เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 250 การมาของวิหารนักบุญ

ตอนที่ 250 การมาของวิหารนักบุญ

ตอนที่ 250 การมาของวิหารนักบุญ


หมาป่าทั้ง6ได้เดินทางอยู่ในทะเลทรายทองคำอยู่หลายวัน

นำโดยดู่ เฟิง ระยะเวลาการใช้งานของหมาป่ายักษ์จะอยู่ที่ประมาณ10ชั่วโมงเท่านั้น เวลาที่เหลือ พวกเขาจะเรียกมอนสเตอร์กลับไปยังเหรียญผนึกเพื่อให้พวกมันได้พัก

มันเกือบจะเย็นแล้วตอนนี้และดู่ เฟิงก็สั่งให้พวกเขาหยุดพักอีกครั้ง

 

“มีเนินทรายอยู่ตรงนั้น ไปตั้งเต็นท์กันที่หลังเนินทราย”ดู่ เฟิงชี้ไปที่เนินทรายไม่ไกลจากเขา จากนั้นเขาก็ขี่หมาป่านำไปทางเนินทราย

เหล่าวัยรุ่นรีบตามเขาไปทันที

 

“พี่ดู่ พวกเราช้าเกินไป เราสามารถเดินทางได้เพียง10ชั่วโมงต่อวันและหมาป่าก็มีความเร็วที่ประมาณ70กิโลเมตร พวกเราไม่พบอันตรายใดๆตลอดทาง หากหมาป่าวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ เราต้องไปถึงสนามฝึกของเราตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”อี้ เผิง ชายหนุ่มร่างผอมกล่าว เขาเป็นคนใจร้อนเพราะเขาคิดว่าดู่ เฟิงนั้นเป็นคนที่ระมัดระวังมากเกินไป

“หยุดพูดจาไร้สาระ ไปพักผ่อนซะ เราจะถึงจุดหมายเราในวันพรุ่งนี้หากเรารักษาความเร็วที่ระดับนี้”ดู่ เฟิงขี้เกียจจะอธิบายเหตุผลเขา

“เราต้องไปถึงช้าอย่างน้อยสองวันก็เพราะเรากำลังเดินทางเช่นนี้.....”อี้ เผิงพึมพำด้วยเสียงต่ำ

“กลับไปที่เต็นท์ของพวกเธอและพักผ่อนซะ!”สีหน้าของดู่ เฟิงเปลี่ยนไป เหลียง เฉียนที่กำลังยืนข้างอี้ เผิง รีบดึงเขาออกไปทันที ไม่ยอมให้เขาได้พูดต่อ ในฐานะสมาชิกหญิงคนเดียวของกลุ่ม เธอมักจะเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ของทุกคน

“หัวหน้า ฉันอยากจะถามว่าทำไมคุณถึงตั้งชื่อกลุ่มเราว่า’เตียว เฟิง’?หรือเพราะ’เฟิง’คือชื่อหัวหน้า?”เหลียง เฉียนถามและเปลี่ยนเรื่องหลังจากที่อี้ เผิงเดินออกไป

“แน่นอนว่าไม่ มันเป็นเพราะกลุ่มก่อนหน้าที่ฉันเข้าร่วมนั้นชื่อเตียว เฟิงเช่นกัน ฉันหวังว่าฉันจะยังสามารถใช้ชื่อนี้ต่อไปได้...”ดู่ เฟิงอธิบายด้วยรอยยิ้ม

“ทีมก่อนหน้าของคุณ?”เมื่อคนอื่นได้ยินถึงประวัติของหัวหน้าพวกเขา พวกเขาก็กรูกันเข้ามาทันที

“พี่ชายดู่ ทำไมทีมก่อนถึงยุบตัว?เกิดความขัดแย้งระหว่างสมาชิก?”ต้วน หยางถามทันที

“มันไม่ใช่เพราะความขัดแย้ง แน่นอน พวกเราสนิทกันราวกับเป็นพี่น้อง”ดู่ เฟิงยิ้ม แต่ทว่า จู่ๆใบหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นดำมืด“เหตุผลที่ว่าทำไมทีมจึงยุบเพราะฉันเป็นเพียงคนเดียวที่รอดชีวิต...”

