เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 388 ระดับชีวิต

ตอนที่ 388 ระดับชีวิต

ตอนที่ 388 ระดับชีวิต


หลิน ฮวงได้รับใบอนุญาติการเป็นอาจารย์หลังจากที่พบลั่ว หมิง เขาเป็นคนแรกที่สามารถเป็นอาจารย์ได้ด้วยอายุ16ปีจากทั่วทั้งเขต1-12 นับประสาอะไรกับสถาบันที่เลืองชื่ออย่างสถาบันนักล่ายุทธ์ แม้กระทั่งสถาบันในเมืองเกรดBก็ยังไม่เคยมีอาจารย์อายุ16ปีมาก่อน

เหตุผลที่ว่าทำไมลั่ว หมิงจึงปล่อยให้หลิน ฮวงทำงานในฐานะอาจารย์ไม่ใช่เพราะคุณฟู่ แต่เป็นเพราะตัวหลิน ฮวงเอง ไม่ว่าจะเป็นระดับพลังเขาหรือความเข้าใจแก่นแท้ดาบ เขามีคุณสมบัติจะเป็นอาจารย์ เกี่ยวกับความรู้พื้นฐาน มันก็เป็นแค่เรื่องของเวลาในการเตรียมพร้อม มันจะไม่เป็นไรหากนักเรียนบางคนถามคำถามยากๆ ในความเป็นจริง อาจารย์ระดับเพลิงสวรรค์บางคนยังไม่อาจตอบคำถามยากๆได้เลยบางครั้ง

“หลิน ฮวง ฉันจะแนะนำวงจรการบ่มเพาะให้เธอฟัง เธอจะต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองในหอสมุดหลังจากที่ฉันไป”

เมื่อพวกเขากลับไปที่โรงแรม คุณฟู่ก็นั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่นและเริ่มสอนหลิน ฮวง

“ก่อนอื่น พลังชีวิตคืออะไร?หลิน ฮวง เธอคิดว่าพลังชีวิตคืออะไร?”

หลิน ฮวงนั่งตรงทันที เขาตกใจกับคำถาม เขาขบคิดอยู่สักพักก่อนจะให้คำตอบ

“ผมคิดว่าพลังชีวิตคือพลังบ่มเพาะ”

“คำตอบของเธอถูกแต่ก็ไม่ซะทีเดียว”คุณฟู่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“พูดให้ถูก พลังชีวิตก็คืออายุขัย ก่อนยุคใหม่จะเริ่มขึ้น มนุษย์ไม่ได้มีกงล้อชีวิตอยู่ในร่าง ดังนั้นพลังชีวิตจึงไม่มีอยู่ในช่วงนั้น พลังชีวิตในยุคโบราณจะอยู่ในรูปแบบของพลังลมปราณ ลมปราณซึ่งแฝงอยู่ในเลือด ยิ่งลมปราณแข็งแกร่งมากเพียงใด อายุก็จะยิ่งยืนยาว ดังนั้น ผู้ฝึกตนทั้งหมดจึงบ่มเพาะลมปราณและร่างกายของพวกเขา ยิ่งร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่ง พลังลมปราณของพวกเขาก็จะยิ่งมาก ส่งผลให้อายุขัยและความสามารถเพิ่มพูนขึ้น”

“มองย้อนกลับไปในยุคสมัยก่อนหน้านั้น มนุษย์ได้คิดค้นวิธีบ่มเพาะจากดวงวิญญาณของพวกเขา ในระหว่างนั้น ทุกคนจะบ่มเพาะวิญญาณเพราะเป็นทางเดียวที่จะเพิ่มพลังชีวิต อย่างไรก็ตาม มันแตกต่างกันในยุคนี้ มีกงล้อชีวิตในร่างเราและยิ่งพลังชีวิตในร่างเรามีมากแค่ไหน ความสามารถเราก็จะยิ่งแข็งแกร่ง...”

“เธอสังเกตเห็นไหม?ไม่สำคัญว่าเส้นทางการบ่มเพาะจะแตกต่างกันเพียงใด แต่มันก็มีความเหมือนกันอยู่เสมอ?”คุณฟู่ยิ้มให้หลิน ฮวง

“หมายความว่าพื้นฐานการบ่มเพาะคือการเพิ่มพลังชีวิต?ไม่สำคัญว่าพลังชีวิตจะอยู่ในรูปแบบไหน พื้นฐานก็ยังคงเหมือนกัน”หลิน ฮวงเข้าใจทันที จากคำแนะนำของคุณฟู่ ในที่สุดเขาก็รู้ถึงความจริงของการบ่มเพาะ

“พื้นฐานชีวิตคือการรวมกันของสสารและพลังงาน สสารสามารถอธิบายได้ว่าเป็นส่วมผสมของกายเนื้อและวิญญาณขณะที่พลังงานจะเกิดจากพลังชีวิต”คุณฟู่ยิ้มและพยักหน้า

“อาจารย์ วิญญาณคือสสาร?”หลิน ฮวงถาม

“มีข้อโต้แย้งมากมายว่าวิญญาณคือสสารหรือพลังงาน แต่ฉันคิดว่าวิญญาณคือสสารเฉพาะ พลังงานเป็นสิ่งง่ายๆในขณะที่วิญญาณจะคล้ายกับร่างกายมนุษย์ มันมีรายละเอียดและความซับซ้อน จากบางมุมมอง พวกมันคล้ายกับหุ่นยนต์หลายๆรูปแบบ หากเธอคิดว่ามันยากจะเข้าใจ ฉันก็สามารถลบหัวข้อวิญญาณและไม่พูดเกี่ยวกับมันได้”คุณฟู่อธิบาย

