เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 290 กระบวนท่าสุดท้ายของเซียนดาบไร้ปราณี

ตอนที่ 290 กระบวนท่าสุดท้ายของเซียนดาบไร้ปราณี

ตอนที่ 290 กระบวนท่าสุดท้ายของเซียนดาบไร้ปราณี


การคืนชีพเป็นทักษะต้องห้ามที่มีมอนสเตอร์วิญญาณเพียงไม่กี่ตัวที่ครอบครอง เมื่อมันถูกใช้งาน มันจะสามารถนำดวงวิญญาณหวนกลับคืนมาได้ ไม่เพียงแต่มันจะฟื้นฟูระดับพลังของมอนสเตอร์ มันยังสามารถดึงทักษะทั้งหมด ทักษะต่อสู้และแม้กระทั่งประสบการณ์การต่อสู้เมื่อครั้งที่มันยังมีชีวิตอยู่ให้ตื่นขึ้นพร้อมกับการคืนชีพ  แต่ทว่า มันก็ย่อมต้องมีราคาที่แพงสำหรับการใช้ทักษะต้องห้าม แม้ว่าหลิน ฮวงจะไม่รู้ว่าทักษะต้องห้ามสามารถทำอะไรได้ เขาก็รู้ว่าวิญญาณกระดูกต้องทรงพลังขึ้นหลายเท่า

หลิน ฮวงเริ่มตื่นตระหนกขณะที่จับตาดูหมอกเลือดที่ถูกดูดเข้าไปในดวงตาของวิญญาณกระดูก ในไม่ช้าหมอกก็ลดลง เขามีความคิดและสื่อสารกับเนฟิลิกผ่านความคิด ในไม่ช้า ท้องฟ้าก็กลายเป็นมืดสนิท ทั่วรัศมีภายใน100เมตรกลับถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำและมันดูราวกับกลางคืน หลี่ หลางจ้องมองท้องฟ้าอย่างสับสนเพราะเขาไม่รู้ว่าสภาพอากาศแจ่มใสก่อนหน้ากลับกลายเป็นเช่นนี้ได้ยังไง เขาสามารถเห็นสายฟ้าสีทองจางๆภายในเมฆดำ

ทันใดนั้น สายฟ้าก็ฟาดลงมาใส่วิญญาณกระดูก หนึ่งสาย สองสาย สามสาย....สายฟ้าฟาดกระหน่ำลงมาใส่วิญญาณกระดูกราวกับพายุสายฟ้า อย่างไรก็ตาม วิญญาณกระดูกกลับไม่หนีหรือแม้กระทั่งป้องกัน มันกลับยืนนิ่งๆ แต่ทว่า แม้ว่าจะด้วยการโจมตีของสายฟ้า มันก็ยังไม่หยุดใช้ทักษะต้องห้ามขณะที่หมอกเลือดยังคงถูกดูดไปในตามัน

ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่มีงูไฟหรือเคียวดำที่คอยไล่ตามหลิน ฮวงอีก มีเพียงโซ่ลงทัณฑ์ทั้ง9ที่หลงเหลือแต่พวกมันก็ไม่อาจคุกคามอินทรีอเล็กซานเดรี้ยนดได้อีกต่อไป ขณะนั้นเอง กงล้อชีวิตของหลิน ฮวงก็เต็มเปี่ยมด้วยความช่วยเหลือของหยี่ เยว่หยู่ เมื่อเห็นว่าหมอกเลือดเกือบจะถูกดูดไปในดวงตามันจนหมดแล้ว หลิน ฮวงก็สั่นอินทรีอเล็กซานเดรี้ยนโดยไม่ลังเล“ไป!”

อินทรีอเล็กซานเดรี้ยนเก็บปีกแนบตัวและกดหัวลงไปทางวิญญาณกระดูกโลหิต มันทะยานลงด้วยความเร็วจนเกิดโซนิคบูม แต่ทว่า มันกลับสายเกินไป ขณะที่มันยังคงอยู่ไกลจากตัววิญญาณกระดูก กลุ่มหมอกก้อนสุดท้ายก็หายไปในพริบตาและเมฆสีเลือดก็โอบล้อมตัวมัน ขณะที่ทั้งสามจับจ้องอย่างตกใจ เมฆเลือดก็แปรเปลี่ยนเป็นเนื้อและหนัง ปกคลุมทั่วร่างวิญญาณกระดูกโลหิต....มันเป็นตัวตนที่ทรงพลังและมีกลิ่นอายที่น่ากลัวในระดับเดียวกับมงกุฏราชันย์!”

 

“นี่ท่าไม่ดีแล้ว...”หลิน ฮวงขมวดคิ้ว

 

ทันใดนั้น ความคิดที่คลุมเครือก็ผุดขึ้นในสมองเขา มันเป็นข้อความจากเซียนดาบไร้ปราณี แม้ว่ามันจะไม่ชัดเจน หลิน ฮวงก็รู้ว่ามันกำลังขอเขาเพื่อโจมตี แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไมเซียนดาบไร้ปราณีถึงขออย่างนั้น แต่เขาก็พยักหน้า จากนั้นเซียนดาบไร้ปราณีก็กระโดดจากหลังอินทรีและพุ่งใส่วิญญาณกระดูกโลหิตที่เกือบจะกลายร่างเสร็จแล้ว

วิญญาณกระดูกโลหิตสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เข้าใกล้มัน จากนั้นโซ่ลงทัณฑ์ทั้ง9ก็เลิกไล่ตามหลิน ฮวงและมุ่งเป้าไปที่เซียนดาบไร้ปราณีแทน เซียนดาบไร้ปราณีไม่ได้มีปีก ดังนั้นมันจึงไม่อาจบินได้ ไม่มีทางสำหรับมันที่จะทำอะไรได้ในอากาศ เมื่อเห็นว่าโซ่ลงทัณฑ์กำลังพุ่งใส่เซียนดาบไร้ปราณี ทั้งสามคนก็คิดว่ามันคงไม่รอด

แต่ทว่า เพียงเมื่อโซ่เกือบจะสัมผัสกับตัวเซียนดาบไร้ปราณี ดาบดำก็ปรากฏขึ้นใต้เท้า มันก้าวไปบนดาบและพุ่งไปในทิศทางอื่น ด้วยความช่วยเหลือของดาบดำ เซียนดาบไร้ปราณีจึงวิ่งซิกแซกกลางอากาศได้ขณะที่เข้าใกล้วิญญาณกระดูกเรื่อยๆ

หลิน ฮวงรู้สึกทึ่งในความว่องไวของเซียนดาบไร้ปราณี เขารู้ว่าดาบดำนั้นสร้างจากเขตแดนแห่งความตายแต่เขาไม่รู้ว่าทักษะเช่นนั้นจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในแบบนี้ เซียนดาบไร้ปราณียังคงอยู่ในอากาศโดยไม่ได้ใช้ดาบมันเพื่อสู้กับโซ่ลงทัณฑ์ หลิน ฮวงสังเกตเห็นดวงตาสีแดงข้างเดียวของมันกลายเป็นพร่าเลือนขณะที่ลวดลายสีทองเรืองรองขึ้นบนดาบดำที่มันกำลังถือ

ภายในไม่กี่ลมหายใจ เซียนดาบไร้ปราณีก็มาหยุดตรงหน้าวิญญาณกระดูกโลหิต การงอกของเนื้อหนังใกล้จะสมบูรณ์แล้ว ส่วนเดียวที่ยังไม่มีเนื้อก็คือหัว อย่างไรก็ตาม ประกายสีแดงในดวงตาของเซียนดาบไร้ปราณีกลับเปล่งจนถึงขีดสุดราวกับดาวตกสีแดง  ลวดลายสีทองรอบดาบมันได้หายไปและตอนนี้ดาบก็ถูกอาบไปด้วยแสงสีขาว

 

“ฮี่ๆ...เจ้าลำบากแล้ว!”วิญญาณกระดูกหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ด้วยเคียวดำในมือมัน จากนั้นมันก็กวาดเคียวใส่เซียนดาบไร้ปราณีอย่างรวดเร็วจนหลิน ฮวงไม่อาจจะมองตามได้ทัน เขากังวลอย่างมาก แต่ทว่า เซียนดาบไร้ปราณีกลับโบกดาบในมือมันโดยไม่ลังเลและแสงสีขาวก็ระเบิดออกจากดาบมันราวกับคลื่น กลืนกินวิญญาณกระดูกและเคียวดำของมัน พื้นด้านหลังวิญญาณกระดูกที่เต็มไปด้วยลาวากลับถูกปกคลุมโดยแสงสีขาวยาวไปจนถึง100กิโลเมตร

แผ่นดินไหวอย่างรุนแรงจากการโจมตี แม้จะไม่มีใครรู้ถึงผลลัพธ์ แต่การแกว่งดาบเพียงครั้งเดียวนี้แม้จะไม่อาจฆ่ามันได้ แต่มันก็ต้องบาดเจ็บสาหัส  หลิน ฮวงรู้ดีว่ามันคือกระบวนท่าไม้ตายของเซียนดาบไร้ปราณี  ชีวิตสมบูรณ์  ไม่สำคัญว่าจะเกิดอะไรขึ้น เซียนดาบไร้ปราณีได้กลับเป็นการ์ดและจะไม่สามารถอัญเชิญได้ภายใน24ชั่วโมงหลังจากนี้

 

“นี่คือไซคลอปส์...มอนสเตอร์กลายพันธ์สามครั้ง?”หยี่ เยว่หยู่ถามอย่างตกใจ

“ไม่ มันแค่มอนสเตอร์กลายพันธ์สองครั้ง นั่นคือกระบวนท่าไม้ตายของมัน”หลิน ฮวงอธิบาย ทั้งสามจ้องไปในทิศทางที่เกิดการทำลายล้าง ในไม่ช้า เซียนดาบไร้ปราณีก็ค่อยๆเลือนลางและหายไป  รวมถึงแสงสีขาวที่กระจายไปไกลกว่า100กิโลเมตรเช่นกัน

เห็นได้ชัดว่ามันมีหลุดขนาดยักษ์บนระยะทาง100กิโลเมตรที่แสงสีขาวพาดผ่าน มันลึกมากจนดูเหมือนไร้ก้นบึ้ง แม้กระทั่งลาวาใต้ดินก็ยังระเหยจากการโจมตี ในขณะเดียวกัน วิญญาณกระดูกโลหิตก็ได้เผยตัวมันออกมาเมื่อแสงสีขาวจางหายไป...

 

ปล.ตอนนี้สั้นหน่อยเลยปล่อยให้อ่านฟรีเน้อ

จบบทที่ ตอนที่ 290 กระบวนท่าสุดท้ายของเซียนดาบไร้ปราณี

คัดลอกลิงก์แล้ว