เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 ทุ่มทุนสุดๆ

บทที่ 38 ทุ่มทุนสุดๆ

บทที่ 38 ทุ่มทุนสุดๆ


บทที่ 38 ทุ่มทุนสุดๆ

 

เห็นสายตาจริงจังของเฉินเสี่ยวเลี่ยน ร็อดดี้ที่อยากบ่นอีกหลายคำก็สะกดกลั้นอารมณ์ไว้ได้ในที่สุด พูดตรงไปตรงมาว่า

 

“เฉียวเฉียว ฉายาคุณหนูเฉียว ราชินีเฉียว นิสัยบางทีก็เย็นชา บางทีก็โมโหร้าย สรุปก็คือมีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นสุดยอดสาวสวยอ่อนหวาน แต่สวรรค์กลับมอบวิญญาณสาย S[1] ให้เธอเสียนี่… ถ้านายไม่ได้เป็น M ก็อย่าไปยั่วโมโหเธอจะดีกว่า เกิดในตระกูลร่ำรวย เป็นลูกคนเดียว พ่อเธอเล่นหุ้น มีเงินมากแค่ไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน ส่วนแม่เธอ ฉันก็ไม่เคยเจอ ได้ยินว่าหย่ากันเมื่อหลายปีก่อน หนีไปอยู่ในที่ไกลแสนไกล ใช่แล้ว ราชินีเฉียวต่อยตีโคตรเก่ง...ฉันเคยเห็นเธอออกหน้าแทนเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง เตะทีเดียวทำเอาโค้ชเทควันโดจอมลามกกระอักเลือดเลย”

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนพยักหน้า “พูดเรื่องน้องสาวเธอเถอะ เด็กผู้หญิงที่ชื่อซูซูน่ะ”

 

ร็อดดี้จ้องเฉินเสี่ยวเลี่ยนทีหนึ่ง “นาย...คงไม่ได้เป็นโรคใคร่เด็กจริงๆ ใช่ไหม?!”

 

“จะพูดหรือไม่พูด?” เฉินเสี่ยวเลี่ยนขมวดคิ้ว

 

“ชาติที่แล้วฉันติดหนี้นายสินะ...” ร็อดดี้กลอกตาค้อน “ซูซู ชื่อเต็มชอนอินซู เป็นคนเกาหลี ถึงจะบอกว่าเป็นพี่น้องกัน แต่เธอไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับราชินีเฉียว ดังนั้นถ้านายชอบแบบแพคคู่ก็ต้องผิดหวังแล้วละ...” พูดถึงตรงนี้ ร็อดดี้เห็นสีหน้าโหดเหี้ยมของเฉินเสี่ยวเลี่ยนจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง พูดอย่างรวดเร็วว่า “ได้ยินว่าพ่อของเฉียวเฉียวมีเพื่อนคู่ค้าชาวเกาหลีอยู่คนหนึ่ง ตอนหลังเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น ตายหมดบ้านเหลือแค่ลูกสาวคนเดียว ก็เลยถูกคุณพ่อเฉียวรับเป็นลูกบุญธรรม ปีนี้อายุสิบขวบ ถูกราชินีเฉียวมองเป็นแก้วตาดวงใจ...อืม ฉันคิดว่านอกจากราชินีเฉียวจะเป็นสาย S แล้วยังเป็นซิสค่อน[2]ด้วยนะเนี่ย!”

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนฟังแล้วก็พยักหน้าลุกขึ้นยืน จากนั้นยื่นมือไปตบไหล่ร็อดดี้ ถอนหายใจทีหนึ่ง “อืม ขอบใจนะ”

 

เห็นเฉินเสี่ยวเลี่ยนจะไป ร็อดดี้ก็ทำหน้ามึน “จะไปแล้ว? นายคงไม่ได้คิดจะไปก่อกวนสองพี่น้องนั่นอีกใช่ไหม? ในฐานะเพื่อนฉันขอเตือนนาย ไม่ควรก่อกวนราชินีเฉียวนะ! ที่เธอพูดว่าจะตอนขาที่สามของนายนั่น เธอกล้าทำจริงๆ!”