“ดังนั้นเราจะพูดถึงพลังชีวิตในแง่ของการรวมกันระหว่างสสารและพลังงาน....ไม่สำคัญว่าวิถีการบ่มเพาะเป็นยังไง มนุษย์จะประกอบไปด้วยร่างกาย วิญญาณและพลังชีวิต ยิ่งพลังชีวิตแข็งแกร่ง ร่างกายก็จะยิ่งแข็งแกร่ง นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสสารของพลังชีวิตโดยตรง แต่ทว่า ความเกี่ยวข้องนี้จะเกิดขึ้นภายในตัวเธอเท่านั้นซึ่งอาจมีผลกระทบต่อพลังชีวิตเธอ การไหลเวียนของพลังชีวิตเธอจะเป็นทั้งการเสริมพลังและลดพลังชีวิตของเธอ”

“ในทางกลับกัน ยิ่งร่างกายเราแข็งแกร่ง มันก็ยังเก็บพลังชีวิตได้มากขึ้น ดังนั้น การบ่มเพาะพลังชีวิตจึงเป็นวงจรบวก พลังชีวิตจะเติบโตไปพร้อมกับร่างกาย ต่อจากนั้น ระดับพลังชีวิตเราก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน”

“ระดับพลังชีวิต?”หลิน ฮวงได้ยินเรื่องใหม่อีกครั้ง

“ใช่ ตามรูปแบบพลังชีวิตที่แตกต่างกันและความแข็งแกร่ง มันมีระดับของพลังชีวิตอยู่ เหมือนกับพีระมืด ระดับต่ำไปสูง”

“เกณฑ์การวัดฐานพีระมิดคือพลังชีวิตไม่อาจหลบหนีจากร่างมนุษย์ได้ สำหรับมนุษย์ ไม่สำคัญว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือระดับทองสมบูรณ์ พวกเราล้วนอยู่ในระดับนี้”

“ระดับสองจะเป็นพลังชีวิตที่สามารถปล่อยออกจากร่างมนุษย์ได้และดำรงอยู่อย่างอิสระในโลกวัตถุ ในความเป็นจริง การมองไปที่วิถีบ่มเพาะในปัจจุบัน ไม่สำคัญว่าจะเป็นระดับเพลิงสวรรค์หรือจักรพรรดิ ระดับหลุดพ้นทั้งหมดล้วนอยู่ในระดับนี้”

“ระดับสาม พลังชีวิตจะไม่เพียงอยู่อย่างอิสระแต่มันยังสามารถปรับความถี่ให้เข้ากับพลังต่างๆในโลกวัตถุได้อีกด้วย การใช้เพื่อปรับแรงของโลก และยังสามารถเปลี่ยนสสารของมันเป็นสสารใดก็ได้ในโลกนี้”

“เราเรียกสิ่งมีชีวิตระดับนี้ว่าเทพ เมื่อบุคคลไปถึงระดับนี้ มันจะง่ายสำหรับพวกเขาที่จะขับเคลื่อนภูเขา สิ่งมีชีวิตระดับนี้สามารถเคลื่อนย้ายเปลวไฟเพื่อกลืนกินเมืองเกรดAได้ราวกับการสะบัดมือ แน่นอน พวกเขายังสามารถขยับภูเขาเพื่อบดขยี้เมืองจากด้านบนได้และแม้กระทั่งชักนำน้ำจากมหาสมุทรเพื่อโถมใส่เมือง....มีหลายวิธีที่จะทำให้มนุษย์หายไปในชั่วข้ามคืน”

หลิน ฮวงรู้สึกกลัวเมื่อได้ยิน เขาไม่รู้ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังขนาดนี้อยู่บนโลก เขามักจะคิดว่ามันเหมือนกับในนิยายที่เทพเจ้าเพียงทรงพลังกว่ามนุษย์เล็กน้อย เขาไม่คิดว่าระดับพลังชีวิตจะมีช่องว่างที่แตกต่างกันขนาดนี้

“มีมากกว่า...ระดับสามไหมครับ?”หลิน ฮวงถามอย่างระมัดระวัง

“ฉันไม่รู้ บางทีอาจจะมีหรือไม่มี ไม่มีใครรู้ก่อนจะไปถึงระดับนั้น”คุณฟู่ยิ้มและส่ายหัว

“ฉันเคยได้ยินแค่สามระดับนี้เท่านั้น”

“ระดับสามก็ไร้เทียมทานแล้ว ถ้าหากมีระดับที่สูงกว่านี้แล้วจะเป็นยังไงกัน?!”หลิน ฮวงไม่อาจจินตนาการได้ว่าคนที่อยู่เหนือกว่าระดับสามจะทรงพลังแค่ไหน

“เอาละ ทั้งหมดที่เธอต้องรู้คือผิวเผินของฐานชีวิต ระดับชีวิต และพลังชีวิต หฉันสอนเธอถึงวิธีการใช้พลังชีวิตก่อน...”คุณฟู่ขัดจินตนาการของหลิน ฮวง

จบบทที่ ตอนที่ 388 ระดับชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว