เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 : รังเกียจ

ตอนที่ 32 : รังเกียจ

ตอนที่ 32 : รังเกียจ


ตอนที่ 32 : รังเกียจ

อู่โม่ทำตัวราวกับเด็กน้อย "แค่ได้เป็นนักปรุงยาระดับ 1 ดาว ข้าก็พอใจแล้ว"

สำหรับคนที่อยู่ในโลกเล็กๆ ไม่เคยเห็นโลกอันกว้างใหญ่ ไม่ได้มีเป้าหมายใหญ่โตอะไร การได้เป็นนักปรุงยาระดับ 1 ดาวก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว

"เจ้ามีเป้าหมายแค่นี้เองรึ ? ศิษย์ของสำนักคังเฉียงจะมาพอใจกับการเป็นนักปรุงยา 1 ดาวได้ยังไง ?" จางหยูส่ายหน้าอย่างจนปัญญา แล้วพูดอย่างรังเกียจว่า "เจ้าไม่อาย แต่ข้าอาย"

อู่โม่ยิ้มแห้งๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร

"แล้วเม็ดยาที่เจ้ากลั่นออกมาล่ะ ไหนเอามาให้ข้าดูหน่อยสิ" จางหยูสั่ง

อู่โม่มองเม็ดยาในขวดก่อนจะส่งให้กับจางหยูอย่างระมัดระวัง

"ดูเจ้าทำสิ" จางหยูกรอกตาใส่ ก่อนจะรับขวดยามา หลังจากตรวจสอบเม็ดยาที่อยู่ในขวดอย่างละเอียด จางหยูก็เปิดฉากโจมตีอย่างเลือดเย็น "จำนวนก็ไม่ผ่าน รูปร่างก็ไม่ผ่าน ผลของยาก็ยังไม่น่าพอใจอีก เรียกมันว่าเม็ดยา ช่างเป็นการยกหางให้มันจริงๆ บอกตามตรงนะ มันคือยาที่แย่ที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา ! หากให้กินยานี่ ข้ายอมกินยาฆ่าตัวตายจะดีกว่า..."

ตอนนั้นเอง ความตื่นเต้นของอู่โม่ก็ถูกลบล้างไปโดยคำพูดของจางหยู

เขาอยู่กับจางหยูมานาน แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาโดนจางหยูด่าเจ็บขนาดนี้

มันหนักหน่วงเกินไปสำหรับเขา !

อู่โม่หน้านิ่ง ก่อนจะยิ้มแห้งๆออกมา "มันก็แย่จริงๆอย่างที่เจ้าสำนักพูด"

"ดี จงฝึกฝนต่อไป เมื่อไหร่ที่เจ้ากลั่นเม็ดยาออกมาให้ข้าพอใจได้ ข้าค่อยสอนเรื่องการปรุงยาระดับ 2 ดาวให้เจ้าอีกที" จางหยูมองไปที่อู่โม่ด้วยท่าทีสงสาร ก่อนจะส่งขวดยาคืนให้อู่โม่ "สำหรับของเล่นพวกนี้ เจ้าควรเก็บเอาไว้กับตัว ตราบใดที่เจ้าไม่ให้คนอื่นเห็นมัน ก็ถือว่าดี หากให้คนอื่นรู้ว่า ศิษย์ที่จางหยูสอนด้วยตัวเอง กลั่นเม็ดยาคุณภาพแย่ออกมา ข้าคงเสียหน้าแย่..." ประโยคสุดท้าย จางหยูก็อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมอู่โม่

หลังจากที่ได้ยินแบบนั้น ในใจของอู่โม่ก็ขมขื่นขึ้นมา

เดิมทีมันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่ความตื่นเต้นนี้กลับถูกจางหยูลบล้างไปด้วยคำพูด

