เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 : ตระกูลอู่

ตอนที่ 2 : ตระกูลอู่

ตอนที่ 2 : ตระกูลอู่


ตอนที่ 2 : ตระกูลอู่

ทางเหนือของเมืองฮวง สำนักเฉินกวง

ในห้องรับสมัครอันหรูหรา อู่โม่ในชุดขนสัตว์ลุกขึ้นยืน พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะมองไปยังครูฝึกวัยกลางคนตรงหน้า " ท่านหมายความว่าน้องสาวข้าไม่ได้มาที่สำนักเฉินกวงงั้นรึ ? ท่านแน่ใจนะว่าไม่ได้ล้อข้าเล่น? "

ครูฝึกชายวัยกลางผู้นี้คือคนที่รับผิดชอบในการรับศิษย์มีนามว่า โม่เทียนฉิว

เมื่อเห็นสีหน้าของอู่โม่ โม่เทียนฉิวก็เริ่มกังวลขึ้นมา "คุณชายอู่ ข้าได้ถามทุกคนแล้ว น้องสาวของท่านไม่ได้มาที่สำนักเฉินกวง" ถ้าหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับอู่ซินซิน ทั้งเมืองคงตกอยู่ในความวุ่นวายครั้งใหญ่แน่ แม้ว่าสำนักเฉินกวงจะไม่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ แต่ยังไงก็ต้องได้รับผลกระทบ

.....

สำนักคังเฉียง

ตอนที่อู่ซินซินได้ลงนามของตนลงไป เสียงในหัวของจางหยูก็ดังขึ้นมาทันที

[ภารกิจเสร็จสิ้น ท่านจะรับรางวัลหรือไม่ ? ]

"แน่นอนสิ!"

"รางวัล 'มองทะลุ' ได้ถูกส่งมอบแล้ว โปรดตรวจสอบด้วยตนเอง "

เมื่อเสียงโมโนโทนนั้นเงียบลง จางหยูก็รู้สึกได้ว่าตาของตัวเองเริ่มชา และร้อนขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแสบร้อนไปทั่วดวงตา ประหนึ่งถูกกระแสไฟช๊อตขึ้นมา

ความรู้สึกนี้คงอยู่กว่า 2-3 วินาที ก่อนที่จะหายไป

จางหยูไม่ได้มีเวลามาตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เขารีบเก็บใบสมัคร ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วยิ้มออกมาอย่างผ่อนคลาย " ยินดีด้วย อู่ซินซิน จากนี้เจ้าคือคนของสำนักคังเฉียงแล้ว ! "

พูดจนปากเปียกปากแฉะไปตั้งนาน ในที่สุดก็หลอกล่อสาวน้อยผู้นี้เข้าร่วมกับสำนักคังเฉียงจนได้

ไม่ง่ายเลย !

" งั้นรึ ?"

ก่อนที่อู่ซินซินจะได้เปิดปากพูด จางหยูก็ต้องแปลกใจขึ้นมา เพราะตอนที่เขาจ้องไปที่อู่ซินซินนั้น มีข้อมูลมากมายที่เกี่ยวกับนางปรากฏขึ้นมาในหัว

[อู่ซินซิน]

[เพศ : หญิง]

[อายุ : 15 ปี]

[พรสวรรค์ทางกายภาพ : สายเลือดทั่วไป , สองดาวขั้นสูง]

[พรสวรรค์การรับรู้ : สองดาวขั้นต่ำ]

[พรสวรรค์พิเศษ : ไม่มี]

[การบ่มเพาะ : ฉีซวนขั้น 2]

ตอนนั้นเอง จางหยูถึงได้รู้ว่าเขาได้รับรางวัลที่ดีเพียงใด " ดีจริงๆ ! นี่คือพลังของการมองทะลุงั้นรึ ? "

เพียงแค่มองอู่ซินซิน จางหยูก็รู้ข้อมูลพื้นฐานของนาง

สิ่งที่ทำให้จางหยูแปลกใจมากที่สุดก็คือ ทักษะมองทะลุไม่ได้มองเห็นแค่อายุและระดับการบ่มเพาะของอู่ซินซินเท่านั้น แต่ยังมองเห็นคุณสมบัติทางกายภาพ การรับรู้และพรสวรรค์พิเศษอีกด้วย

รางวัลที่ได้จากภารกิจครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่า !

