เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ภาค 1 ตอนที่ 13 ช่วยทางอ้อม

ภาค 1 ตอนที่ 13 ช่วยทางอ้อม

ภาค 1 ตอนที่ 13 ช่วยทางอ้อม


ตอนที่ 13 ช่วยทางอ้อม

 

โจวต้าเจิ้งเคาะโต๊ะอย่างหงุดหงิด สูบบุหรี่แบบมวนต่อมวน บนโต๊ะมีอาหารกลางวันที่เสี่ยวไป๋ซื้อมาให้ เย็นไปตั้งนานแล้ว ยังมีเอกสารหลายอย่างเกี่ยวกับคดีสวีลี่วางอยู่ด้วย การขัดขวางจากเบื้องบนใช่ว่าเขาไม่เคยเจอมาก่อน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าครั้งนี้เขายังไม่ทันได้หลักฐานมัดตัวอวี๋เทาที่แน่นหนาพอก็แหวกหญ้าให้งูตื่นซะแล้ว ทั้งหมดก็ต้องโทษตัวเอง เขารู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ตอนนั้นปล่อยตามอารมณ์ที่สั่งให้พวกไป๋หลิงไปจับตัวอวี๋เทาอย่างเอิกเกริก

 

หลับตาลง ควันบุหรี่ตลบอบอวลรอบตัว ต้าเจิ้งบังคับให้สมองแล่นอย่างรวดเร็ว เดี๋ยวก็เป็นรายงานการชันสูตรศพของสวีลี่ เดี๋ยวก็เป็นเสียงเย็นชาของสวินเข่อหรันที่ด่าเขาไม่มีศักดิ์ศรี เดี๋ยวก็เป็นใบหน้าขมวดคิ้วของผู้การ เดี๋ยวก็เป็นภาพที่สวีลี่ถูกพวกสัตว์นรกทั้งหลายข่มเหงย่ำยีในคลิปวีดีโอ แล้วจู่ๆ ภาพรอยบีบบนคอโกโก้ก็ผุดขึ้นมา

 

ลืมตาขึ้น ปวดหัว

 

ไป๋หลิงพรวดพราดเข้ามาในห้อง กลิ่นบุหรี่ทำให้หายใจไม่ออกปะทะหน้าอย่างจัง ไม่สนใจว่าจะสำลักควันหรือไม่ รีบพูดอย่างเร็วว่า "หัวหน้า เบื้องบนส่งคนมาแล้ว..."

 

"มาก็มาสิ ของต่างๆ รวบรวมให้พวกเขาก็แล้วกัน"

 

"ไม่ใช่ พวกเขา...พวกเขาพุ่งไปที่แผนกนิติเวชก่อนแล้ว จะเอาศพไป พี่สวินไม่ยอม กำลังประจันหน้ากันอยู่"

 

ต้าเจิ้งลุกขึ้นพรวด รีบพุ่งตัวออกไป

 

——————————————

 

เสี่ยวเจ๋อกันท่าอยู่ที่ประตูห้องชันสูตรศพ

 

"เรื่องอะไร รายงานหลักฐานและชันสูตรศพก็ให้พวกคุณไปแล้ว พวกคุณจะเอาศพของสวีลี่ไปทำไม"

 

ตำรวจที่แสดงสีหน้าผดุงความยุติธรรมยืนอยู่หน้าเสี่ยวเจ๋อ ด้านหลังเขาเป็นทีมสืบสวนที่จัดขึ้นฉุกละหุกโดยคำสั่งจาก ‘เบื้องบน’ นอกจากตำรวจหัวหน้าทีมที่ยังรักษาใบหน้ายิ้มแย้มแล้ว คนที่เหลือเริ่มแสดงสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

 

"สืบคดีทั้งที จะขาดศพของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายได้ยังไง ห่วงโซ่หลักฐานก็ขาดนะสิ"

 

ซูเสี่ยวเจ๋อที่โมโหแต่แรกอยู่แล้ว พูดจาอย่างไม่เกรงใจคนว่า "หลักฐานทางเราตรวจสอบและเตรียมให้เสร็จแล้ว แค่พวกคุณ..."

