เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 77 ตามรอยเท้า

ตอนที่ 77 ตามรอยเท้า

ตอนที่ 77 ตามรอยเท้า


ในป่าลืมเลือน  ตอนเช้ามันเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบ ดวงอาทิตย์กำลังส่องผ่านไปยังพื้นดินและหยดน้ำค้างในตอนเช้าสามารถมองเห็นได้บนใบไม้ที่มีสีสันจากการหักเหของแสง  กลิ่นหอมสดชื่นถูกส่งมาทางสายลมเข้าไปในเต็นท์ของหลิน ฮวง เขาตื่นขึ้นในเช้าวันนั้นและเขาก็นอนหลับฝันดีตลอดทั้งคืน แม้ว่าเขาจะมีข่าวเกี่ยวกับเล้ง เยวี่ยซินในใจของเขา แต่เขาก็ไม่กังวลเรื่องนี้มากนักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

เขากินอาหารเช้าและออกจากที่นั่น หลังจากเก็บเต็นท์ของเขาและเก็บมันไว้ เขาเลือกไป่และหมาป่าวิริเดียนเป็นสหายของเขาในครั้งนี้ ถ้าเขาเรียกชาโคล มอนสเตอร์ที่อยู่ต่ำกว่าระดับเงินจะหนีไปจากเขา แต่มอนสเตอร์ระดับทองอาจพิจารณาว่ามันเป็นความท้าทาย นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่ว่ามีมอนสเตอร์ระดับหลุดพ้นอยู่ในป่า หลิน ฮวงจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นทายาทของเทพเจ้าและดึงดูดมอนสเตอร์ระดับหลุดพ้น ถ้าชาโคล มอนสเตอร์เลือดมังกรของเขาถูกระดับหลุดพ้นค้นพบ เขาไม่สามารถนึกภาพได้เลยว่าปัญหาจะหนักหนาขนาดไหน

 

นอกจากนี้ การบินเหนือป่าลืมเลือนจะทำให้เขาเป็นเป้าหมายที่ง่ายดายสำหรับการโจมตีโดยมอนสเตอร์ที่ทรงพลัง เนื่องจากไม่มีต้นไม้รอบ ๆ ตัว แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องราวที่แตกต่างกับหมาป่าวิริเดียน จมูกที่ไวของมันเป็นประโยชน์กับอันตรายที่หลบซ่อนอยู่เนื่องจากสามารถตรวจจับศัตรูจากระยะไกลได้ ด้วยความเร็วของมัน ระยะทาง 300 กิโลเมตรจะใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเท่านั้น

 

หลิน ฮวงและไป่นั่งบนหลังของหมาป่าวิริเดียน พวกเขาหยุดพักระหว่างทางเพื่อพักผ่อน ดังนั้นถ้ามีมอนสเตอร์โจมตีพวกเขาระหว่างทาง พวกเขาจะได้มีพลังที่จะสู้แม้จะเดินทางไกลก็ตาม เมื่อใดก็ตามที่หมาป่าวิริเดียนได้กลิ่นของมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่อยู่ใกล้ ๆ มันจะเบี่ยงเบนไปอีกเส้นทางหนึ่งและเดินทางต่อไป เมื่อใกล้ถึงเที่ยงแล้วในที่สุดพวกเขาก็มาถึงจุดพิกัดแรกที่มีการเห็นเล้ง เยวี่ยซินครั้งสุดท้าย

 

หลินหวงก็เปิดใช้งานการล่าเลือดและจับกลิ่นของเล้ง เยวี่ยซินและหยี่ เอี้ยนซิง เขาเดินตามกลิ่นและมาถึงหน้ายักษ์หิน มันเป็นหินสีดำที่สูง 10 เมตรและส่วนเล็ก ๆ ของมันถูกฝังอยู่ในพื้นดิน ขณะที่ด้านบนโผล่ออกมา มีกลิ่นแรงใกล้กับหินยักษ์ดังนั้นหลิน ฮวงจึงมั่นใจว่าพวกเขาหยุดที่หินยักษ์หรืออย่างน้อยก็สัมผัสมันขณะที่พวกเขาเดินทางต่อ