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนเดินไปจนถึงปากประตูแล้วหันกลับมายิ้ม “สนใจตัวเองเหอะ… สาย S สาย M ซิสค่อนอะไรของนาย...วันหลังดูพวกอนิเมะให้มันน้อยๆ หน่อยนะ”

 

รอจนเฉินเสี่ยวเลี่ยนเดินออกจากห้องไปครู่หนึ่งแล้ว ร็อดดี้ถึงรู้ตัว “...อะ...ไอ้นี่มันว่าฉันเป็นหนุ่มจูนิเบียว[3]เหรอวะ?”

 

……

 

เดินออกมาจากโรงแรม เฉินเสี่ยวเลี่ยนก็โบกแท็กซี่กลับบ้าน

 

ประตูบ้านเปิดอยู่ เดินเข้าประตูมาก็เห็นการ์ฟิลด์นอนขดอยู่บนโซฟา... เจ้าแมวอ้วนติงต๊องตัวนี้ ขนาดนอนยังน้ำลายไหล ทำเอาหมอนอิงเปียกเป็นวง

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนเดินไปอุ้มแมวอ้วนขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน นั่งลงที่โซฟาแล้วถอนหายใจ รวบรวมสมาธิพูดในใจ

 

ออกมาเลย...ระบบ

 

ภายใต้ขอบเขตการมองเห็น ระบบที่แสนคุ้นเคยนั้นก็ปรากฏออกมา หน้าจอระบบกึ่งโปร่งแสง ดูคล้ายกับ ‘ภาพฝัน’ ไม่มีผิด!

 

‘แจ้งเตือน: คุณเคลียร์ดันเจี้ยน ‘ดันเจี้ยนย่อย 72 ปีศาจแห่งโซโลมอน’ แล้ว ได้รับรางวัลดันเจี้ยน ปีศาจลำดับที่เจ็ดใน 72 ปีศาจ เสาผนึกดยุกอามอนแห่งไฟ’

 

‘แจ้งเตือน: คุณสังหารผู้เล่นนิวตัน โอกาสเล็กน้อยที่จะได้รับอุปกรณ์ของเป้าหมายที่ถูกสังหาร ยาอัพเกรดยีนx2 เลือดบำรุงขั้นกลางx5 ดาบกางเขนประดับยศx1’

 

‘แจ้งเตือน: เคลียร์ดันเจี้ยน ‘ดันเจี้ยนย่อย 72 ปีศาจแห่งโซโลมอน’ คำนวนแต้มจากดันเจี้ยน ฆ่าทหารปีศาจx456 ได้รับชิ้นส่วนวิญญาณทหารปีศาจx456 และยังได้รับแต้มรางวัล 456 แต้ม สามารถใช้ได้ที่หน้าแลกเปลี่ยน’

 

‘แจ้งเตือน: เนื่องจากใช้สกิล ‘หลอมแสงตะวัน’ ค่าสเตตัสของผู้เล่นถูกลดต่ำลงถึงจุดวิกฤต เข้าสู่สภาวะอ่อนแอ โปรดอัพเกรดสเตตัสก่อนเข้าดันเจี้ยนในครั้งถัดไป มิฉะนั้นหลังจากเข้าดันเจี้ยน จะใช้เวลาดันเจี้ยนเป็นพื้นฐาน หากมีสภาวะอ่อนแอต่อเนื่องนาน 180 นาที ผู้เล่นจะตายโดยอัตโนมัติ’

 

‘แจ้งเตือน: เนื่องจากผู้เล่นเคลียร์ดันเจี้ยนเป็นคนแรก สิ้นสุดช่วงทดลองระดับต้น กลายเป็นผู้เล่นอย่างเป็นทางการ เปิดโหมดแจ้งเตือนสเตตัสส่วนตัว โปรดตรวจสอบ’