“ว่าไงนะ?!”

 

พวกเขาทั้งหมดตกใจขณะที่อ้าปากค้างใส่ดู่ เฟิง  พวกเขาได้เข้าร่วมทีมเตี่ยว เฟิงอยู่ไม่กี่เดือนและมันก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินเรื่องราวจากดู่ เฟิง

 

“พวกเธอยังคงจำเหตุการณ์ในทะเลทรายอุกกาบาตที่ฉันได้บอกไปได้ไหม?”ดู่ เฟิงเหลือบมองทั้ง5คน

พวกเขาพยักหน้าทันที

“ภารกิจเราคือการช่วยสมาชิกของตระกูลราชวงศ์ฆ่ามอนสเตอร์ระดับหลุดพ้นเพื่อที่เขาจะได้เลื่อนเป็นระดับเพลิงสวรรค์ มีนักล่าระดับทองทั้งสิ้น53คนที่เข้าร่วมภารกิจ ฉันเป็นเพียงนักล่าที่อยู่ในระดับเงิน สมาชิกคนอื่นของฉันล้วนอยู่ในระดับทอง แต่ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกเมล็ดพันธ์ชีวิตใด ดังนั้น ฉันจึงยังไม่เป็นระดับทอง ฉันเป็นเพียงคนแบกของในระหว่างภารกิจ ฉันบอกพวกเธอว่าฉันได้เข้าร่วมการต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับหลุดพ้น แต่ในความเป็นจริง ฉันเปล่า ฉันยืนอยู่ห่างจากสนามรบไปไกลหลายกิโลเมตร ห่างไกลจากทุกสิ่งที่เกิดขึ้น...”

 

ทุกคนฟังดู่ เฟิงพูดอย่างเงียบๆ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดขัด

 

“ขณะที่พวกเขาเห็นมอนสเตอร์ ทุกคนก็พุ่งใส่มันทันที หัวหน้าได้บอกให้ฉันอยู่ในตำแหน่งเดิมและอย่าเข้ามายุ่งกับการต่อสู้เพราะฉันไม่อาจใช้สมับิตอะไรได้และฉันก็ไม่อาจทำอันตรายมอนสเตอร์ระดับหลุดพ้นได้ ฉันเข้าใจดีและยอมรับ ดังนั้น ฉันจึงดูการต่อสู้บนเนินทรายที่อยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร”

“ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องยากที่จะฆ่ามอนสเตอร์ระดับบัญชาด้วยนักล่าระดับทองกว่า50คน ฉันไม่เคยคิดว่ามอนสเตอร์หลุดพ้นตนนั้นจะผ่านการกลายพันธ์ถึงสองครั้ง และมันยังไม่ใช่มอนสเตอร์หลุดพ้นระดับเพลิงขาวหรือระดับเพลิงแดงตามที่บันทึกไว้ มันอยู่ในระดับสูงกว่านั้น ระดับเพลิงฟ้า.....”

“ตั้งแต่ต้น สมาชิกระดับทองได้สวมสมบัติป้องกันของพวกเขา แต่ทว่า เพียงการโจมตีเดียว พวกเขาก็ตกตาย พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะสู้กลับเลย มันกลับกลายเป็นการฆ่าล้างอยู่ฝ่ายเดียว”

“การต่อสู้กินเวลาไม่ถึงครึ่งนาที ทันทีที่มอนสเตอร์เปิดปากของมัน นักล่ากว่าครึ่งก็ถูกกลืนกิน แม้กระทั่งเหล่าคนที่ตระหนักถึงสถานการณ์และอยากจะหลบหนีก็ยังไม่รอด พวกเขากลายเป็นอาหารมัน....”

“พวกเธอรู้ไหมว่าฉันทำยังไง?ฉันมันขี้ขลาด ทันทีที่ฉันเห็น ฉันก็คลานหนี ซ่อนหัวอยู่ในเนินทราย หลบอยู่หลังเนินทราย ฉันอยู่ที่ตำแหน่งนั้นกว่า3ชั่วโมง จากนั้นก็ยกหัวขึ้นเพื่อดูว่ามอนสเตอร์นั้นได้ไปรึยัง!”

“ฉันมีขี้ขลาด!”หลังจากที่เขาเล่าเรื่องราวจบ เขาก็ตำหนิตัวเอง

“พี่ชายดู่ คุณไม่สามารถตำหนิตัวเองได้ ทุกคนย่อมขวนขวายเพื่อเอาชีวิตรอด...”ก่อนที่อี้ เผิงจะพูดจบ เหลียง เฉียนก็ตบหัวเขา

“หัวหน้า คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันคิดว่าการตัดสินใจของคุณนั้นถูกแล้ว การมีชีวิตอยู่คือวิธีเดียวที่จะล้างแค้นได้!”เหลียง เฉียนกล่าวเพื่อปลอบโยนเขา

“ใช่แล้ว เหลียง เฉียน!”อี้ เผิงเห็นด้วยกับเธอทันทีขณะที่คนอื่นต่างก็พยักหน้าเช่นกัน

“เหตุผลที่ฉันตั้งชื่อกลุ่มว่า’เตียว เฟิง’ก็เพราะฉันหวังว่าฉันจะสามารถสืบทอดชื่อของเตียว เฟิงได้ การล้างแค้นเป็นเรื่องที่ฉันต้องทำ ฉันจะแก้แค้นมอนสเตอร์ตนนั้นหลังจากที่ฉันเลื่อนเป็นผู้หลุดพ้น”เห็นได้ชัด ดู่ เฟิงไม่ต้องการจะให้พวกของเขาเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย

“เหตุผลหลักที่ฉันพาพวกเธอทุกคนมายังทะเลทรายอุกกาบาตก็เพื่อพบกับสหายเก่าของฉัน พวกเขาต้องมีความสุขที่ได้เห็นพวกเธอทุกคนที่นี่หากพวกเขาพบว่าเตียว เฟิงมีสมาชิกใหม่ที่จะสานต่ออุดมการณ์ของพวกเขาให้สืบไป”อารมณ์ของดู่ เฟิงเปลี่ยนเป็นดีขึ้น

“เช่นนั้น เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อฝึก?”อี้ เผิงขมวดคิ้ว

“นายต้องการ!เนื่องจากเราอยู่ที่นี่ แน่นอน เราต้องฝึก เราจะฆ่ามอนสเตอร์บางตัวและหารายได้”ดู่ เฟิงกล่าว

 

หลังจากมื้อเย็น พวกเขาก็พัก เช้าวันต่อมา ดู่ เฟิงก็ปลุกทุกคนขึ้น

หลังจากที่กินอาหารว่างเป็นมื้อเช้า ทั้ง6ก็ขี่หมาป่าและมุ่งหน้าไปยังจุดหมายของพวกเขาก่อน8โมง

หลังจากที่ฟังเรื่องราวของดู่ เฟิงเมื่อคืนก่อน แม้กระทั่งอี้ เผิงที่เป็นคนใจร้อนที่สุด ก็ยังไม่บ่นว่าเขาช้าอีกต่อไปและกลุ่มของพวกเขาก็มีชีวิตชีวาน้อยกว่าเดิม พวกเขาดูหงอยไปหลังจากที่ฟังเรื่องในอดีตของดู่ เฟิง

มันเลยเที่ยงวันมาเล็กน้อยเมื่อดู่ เฟิงเห็นต้นไม้ที่แห้งเหี่ยว

เมื่อลงจากหลังหมาป่า เขาก็รีบวิ่งไปที่ต้นไม้และยืนนิ่ง

กลุ่มของเขารีบวิ่งตามดู่ เฟิงมาด้วยหมาป่าและมาถึงที่ที่ใกล้กับต้นไม้ จากนั้นทั้ง5ก็ลงจากหมาป่าพวกเขาและเก็บมันไว้ในเหรียญผนึก

 

“หัวหน้า เหล่าผู้อาวุโสถูกฝังไว้ที่นี่?”เหลียง เฉียนถาม

“ใช่ พวกเขาถูกฝังอยู่ภายใต้ต้นไม้นี้ แต่ทว่า ศพของพวกเขาได้หายไปแล้ว มีเพียงหลุมศพที่อยู่ที่นี่...”ดู่ เฟิงพยักหน้าเบาๆ

 

หลังจากที่พูดจบ เขาก็หยิบขวดไวน์ออกมา เปิดฝาและราดพวกมันตรงหน้าต้นไม้และประกาศ“พี่ๆ ดู่น้อยกลับมาเยี่ยมทุกคนแล้ว!”

 

คนอื่นนิ่งเงียบ มองไปที่ดู่ เฟิงจนกระทั่งเขาเทไวน์จนหมดและก้มหัวคำนับ

 

“แนะนำตัวซะสิ พวกเขาจะได้รู้จักพวกเธอ”ดู่ เฟิงโบกมือให้กลุ่มเขา

 

อี้ เผิงเป็นคนแรกที่เดินไปข้างหน้า  ขณะที่ก้มหัว เขาก็กล่าวอย่างจริงจัง“สวัสดีครับ ผมชื่ออี้ เผิง ผมเป็นคนที่มีอารมณ์ร้อนและเป็นคนที่พูดตรงๆ พวกเราจะเติบโตขึ้นไปพร้อมกับหัวหน้าเรา ครั้งหน้าที่เรากลับมา เราจะฆ่ามอนสเตอร์ตนนั้นและล้างแค้นให้กลุ่มของเรา!”นี่คือครั้งแรกที่ทุกคนเห็นด้วยกับเขา

“สวัสดีคะ หนูชื่อเหลียง เฉียน หนูเป็นสมาชิกใหม่ของทีมเตียว เฟิง พี่ชายดู่ได้ดูแลเราทุกคนอย่างดี พวกเราจะพยายามดูแลเขาให้ดีในอนาคต อย่ากังวล...”หลังจากที่เหลียง เฉียนพูดจบ เธอก็ก้มหัว

 

คนอื่นพากันถยอยเดินมาและแนะนำตัวของพวกเขาเช่นกัน หลังจากที่พวกเขาก้มหัวคำนับ พวกเขาก็ยืนอยู่ด้านข้าง

หลังจากที่ทุกคนแนะนำตัวเสร็จ ดู่ เฟิงก็โบกมือและกล่าว“พวกเธอทั้ง5ไปลาดตระเวนรอบๆที่นี่ อย่าไปไกลนัก ฉันมีบางสิ่งที่ต้องคุยกับสหายเก่าของฉัน”

 

หลังจากที่ฟังเขา พวกเขาก็เดินออกไป มีเพียงเหลียง เฉียนที่ไม่ได้ไปไหน

 

“ถึงสหายเก่า ฉันขอโทษที่ฉันไม่ได้มาเยี่ยมพวกนายเลยในสองปีที่ผ่านมา ฉันจะมาพร้อมกับเด็กๆและมาที่นี่บ่อยขึ้น...ตอนนี้เรามีสมาชิกใหม่ที่จะเข้าร่วมกลุ่มนักล่าเตียว เฟิง อุดมการณ์จะถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น...”ดู่ เฟิงนั่งตรงหน้าต้นไม้และพึมพำราวกับเขารู้สึกว่าเพื่อนร่วมทีมที่จากไปแล้วของเขากำลังฟังสิ่งที่เขาพูดอยู่

“พี่ชายดู่ เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!”จู่ๆ อี้ เผิงก็วิ่งมาทางเขาและตะโกน

“อี้ เผิง นายกำลังทำบ้าอะไร?!”เหลียง เฉียนหยุดเขาทันที

ดู่ เฟิงขมวดคิ้ว จ้องมาที่อี้ เผิง“เกิดอะไรขึ้น?ตะโกนทำไม?”

“ผมเห็นชายสองคนในชุดคลุมขาวกำลังเดินมาทางเรา ตัดสินจากเครื่องแต่งกายของพวกเขา พวกเขาดูเหมือนจะเป็นสมาชิกแห่งวิหารนักบุญ....”

จบบทที่ ตอนที่ 250 การมาของวิหารนักบุญ

คัดลอกลิงก์แล้ว