เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 180 ถอยคนละก้าว

ตอนที่ 180 ถอยคนละก้าว

ตอนที่ 180 ถอยคนละก้าว


หลิน ฮวงเตือนเมื่อพวกเธอทั้งคู่กำลังต่อสู้เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

ตามที่คาดไว้ เนื่องจากการโจมตีของ เซี่ย หยูไม่ได้ผล เธอจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่หลิน ฮวง

เมื่อเซี่ย หยูกำลังพุ่งมาหาเขา ก่อนที่เธอจะได้โจมตี หลิน ฮวงก็สั่ง “ไทแรนด์!”

 

อึดใจต่อมา ไทแรนด์ก็ปรากฏตัวมาจากสักที่และยืนตรงหน้าหลิน ฮวง เขาป้องกันการโจมตีโดยใช้ร่างกายอันใหญ่โตของไทแรนด์เป็นโล่ ทำให้เซี่ย หยูไม่อาจเห็นตัวเขา!

“ฮืม!”เซี่ย หยูหัวเราะเยาะเมื่อเธอเห็นไทแรนด์ปรากฏตัว  เธอเปลี่ยนกรงเล็บบนมือเธอไปที่กำลังจะคว้ากุมตัวหลิน ฮวงเป็นฝ่ามือและกระแทกกับหน้าอกของไทแรนด์

เธอคิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้สำหรับมอนสเตอร์ระดับทองขั้น3 แม้กระทั่งมอนสเตอร์กลายพันธ์ก็ยังยากที่จะมีชีวิตรอดได้กับการโจมตีเช่นนี้

ไทแรนด์ถอยไปไม่กี่ก้าวขณะที่ฝ่ามือของเธอกระทบกับมัน แต่ทว่า มีเพียงรอยแตกที่ราวกับใยแมงมุมปรากฏบนหน้าอกมันเท่านั้น คลื่นกระแทกที่รุนแรงถูกส่งย้อนมาจากร่างไทแรนด์และโจมตีเธอ ส่งผลให้เธอต้องล่าถอยไปหลายก้าวเช่นกัน

เซี่ย หยูตะลึงและมองดูไทแรนด์ รอยแตกที่ราวกับใยแมงมุมบนหน้าอกกำลังฟื้นฟูด้วยความเร็วที่น่ากลัว หลังจากนั้นสักพัก มันก็หายไปโดยสมบูรณ์

 

“มันเป็นมอนสเตอร์กลายพันธ์สองครั้งที่มีพลังป้องกันสูงและความสามารถในการฟื้นฟูตัวเอง!”ดวงตาของเซี่ย หยูทอประกายแรงกล้าขึ้นในฉับพลัน

 

แม้กระทั่งมู่ หลานที่ยืนอยู่ข้างๆเธอก็ยังประหลาดใจ เมื่อเห็นว่าไทแรนด์ยังมีชีวิตอยู่แม้ว่าจะรับการโจมตีของเซี่ย หยูไป มู่ หลานรู้ว่าเซี่ย หยูนั้นทรงพลังแค่ไหน แม้ว่าเธอจะไม่ได้ใช้เคียวและเพิ่งจะใช้กรงเล็บในมือเธอ แต่มอนสเตอร์ระดับทองขั้น3ก็ไม่ควรจะป้องกันการโจมตีจากเธอได้เลย

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการถอยไปไม่กี่ก้าว บาดแผลบนร่างไทแรนด์ยังถูกรักษาด้วยตัวของมันเอง เธอรู้ทันทีว่าไทแรนด์คือมอนสเตอร์ที่ผ่านการกลายพันธ์สองครั้ง

 

“พลังป้องกันและความสามารถในการรักษาตัวของมันน่ากลัวมาก”แม้กระทั่งมู่ หลานยังตกใจกับความสามารถนี้

“หลิน ฮวง นายทำให้ฉันประหลาดใจจริงๆ!”เซี่ย หยูยิ้มกว้างและกล่าว“ให้ฉันได้ทดสอบและดูว่าการป้องกันของสิ่งมีชีวิตตัวโตนี้จะมีพลังป้องกันแค่ไหน”

 

ทันทีที่เธอพูดจบ เซี่ย หยูก็ตวัดเคียวยักษ์อีกครั้ง

ขณะนั้นเอง ลำแสงสีน้ำเงินก็พาดผ่านท้องฟ้า บินโฉบไปทางเซี่ย หยู

เซี่ย หยูขมวดคิ้วและเธอก็ต้องป้องกันการโจมตี

เคียวสีดำได้ฉีกผ่านอากาศและกำลังจะฟันไปที่ร่างของมู่ หลาน

จากนั้นเคียวยักษ์สีดำและดาบยาวสีน้ำเงินก็ปะทะกันอีกครั้ง

เสียงดังขึ้นเมื่อพลังชีวิตสีทองและสีดำกำลังบดขยี้กัน เสียงมันคล้ายกับเสียงของกระแสไฟฟ้าที่กำลังวิ่งพล่าน

