เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 24 ฉันอยากจะเป็นนักล่าอาหาร

ตอนที่ 24 ฉันอยากจะเป็นนักล่าอาหาร

ตอนที่ 24 ฉันอยากจะเป็นนักล่าอาหาร


มอนสเตอร์ทรายมันอาศัยอยู่ในทะเลทรายมาตั้งแต่เด็ก พวกมันสามารถอยู่รอดได้นานกว่าอูฐบนโลกในทะเลทราย

เมื่อมันมีอาหารจำนวนมาก พวกมันจะกินทุกสิ่งที่พวกมันสามารถเก็บไว้ได้ในร่างกายมัน ซึ่งเป็นจำนวนที่มหาศาล โดยปราศจากอาหารและน้ำ พวกมันสามารถทำลายไขมันในร่างกายของพวกมันเพื่อพลังงานและน้ำได้

มอนสเตอร์ทรายที่มีไขมันเพียงพอจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างน้อยครึ่งปีโดยไม่มีน้ำ และหากมันไม่มีอาหาร มันสามารถอยู่รอดได้อย่างน้อยสามปี

ผิวของพวกมันหนาและทนทานพอที่จะป้องกันตัวเองจากพายุทราย แม้กระทั่งดวงตาและใบหน้ามันยังมีโครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้พวกมันไม่ได้รับผลกระทบจากพายุทราย

เนื่องจากโครงสร้างร่างกายของพวกมัน พวกมันจึงกลายเป็นนักล่าชั้นนำในทะเลทราย

มอนสเตอร์ทรายมีเท้าที่ใหญ่มากกว่าเท้ามนุษย์ถึงสองเท่า

นั่นทำให้พวกมันเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าและมีความว่องไวมากกว่ายักษ์สายพันธ์อื่น

ขนาดของร่างกายไทแรนด์มันใหญ่กว่ามนุษย์ถึงห้าเท่า แต่ความเร็วของมันไม่ใช่5เท่าของมนุษย์ แต่มันกลับเร็วกว่ามนุษย์ถึง20เท่า

สำหรับมนุษย์ที่อยู่ในระดับเหล็กขั้น3 พวกเขาสามารถเดินทางในทะเลทรายได้ถึง20กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในขณะที่ไทแรนด์ ด้วยความเร็วการวิ่งปกติ มันวิ่งได้มากถึง80กิโลเมตรต่อชั่วโมงและด้วยความเร็วเต็มที่ มันสามารถวิ่งได้มากกว่า100กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ขณะที่หลิน ฮวง นั่งอยู่บนไหล่ของไทแรนด์ เขาก็ควบคุมความเร็วของมันให้อยู่ที่80กิโลเมตรเพื่อกันเขาตกลง ในคืนแรก พวกเขาใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเพื่อเดินทาง ซึ่งมันเป็นระยะทางที่จะใช้เวลาทั้งวันสำหรับคนทั่วไป

ด้วยความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ทราย แม้ว่าจะมีเจ้าอ้วนมาเสริมก็ตาม มันก็ไม่ได้ทำให้ความเร็วของมันลดลงแต่อย่างใด

เมื่อมองไปยังเจ้าอ้วนที่รู้สึกไม่สบายใจจากการนั่งบนไหล่ หลิน ฮวง ก็ได้หัวเราะอยู่ข้างใน

เขาไม่แตกต่างไปจากเจ้าอ้วนเมื่อวานนอกจากการปรับตัวเขาเพื่อความรู้สึกในการนั่งบนไหล่ไทแรนด์

 

เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาต้องทนทุกข์ทรมานจากขนที่ทิ่มตูดเขา หลิน ฮวง ก็ได้พึมพำกับเขา“ฉันไม่ควรที่จะโกนขนอีกข้างของมันเลย...”

มอนสเตอร์ทรายได้วิ่งมานานกว่าสี่ชั่วโมงก่อนที่เจ้าอ้วนจะบ่น

“พวกเราสามารถพักสักหน่อยได้ไหม?โอ้ พระเจ้า ฉันรู้สึกเหมือนก้นของฉันกำลังจะแตก!”