 

"บอกแล้วไงว่าคดีนี้ให้ทางมณฑลรับต่อ พวกคุณยุ่งไม่เข้าเรื่อง ส่งแค่ศพมาเท่านั้นพอ!" ในที่สุดคนในทีมสอบสวนเริ่มรำคาญและออกปาก "โอ้ นี่หัวหน้าโจวไม่ใช่เหรอ"

 

โจวต้าเจิ้งพาคนในหน่วยอาชญากรรมมาหลายคนเข้ามาด้วยท่าทางดุดัน ไม่ทันรอให้อีกฝ่ายตั้งตัวได้ ก็แทรกเข้าไประหว่างเสี่ยวเจ๋อกับคนของมณฑล แล้วคนทั้งสามฝ่ายก็เกิดเป็นวงล้อมขึ้นมา คนของมณฑลอยู่ด้านนอกสุด คนของต้าเจิ้งกันพวกเขาไว้ ส่วนเสี่ยวเจ๋อก็ชิดติดกับประตูของแผนกนิติเวช ไม่ยอมให้คนอื่นเข้าใกล้

 

"หัวหน้าโจว คุณทำอย่างนี้หมายความว่าอะไร" ตำรวจหัวหน้าทีมยังคงรักษาสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

 

"คนแซ่ฉี ผมโจวต้าเจิ้งฟังคำสั่งของหัวหน้า ไม่ได้หมายความว่าคนของพวกคุณจะมารังแกคนของผมได้ คุณพาคนแข็งแรงกำยำมากมายมาที่หน้าห้องแผนกนิติเวชที่มีเพียงสองคน พวกคุณหมายความว่าอะไร"

 

"พวกเรามากันเยอะก็เพื่อมาขนเอกสารข้อมูลนี่"

 

"เหลวไหล พวกคุณมาหาเรื่องนะสิไม่ว่า..." ไป๋หลิงโพล่งปากพูดออกไปอย่างอดไม่ได้

 

คนของมณฑลก็เริ่มจะทนไม่ไหวเหมือนกัน "พวกคุณทำอย่างนี้หมายความว่ายังไง”

 

โต้ตอบกันไปมา โจ้วต้าเจิ้งกับหัวหน้าที่แซ่ฉีถลึงตาจ้องใส่กัน คนอื่นๆ ด้านหลังพวกเขาก็พูดใส่กันไม่หยุดหย่อน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน

 

ก๊อง!

 

——————————————

 

เสียงกระทบดังมาจากประตูห้องแผนกนิติเวช ทุกคนหันไปมอง โกโก้กำลังยืนขมวดคิ้วอยู่ตรงนั้น ในมือถือค้อนขนาดกะทัดรัด เสียงเมื่อครู่นี้ก็เกิดจากของสิ่งนี้กระทบกับเหล็กดัดของหน้าต่าง

 

"หนวกหู" โกโก้พูด "พวกคุณจะเอาศพของสวีลี่ไปทำไม ชันสูตรอีกครั้งเหรอ พวกคุณเห็นแผนกนิติเวชของเทศบาลเมืองเป็นอนุบาลหรือยังไง"

 

หัวหน้าที่แซ่ฉีพูดยิ้มๆ "ไม่ๆ ในเมื่อคุณหมอสวินมีรายงานชันสูตรศพอยู่แล้ว พวกเราจะทำซ้ำอีกทำไม เพียงแต่อยากแบ่งเบางานของพวกคุณ คืนศพไปให้ครอบครัวไปฌาปนกิจ"

 

"ไม่ต้องรบกวนหรอก ฉันได้แจ้งพ่อแม่ของสวีลี่แล้ว พวกเขากำลังมาที่นี่ พอถึงแล้ว ฉันจะคืนศพให้พวกเขาโดยตรง พร้อมกับจัดการฌาปนกิจศพให้ ถ้าพวกคุณยังไม่ไว้ใจก็สามารถร่วมงานเผาได้ตลอดเวลา" โกโก้เลิกคิ้วแล้วพูด "ถ้าไม่กลัวว่ามีอะไรตามพวกคุณกลับบ้านละก็"

 

คนของมณฑลอึ้ง รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง

 

หัวหน้าฉีไม่คิดว่าสวินเข่อหรันคนนี้จะไวขนาดนี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะยังไงเบื้องบนกำชับไว้ว่าต้องรีบเผาศพอย่างเร่งด่วน ขอเพียงบรรลุเป้าหมายก็พอ ไม่คิดเลยหมอนิติเวชที่ท่าทางเย็นชากลับให้ร่วมมืออย่างดี