 

หือ? ผ่านช่วงทดลอง? อันนี้น่าสนใจ

 

การแจ้งเตือนทุกอย่างอยู่ตรงหน้านี้แล้ว

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนถอนหายใจ ในใจรู้สึกสับสน

 

ชั่วคืนเดียว เขาค่อยๆ ย่อยเรื่องที่น่าตกใจนี้หมดแล้ว ตอนนี้มองดูการแจ้งเตือนจากระบบตรงหน้า ในใจกลับรู้สึกบรรยายไม่ถูก

 

พูดได้ว่ารางวัลและสิ่งที่ได้รับเยอะแยะหลากหลายมาก เฉินเสี่ยวเลี่ยนเปิดดูไอเทมพวกนี้ทีละอันๆ ในกระเป๋าไอเทมจึงเริ่มรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา

 

เสาผนึกอามอน เขียนคำแนะนำไว้ว่า: หนึ่งใน 72 ปีศาจแห่งโซโลมอน เสาผนึกวิญญาณดยุกอามอนแห่งไฟ วิธีใช้ไม่ชัดเจน ไอเทมพิเศษ

 

เอาเถอะ ไอเทมพิเศษ...นึกว่าของชิ้นนี้จะสามารถเรียกอามอนออกมาเป็นสัตว์เลี้ยงได้ซะอีก

 

หรือว่า...รวบรวมเสาผนึก 72 ปีศาจได้แล้ว ก็จะสามารถเรียกโซโลมอนออกมาได้?

 

ฮึ มองในมุมของเกมแล้ว การกำหนดค่าแบบนี้เป็นไปไม่ได้หรอก

 

ฆ่าทหารปีศาจ 456 ตัว...อืม หรือว่าระบบเอาการจุดระเบิดเสาห้องโถง จนห้องโถงถล่มลงมาทับทหารปีศาจตายมาคำนวนเป็นแต้มของเขาด้วย? อืม เป็นไปได้ ตัวเขาเป็นคนออกความคิด และตอนจุดระเบิดเขาก็เข้าร่วมด้วย

 

ชิ้นส่วนวิญญาณทหารปีศาจ 456 ตัว ดูจากคำอธิบายน่าจะเป็นของประเภทวัสดุหลอมรวม ไม่ได้บอกวิธีใช้ที่ชัดเจน

 

ส่วนแต้ม เป็นสิ่งที่ที่เฉินเสี่ยวเลี่ยนสนใจมาก เขาจำได้ว่าแต้มสามารถใช้แลกไอเทมต่างๆ ในระบบแลกเปลี่ยนได้ อาหารแมวอันนั้นของเขาก็ได้หานปี้ช่วยแลกเปลี่ยนมาให้ ...จริงสิ เขาเองยังติดหนี้หานปี้ 5 แต้ม

 

แต่ว่าปัญหาก็คือระบบของเขาแม่งเป็นเวอร์ชั่นตัดทอน ไม่มีฟังก์ชันแลกเปลี่ยน

 

ช่างมันเถอะ GM คนนั้นบอกว่าจะหาวิธีอื่นแก้ปัญหานี้ แต้มก็เก็บไว้ก่อน ไม่แน่ว่าจะได้ใช้ภายหลัง

 

พอดูแล้ว ของที่เยี่ยมที่สุดคงจะเป็นของที่ได้จากการฆ่านิวตัน!