"จาง....ครูฝึก ท่านเป็นอะไรไป?" เมื่อเห็นจางหยูนิ่งเงียบอยู่นาน อู่ซินซินก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือเล็กๆของนาง ออกมาโบกไปมาตรงหน้าของจางหยู

จางหยูได้สติและกล่าวออกมาว่า " เจ้ากลับไปก่อน ชั้นเรียนจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ เมื่อถึงเวลานั้นค่อยมาหาข้าที่นี่ ส่วนค่าใช้จ่าย ค่อยมาพูดกันอีกทีพรุ่งนี้"

" แต่..." สาวน้อยเหมือนจะมีคำถามที่ต้องการถามอยู่มากมาย

"ไม่มีแต่ เจ้าต้องรีบกลับไป ครอบครัวเจ้าคงเป็นห่วงแย่แล้ว" จางหยูค้านขึ้นมา

หากไม่รีบไล่นางกลับไปตอนนี้ เขากลัวว่าตัวเองคงต้องรู้สึกผิดขึ้นมาแน่ๆ

"ได้" อู่ซินซินมองไปรอบๆราวกับจะจดจำฉากในสำนักคังเฉียงไว้ในหัวใจ จากนั้นก็โบกมือเพื่ออำลาจางหยู "แล้วพบกันนะครูฝึก"

"อืม" จางหยูโบกมือตอบกลับ

....

บนถนนในเมืองทะเลทราย

หลังจากที่อู่ซินซินเดินออกจากสำนักคังเฉียงมา นางก็บังเอิญพบอู่โม่ที่เหงื่อท่วมตัวกำลังวิ่งอยู่บนถนนไม่ไกลจากตัวเองเท่าไร ดังนั้นนางจึงตะโกนเรียกเสียงดังว่า "ท่านพี่ !"

"ซินซิน!" เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย อู่โม่ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา เขารีบเดินเข้าไปหานางทันที

" ท่านพี่ ท่านมาทำอะไรที่นี่ ?"

"ช่างหน้าไม่อายที่ถามเยี่ยงนี้ ! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าจะกระวนกระวายเช่นนี้รึ ?" อู่โม่ดุ ก่อนจะคิ้วขมวดแล้วถามออกมา " เจ้าไปไหนมา ?"

ก่อนที่อู่ซินซินจะได้ตอบกลับ อู่โม่ก็พูดขึ้นว่า "ช่างเถอะ กลับบ้านกันก่อน แล้วคอยคุยเรื่องนี้กันอีกที ท่านพ่อกับท่านแม่คงเป็นห่วงแย่แล้ว"

"โอ้" อู่ซินซินแลบลิ้นออกมา ก่อนจะเดินตามชายหนุ่มไปอย่างเงียบๆ

เดินมาได้สักพัก อู่โม่ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมา ก่อนจะหยุดและพูดกับชายวัยกลางคนข้างกายว่า "หวังป๋อ ในเมื่อซินซินกลับมาแล้ว คนที่เจ้าส่งออกไปตามหานางนั้น ให้เรียกกลับมาได้ เจ้ารับหน้าที่เป็นผู้ไปแจ้งข่าวเถอะ"

"ขอรับ นายน้อย" หวังป๋อตอบกลับ

.....

