู้สึกว่าสัมผัสนี้มันไม่ถูกต้อง
หลินโย่วเวยรีบลืมตาขึ้นมาทันที ก็พบว่าที่เธอจูบไปน่ะ มันไม่ใช่แก้มของเฉินเจ๋อเหยียน แต่เป็นปากของเขา...
“อื้ออ... อื้มม...”
“อื้อ!”
ร่างของหลินโย่วเวยถอยห่าง อยากจะหนีให้พ้นจากกรงเล็บของปีศาจตนนี้
แต่เฉินเจ๋อเหยียนคาดการณ์ไว้หมดแล้ว เขารวบตัวเธอไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ประคองไว้ที่ท้ายทอยของเธอ
หลินโย่วเวยทุบไปที่หน้าอกของเฉินเจ๋อเหยียนอย่างแรง แต่ก็ไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาของหญิงสาวค่อยๆ ชื้นแฉะ ร่างทั้งร่างอ่อนระทวยลงอย่างสิ้นหวัง
เธอไม่ทันได้สังเกตเลยว่า กล้องติดรถยนต์ได้ถูกเฉินเจ๋อเหยียนหันทิศทางมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ห้านาทีผ่านไป ในที่สุดเฉินเจ๋อเหยียนก็ยอมปล่อยหลินโย่วเวย
“เฉินเจ๋อเหยียน นายนี่มันไอ้คนทุเรศ ไหนบอกว่าแค่หอมแก้มไง นายหลอกฉัน!”
ขอบตาของหลินโย่วเวยแดงก่ำ น้ำตาไหลทะลักออกมา
“เพิ่งรู้เหมือนกันนะว่าลิปสติกของท่านประธานมันรสนี้ หวานชะมัด!”
◉◉◉◉◉
[จบแล้ว]