 

‘ยาอัพเกรดยีน: ใช้อัพเกรดสเตตัสส่วนตัวของนักรบ หลังใช้ ค่าสเตตัสทุกอย่างจะเลื่อนขึ้นเป็นระดับ B แต่ไม่มีผลกับค่าพลังงาน ยานี้ใช้ได้หนึ่งครั้ง ใช้ซ้ำจะไม่มีผลใดๆ’

 

เห็นได้ชัดว่า ยาอัพเกรดพื้นฐานนี้เป็นไอเทมอัพเกรดที่เหมาะสำหรับผู้เล่นใหม่ที่ยังอ่อนแอ สำหรับผู้เล่นระดับสูงเช่นเดม่อน ซารอส นิวตัน ยาชนิดนี้ไม่มีประโยชน์อะไร

 

ในตัวนิวตันมีของเช่นนี้ คงเพราะว่าเขาเป็นผู้นำในสมาพันธ์ จึงพกของแบบนี้เพื่อแจกจ่ายให้ผู้เล่นใหม่ของสมาพันธ์ละมั้ง

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนเปิดดูค่าสเตตัสของตัวเองทันที

 

เป็นอย่างที่แจ้งเตือนไว้จริงๆ หน้าสเตตัสส่วนตัวมีบางอย่างต่างออกไป

 

สเตตัสหลักทั้งสามของร่างกาย คือ ความแข็งแกร่ง พละกำลัง ความว่องไว… แม่งเพราะหลัง ‘หลอมแสงตะวัน’ ค่าสเตตัสในหน้าตั้งค่าส่วนตัวของเฉินเสี่ยวเลี่ยนก็กลายเป็น E ไปหมด!

 

แล้วตัว E ยังเป็นสีแดงเถือกอีกต่างหาก!

 

อืม ถ้าเข้าดันเจี้ยนในสภาวะอ่อนแอจะตายใน 180 นาที

 

เพื่อรักษาชีวิตน้อยๆ ใช้ยายีนสเปซ มารีนส์นี่ให้หมดเลยแล้วกัน

 

โชคดีที่หลังจากเคลียร์ดันเจี้ยนแล้วกลายเป็นผู้เล่นอย่างเป็นทางการ ในหน้าสเตตัสส่วนตัว คำอธิบายระดับความต่างของสเตตัสก็ปรากฎออกมาแล้ว

 

แบ่งจากต่ำไปสูงคือ E-D-C-B-A-S… ระดับที่สูงกว่า S ระบบแจ้งว่า: ยังไม่ปรากฏ

 

สเตตัสแต่ละอันอธิบายไว้ดังนี้:

 

ความแข็งแกร่ง (รวมค่าพลังและความสามารถในการสร้างและฟื้นฟูของเซลล์)

 

พละกำลัง (รวมค่าความทนทานและระยะเวลาในการทนรับดาเมจ)

 

ความว่องไว (รวมค่าความไวในการตอบสนองของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ)

 

ค่าพลังงาน (พลังในการใช้สกิลที่ออกห่างจากตัว)

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาหยิบยาอัพเกรดยีนออกมาหนึ่งอันจากระบบ มันดูไปแล้วคล้ายกับหลอดฉีดยาที่มีกลิ่นอายแบบไซไฟเป็นอย่างมาก หลังจิ้มเข้าไปในร่างกายก็หายไปอย่างรวดเร็ว

 

ไม่นาน เฉินเสี่ยวเลี่ยนมองดูค่าความความแข็งแกร่ง พละกำลัง ความว่องไว เปลี่ยนเป็นระดับ B ด้วยความยินดี

 

นี่เหมือนกับพวกทหารที่ดัดแปลงพันธุกรรมในภาพยนตร์ไซไฟ...

 

อืม ค่าสเตตัสหลักทั้งสามเป็นระดับ B น่าจะสู้มือเปล่ากับแมวคลั่งสี่ตาได้แล้ว

 

หลังจากฉีดยาเข้าไปแล้วเฉินเสี่ยวเลี่ยนกลับไม่รู้สึกว่าร่างกายของตนมีปฏิกิริยาผิดปกติใดๆ เขาหยิบเบียร์ออกมาจากตู้เย็นกระป๋องหนึ่ง บีบในมือเบาๆ มันก็ระเบิดแล้ว!