ก้นของหลิน ฮวง มันก็ระบมเช่นกัน เมื่อเห็นว่าเจ้าอ้วนไม่อาจทนได้อีกต่อไป เขาก็สั่งให้ไทแรนด์หยุด

จากนั้น ไทแรนด์ก็วางทั้งคู่ลงบนพื้น เจ้าอ้วนเดินมาหาหลิน ฮวง ขณะที่ถูก้นของมัน“มาพักกันเถอะ กินและดื่มน้ำก่อนที่เราจะเดินทางต่อ”

หลิน ฮวง พยักหน้า“พักกันเถอะ ฉันจะสั่งให้ไทแรนด์ไปล่าอาหาร”

“ไม่จำเป็นหรอก ฉันมีอาหารติดตัว!”เจ้าอ้วนดื่มน้ำอึกใหญ่หลายอึกจากขวดและกล่าว

 

หลังจากที่เก็บขวดของเขากลับไปในช่องเก็บของ เจ้าอ้วนก็เอาชุดโต๊ะอาหารออกมาและหั่นชิ้นเนื้อเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเท่าลูกบาสเกตบอล

“นายไปเอาอาหารมาจากไหน ไม่ใช่ว่าพวกเขาได้ยึดอาหารของนายไว้?”หลิน ฮวง ถามด้วยความอยากรู้

“นายพูดอะไรกัน?ฉันไม่ได้แอบนำพวกมันเข้ามา ฉันตัดมันมาจากหมูเกราะเหล็กที่กลุ่มของฉันได้ฆ่าเมื่อวาน มันคือขาหลังหมู มันเป็นสิ่งที่ดี!ฉันวางแผนที่จะเก็บมันไว้ให้ตัวเอง แต่ฉันถือว่านายเป็นพี่น้องฉัน ฉันจึงแบ่งปันสิ่งนี้ให้นาย”เจ้าอ้วนเริ่มหั่นเนื้อ ในเวลาต่อมา แผ่นเนื้อก็ถูกหั่นบางๆ

“นายคือพ่อครัว”เมื่อเห็นทักษะมีดของเจ้าอ้วน หลิน ฮวง ก็ระบุได้ถึงอาชีพเขา

“ว่าไงนะ?พ่อครัว?ฉันอยากเป็นนักล่าอาหารต่างหาก!”เจ้าอ้วนเงยหน้าขึ้นและปฏิเสธ

 

มันมีหลายสายอาชีพในสมาคมนักล่า มันมีนักล่ามอนสเตอร์ที่ล่ามอนสเตอร์เป็นหลัก และมีนักล่าอาหารผู้ที่ปรุงอาหาร นักล่าสมบัติผู้ที่มองหาสมบัติและนักล่าผู้พิทักษ์ ที่จะคอยปกป้องสายพันธ์หายาก....

สมาคมนักล่าคือองค์กรอิสระ พวกเขาไม่เพียงแต่จะปลูกฝังความสามารถ แต่ยังให้ความสามารถทุกชนิดแก่ทุกองค์กรเช่นกัน

การประเมินนักล่าสำรองมันไม่ได้จำกัดประเภท

เพื่อที่จะเป็นนักล่าอาหารมันจำต้องได้รับการยอมรับจากสมาคมนักล่า ขั้นแรก เจ้าอ้วนจำต้องเป็นนักล่าสำรอง และเขาจะต้องเลือกหมวดหมู่เมื่อเขาเป็นนักล่าระดับทองแดง

เมื่อผ่านการประเมินเป็นนักล่าอาหาร เขาจะกลายเป็นนักล่าที่แท้จริงของสมาคมนักล่า

ภายในเวลา20นาที เจ้าอ้วนก็ได้ย่างเนื้อทั้งหมด

 

หลิน ฮวง ชิ้มชิ้นเนื้อและดวงตาของเขาก็สว่างขึ้นขณะที่เขาพูด“เจ้าอ้วน นายดูไม่เหมือนคนที่สามารถทำอาหารได้เลย”