 

เขาเดินไปรอบ ๆ หิน แต่เขาไม่สามารถหาอะไรได้ อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องเหลวไหลสำหรับหินขนาดใหญ่ที่จะอยู่ใจกลางป่าลืมเลือน ถ้าเป็นอุกกาบาต มันควรมีหลุมอุกกาบาตอยู่รอบ ๆ แต่ภูมิประเทศเป็นที่ราบและไม่มีอุปสรรค ด้วยความสงสัยในใจ หลิน ฮวงได้เรียกค้นข้อมูลจากเครือข่ายหัวใจว่ามีหินยักษ์อยู่ในป่าหรือไม่ น่าแปลกใจที่มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้และเคยเป็นหัวข้อร้อนแรงในเขต 7  หัวข้อของหินยักษ์สีดำนี้ได้รับความนิยมเพราะทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อหลายคนอ้างว่าไม่มีใครสามารถขยับหินได้  คนเห็นเรื่องราวบนเครือข่ายและพยายามมาขยับหิน แต่แม้กระทั่งนักล่าระดับทองซึ่งอยู่ใน10อันดับแรกก็ไม่อาจขยับหินได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มันกลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ร้อนแรงมาเป็นเวลานานในเขต7 เนื่องจากหลายคนคาดเดาถึงต้นกำเนิดของหิน หลายคนคิดว่ามันเป็นอุกกาบาตขณะที่คนอื่น ๆ คิดว่ามันถูกย้ายไปที่นั่นโดยระดับหลุดพ้น มีแม้กระทั่งบางส่วนที่บอกว่ามันผนึกสำหรับเมืองที่ถูกฝังไว้ภายใต้มัน......

 

หลังจากค้นคว้าดูทฤษฎีหลาย ๆ เรื่องแล้วเขาก็รู้ว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับมอนสเตอร์ระดับหลุดพ้น เขาปิดเครือข่ายและมองไปรอบ ๆ สถานที่อีกครั้ง เขาหาอะไรไม่เจอ 10 นาทีต่อมาหลิน ฮวงและไป่ก็พบจุดที่สองซึ่งพบเล้ง เยวี่ยซินเป็นครั้งสุดท้าย เขาเปิดใช้การล่าเลือดอีกครั้งและพบตำแหน่งที่ชัดเจนว่าเล้ง เยวี่ยซินและคนอื่นเคยอยู่

 

มันเป็นดินที่ไหม้เกรียม – พื้นดินที่ตายแล้วมีรอยแตก มันดูเหมือนใยแมงมุมที่กระจายไปไกลถึง 10 กิโลเมตร ดินไหม้ได้ปูดไปรอบรอยแตกซึ่งดูเหมือนจะแตกออกจากด้านใน หลิน ฮวงพบรอยแตกที่กว้างเท่าฝ่ามือและโยนหินก้อนหนึ่งเพื่อหาว่ามันลึกขนาดไหน เขาไม่ได้ยินเสียงใด ๆจากการโยนหินลงไป เขาไม่สามารถบอกได้ว่ามันลึกแค่ไหน เขาค้นเครือข่ายหัวใจอีกครั้ง แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

"ดูเหมือนว่ารอยแตกเหล่านี้พึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ... " หลิน ฮวงถ่ายภาพรอยร้าวสองรอย  มองไปรอบ ๆ พื้นที่และจากไป ภายในครึ่งชั่วโมงเขาพบพิกัดที่สามและสี่ที่พบเล้ง เยวี่ยซินและคนอื่นๆเป็นครั้งสุดท้ายและทั้งสองที่ก็มีรอยแตกแปลกๆนั่นเหมือนกัน นอกเหนือจากนั้นเขาก็ไม่เจออะไรเลย  เขาถ่ายรูปอีกครั้งและทิ้งมันไว้ คราวนี้เขามุ่งหน้าไปยังตำแหน่งสุดท้ายที่พบเล้ง เยวี่ยซินก่อนที่เธอจะหายตัวไป

 

ภายใน 20 นาที หมาป่าวิริเดียนก็พาหลิน ฮวงและไป่ไปถึงพิกัดสุดท้าย พวกเขาลงจากหลังของหมาป่าวิริเดียนและหลิน ฮวงเปิดใช้การล่าเลือดอีกครั้ง หลังจากได้กลิ่นที่คุ้นเคยแล้วเขาก็ค้นพบพิกัดที่พบเล้ง เยวี่ยซินเป็นครั้งสุดท้าย การ์ดภารกิจแสดงให้เห็นว่าพิกัดอยู่ห่างออกไป 300 กิโลเมตรทางเหนือ และหลิน ฮวงก็พบตำแหน่งได้อย่างง่ายดาย มันเป็นน้ำตกยักษ์ที่มีสระน้ำยักษ์ใต้น้ำตก กลิ่นของเล้ง เยวี่ยซินและหยี่ เอี้ยนซิงหายไปรอบๆน้ำตกนี้

 

"ต้องมีอะไรอยู่ที่นี่ บางทีอาจจะมีถ้ำอยู่ข้างหลังน้ำตกนี้?" หลิน ฮวงคิดและขมวดคิ้วขณะที่มองไปรอบ ๆ น้ำตก เพราะมันดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ

 

จากนั้นเขาก็เรียกหมาป่าวิริเดียนและเรียกวิญญาณร้าย มันเป็นเหมือนผีที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ ไม่มีรูปแบบทางกายภาพเพื่อให้สามารถผ่านวัตถุได้

 

"วิญญาณร้าย  จงดูว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังน้ำตก" หลิน ฮวงสั่งวิญญาณ ผีสีดำลอยอยู่ด้านบนของทะเลสาบและหายตัวไปในน้ำตก เและไม่นานมันก็ออกมาจากน้ำตก

 

"มีถ้ำหรือทางเชื่อมไปที่อื่นไหม" หลิน ฮวงถาม

 

มันส่ายหัว

 

"ไม่มีถ้ำหรอ?" หลิน ฮวงสงสัย " มันดูเหมือนจะไม่มีอะไรอื่นใกล้ๆนี้... "

 

หลิน ฮวงมองลงไปยังสระน้ำที่เงียบสงบและคิด "หรือว่ามันจะอยู่ใต้สระน้ำนี้?"

 

"วิญญาณร้าย ไปใต้น้ำเพื่อดูว่ามีถ้ำใต้สระน้ำหรือไม่!" หลิน ฮวงสั่งมันทันที

 

วิญญาณดำดิ่งลงไปในน้ำโดยไม่ทำให้เกิดระลอกคลื่นแม้แต่นิดเดียวบนพื้นผิว

 

หลิน ฮวงนั่งอยู่ข้างสระน้ำและรอฟังผล ถ้าไม่มีร่องรอยอยู่ใต้สระน้ำ เขาก็คงไม่มีทางรู้ว่าเขาจะหาเล้ง เยวี่ยซินได้อย่างไร

มันใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมง หากไม่ใช่เพราะเสี่ยว เฮยจะต้องแจ้งให้เขาทราบถ้าวิญญาณร้ายตายไป เขาก็คงคิดว่ามันถูกสังหารโดยสัตว์ใต้น้ำ   40 นาทีผ่านไป และในที่สุด วิญญาณก็โผล่ออกมาจากสระน้ำ

 

"มีถ้ำใต้น้ำไหม?" หลิน ฮวงถามทันที

 

วิญญาณพยักหน้า

 

"นั่นแหละ!" หลิน ฮวงได้ข้อสรุปว่าเล้ง เยวี่ยซินและคนอื่นๆตกลงไปใต้สระน้ำนี้และเตรียมพร้อมสำหรับการตามหาพวกเขา

จบบทที่ ตอนที่ 77 ตามรอยเท้า

คัดลอกลิงก์แล้ว