หลังจากนั้นไม่นาน ผลกระทบของพลังชีวิตพวกเขาก็มาถึงขีดสุด ก่อให้เกิดการระเบิดขึ้น

มู่ หลานถอยหลังและทะยานลงบนพื้น บังคับให้พลังทั้งหมดไหลลงไปที่พื้นดินผ่านชุดเกราะเธอ

 

“บุตรสาวตระกูลมู่ เธอแน่ใจนะว่าจะไม่ยอมแพ้?”เซี่ ยหยูจ้องมองมู่ หลานอย่างเย็นชา

“หลิน ฮวงคือสมาชิกของสมาคมนักล่า ฉันไม่ยอมให้เธอนำเขากลับไปด้วย นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้หลุดพ้น เธอจะมีความสามารถแค่ไหนกันหากเธอยังพยายามข่มขู่คนที่อยู่ในระดับเงิน?”มู่ หลานยืนตรงหน้าไทแรนด์ ไม่มีเจตนาที่จะหนี

“ฉันกำลังข่มขู่เขา?ฉันแค่รู้สึกว่าสมาคมนักล่าไม่อาจให้การอบรมที่ดีแก่เขาได้ ดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจที่จะพาเขากลับไปยังองค์กรเพื่อที่เขาจะได้รับการฝึกอย่างเหมาะสม ฉันเชื่อว่าเขาจะต้องเจิดจรัสในองค์กรนอกรีต นอกจากนี้ ในทางเทคนิค เขายังไม่ผ่านการประเมินด้วยซ้ำไป”เซี่ย หยูมองไปในทิศทางของไทแรนด์

“เขาอาจจะยังไม่เป็นสมาชิกปกติ แต่ทว่า เขาคือหนึ่งในผู้สมัครภายใต้การดูแลของฉัน ในฐานะหัวหน้าผู้คุม ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอพาตัวเขาไป นอกจากนี้ สมาคมนักล่าย่อมต้องฝึกฝนนักล่าที่มีพรสวรรค์ เธอไม่ต้องกังวลถึงเรื่องนั้นไป ฉันเชื่อว่าหลิน ฮวงจะต้องโด่งดังในสมาคมนักล่า”มู่ หลานกล่าว

“เธอยืนยันที่จะขวางทางฉัน?”เซีย หยูมีสีหน้าที่เย็นชา

“ใช่ ถูกต้อง”มู่ หลานไม่มีเจตนาที่จะถอยหนีขณะที่จ้องมองเซี่ย หยูกลับ

“ดีมาก มีความสามารถบางอย่างที่ฉันเก็บซ่อนเอาไว้ แต่เธอบังคับฉันเอง”เซี่ย หยูกล่าวขณะที่หยิบอาวุธของเธออกมาและวาดมันในอากาศอย่างสลับซับซ้อน

ใบหน้าของมู่ หลานเปลี่ยนไปทันทีขณะที่เธอหันมาตะโกนใส่หลิน ฮวง“ถอยไป!เร็วเข้า!”

“มันสายไปแล้ว...”หลิน ฮวงเงยหน้าและมองไปในท้องฟ้าด้วยความกลัว

กลิ่นอายที่ทรงพลังกระจายไปทั่วอากาศก่อนที่บางสิ่งจะปรากฏขึ้น ปกคลุมทั่วเกาะปีศาจน้อยด้วยกลิ่นอายที่น่าสะพรึง

มอนสเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนกรีดร้องด้วยความกลัว ร่างของพวกมันสั่นสะท้ายราวกับพวกมันยืนอยู่ต่อหน้าราชาและก้มหมอบ

แม้ว่าไทแรนด์จะไม่ได้ก้มหมอบไปกับพื้น ร่างของมันก็เริ่มสั่นเล็กน้อยเช่นกัน

ขณะที่ทั้งคู่กำลังมองไปที่มอนสเตอร์ เคียวขนาดใหญ่ที่เปล่งรัศมีสีทองก็ปรากฏตรงหน้าเซี่ย หยู

 

“สมบัติระดับราชา –เคียวสังหารเทพ....”ใบหน้าของมู่ หลานซีดเซียวขณะที่เธอพ่นคำพูดออกมา

“นี่คือสมบัติระดับสูงสุด – เคียวสังหารเทพ ในองค์กรนอกรีต มีเพียงสามนักบุญและประมุขที่มีสิทธิ์ใช้สมบัตินี้ เซี่ย หยูกล่าวด้วยรอยยิ้ม มองลงไปที่มู่ หลาน”เกี่ยวกับความสามารถของเคียวนี้...เธอควรจะเคยได้ยินมัน ใช่ไหม?”