แม้ว่ามันจะเทียบไม่ได้กับที่เขาลิ้มลองในโรงแรม แต่มันก็เป็นเนื้อย่างที่ดีที่สุดเป็นอันดับ2ที่เขาเคยกินมา

ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังรอบพวกเขา จากนั้นพวกเขาก็สังเกตไดเว่าน้ำลายของไทแรนด์กำลังไหลขณะที่จ้องมองเนื้อย่าง

 

“เจ้าอ้วน ทำอาหารจานใหญ่ให้มันด้วย”หลิน ฮวง กล่าวหลังจากเห็นท่าทางน่าสงสารของมัน

“หากเราให้อาหารมัน เราจะหิวในตอนกลางคืน”เจ้าอ้วนไม่เต็มใจที่จะทำอาหารให้ไทแรนด์

“เพียงหั่นให้มันชิมบางส่วนก็พอ”แน่นอน หลิน ฮวง รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเติมเต็มท้องของไทแรนด์ ด้วยขนาดของมัน มันจำต้องกินเนื้อเป็นตันเพื่อเปลี่ยนพวกมันเป็นไขมัน

 

แม้ว่าเจ้าอ้วนจะไม่เต็มใจ แต่เมื่อคิดว่าเขาได้นั่งไหล่มันมา เขาก็หยิบชิ้นเนื้อชิ้นใหญ่ขึ้นมาและย่างให้มัน

ขณะที่พวกเขากำลังกิน เนื้อก็ถูกย่างเสร็จ

เจ้าอ้วนได้คีบมันไปให้ไทแรนด์และกล่าว “เพื่อนตัวโต นี่ของนาย”

ไทแรนด์มองไปที่หลิน ฮวง ขณะที่น้ำลายไหล

“เข้าไปเอาสิ”

หลังจากที่หลิน ฮวง พยักหน้า มันก็รับเนื้อมาและโยนเข้าไปในปาก

มันกลืนเนื้อลงไปรวมถึงกระดูก

 

“บ้าเอ้ย ทำไมมันไม่คายกระดูกออกมา?”มันเป็นครั้งแรกที่เจ้าอ้วนได้เห็นมอนสเตอร์ทรายกินและเขาก็ตกใจ

“กรดในกระเพาะอาหารของยักษ์นั้นรุนแรงกว่ามนุษย์นับ100เท่า พวกมันสามารถย่อยกระดูกได้โดยสมบูรณ์ ใครบอกนายว่ายักษ์จะแยกกระดูกเมื่อพวกมันกิน?”หลิน ฮวง ศึกษามันมาพอสมควร

“ใช่แล้ว ยักษ์ที่ฉันเห็นในวิดิโอก็กลืนกระดูกลงไปด้วย”เจ้าอ้วนนึกถึงช่วงเวลาที่มันได้ศึกษาวิดิโอมาบ้าง

“เอาละ เนื่องจากเราก็ได้กินไปแล้ว ทำความสะอาดและไปกันเถอะ หากพวกเราเร็วพอเราจะไปถึงเทือกเขาแอลป์ในคืนวันพรุ่งนี้ จากนั้น เราจะพักและเริ่มปีนเขาในตอนเช้า”หลิน ฮวง ได้วางแผนไว้ก่อนหน้า

 

มันจะใช้เวลาสองวันเพื่อไปถึงภูเขา หากไทแรนด์เดินทาง10ชั่วโมงต่อวัน

 

“เย้!”

 

 

เจ้าอ้วนตื่นเต้นเมื่อได้ยินว่าพวกเขาสามารถไปถึงภูเขาได้ภายในสองวันขณะที่คนทั่วไปต้องใช้เวลาถึง10วัน การประเมินมันช่างง่ายดายอะไรเช่นนี้

หลังจากที่ทำความสะอาด พวกเขาก็ขึ้นไปบนไหล่ของไทแรนด์และเริ่มเดินทาง....

จบบทที่ ตอนที่ 24 ฉันอยากจะเป็นนักล่าอาหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว