- หน้าแรก
- หลานสาวให้เกราะเหล็กในงานวันเกิดคุณปู่ วงการวิทย์ถึงกับบ้าไปเลย
- 【041】เด็กหนุ่มผู้นี้ ช่างเป็นยอดคนแห่งชาติที่หาใครเทียบมิได้จริงๆ!
【041】เด็กหนุ่มผู้นี้ ช่างเป็นยอดคนแห่งชาติที่หาใครเทียบมิได้จริงๆ!
【041】เด็กหนุ่มผู้นี้ ช่างเป็นยอดคนแห่งชาติที่หาใครเทียบมิได้จริงๆ!
【041】เด็กหนุ่มผู้นี้ ช่างเป็นยอดคนแห่งชาติที่หาใครเทียบมิได้จริงๆ!
ข้างๆ นั้น
ถงเหยาเองก็เข้าใจดีว่าผู้ใหญ่ทั้งสองกำลังพูดถึงอะไร
สำหรับสวีฝานแล้ว เธอรู้สึกศรัทธาอย่างสุดหัวใจ
เหมือนยืนอยู่เบื้องหน้าภูผาสูงตระหง่าน
ถงเหยาคิดมาตลอด ว่าตัวเองที่อายุยังน้อยแต่ได้เป็นผู้บังคับกองพันยศพันตรี ก็ถือว่ายอดเยี่ยมไม่น้อย
แต่เมื่อมายืนต่อหน้าสวีฝานวันนี้ ก็อดรู้สึกด้อยค่าไม่ได้
เทียบกับสวีฝานแล้ว...ช่างเถอะ คงไม่มีทางเปรียบกันได้เลย!
สวีฝานคือยอดคนผู้เสียสละเพื่อชาติและประชาชนโดยแท้ ส่วนเธอเองก็แค่เด็กสาวที่มีพรสวรรค์พอใช้ได้เท่านั้น
ระหว่างพวกเขา มีช่องว่างที่ไม่อาจข้ามผ่านได้
สวีฝานเป็นบุคคลที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึงไปตลอดชีวิต
คิดถึงตรงนี้ ถงเหยากลับรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาอย่างประหลาด
แม้ฉันจะทำได้แค่เดินตามรอยเท้าของคุณ แต่ฉันก็จะเป็นคนที่เสียสละเพื่อชาติและประชาชนให้ได้เหมือนคุณ!
ส่วนหวังอี้เสวี่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับมีสีหน้างุนงงตั้งแต่ต้นจนจบ
คุณปู่เคยชมใครเขาแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
แถมชมเสียเว่อร์ขนาดนี้!
ถึงกับใช้คำว่า “ยอดคนแห่งชาติที่หาใครเทียบมิได้” เลยนะ
น้ำหนักของคำนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่จะพูดเล่นๆ ได้แน่
แสดงว่าคุณปู่ต้องคิดแบบนั้นจริงๆ
แล้วยังคุณปู่ฮวาอีกคน ดูท่าทางแปลกๆ
ทำไมถึงเหมือนจะคุกเข่าลงอยู่รอมร่อ
ท่านจะไม่ถึงขั้นกราบเขาหรอกนะ?
แม้แต่ถงเหยาเองก็ยังมองสวีฝานตาเป็นประกาย
ก็เข้าใจนะว่าหมอนี่หน้าตาดี แต่เธอจะเผยใจออกมาตรงๆ แบบนี้เลยเหรอ!
ถ้าจะสารภาพรัก ก็ต้องต่อคิวหลังฉันก่อนสิ!
ฉันรู้จักเขาก่อนนะ เฮอะ!
สวีฝานเองก็รู้สึกงงเหมือนกัน
ผู้เฒ่าคนนี้ เป็นอีกแล้ว
เริ่มชมคนไม่หยุด
เหมือนเดิมเป๊ะ ชมจนคนเขินไปหมด
ไหนๆ สองท่านก็ชอบ “ของเหลือทิ้ง” ขนาดนี้ ก็อย่าว่ากันนะถ้าผมจะใจดำ
นอกจากสองวัสดุนี้ ผมยังมีอย่างอื่นอีก!
เยอะด้วย!
“ท่านเฒ่าหวัง ท่านอาจารย์ฮวา วัสดุโลหะผสมอื่นๆ สนใจบ้างไหมครับ?”