จางหยูโบกมือและพูดขึ้นมาว่า "เจ้าได้เป็นนักปรุงยา 1 ดาวแล้ว สิ่งที่เจ้าขาดไปก็คือประสบการณ์ ข้าไม่อาจจะสอนเรื่องนี้กับเจ้าได้ ดังนั้นเจ้าจะต้องฝึกฝนมันด้วยตัวเอง"

เขาตบไหล่อู่โม่แล้วเดินออกไป แต่ก็ทิ้งท้ายไว้ว่า "จำไว้ อย่ามาหาข้าจนกว่าเจ้าจะทำยาลวดลายระดับ 3ได้"

การปรุงยาลวดลายระดับ 3 ให้ได้นั้น คือข้อกำหนดต่ำสุดกับการยกระดับเป็นนักปรุงยา 2 ดาว !

อู่โม่ในตอนนี้เป็นมือใหม่ในด้านการปรุงยา เพียงแค่สุ่มนักปรุงยาระดับหนึ่งดาวออกมาสักคน พวกเขาล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งกว่าอู่โม่!

จุดเด่นเพียงอย่างเดียวของเขาก็คือ ความรู้ที่กว้างขวาง ความรู้ที่เกี่ยวกับเม็ดยาและนักปรุงยา 1 ดาวนั้น แทบไม่มีอะไรที่เขาไม่รู้ อาจจะเรียกได้ว่าพื้นฐานของเขานั้นค่อนข้างหนาแน่นพอสมควร จุดนี้ ต้องขอบคุณกับจางหยู

"ขอรับ" อู่โม่ตอบกลับด้วยท่าทีที่เด็ดขาด

หลังจากที่จางหยูออกจากห้องไป อู่โม่ก็โล่งใจและพึมพำกับตัวเองเบาๆว่า "ยาลวดลายระดับ 3..."

อยู่ๆเขาก็อิจฉาอู่ซินซิน, หลินหมิงและคนอื่นๆขึ้นมา ทุกๆวันพวกนั้นแค่ต้องเข้าเรียนและบ่มเพาะเท่านั้นเอง ชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้ ไม่ดีตรงไหนกัน?

แต่เขาไม่รู้ว่า หลินหมิงและคนอื่นๆนั้นต่างก็แอบอิจฉาเขาอยู่ ที่เขาได้เรียนรู้เรื่องการปรุงยา เพราะนั่นเป็นอาชีพที่สูงส่งมาก!

....

หลังจากที่จางหยูออกจากห้องเรียน เขาก็ตรงไปที่ชั้นสองของหอตำรา ก่อนจะทุ่มสมาธิเพื่อแก้ไขเคล็ดวิชา

ตอนนี้เขาปรับปรุงเคล็ดวิชา 'เงาเวหา' ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาตัวเบาระดับธรรมดาขั้นสูงได้ครึ่งหนึ่งแล้ว คาดว่าคงจะปรับปรุงเสร็จภายใน 5 วัน ด้วยวิธีนี้ เขาจะได้มีเวลาไปแก้ไขเคล็ดวิชาต่อสู้ระดับธรรมดาขั้นสูงต่อ

ถึงไม่มีจางหยูอยู่ด้วย แต่อู่โม่ก็พักเพียงครู่เดียว ก่อนจะเริ่มฝึกฝนปรุงยาต่อ แม้ว่าจางหยูจะไม่อยู่ แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะเกียจคร้าน

จิตใต้สำนึกของเขานั้น เขาเชื่อใจจางหยูมาก มันเป็นความเชื่อใจที่สามารถใช้คำว่า 'หน้ามืดตามัว' มาอธิบายได้

ไม่ใช่แค่อู่โม่เท่านั้น ทุกคนในสำนักคังเฉียงต่างก็เชื่อใจจางหยูมากเช่นกัน

ด้านนอกห้องเรียน หลังจากที่หลินหมิงและคนอื่นๆสอบถามรายละเอียดของงานทดสอบหวงหยวนกับอู่เฉินแล้ว พวกเขาก็พากันแยกย้ายไปบ่มเพาะ

พวกเขาทำเหมือนเช่นเคย ต่างคนต่างก็เลือกสถานที่ที่ชอบในสำนัก แล้วทำการบ่มเพาะพลังต่อ

เพียงแต่ว่าครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้บ่มเพาะแค่ "ทักษะจี๋อู่" แต่ยังฝึกฝนเคล็ดวิชา "ฟัน" อีกด้วย!