ตกดึก ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ คอยให้แสงสว่างกับเมืองทะเลทราย เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงทำให้ดูเหมือนดินแดนสวรรค์

ทางใต้ของเมืองทะเลทราย มีจวนที่หรูหราอยู่หลังหนึ่ง

หัวหน้าตระกูลอู่และคนอื่นๆนั่งอยู่ภายในห้องโถง คอยฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับอู่ซินซินในวันนี้

"ซินซิน เจ้าพูดความจริงรึ ?" ใบหน้าของอู่เฉินผู้นำตระกูลอู่พลันเคร่งขรึม น้ำเสียงที่ได้ยินก็ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ

"ใช่"

อู่ซินซินตอบกลับเสียงเบา เมื่ออยู่ต่อหน้าบิดา นางก็ไม่กล้าโกหกแต่อย่างใด

" จางหยู ? เด็กน้อยฉีซวนขั้นที่ 4 ริอาจรับคนตระกูลอู่เป็นลูกศิษย์ ใครกันที่มอบความกล้าให้กับเขา?" อู่เฉินพูดขึ้นมาด้วยความโกรธ "ชายหนุ่มผู้นี้กล้าถึงขนาดนั้นเชียวรึ ?"

ตระกูลอู่คือตระกูลที่มีอำนาจที่สุดในเมืองทะเลทราย แม้แต่สองสำนักอย่างสำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานที่มีลูกศิษย์ที่แข็งแกร่งและมีพรสวรรค์มากมาย ก็ยังไม่กล้าที่จะหาเรื่องตระกูลอู่เลย เห็นได้ชัดว่าอำนาจของตระกูลอู่นั้นมากมายเพียงใด

ในฐานะบุตรสาวของหัวหน้าตระกูลอู่ ต่อให้พรสวรรค์ของอู่ซินซินหรือคุณสมบัติในการบ่มเพาะไม่ได้เรื่อง แต่ทั้งสำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานก็พร้อมที่จะแย่งตัวนางเข้าสำนัก แต่ตอนนี้นางกลับถูกเจ้าเด็กนั่นใช้วาจาที่ไหลลื่นหลอกล่อให้เข้าสำนักคังเฉียง ช่างเป็นการกระทำที่น่าละอาย!

น่าละอายจริงๆ !

อู่โม่ก็โกรธเคืองเช่นกัน เขาได้พูดขึ้นมาว่า " ท่านพ่อ ข้าจะนำคนไปสั่งสอนเจ้าเด็กนั่นพรุ่งนี้!"

ภรรยาของอู่เฉินไม่ได้พูดอะไรออกมา นางไม่คิดจะสนับสนุนรึคัดค้านคำพูดของลูกชาย

"นั่น...." เมื่อเห็นสีหน้าที่โกรธเคืองของอู่เฉิน อู่ซินซินก็พูดขึ้นมาเบาๆว่า " ข้าคิดว่า สิ่งที่ครูฝึกจางพูดมานั้นมีเหตุผล...."

สำนักคังเฉียงมีสภาพแวดล้อมที่งดงาม และมีความสงบราวกับเป็นโลกที่ไร้มลทิน ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่ดีในการบ่มเพาะ

ตรงจุดนี้ นางได้เห็นกับตาของตัวเองแล้ว ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่จางหยูพูดมานั่นไม่นับว่าเกินเลยนัก

เมื่อได้ยินอู่ซินซินแก้ตัวแทนจางหยู อู่เฉินก็รู้สึกทั้งโมโหและขบขำ เขากล่าวด้วยสีหน้าจนใจว่า "ลูกสาวที่โง่เขลาของข้า! เจ้าไม่รู้รึไง ว่าเจ้าเด็กนั่นจงใจทำให้เจ้าเข้าใจผิด?"

ตัวเขานับว่าเป็นคนฉลาดที่สุดในรุ่น แต่คาดไม่ถึงเลยว่า บุตรสาวของตัวเองนั้นจะเบาปัญญาเช่นนี้

อู่ซินซินกระพริบตาปริบๆ ขนตายาวกระพือเล็กน้อย ก่อนจะช้อนสายตามองอย่างสงสัย "เข้าใจผิด?"

อู่โม่ถูกท่าทางใสซื่อของน้องสาวทำให้แสดงสีหน้าเหมือนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี เขาส่ายหน้าอย่างจนใจแล้วถามย้อนไปว่า " ซินซิน ข้าถามเจ้าหน่อย อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้บ่มเพาะ ?"

"พรสวรรค์ ? " อู่ซินซินตอบกลับแบบไม่กระพริบตา

"พรสวรรค์คือสิ่งที่ถูกกำหนดมา ไม่ว่าใครก็เปลี่ยนแปลงมันไม่ได้" อู่โม่พยักหน้าและถามต่อไปว่า " นอกจากพรสวรรค์ล่ะ ?"

" ความขยันงั้นรึ ?" อู่ซินซินคิดสักพัก ก่อนจะตอบกลับอย่างตั้งใจ

" ...."

อู่โม่อดไม่ได้ที่จะกรอกตาใส่ ในใจก็แอบบ่นขึ้นมาว่า "แม้ว่าคำตอบนี้จะไม่ผิด แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการจะสื่อ หรือสมองของนางได้รับการกระทบกระเทือน?"

หลังจากส่ายหน้าอย่างจนใจอีกครั้ง อู่โม่จึงกล่าวขึ้นมาว่า "มันคือทักษะและเคล็ดวิชา! "

"แม้ว่าตระกูลอู่ของพวกเราจะแข็งแกร่ง แต่เวลาในการเติบโตนั้นสั้นนัก มรดกของพวกเราจึงอ่อนแอกว่ามาก หากเทียบกับตระกูลโบราณที่อ่อนแอเหล่านั้น! ทักษะที่พวกเราใช้ ก็เป็นแค่ทักษะระดับวิญญาณขั้นต่ำอย่าง 'เมฆาล่องลอย' ส่วนเคล็ดวิชา ถ้าเป็นวิญญาณขั้นต่ำก็คือ 'ชายเสื้อเมฆาล่องลอย' ส่วนขั้นธรรมดาก็คือ 'ฝ่ามือปารมิตา'"

"หรือจะพูดตรงๆว่า ในด้านของทักษะและเคล็ดวิชานั้น พวกเราตระกูลอู่ไม่ได้เปรียบผู้ใดเลย..."

"ทางเดียวที่พวกเราจะรักษาสถานะตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองทะเลทรายได้ นั่นก็คือเข้าร่วมกับสำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซาน เพื่อเรียนรู้ทักษะและเคล็ดวิชาที่ดีกว่าเดิม นี่ไม่ใช่แค่เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตระกูลเท่านั้น แต่ยังยกระดับตระกูลขึ้นไปด้วย"

"แม้ว่าสำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานจะอ่อนแอกว่าตระกูลเราเล็กน้อย แต่สองสำนักนี้ก็นับว่าร่ำรวย พวกเขามีเคล็ดวิชาและทักษะระดับสูงอยู่มากมาย และเท่าที่ข้ารู้มา ตอนที่เกิดความวุ่นวายในสำนักคังเฉียง สำนักเฉินกวงและสำนักหยุนซานก็ใช้กลยุทธ์ตีชิงตามไฟ ด้วยการลอบขโมยเคล็ดวิชาและทักษะระดับสูงของสำนักคังเฉียงมาจำนวนไม่น้อย"

ตอนนั้นเอง อู่โม่ก็ถอนหายใจออกมา " เจ้าเข้าใจรึยัง ? สำนักคังเฉียงอาจจะมีสภาพแวดล้อมที่ดี แต่มันขาดสองสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้บ่มเพาะ นั่นก็คือทักษะและเคล็ดวิชา!"

สำนักคังเฉียงใช่ว่าจะขาดทักษะและเคล็ดวิชา เพียงแต่ว่าทักษะและเคล็ดวิชาเหล่านั้น มันไร้ค่า มีก็เหมือนไม่มี

อู่ซินซินตกตะลึงไปชั่วขณะ แน่นอนนางรู้ว่า ทักษะและเคล็ดวิชานั้นสำคัญมากเพียงใดต่อผู้บ่มเพาะ แต่ในตอนนั้นนางกำลังมึนงงและถูกวาจาของจางหยูหลอกล่อ จนลืมนึกถึงปัญหานี้ไป

"ที่แท้จาง....ชายคนนั้นโกหกข้า ! "

สีหน้าของนางบิดเบี้ยว ราวกับจิตวิญญาณได้รับความสะเทือนใจอย่างรุนแรง

"ขอโทษด้วยท่านพ่อ ท่านพี่ ข้า...ข้า..." ตาของอู่ซินซินแดงก่ำขึ้นมา

เมื่อเห็นสีหน้าโศกเศร้าของลูกสาว อู่เฉินก็รีบปลอบขึ้นมาทันที "ไม่เป็นไรหรอกซินซิน อย่าร้องไห้ไปเลย พ่อจะพาเจ้าไปที่สำนักเฉินกวงในวันพรุ่งนี้ เมื่อพ่อออกหน้า แม้ว่าจะเลยเวลารับคนไปแล้ว แต่เขาก็ไม่กล้าปฏิเสธเจ้าหรอก สำหรับจางหยู อู่โม่เจ้าเป็นตัวแทนของซินซินไปพูดคุยกับเจ้าหมอนั่นซะ แค่สั่งสอนเล็กน้อยก็พอ...คราวหน้าคราวหลังเขาจะได้ไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้อีก!" ตอนที่พูดประโยคนี้ เขาก็หันไปมองอู่โม่แวบหนึ่ง

"วางใจเถอะท่านพ่อ เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง" เมื่อเห็นสายตาของอู่เฉิน อู่โม่ก็เข้าใจทันที ก่อนจะพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม

แน่นอนว่าเขาเข้าใจคำพูดของอู่เฉิน สิ่งที่เรียกว่าสั่งสอน คงไม่พ้นเป็นการกล่าวเตือนทางวาจา อย่างไรเสีย อู่โม่ก็ไม่กล้าที่จะลงมือจริงๆ

ต่อให้อู่เฉินจะไปด้วยตัวเอง เขาก็ไม่กล้าทำร้ายจางหยูหรอก

ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา แม้ว่ากองกำลังอื่นๆจะเล่นลูกไม้กับสำนักคังเฉียง แต่ก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวจางหยูเลยแม้แต่คนเดียว !

ตราบใดที่ยังไม่มีข่าวคราวของบิดาจางหยู ก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องตัวเขา!

ตอนนั้นเอง อู่ซินซินก็เงยหน้าขึ้น พร้อมกับสายตาอันมั่นคง " ไม่ ข้าจะไปหาเขาที่สำนักคังเฉียงในวันพรุ่งนี้เอง!"

....

หลังจากที่จางหยูไล่อู่ซินซินกลับไปแล้ว เขาก็กลับมาที่บ้านของตัวเอง

ทันทีที่ไปถึงประตู ก็มีหมาบ้านขนสีเทาที่ยุ่งเหยิงวิ่งเข้ามา

[เสี่ยวเฉียง]

[เพศ : ผู้]

[อายุ : 3 ปี]

[พรสวรรค์ทางกายภาพ : ไม่มี]

[พรสวรรค์การรับรู้ : ไม่มี]

[พรสวรรค์พิเศษ : ไม่มี]

[ระดับการบ่มเพาะ : ไม่มี]

แน่นอนว่าทั้งสี่ค่านั้น...ไม่ได้มีความสามารถอะไรเลยสักอย่าง!

"เสี่ยวเฉียง" จางหยูหัวเราะพร้อมกับลูบหัวหมาที่ส่ายหางอยู่ตรงหน้าเขา "หิวแล้วรึ? รอก่อน ข้าจะไปหาอะไรมาให้กิน"

จบบทที่ ตอนที่ 2 : ตระกูลอู่

คัดลอกลิงก์แล้ว