 

เสี่ยวเจ๋อเข่นเขี้ยวแล้วพูด "พี่สวิน พี่เอาศพของเธอไปเผาได้ยังไง"

 

โกโก้หันไปมองเสี่ยวเจ๋ออย่างเย็นชา เสี่ยวเจ๋อกัดริมปากแล้วเงียบลง

 

"ยังยืนเซ่ออยู่ตรงนี้ทำไม พวกคนของมณฑล ข้อมูลของคดีสวีลี่ไม่ได้มีที่แผนกนิติเวชเท่านั้น ในหน่วยอาชญากรรม หรือที่อื่นๆ ก็มี พวกคุณจะเฝ้าดูความเคลื่อนไหว เหลือไว้เพียงคนเดียวก็พอ สุนัขดีไม่ขวางทาง" โกโก้พูด "จ้องฉันทำไม คำสั่งที่พวกคุณได้รับคืออะไร เราทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แก่ใจ อย่าเสียแรงอ้อมไปอ้อมมา"

 

แต่ละคนมองหน้ากัน ไม่มีใครขยับ

 

"ไม่ยอมไสหัวไปอย่างนี้ คิดจะค้างในตู้เก็บศพของฉันที่นี่หรือไง แค่พยักหน้า ฉันก็จะหาตู้ว่างให้พวกคุณได้แล้ว ไม่รู้ว่าสวินเข่อหรันหยิบมีดผ่าตัดออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ กำลังเช็ดอยู่อย่างเบามือ

 

หัวหน้าตำรวจแสร้งทำเป็นกระแอมขึ้นมา "หัวหน้าโจว พวกเราก็ต้องมารับมอบงานต่อดีๆ เชิญๆ.."

 

"คุณก็เกรงใจเกินไป" ต้าเจิ้งแสร้งพูดอย่างเป็นทางการทั้งที่ยังตีหน้ายักษ์อยู่ "พวกเราก็รู้สึกไม่สบายใจที่เพิ่งเริ่มสืบก็ต้องให้พี่น้องในมณฑลรับช่วงงานเละเทะนี้ต่อ"

 

ทั้งสองคนยังคงส่งสายตา ‘ไปตายเถอะ’ ให้อีกฝ่ายไม่หยุด ในมือกลับทำท่าเชิญคุณก่อนแล้วออกจากแผนกนิติเวชอย่างชักช้า ก่อนจากไปต้าเจิ้งทิ้งให้ไป๋หลิงอยู่เฝ้าต่อ

 

โกโก้จะกลับเข้าห้องชันสูตรศพ เสี่ยวไป๋กับพนักงานคนหนึ่งของมณฑลคิดจะตามเข้าไปด้วย โกโก้มองทั้งสองคนอย่างเย็นชา "ค่าเข้าชมศพหญิงเปลือยนาทีละหนึ่งร้อยหยวน"

 

ทั้งสองคนอึ้ง แล้วก็ชะงักทันที ประตูของแผนกนิติเวชปิดโครมลง ไป๋หลิงกับอีกฝ่ายได้แค่บ่นพึมพำแล้วยืนอยู่ที่ประตู เล่นเกมส์จ้องตาใส่กัน

 

——————————————

 

พ่อแม่ของสวีลี่นำศพของลูกสาวกลับไปด้วยสีหน้าที่นิ่งสงบ โกโก้ยืนอยู่ที่ประตูกองบังคับการ มองรถที่บรรทุกสวีลี่จนพ้นสายตา ก่อนจากไป พ่อของสวีลี่ได้คุยกับเธอเป็นการส่วนตัว คนแก่ที่อายุเกือบห้าสิบคนนี้ดูเหมือนจะมีผมหงอกมากกว่าครั้งที่เจอกัน สายตาที่มองโกโก้ดูเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ห้ามใจไว้ โกโก้ไม่ได้พูดอะไร เขาเลยนิ่งสงบแล้วสงบอีก สุดท้ายทิ้งคำว่าขอบคุณแล้วจากไป

 