แม้ว่าจางหยูจะอธิบายรายละเอียดได้ดีมาก รวมไปถึงตอบคำถามที่ค้างคาใจของพวกเขา แต่ทว่าพวกเขาก็ยังต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ที่จะฝึกฝนเคล็ดวิชา "ฟัน"ให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลินหมิง, เหยามู่หว่านและคนอื่นๆ พวกเขาล้วนมีพรสวรรค์ในการรับรู้ที่ต่ำมาก การฝึกฝนเคล็ดวิชา ใช่ว่าจะสำเร็จในชั่วข้ามคืน โชคดีที่จางหยูอธิบายได้เข้าใจมาก ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาจะต้องทำก็คือฝึก ในช่วงเวลาอันสั้นนี้พวกเขาจะต้องฝึกฝนให้สำเร็จ

คนที่มุ่งมั่นอยู่กับการฝึกฝนนั้น ย่อมไม่ทันสังเกตเห็นเวลาที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าพระอาทิตย์ที่เคยฉายแสงอยู่เหนือหัว ค่อยๆตกดินอย่างช้าๆ

....

"ซินซิน พวกข้ากลับก่อนนะ" เหยามู่หว่านและคนอื่นๆต่างเดินมาบอกลาอู่ซินซิน

อู่ซินซินหัวเราะคิกคักแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "พี่เหมา พี่ซู, พี่หลิน...พี่เหยาไว้เจอกันนะ" ตอนที่บอกลานั้น อู่ซินซินก็โบกมือน้อยๆของเธอไปด้วย

ผ่านไปสักพัก อู่ซินซินก็เดินไปที่ห้องเรียน แล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู จากนั้นก็ตะโกนบอกคนในห้องว่า "ท่านพี่ เราควรกลับกันได้แล้ว"

"รออีกเดี๋ยว ไว้ข้าปรุงยาหม้อนี้เสร็จ ข้าจะออกไปทันที" อู่โม่ที่อยู่ในห้องตะโกนตอบกลับ โดยไม่หันหน้ามามอง

" โอ้"

อู่ซินซินตอบกลับแล้วไปนั่งรออยู่ที่หน้าประตูห้อง จากนั้นก็ยกมือขึ้นมากอดอก แล้วเหม่อลอยขึ้นมา

ตอนที่นางอยู่เฉยๆ นางดูเป็นสาวน้อยน่ารักคนหนึ่ง

หลังจากนั้นสักพัก อู่โม่ก็ปรุงยาอีกหม้อ ซึ่งครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะดูดีขึ้น แต่ยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 6 เม็ด เพิ่มขึ้นตั้งสองเท่าแหนะ!

อู่โม่เก็บยาด้วยความพอใจ หลังจากที่คิดไปสักพัก เขาก็เก็บยาทั้งหมดไว้ในกล่องไม้ด้วยกัน จากนั้นก็เดินออกจากห้องเรียน และมอบกล้องไม้ให้กับอู่ซินซิน พลางพูดว่า "ซินซิน นี่คือของขวัญจากพี่"

" ของขวัญ ?" อู่ซินซินกระพริบตา "มันคืออะไร?"

นางรับกล้องไม้มาด้วยท่าทางดีใจ จากนั้นก็เปิดมันอย่างระมัดระวัง สายตาของนางเต็มไปด้วยความคาดหวัง เมื่อเห็นยาทั้ง 9 เม็ดที่อยู่ในกล้อง ดวงตาของนางก็เบิกกว้างขึ้นมา "ยาฉีซวน? นี่มันยาฉีซวนจริงๆด้วย ! ท่านพี่ ท่านร้ายกาจมาก!"

เมื่อเห็นสีหน้าแปลกใจของอู่ซินซิน อู่โม่ก็รู้สึกภูมิใจจนหัวเราะออกมา " ข้ายังมีค่าในสายตาของคนในตระกูล !"

" แต่ว่า...." สีหน้าของอู่ซินซินดูอึดอัดเล็กน้อย จากนั้นก็พูดอย่างรังเกียจว่า "ทำไมมันถึงดูน่าเกลียดเช่นนี้ล่ะ? ยาน่าเกลียดเช่นนี้ จะให้สาวน้อยน่ารักอย่างข้ากินเข้าไปได้ยังไง.....ถ้ากินมันเข้าไป จะท้องเสียหรือเปล่า?"

เมื่อได้ยินแบบนั้น หางตาของอู่โม่ก็กระตุกขึ้นมา " งั้นข้าขอคืนได้รึเปล่า ?"

มันจริงที่ว่ายาทั้ง 9 เม็ดนี้ดูน่าเกลียด แต่มันก็เป็นยาฉีซวนจริงๆ ถึงแม้ว่าผลของยาจะเทียบกับยาที่จางหยูกลั่นไม่ได้ แต่อย่างน้อย กินเข้าไปก็ไม่ท้องเสียอย่างแน่นอน

อู่โม่โกรธขึ้นมา สาวน้อยผู้นี้ ซึมซับด้านแย่ๆมาจากเจ้าสำนักจางหรือยังไง ?

ปากจัดเหมือนกันเลย !

"เอาไป" อู่ซินซินยื่นมือออกมาและส่งกล่องไม้ให้กับอู่โม่

" เจ้าไม่อยากได้งั้นรึ ?" อู่โม่แปลกใจเล็กน้อย เพราะยานี่สามารถยกระดับการบ่มเพาะของคนได้ แต่แม่สาวน้อยผู้นี้กลับไม่ต้องการมัน

"ท่านพี่ ท่านต้องการมันมากกว่าข้านะ" ตาสีดำของอู่ซินซินกรอกไปมา ก่อนจะพูดอย่างจริงจังว่า "ทุกวันท่านพี่ต้องฝึกการปรุงยา เวลาบ่มเพาะจึงน้อยกว่าพวกข้ามาก ดังนั้น ท่านควรเก็บมันไว้ใช้กับตัวเอง"

อู่โม่ตะลึงไปครู่หนึ่ง ในใจก็รู้สึกซาบซึ้งขึ้นมา จากนั้นก็กล่าวอย่างเอ็นดูว่า "เด็กโง่ ข้าน่ะกลายเป็นนักปรุงยา 1 ดาวแล้ว ถ้าข้าต้องการ ข้าสามารถปรุงยาเมื่อไหร่ก็ได้ ยาฉีซวนทั้ง 9 เม็ดนี้ เจ้ารับไปเถอะ อย่าคิดมากเรื่องข้าเลย"

"แต่ว่า...มันน่าเกลียดขนาดนี้ ใครจะกล้ากินมันลงล่ะ!" อู่ซินซินยักคิ้วและแสดงสีหน้าหนักใจออกมา

หัวใจของอู่โม่หยุดเต้นไป 0.1 วินาที และเริ่มสลดขึ้นมา คิ้วของเขาขมวดทันที "เจ้าไม่กล้ากิน ดังนั้นเลยให้ข้ากินแทนงั้นรึ ? ไม่สิ ยาที่ล้ำค่าแบบนี้ คนอื่นอยากได้ก็ยังไม่ได้ เจ้ากล้าดียังถึงได้รังเกียจมัน?"