 

“...น่าสนใจดีนี่” เฉินเสี่ยวเลี่ยนลูบคางพูดเสียงต่ำ “ความแข็งแกร่งระดับนี้ ต่อยตีมือเปล่ากับสักหลายสิบคนก็คงไม่มีปัญหาละมั้ง”

 

ยาอัพเกรดยีนยังเหลืออีกอันหนึ่ง เฉินเสี่ยวเลี่ยนกลับไม่แตะต้องมัน แต่เก็บไว้ในกระเป๋าไอเทม

 

เลือดบำรุงขั้นกลางx5 ของดี!

 

ส่วนดาบกางเขนประดับยศ หลังจากดึงออกมา เฉินเสี่ยวเลี่ยนก็ประหลาดใจเล็กน้อย

 

นี่เป็นดาบทรงไม้กางเขนที่เดิมทีนิวตันมอบให้ตนแล้วก็เอาคืนไปในภายหลัง มันกลายเป็นของแขวนประดับชิ้นเล็กๆ อันหนึ่ง เฉินเสี่ยวเลี่ยนจึงแขวนมันไว้บนคอ

 

อืม ดูหน่อยซิ ในกระเป๋ายังมีของอีกอย่าง

 

วิญญาณแม่ม่ายดำ

 

ตอนนั้นเขาตัดใจกำจัดเจ้าแมวแบ๊วไม่ได้ จึงเอาสัตว์ระดับ A นี้มาเป็นสัตว์เลี้ยงไม่ได้...แต่ว่าตัวเขาเองก็ไม่รู้จะจัดการยังไงจึงปล่อยทิ้งไว้ในกระเป๋า

 

ตอนนี้พอเปิดออกดูกลับทำให้เฉินเสี่ยวเลี่ยนค้นพบด้วยความดีใจว่าในที่สุดก็มีคำอธิบายขึ้นมาแล้ว

 

แม่เอ้ย ผ่านช่วงทดลองกลายเป็นผู้เล่นจริงช่างแตกต่างกันจริงๆ!

 

‘วิญญาณแม่ม่ายดำ: ใช้เพื่ออัญเชิญแมงมุมแม่ม่ายดำมาเป็นสัตว์เลี้ยง หรือให้สัตว์เลี้ยงตัวอื่นกลืนกินเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของสัตว์เลี้ยง’

 

การเติบโต!

 

ที่แมวคลั่งสี่ตากลายเป็นสัตว์เลี้ยงตัวตลกสุดอ่อนก็เพราะความสามารถของมันอยู่ในระดับ B...และการเติบโตก็...แม่งเป็นระดับ B!!!

 

หมายความว่าไม่ว่าจะเลี้ยงดูมันยังไง ไอ้ตัวติงต๊องนี่ก็ไม่มีทางเพิ่มพลังได้เลย!!

 

แต่ถ้าหาก...กลืนกินวิญญาณสัตวตัวอื่นแล้วจะเพิ่มการเติบโตได้ละก็…

 

เอ๋? ก็ไม่ถูกอยู่ดี ถ้ากลืนกินวิญญาณสัตว์ตัวอื่นก็สามารถเพิ่มการเติบโตได้ ถ้าอย่างนั้นแมวคลั่งสี่ตาก็ไม่ควรโดนดูถูกขนาดนี้สิ…

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนรีบเปิดหน้าสัตว์เลี้ยงในระบบดูทันที

 

ลองเอาวิญญาณแม่ม่ายดำให้แมวคลั่งสี่ตากินดู…

 

ผลคือ…

 

‘แจ้งเตือน: วิญญาณแม่ม่ายดำที่ใส่ไว้ มีสถานะไม่สัมพันธ์กับสัตว์เลี้ยงแมวคลั่งสี่ตา โอกาสกลืนกินสำเร็จคือ 1.3% ต้องการดำเนินการต่อหรือไม่?’