สวีฝานเอ่ยถามต่อ
เฒ่าหวังไม่รอช้า ไม่ถามด้วยซ้ำว่าเป็นโลหะผสมอะไร รู้สึกซาบซึ้งใจสุดขีด ตอบทันที
“ไม่ต้องพูดอะไรมาก ของโลหะผสมทั้งหมดที่เธอมี ฉันเอาหมด!”
บนใบหน้าสวีฝานปรากฏรอยยิ้ม
ในใจอดชมไม่ได้
สมกับเป็นลูกค้ารายใหญ่ ซื้อของไม่เคยถามด้วยซ้ำว่าซื้ออะไรไป
“งั้นเอาแบบนี้นะครับ ราคาก็ยังคง 498 หยวนต่อจินเหมือนเดิม สองท่านก็รู้ ผมไม่ได้คิดกำไรเลยจริงๆ”
“เรารู้แน่นอน!”
เฒ่าหวังแทบจะน้ำตาไหล พยักหน้าแรงๆ
“เรารู้ดีจริงๆ!”
อาจารย์ฮวาก็เสียงสั่นเครือ
“ตกลงครับ งั้นผมจะเตรียมตัวอย่างวัสดุแต่ละชนิด พร้อมชื่อ รายละเอียดคุณสมบัติ วิธีสังเคราะห์ต่างๆ เขียนกำกับไว้ให้ครบ”
สวีฝานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ
“ส่วนเรื่องบริการหลังการขาย สองท่านก็รู้ดีอยู่แล้ว ผมดูแลให้เต็มที่ ถ้ามีวัสดุพิเศษไหนที่ผมยังไม่ได้เขียนอธิบายไว้ ก็ติดต่อผมได้ตลอดเวลา”
“ดี! ขอบคุณมากจริงๆ!”
เฒ่าหวังก้าวเข้ามาจับมือกับสวีฝานแน่นอีกครั้ง
อาจารย์ฮวาก็เข้ามาจับมืออีกข้างของสวีฝานด้วยความตื่นเต้น
จนสวีฝานถึงกับพูดไม่ออก
สองท่านนี้จะเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่านะ?
“สองท่านอย่าเกรงใจเลย คนที่ควรขอบคุณคือผมต่างหาก!” สวีฝานยิ้มจริงใจ
ในสายตาเฒ่าหวัง ความเคารพยิ่งทวีขึ้นในใจ
สวีฝานคงกำลังขอบคุณที่ผมให้โอกาสเขาได้เสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง
จิตใจอันยิ่งใหญ่และคุณธรรมแบบนี้ หาได้ยากยิ่ง!
แค่คิดถึงจุดนี้ คนแก่แบบข้าก็รู้สึกละอายใจนัก!
อาจารย์ฮวาแอบปาดน้ำตาเบาๆ
คนสูงวัยมักจะอ่อนไหวกับเรื่องแบบนี้ เห็นคนมีคุณธรรมก็อดไม่ได้ที่จะซาบซึ้ง
เฒ่าหวังสูดหายใจลึก สีหน้าเคร่งขรึม
“เสี่ยวสวี!”
“จริงๆ ครั้งนี้ยังมีอีกเรื่อง อยากฟังความเห็นของเธอ”
“เรื่องอะไรหรือครับ?” สวีฝานถามอย่างสงสัย
“หุ่นยนต์เกราะที่เธอพัฒนา มันยอดเยี่ยมมาก ผ่านการทดสอบทั้งการบิน วัสดุ อาวุธ และการซ้อมรบได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
“ฐานวิจัยทางทหารจงไห่ อยากร่วมมือกับเธอ พัฒนาหุ่นยนต์เกราะร่วมกัน”
“ทางฐานจะช่วยเสนอชื่อเธอเป็นนักวิจัยระดับชาติ เพื่อให้เธอใช้ทรัพยากรได้สะดวกขึ้น”
ขณะพูด เฒ่าหวังดูระมัดระวังและลุ้นอย่างเห็นได้ชัด
ได้ยินดังนั้น สวีฝานก็หัวเราะออกมา
“ผมนึกว่าเรื่องอะไรเสียอีก!”
“ร่วมมือสร้างหุ่นยนต์เกราะ ไม่มีปัญหา!”
“แค่นี้เอง สบายมาก!”
...
ยามราตรีล่วงเลย แสงจันทร์เย็นเฉกเช่นสายน้ำ
นอกโรงงานร้าง มีเพียงเสียงแมลงร้องกับหมาเห่า
แต่ภายใน กลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบรรยากาศชื่นมื่น
เรื่องการก่อสร้างสายการผลิตก็ได้ข้อสรุปเรียบร้อย
สวีฝานจะรับผิดชอบแค่ด้านเทคนิค ที่เหลือทั้งหมดให้เฒ่าหวังกับทีมดูแล
ทุกครั้งที่สายการผลิตสร้างหุ่นยนต์เกราะได้หนึ่งตัว สวีฝานจะได้รับส่วนแบ่งแค่ 3% ของต้นทุนเท่านั้น
ในสายตาเฒ่าหวังกับอาจารย์ฮวา 3% นี้แทบจะเรียกว่าแค่ให้เกียรติ เพราะเทียบกับมูลค่าหุ่นยนต์เกราะแล้ว น้อยจนไม่ต้องพูดถึง!
อย่าว่าแต่ 3% เลย ต่อให้ 30% ก็ยังไม่มากเกินไป!
แต่สำหรับสวีฝาน เขามองไปไกลกว่านั้น ในอนาคตจะมีเทคโนโลยีล้ำสมัยนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น หุ่นยนต์เกราะก็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
เฒ่าหวังกับอาจารย์ฮวาต่างก็ยอมรับในตัวเขาอย่างหมดใจ
สวีฝานอายุยังน้อย แต่ไม่เพียงอัจฉริยะไร้เทียมทาน ยังมีคุณธรรมสูงส่ง
นับเป็นโชคใหญ่ของประเทศเซี่ยโดยแท้!
หลังจากหารือเรื่องสถานที่ตั้งสายการผลิตเพิ่มเติม โครงการหุ่นยนต์เกราะก็ถือว่าเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
เฒ่าหวังดีใจจนยิ้มไม่หุบ ถึงกับสั่งให้หวังอี้เสวี่ยกับถงเหยาเอาแบบอย่างจากสวีฝาน
อาจารย์ฮวาเองก็เผลอเหลือบไปเห็นโต๊ะทำงานของสวีฝาน
มีแบบแปลนกองพะเนินอยู่
ดูจากเนื้อหาบนสุด เหมือนกำลังคิดค้นเทคโนโลยีเครื่องจักรขนาดใหญ่อะไรบางอย่าง
“เสี่ยวสวี นี่เธอกำลังคิดค้นอะไรอยู่เหรอ?” อาจารย์ฮวาทนความสงสัยไม่ไหว ถามขึ้น
“อ๋อ แบบแปลนนั่นเหรอครับ ผมว่างๆ ก็เลยออกแบบยานดำน้ำลึกเล่นๆ” สวีฝานตอบอย่างสบายๆ
“ยานดำน้ำลึก เธอก็ศึกษาอยู่ด้วยเหรอ!?”
อาจารย์ฮวาถึงกับอึ้ง
เทคโนโลยียานดำน้ำลึกนั้นเกี่ยวข้องกับศาสตร์ล้ำหน้ามากมาย
ดูจากแบบแปลนที่สวีฝานร่างไว้ รูปทรงก็แปลกใหม่ แตกต่างจากยานดำน้ำทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
สวีฝานอายุเพียงยี่สิบกว่าๆ พัฒนาหุ่นยนต์เกราะก็เหนื่อยแทบขาดใจอยู่แล้ว
แต่ยังเหลือเวลามาคิดค้นสิ่งอื่นอีก
ช่างเหนือมนุษย์จริงๆ
“ก็พอรู้อยู่บ้างนิดหน่อยครับ” สวีฝานตอบอย่างถ่อมตัว
แต่อาจารย์ฮวาไม่คิดเช่นนั้น
ที่สวีฝานบอกว่ารู้แค่นิดหน่อย เกรงว่าคงอยู่เหนือจุดสูงสุดของเทคโนโลยีนี้ไปแล้ว
เฒ่าหวังพูดไม่ผิดเลย เด็กหนุ่มผู้นี้ ช่างเป็นยอดคนแห่งชาติที่หาใครเทียบมิได้จริงๆ!
…
ตอนก่อนระบุว่าเป็นชั่ง สงสัยคนเขียนสับสน