เขามองไปที่อู่ซินซิน พร้อมกับกัดฟันแน่น "อู่ซินซิน เจ้านิสัยแย่มาก!"

"เจ้าพี่บ้า ท่านแย่ที่สุดเลย ท่านดุข้าอีกแล้ว !" อู่ซินซินเม้มปากแน่น และพึมพำออกมาว่า " ระวังไว้เถอะ ตอนที่ข้ากลับบ้าน ข้าจะฟ้องท่านพ่อว่าท่านรังแกข้า !ท่านพ่อจะต้องลงโทษท่านแน่!"

ดูจากภายนอก อู่โม่ดูเหมือนจะมีอำนาจ แต่ความจริงแล้ว ฐานะในบ้านของเขานั้น ด้อยกว่าอู่ซินซินมาก ถ้าอู่ซินซินฟ้องอู่เฉินขึ้นมา อู่โม่นี่แหละที่จะเป็นคนซวย

ยัยเด็กบ้านี่ คือปีศาจน้อยชัดๆ!

" เจ้ากล้ารึ!"

"ก็ลองดูสิว่าข้าจะกล้ารึไม่ !"

สองพี่น้องมองหน้ากันโดยไม่มีใครยอมใคร

สักพัก อู่โม่ก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ เขากุมขมับแล้วยอมรับความพ่ายแพ้ " ก็ได้สาวน้อย เจ้าชนะ"

ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เขาเก็บยาไว้กินเองจะดีว่า ไม่น่าเรื่องใส่หัวเลย

" หึ" อู่ซินซินเชิดหน้าด้วยท่าทีภูมิใจ

สีหน้าของอู่โม่หม่นหมองลง ขณะยื่นมือออกมา "เอาคืนมา! เจ้าไม่ต้องการ แต่ยังมีคนอื่นที่ต้องการ!"

"เฮ้อออ....น่าเกลียดถึงเพียงนี้ ใครกันน่าจะเป็นผู้โชคร้าย" อู่ซินซินโยนกล่องไม้ให้กับอู่โม่ จากนั้นก็หยิบถุงผ้าเล็กๆในแขนเสื้อออกมา ก่อนจะเทเม็ดยาสีแดงลงบนฝ่ามือ แล้วจ้องมองมันอย่างชื่นชม "ยาที่เจ้าสำนักทำนั้นดูดีกว่ามาก มันเหมือนศิลปะล้ำค่า"

ใช่ ยาฉีซวนที่จางหยูทำนั้นน่าดึงดูดมาก หากจะบอกว่ามันคือลูกปัดหยกก็ไม่ถือว่ากล่าวเกินจริงเท่าไหร่

แน่นอนว่าอู่โม่รู้ถึงความแตกต่างของตัวเองกับจางหยูดี เรื่องแบบนี้ใช่ว่าจะปฏิเสธได้

เขารับกล่องไม้มา ก่อนจะส่งเสียงฮึดฮัด "เร็วเข้า ได้เวลากลับบ้านแล้ว"

อู่ซินซินหัวเราะออกมา จากนั้นก็เก็บเม็ดยาในมืออย่างระวัง ราวกับเป็นสมบัติอันล้ำค่า ทำให้อู่โม่ได้แต่ขบฟันด้วยความอิจฉา

เด็กสาวผู้นี้มันปีศาจชัดๆ !

ทั้งสองคนเดินไปด้วยกันท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน

ทันใดนั้นอู่ซินซินก็หยุดเดิน

" มีอะไร สาวน้อย?" อู่โม่หันกลับมามองน้องสาวด้วยความสงสัย

อู่ซินซินกระพริบตา ก่อนจะชี้นิ้วเรียวนาวราวกับยก ไปทางหน้าประตูของสำนักคังเฉียง "ท่านพี่ ดูนั่นสิ นั่นพี่สาวชิวฉานนี่น่า!"

จบบทที่ ตอนที่ 32 : รังเกียจ

คัดลอกลิงก์แล้ว