 

“...มึงแม่งกากจริงๆ!” เฉินเสี่ยวเลี่ยนมองการ์ฟิลด์ที่อยู่ข้างตัว

 

ดำเนินการต่อหาตูดอะไรละ! เลือกกด ‘ไม่’ แบบไม่ลังเล!

 

……

 

ตรวจของที่ได้รับจากระบบหมดแล้ว เฉินเสี่ยวเลี่ยนรู้สึกหิวขึ้นมาจึงรีบต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ตัวเองอย่างรวดเร็ว หลังจากกินเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม ก็พุ่งเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกาย

 

เขายืนอยู่หน้ากระจก เฉินเสี่ยวเลี่ยนมองดูใบหน้าที่ใสสะอาดในกระจกแล้วถอนหายใจ “ช่วยเทพเจ้าของโลกต่อสู้กับผู้ที่ทะลุมิติมาจากภายนอก? ดูท่าทางนายก็ไม่เห็นเหมือนกับผู้กอบกู้โลกนี่หว่า...เฮ้อ เน้นรักษาชีวิตรอดเป็นเรื่องสำคัญก็แล้วกัน”

 

หลังสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย เฉินเสี่ยวเลี่ยนก็ปรับความคิดของตัวเองได้เรียบร้อยแล้ว

 

เขาตัดสินใจว่า ไม่ว่าวันนี้หรือวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เรื่องที่สำคัญด่วนจี๋เป็นอันดับหนึ่งก็คือไปตามหาหานปี้กับซูซูให้เจอ!

 

ที่อยู่ที่บ้านและโรงเรียนของหานปี้ เฉินเสี่ยวเลี่ยนเคยได้ยินเขาบอกกับตนเองไว้แล้ว แต่ว่าหานปี้อยู่เมืองหนึ่งที่ไกลออกไปหลายร้อยกิโลเมตร

 

ส่วนซูซู...กลับอยู่ในเมืองนี้นี่เอง!

 

อีกอย่าง GM บอกว่า จริงๆ แล้วซูซูไม่ได้สูญเสียความทรงจำ แต่เพราะเหตุผลพิเศษบางอย่างจึงดูคล้ายกับว่าไม่รู้จักเขา

 

ไม่ว่าอย่างไรเฉินเสี่ยวเลี่ยนก็ต้องหาซูซูให้เจอก่อนแล้วค่อยว่ากัน!

 

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ฮัลโหล ร็อดดี้เหรอ? ฉันลืมถามนายไปเรื่องหนึ่ง เอ่อ...ราชินีเฉียวกับน้องสาวของเธอพักอยู่ที่ไหนเหรอ?”

 

อีกฟากของโทรศัพท์ “เฉินเสี่ยวเลี่ยน! นายจะโชว์โรคใคร่เด็กให้มันรู้ดำรู้แดงไปเลยหรือไง? ไม่ได้! ในฐานะคนดีคนหนึ่ง ฉันจะไม่ยอมบอกนายเด็ดขาด!”

 

“ฉันจำได้ว่าชั่วโมงพละคราวที่แล้วตอนอยู่ใต้แป้นบาส นายแอบดูกางเกงในใต้กระโปรงของหัวหน้าห้อง...”

 

“ถุ้ย! พ่อแค่บังเอิญเห็นเข้าพอดี! อีกอย่าง นายมีหลักฐานหรือไง!”

 

“อืม ตอนที่คนบางคนเอา notebook มาให้ฉันยืม ฉันบังเอิญไปเห็นว่าในไดรฟ์ E มีโฟลเดอร์หนึ่งซ่อนอยู่ ชื่อว่า ‘ฉันรักหัวหน้าห้อง’ ทั้งโฟลเดอร์เป็นผลงานของดาราหนัง AV ญี่ปุ่นที่หน้าคล้ายหัวหน้าห้องอยู่หลายส่วนเลยละ… จริงสิ ฉันแคปหน้าจอไว้ด้วยนะ”

 

“...พี่ชาย พี่ก็รู้ว่าฉันเป็นคนมีคุณธรรมน้ำมิตรเป็นที่สุด! ที่อยู่ของราชินีเฉียวก็คือเลขที่XXX ตึก A-B1 ถนนXX!”