โกโก้ไม่ได้บอกให้รู้ว่าสวีลี่เจอกับเหตุการณ์อะไรบ้าง คนอื่นในหน่วยอาชญากรรมได้บอกเขาไว้หรือเปล่าเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่สีหน้าที่อยากจะพูดแต่ห้ามใจไว้นั้น ทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก เธอก็ไม่รู้ว่าการตัดสินใจเผาศพของสวีลี่นั้นเป็นทางเลือกที่ถูกหรือไม่ เธอเพียงแต่รู้ว่า ถ้าคนของมณฑลรับงานไป ไม่รู้จะทำอะไรกับศพนั้นอีกหรือเปล่า ทำลายศพเพื่อทำลายหลักฐาน หรือใช้ศพเพื่อบังคับให้พ่อแม่ไม่สืบหาสาเหตุการตายของลูกสาวอีก บางทีเธออาจจะคิดมากเกินไป แต่เพราะสวีลี่ได้รับความทุกข์ทรมานมามากเกินไป ให้เธอได้รับความสงบเถอะ...

 

ยืนเหม่อลอยที่ประตูอย่างนั้น จนกระทั่งฟ้าที่ครึ้มตั้งแต่ช่วงสายเริ่มโปรยฝนลงมา ฝนที่สะสมอยู่ที่ชายคาหยดลงมากระเด็นใส่คอของโกโก้ เธออดไม่ได้ที่จะย่นคอ แล้วเพิ่งจะสังเกตว่าโจวต้าเจิ้งยืนอยู่ข้างตัว

 

"คนของมณฑลล่ะ" โกโก้เบนสายตาออก

 

"ผู้การพาไปเลี้ยงข้าวอยู่" ต้าเจิ้งสำรวจด้านหลังของโกโก้ เธอกำลังแหงนหน้ามองฟ้า รอยบีบจางๆ บนคอปรากฏให้เห็น

 

"ไม่น่าเชื่อว่าตาเฒ่าจิ้งจอกนั้นจะยอมออกหน้า"

 

"เขาบอกว่าเขาไม่ว่าง กำลังประชุมอยู่ แต่จู่ๆ ผมนึกขึ้นมาได้ว่ามีพักร้อนครึ่งเดือนที่ยังไม่ได้ใช้สักวัน พอคุยถึงเรื่องนี้ เขาก็ว่างขึ้นมาทันที..."

 

โกโก้หัวเราะเบาๆ "เมื่อก่อนท่านผู้เฒ่าพูดอยู่เสมอ พวกคุณหน่วยอาชญากรรมฉลาดเป็นกรดทุกคน"

 

"ไม่หรอก ท่านผู้เฒ่าฉางสิสั่งสอนได้ดี เธออายุยังน้อยก็มีความสามารถชั้นเลิศแล้ว" ถึงขั้นปีศาจแล้ว ประโยคหลังนี้ติดที่คอของต้าเจิ้งไม่กล้าพูดออกไป กระแอมไปสองที พยายามทำสีหน้าเป็นทางการอย่างเวลาประชุม "แต่สวินเข่อหรัน เธอพูดผิดไปประโยคหนึ่ง ผมโจวต้าเจิ้งไม่ใช่ตำรวจที่ไม่มีศักดิ์ศรี"

 

โกโก้หันมา เงยหน้าจ้องไปที่เขา "พิสูจน์ได้ยังไง"

 

"ผมกะว่า...จะพักการสืบเรื่องของอวี๋เทาไว้ก่อน เธออย่าเพิ่งถลึงตาใส่ ฟังผมพูดให้จบ เธอเคยคิดบ้างหรือเปล่า อวี๋เทาเพิ่งถูกพวกเราจับเมื่อวาน วันนี้ทางมณฑลก็มารับคดีต่อ สาเหตุก็เพราะอวี๋ไหลเหอใช้เส้นสาย ถ้าไม่มีอวี๋ไหลเหอสักคน คดีของอวี๋เทาเกือบถูกตัดสินโทษได้แล้วร้อยเปอร์เซ็นต์"

 

ตาของโกโก้เป็นประกาย "นายคิดจะสืบอวี๋ไหลเหอเหรอ"

 

ต้าเจิ้งยิ้มที่มุมปาก "ฉลาด"

 

โกโก้ก้มหน้าเช็ดมีดผ่าตัดในมือ "นี่ไม่ใช่งานของหน่วยอาชญากรรมนี่นา"

 

"ถ้างั้นก็ถือว่าช่วยแบ่งเบาภาระอันหนักหน่วงของแผนกอื่นก็แล้วกัน" ต้าเจิ้งก้มมองโกโก้ไปทีหนึ่ง ปรายตาเห็นรอยช้ำที่ยังไม่หายที่ด้านหลังของคอ "อวี๋ไหลเหอทำงานได้ไวขนาดนี้ นอกจากใช้เส้นสายแล้วต้องใช้เงินไปไม่น้อย ซึ่งอาจเกิดการผิดพลาดในเวลาวุ่นวาย ขอเพียงผมสืบเจอว่าเงินที่เขาใช้ในการเดินเรื่องไม่ตรงกับรายได้ที่แท้จริง...นี่ เธออย่ายิ้มอย่างมีเลศนัยอย่างเดียวสิ เธอก็ไม่ได้ส่งหลักฐานทั้งหมดไปแต่โดยดีแน่นอน"

 

โกโก้หรี่ตาแล้วยิ้มแหะๆ "หัวหน้าโจว ฉันเพิ่งสังเกตว่านายก็มีสมองเหมือนกันนะ"

 

ต้าเจิ้งเลิกคิ้ว แต่ในใจปลื้มมาก

 

"ท่าวิ่งก็เท่นะ โดยเฉพาะเวลาวิ่งตามรถตำรวจ"

 

"ไสหัวไป ถ้าพูดถึงเรื่องนี้อีกผมเอาเธอตาย"

 

——————————————

 

"โอ๊ยตายแล้ว น่ากลัวจังเลย เสี่ยวเจ๋อนายมาเร็วๆ หัวหน้าพวกเรากับท่านหมอนิติเวชของพวกนายกำลังยิ้มอย่างมีเลศนัยด้วยกัน แม่เจ้าเว้ย น่าสยดสยอง..." ไป๋หลิงเกาะขอบหน้าต่างของทางเดินบนชั้นสี่ที่แผนกนิติเวชตั้งอยู่ กำลังใช้กล้องส่องทางไกลมองไปที่ด้านนอก "น่ากลัวใช่ไหม นายเห็นหรือยัง หือ นายเข่นเขี้ยวไปทำไม"

 

"เพราะผมเห็นอาจารย์ที่ปรึกษาผมนะสิ" ซูเสี่ยวเจ๋อพูดอย่างแค้นเคือง

 

ซูเสี่ยวเจ๋อมาจากมหาวิทยาลัยแพทย์แผนโบราณจีน อาจารย์ที่ปรึกษาก็เป็นคุณอาที่มีนิสัยเหมือนสมุนไพรจีนที่ออกฤทธิ์อย่างช้าๆ ตอนที่เสี่ยวเจ๋อโวยวายที่จะมาฝึกงานที่แผนกนิติเวชนั้น คุณอาไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใดก็ส่งต่อให้โกโก้โดยดี คุณอาพูดยิ้มๆ อยู่เสมอว่า คนหนุ่มสาวนี่ ขอให้กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ เรียนอะไรก็เป็นการศึกษาเหมือนกัน เสี่ยวเจ๋อกำลังจะอุทานด้วยความซึ้งใจที่อาจารย์ที่ปรึกษาเข้าใจตน คุณอาก็พูดต่ออีกว่า ได้ข่าวว่าคนที่ไปฝึกงานกับสวินเข่อหรัน เก้าในสิบคนได้ศูนย์คะแนนแล้วร้องไห้กลับมา

 

ครั้งแรกที่ซูเสี่ยวเจ๋อเดินทางไปที่กองบังคับการเพื่อพบสวินเข่อหรัน คุณอาส่งเขาไปที่สถานีรถ โบกมือพลางพูดว่า สู้ๆ นะ หนุ่มน้อยที่แบกรับอาถรรพ์คำสาปของแผนกนิติเวช...

 

เวลานี้ คุณอาที่ปรึกษาที่อ่อนโยนและหลุดโลกกำลังมาพร้อมสายฝน ด้วยย่างก้าวที่อ้อยอิ่งเข้ามาที่ประตูของกองบังคับการ

 

 

 

 

 

 

จบบทที่ ภาค 1 ตอนที่ 13 ช่วยทางอ้อม

คัดลอกลิงก์แล้ว