“มันจะตัดผ่านทุกสิ่ง....”มู่ หลานขมวดคิ้ว

“ใช่ มันจะตัดทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นดาบผ่าสมุทร5ดาวในมือเธอ ชุดเกราะวัฏจักร4ดาวหรือสิ่งมีชีวิตที่มีพลังป้องกันสูงนั่น...ด้วยการตวัดเพียงครั้งเดียว ทุกสิ่งจะถูกแยกออกเป็นครึ่งหนึ่ง!”เซี่ย หยูยกเคียวสีทองขนาดยักษ์ที่ใหญ่กว่าอันก่อนมากขึ้นและชี้ไปที่มู่ หลาน

 

ท่าทางของหลิน ฮวงเปลี่ยนไปหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เซี่ย หยูกล่าว เขาไม่คิดว่าจะมีอาวุธที่ทรงพลังเช่นนี้อยู่ในโลก

เธอตวัดเคียวสีทองในมือหลังจากที่พูดจบ

แสงสีทองปรากฏขึ้นตรงหน้ามู่ หลาน มู่ หลานไม่อาจหลบการโจมตีได้และไม่มีเวลาจะป้องกันมัน จากนั้นคมดาบสีทองก็เฉือนร่างกายเธอ

 

“ฉันตายแล้ว?”มู่ หลานก้มหัวลงและมองบาดแผลเธอ จากนั้นเธอก็สังเกตเห็นว่าเกราะเธอได้แตกไปแล้วแต่เธอกลับไม่มีบาดแผลเลย

“ไม่ต้องห่วง ฉันแค่ลบเกราะวัฏจักรสุดน่ารำคาญที่เธอกำลังสวมไป การจับเธอไปมันจะดีกว่าการฆ่า เธอคือนักล่าระดับทองอันดับ4และเธอยังเป็นบุคลากรชั้นยอดของสมาคมนักล่า มันคงจะเสียเปล่าหากเธอตาย บางทีองค์กรเราอาจต้องการเธอ หากเธอเลื่อนเป็นเพลิงสวรรค์ ความสามารถของเธอจะไม่อ่อนแอเลย”

 

เสียงของเซี่ย หยูดังมาจากข้างบน

หลิน ฮวงขมวดคิ้วขณะที่พยายามคิดหาทางออก อาวุธของศัตรูนั้นน่ากลัวเกินไป เธอสามารถฆ่ามอนสเตอร์ตัวใดก็ตามที่เขาอัญเชิญมาด้วยการตวัดเพียงครั้งเดียว  หากเขาอัญเชิญชาโคลและไป่ พวกมันจะต้องตายและพวกเขาก็ยังคงตกอยู่ในอันตราย

ในทางกลับกัน มู่ หลานเป็นกังวลกับเคียวสังหารเทพมาก มันไม่ใช่แค่จะตัดทุกสิ่งแต่มันยังเป็นการโจมตีที่มองไม่เห็นอีกด้วย แม้ว่าเธอจะต้องการหนี เธอก็จะไม่มีทางหนีได้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้

 

“บุตรสาวตระกูลมู่ จงสำนึกเสียใจที่ต้องสูญเสียดาบของเธอ”เซี่ย หยูแสยะยิ้มและพยายามที่จะทำลายมัน

แสงสีทองปรากฏจากที่ไหนสักแห่งและฟาดฟันดาบผ่าสมุทรในมือมู่ หลาน

ทันใดนั้น ลำแสงสีม่วงก็ปรากฏขึ้นในเวลาพอดิบพอดีและปะทะกันแสงสีทองของเคียว

โดยไม่คาดคิด ผลกระทบทำให้แสงสีทองกระจายหายไปราวกับหิ่งห้อย

จากนั้น เงาดำขนาดใหญ่ก็ทาบทับลงมาข้างมู่ หลาน

มันคือชายวัยกลางคนคิ้วหนาที่มีแผลเป็นตรงริมฝีปากด้านซ้าย

หลิน ฮวงสามารถตระหนักถึงเขาได้ทันที เขาคือผู้หลุดพ้นที่สู้กับปีศาจตัวตลกในเมืองต้าซี

 

“ลุง จู เหนียน?”มู่ หลานประหลาดใจเมื่อเธอเห็นเขา

“คุณคือจู เหนียน?”เห็นได้ชัดว่าเซี่ย หยูเคยได้ยินชื่อเขา

“หืม เธอเองก็รู้จักฉัน?”จู เหนียนมองเด็กสาวที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศด้วยรอยยิ้ม

“แน่นอน ฉันย่อมต้องจำชื่อของผู้สมัครที่ได้รับการเสนอให้เข้าชิงตำแหน่งผู้บริหารของเขต7”เซี่ย หยูกล่าวด้วยความกลัว เธอรู้ดีว่าคู่ต่อสู้ของเธอคือผู้หลุดพ้นที่กำลังจะเป็นระดับนิรันดร์ เมื่อเขาเลื่อนเป็นระดับนิรันดร์ เขาจะกลายเป็นผู้บริหารของสมาคมนักล่า ด้วยอำนาจดั่งกล่าว พลังที่มาพร้อมกับตำแหน่งเขาก็ไม่อาจนำมาเทียบได้

“นักบุญหญิง โปรดอย่าสร้างปัญหาให้พวกเรามากเกินไปเลย”เขากล่าวขณะที่มองเซี่ย หยูด้วยรอยยิ้ม อันที่จริง มันคือวิธีที่เขาหยิบยื่นเพื่อทำให้ทั้งสองฝ่ายถอยหลังคนละก้าวและรักษาหน้าได้

 

เซี่ย หยูนั้นเป็นที่เคารพของผู้คน หากเธอถูกจับ มันอาจจะก่อให้เกิดสงครามระหว่างองค์กรนอกรีตและสมาคมนักล่า พื้นที่ตั้งแต่เขต1ถึง12จะตกอยู่ในความวุ่นวาย

เซี่ย หยูรู้ว่าเธอไม่อาจจับใครได้อีกเมื่อจู เหนียนอยู่ที่นี่ เมื่อรู้ว่าคู่ต่อสู้พยายามจะไม่ทำให้เธออับอาย เธอก็เข้าใจความหมายที่เขาต้องการจะสื่อว่า’เธอควรจะหยุดและไปซะ’

 

ภารกิจของเธอล้มเหลวและมันก็ไร้ประโยชน์ที่จะดึงดัน

“คุณ จู เหนียน เนื่องจากคุณได้เสนอ งั้นฉันก็จะไป”เซี่ย หยูเลื่อนสายตาไปจ้องมองหลิน ฮวงและมู่ หลาน“เรายังมีเวลา ฉันจะปล่อยให้พวกเธออยู่ที่สมาคมนักล่าไปก่อน ฉันจะมองหาโอกาสและนำพวกเธอกลับไปที่องค์กรนอกรีต!”

 

เห็นได้ชัดว่าเธอพยายามจะยั่วยุพวกเขา จู เหนียนหัวเราะหลังจากที่ได้ยินสิ่งที่เธอกล่าว

เมื่อเก็บเคียวสีทองไป เซี่ย หยูก็อัญเชิญประตูมิติต่อหน้าพวกเขาสามคนและเข้าไป ก่อนที่ประตูจะปิด เธอก็โบกมือให้พวกเขา

หลังจากที่ เซี่ย หยูจากไป หลิน ฮวงก็เรียกไทแรนด์กลับ

 

จู เหนียนหันมามองหลิน ฮวงราวกับเขากำลังคิดลึก จากนั้นเขาก็กล่าวขึ้น“กลับไปที่จุดประเมินกันก่อนเถอะ บอกฉันมาว่าเกิดอะไรขึ้น”

 

หลังจากที่พาทั้งคู่กลับมายังจุดประเมิน เหล่าผู้สมัครก็ถูกปลดปล่อยจากคุกเทียมมืด และจู เหนียนก็ถามถึงเหตุการณ์

หลิน ฮวงและมู่ หลานบอกกับเขาทุกสิ่ง จู เหนียนพยักหน้าหลังจากที่ได้ยิน

 

“ฉันจะรายงานเรื่องนี้ให้เบื้องบนทราบ การประเมินอาจต้องถูกหยุดไว้ชั่วคราว พวกเราต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อพิจารณาว่าการประเมินจะดำเนินต่อไปหรือไม่ ในระหว่างนี้พวกเธอสามารถพักอยู่บนเกาะไปได้”จู เหนียนกล่าวออกมา

 

มู่ หลานและผู้สมัครคนอื่นไม่มีข้อคัดค้าน จากนั้นพวกเขาก็ตั้งเต็นท์ของพวกเขาขึ้น

จบบทที่ ตอนที่ 180 ถอยคนละก้าว

คัดลอกลิงก์แล้ว