 

……

 

หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เฉินเสี่ยวเลี่ยนเพิ่งจะนั่งแท็กซี่มาถึงหน้าประตูเขตไฮโซที่ราชินีเฉียวพักอยู่

 

ทว่ารถเพิ่งจอดสนิท เฉินเสี่ยวเลี่ยนยังไม่ทันได้จ่ายเงิน ก็เห็นรถแลนด์โรเวอร์สีดำที่เคยขับชนตนคันนั้นขับออกมาจากด้านในประตูใหญ่

 

จากกระจกที่ลดลงครึ่งบาน เฉินเสี่ยวเลี่ยนก็มองเห็นได้พอดีว่าคนที่กำลังขับรถคือเฉียวเฉียว และคนที่นั่งบนที่นั่งข้างคนขับก็คือซูซู

 

มองเห็นรถแลน์โรเวอร์ขับไปทางถนนใหญ่ เฉินเสี่ยวเลี่ยนก็รีบบอกคนขับแท็กซี่ว่า “เร็ว! รีบตามแลนด์โรวเวอร์คันนั้นไป!”

 

คนขับรู้สึกสนใจขึ้นมา มองเฉินเสี่ยวเลียนแวบหนึ่ง “น้องชาย? ตามจีบหญิงเหรอ?”

 

“อือ! เร็วเข้า! อย่าให้หลุดไปได้ล่ะ!” เฉินเสี่ยวเลี่ยนไม่อยากพูดมาก

 

คนขับหัวเราะฮ่าๆ เหยียบคันเร่งตามไปทันที “อย่ามองว่าเธอขับแลนด์โรเวอร์ ส่วนพี่ขับแท็กซี่เชียว พี่เป็นขาซิ่งหัวแถวของบริษัทเชียวนะ!”

 

ตามกันไปกว่าครึ่งชั่วโมงก็เห็นเฉียวเฉียวขับรถขึ้นทางด่วนไป คนขับอดพูดไม่ได้ว่า “น้องชาย เขาขึ้นทางด่วนแล้ว ถนนเส้นนี้ตรงไปสถานีรถไฟ สถานีรถไฟไกลมากนะ ค่ารถไม่ถูกนา”

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนไม่พูดอะไร ดึงธนบัตรสีแดงปึกหนึ่งในกระเป๋าเงินออกมาส่งให้ “ขับถึงไหนตามถึงนั่น!”

 

คนขับถอนหายใจครู่หนึ่ง “เด็กสมัยนี้ จีบสาวโคตรทุ่มทุน...”

 

…………………………

[1] S (Sadism) หมายถึงการมีความสุขจากการทรมานผู้อื่น M (Masochism) หมายถึง การมีความสุขเมื่อตนได้รับความเจ็บปวด

[2] ซิสค่อน (Siscon) หมายถึง พวกนิยมชอบพี่สาวตัวเองหรือน้องสาวตัวเอง

[3] จูนิเบียว (Chuunibyou) หรือ โรค ม.ต้น ปี 2 เป็นคำเรียกในแง่ลบถึงคนที่ชอบทำตัวเหมือนกับว่าเก่ง รู้ไปซะทุกเรื่อง หรือทำเหมือนว่าตัวเองมีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นๆ เช่นนึกว่าตัวเองเป็นฮีโร่บ้าง มีพลังพิเศษบ้าง ซึ่งปกติจะพบได้มากในวัยเด็ก ม.ต้น

จบบทที่ บทที่ 38 ทุ่มทุนสุดๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว