เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 พวกเราต้องไม่ตาย!

บทที่ 3 พวกเราต้องไม่ตาย!

บทที่ 3 พวกเราต้องไม่ตาย!


ตอนที่ 3 พวกเราต้องไม่ตาย!

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนพาสาวน้อยโลลิเกาหลีกับแอร์โฮสเตสชาวญี่ปุ่นออกมาจากตัวเครื่องบิน

 

โลลิน้อยยังเดินได้เอง แต่แอร์โฮสเตสก้าวขาแทบไม่ได้ ไม่รู้ว่าเพราะตกใจหรือได้รับบาดเจ็บ ต่อให้ตอนที่อุ้มแอร์โฮสเตสออกจากตัวเครื่องบิน รู้สึกเหมือนคล้ายๆ กับว่าหน้าอกนุ่มนิ่มของอีกฝ่ายจะเบียดเข้ากับแขนเขา เฉินเสี่ยวเลี่ยนก็ไม่ได้คิดอะไรทั้งสิ้น... ต้องรีบเอาชีวิตรอดก่อนสิ พวกเรื่องไร้สาระพรรณนั้นใครมันจะไปสนใจกันเล่า!

 

ออกห่างจากตัวเครื่องบินได้สักสิบเมตร ทั้งสามคนก็นั่งลงกับพื้น

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนถึงค่อยสนใจหันกลับไปมองเครื่องบินลำนั้น

 

ตัวเครื่องยังถือได้ว่าสมบูรณ์อยู่ แต่ปีกทั้งสองข้างหายไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าปีกหักไปทั้งคู่

 

ที่นี่เป็นผืนป่า ดูจากพรรณไม้แล้ว... เอาเถอะ จริงๆ แล้วเฉินเสี่ยวเลี่ยนก็ดูอะไรไม่ออกเหมือนกัน

 

เขาไม่ใช่พวกกูรูการเอาชีวิตรอดในป่า ไม่สามารถดูพรรณไม้เพื่อวิเคราะห์ว่าที่นี่อยู่ในตำแหน่งไหน เป็นพื้นที่เขตร้อนหรือเขตอบอุ่นกันแน่

 

แต่จากที่มองเห็น ภาพตรงหน้าก็ชวนให้คนตื่นตระหนกไม่น้อย

 

ด้านหลังเครื่องบิน ผืนป่าถูกถางออกเป็นทางตรงยาวเหยียดเส้นหนึ่ง! น่าจะเป็นเพราะเครื่องบินตกกระแทกลงบนผืนป่าแล้ว ‘พุ่งชน’ อย่างแรงจนถากออกเป็นทาง

 

ความยาวน่าจะหลายร้อยเมตร ต้นไม้พืชพรรณทั้งหลายต่างถูกเครื่องบินชนจนหักโค่นหรือไม่ก็ล้มเอียง

 

ล้อขึ้นลงก็ไม่รู้ปลิวหายไปไหนแล้ว ตัวเคบินโดยสารนอนราบอยู่กับพื้นอย่างนั้น ต้นไม้สองฟากที่หักก็หักไป ที่ปลิวก็ปลิวไป...

 

ถึงแม้จะดูฉากทำลายล้างในภาพยนตร์ฮอลลีวูดมามากมาย ทว่าภาพความจริงตรงหน้ากลับไม่ได้เกิดจากการใช้สเปเซียลเอฟเฟกต์ แต่เป็นภาพเหตุการณ์จริงสดๆ ร้อนๆ ที่กองอยู่ตรงหน้า ทำเอาเฉินเสี่ยวลี่ยนตื่นตะลึงไปหลายวินาที!

 

แอร์โฮสเตสคนนั้นดูเหมือนจะค่อยๆ สงบลงช้าๆ และพยายามจะลุกขึ้นเอง ยังดีที่ดูเหมือนขาและเท้าจะไม่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนหน้านี้คงเป็นเพราะว่าตกใจเท่านั้น

 

แอร์โฮสเตสสาวเกาะต้นไม้ มองไปรอบๆ อย่างหวาดกลัวและสิ้นหวัง แล้วเปล่งเสียงที่ค่อนข้างแหบแห้งออกมา

 

“help!!”

 

“Ta su ke te!!”

 

คราวนี้ฟังรู้เรื่องแล้ว ‘Tasukete’ ประโยคหลังนั่น คงจะหมายความว่าช่วยด้วยสินะ?

 

สาวน้อยโลลิเกาหลีเอาแต่นั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้น เด็กอายุเท่านี้ ดูแล้วท่าทางอายุไม่น่าเกินสิบขวบ แต่ยังคงสามารถนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นไม่เป็นลมล้มพับไปก็ถือว่าเข้มแข็งมากแล้ว จะไปคาดหวังเรื่องอื่นๆ ได้ยังไง...

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนสูดลมหายใจลึก แล้วจู่ๆ ก็วิ่งเข้าไปทางเคบินโดยสาร

 

แอร์โฮสเตสสาวเห็นเฉินเสี่ยวเลี่ยนทำเช่นนั้นก็ตะโกนใส่เขาหลายประโยค คล้ายว่าต้องการห้ามปราม แต่เฉินเสี่ยวเลี่ยนโบกมือใส่เธอแล้วก็เข้าไปในตัวเคบินโดยสาร

 

ผ่านไปสักครู่ เฉินเสี่ยวเลี่ยนก็ยกกล่องออกมากล่องหนึ่ง จากนั้นก็หมุนตัวกลับเข้าไปอีก แล้วก็ยกออกมาอีกกล่อง

 

แอร์โอสเตสสาวก็ดูจะเข้าใจแล้ว หลังจากยืนลังเลอยู่ที่เดิมสักครู่หนึ่งก็กัดริมฝีปาก ถอดรองเท้า ใช้เท้าเปล่ารีบวิ่งเข้าไปข้างในตามเฉินเสี่ยวเลี่ยน

 

ในเคบินโดยสารยังมีน้ำและอาหารอยู่จำนวนหนึ่ง ต่างถูกทั้งสองคนช่วยกันยกออกมา

 

แล้วจากนั้นก็เป็นกระเป๋าเดินทางจำนวนหนึ่ง

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนค้นเอาเสื้อสเวตเตอร์ตัวนอกที่หนาเล็กน้อยจากในกระเป๋าของตนไปใส่ให้สาวน้อยโลลิเกาหลีและรูดซิบให้เธอด้วยตัวเอง

 

สาวน้อยที่กำลังสะอึกสะอื้นก็หยุดร้องไห้ เงยหน้ามองเฉินเสี่ยวเลี่ยนทีหนึ่ง

 

“ไม่ต้องกลัว” เฉินเสี่ยวเลี่ยนพูดเสียงต่ำ และไม่สนใจด้วยว่าอีกฝ่ายจะฟังรู้เรื่องไหม ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปในตัวเครื่องบิน

 

มือถือของเขาพังแล้ว เฉินเสี่ยวเลี่ยนค้นหาในเคบินโดยสารอยู่นานก็พบมือถือเครื่องหนึ่ง ไม่รู้ว่าผู้โดยสารคนไหนทำตกไว้ แต่ไม่ว่ายังไงก็เปิดไม่ติด จะว่าไปก็คงจะพังเหมือนกัน...

 

เขาเขวี้ยงทิ้งด้วยความโมโห

 

ถ้ารู้ว่าจะไม่ทนขนาดนี้ คงซื้อโนเกียใช้ไปนานแล้ว!

 

ทางด้านหลัง แอร์โฮสเตสสาวคนนั้นกลับแตะตัวเขา เฉินเสี่ยวเลี่ยนหันไปมองก็เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยื่น...

 

มือถือเครื่องหนึ่งให้เขา

 

“ของเธอเหรอ?” เฉินเสี่ยวเลี่ยนชี้ไปที่เธอ

 

ก็ไม่รู้ว่าแอร์โฮสเตสสาวฟังเข้าใจหรือเปล่า เธอพยักหน้า เฉินเสี่ยวเลี่ยนดีใจไปชั่วขณะถึงกับหัวเราะดังๆ ออกมา เพราะว่าตื่นเต้นดีใจก็เลยเกิดลืมตัวอดเข้าไปกอดแอร์โฮสเตสสาวแรงๆ ไม่ได้ แล้วยกนิ้วโป้งให้เธอทีหนึ่ง

 

แต่ว่าไม่กี่นาทีถัดมา...

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนหน้าซีดขาวส่งมือถือคืนให้แอร์โฮสเตสสาว

 

“ไม่มี... สัญญาณ”

 

ทุกหมายเลขล้วนสายไม่ว่างโทรไม่ติด รวมถึงเบอร์ 400-888-4099 ที่เป็นหมายเลขฉุกเฉินสากลก็โทรไม่ติด

 

แอร์โฮสเตสสาวเองก็รู้สึกตื่นตกใจขึ้นมา คว้ามือถือลองโทรออกหลายเบอร์ จากนั้นก็หน้าซีดทรุดลงไปกับพื้นกะทันหัน ใช้สองแขนโอบหัวเข่าร้องไห้อย่างปวดร้าว

 

ส่วนเฉินเสี่ยวเลี่ยนกลับสูดหายใจเข้ายาวๆ พลางหรี่ตามองไปรอบๆ...ป่า... ผืนนี้

 

......

 

ฟ้ามืดแล้ว

 

ชายหนึ่งหญิงสอง ทั้งสามคนนั่งล้อมรอบกองไฟ

 

ไฟนั้นใช้ไฟแช็กไฟฟ้าจุดขึ้นมา มีเพียงไฟแช็กแบบไม่ใช้ของเหลวเท่านั้นพี่พกขึ้นเครื่องบินได้ เขาพบมันจากกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารคนหนึ่ง

 

ตัดกิ่งไม้มาก่อฟืน ทั้งสามคนต่างสวมเสื้อไหมพรมไว้บนตัว

 

อาหารก็คืออาหารบนเครื่องบิน ใช้ฟอยล์ห่ออาหารเอาไปอุ่นบนไฟครู่หนึ่ง ถึงแม้รสชาติจะแย่ไปหน่อยแต่ก็พอกินประทังไปได้ เวลาแบบนี้จะเอาอะไรหนักหนาล่ะ

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนลองพยายามสื่อสารกับผู้หญิงทั้งสองคนแล้ว

 

น่าเสียดายที่แอร์โฮสเตสสาวคนนั้นพูดได้แค่ภาษาอังกฤษง่ายๆ และยังติดสำเนียงภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นอย่างหนักอีกต่างหาก ส่วนภาษาจีน... พูดได้แค่จำพวก ‘สวัสดี’ กับ ‘ขอบคุณ’ เท่านั้น

 

ภาษาอังกฤษของเฉินเสี่ยวเลี่ยนอยู่ระดับทั่วไป นอกจากเรียนในโรงเรียนแล้วก็เป็นผลพลอยได้จากการดูซีรีส์ฝรั่งมาอย่างยาวนาน พอจะพูดคุยสนทนาง่ายๆ ได้ แต่ถ้าซับซ้อนขึ้นมาก็สื่อสารกันลำบาก

 

ส่วนสาวน้อยโลลิเกาหลีนั้น...

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนประหลาดใจมากที่เธอรู้ภาษาจีน!

 

แต่ว่าแค่ฟังรู้เรื่องเท่านั้น สิ่งที่เขาพูดเธอเหมือนจะเข้าใจทั้งหมด แต่ทว่ากลับ...พูดไม่ได้

 

กลางดึก บรรยากาศยิ่งอึดอัดกดดัน

 

ตอนกลางคืนมีจังหวะหนึ่งที่ทำให้เฉินเสี่ยวเลี่ยนหัวใจกระตุก

 

เขามองเห็นเครื่องบินลำหนึ่งบินผ่านไปบนฟ้า... กะพริบไฟ บินไม่ช้าไม่เร็วข้ามท้องฟ้าไป

 

แน่นอนว่าเขาไม่ได้โง่พอที่จะโบกมือตะโกนขอความช่วยเหลือจากตรงนั้น... อย่างน้อยนั่นก็เป็นระยะทางหลายหมื่นเมตร ถ้ามองเห็นก็ผีหลอกแล้ว!

 

แต่ทว่า...

 

ในใจของเฉินเสี่ยวเลี่ยนกลับรู้สึกถึงความสงบอันเบาบางที่เพิ่มขึ้นมา

 

บางทีนี่คงเป็นอารมณ์ขันเฉพาะตัวของนักเขียนออนไลน์ละมั้ง

 

(ดวงจันทร์และกลุ่มดาวบนฟ้าไม่มีอะไรผิดปกติ ซ้ำยังมีเครื่องบินบินผ่าน... อย่างน้อยก็แน่ใจได้ว่าตัวเขาไม่ได้ทะลุมิติไปในโลกโบราณต่างมิติที่ไหน)

 

ด้านหลัง สาวน้อยโลลิเกาหลีก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง

 

ลำตัวเล็กๆ ของเธอขดกลมอยู่ในเสื้อไหมพรม น้ำตาร่วงเผาะๆ บ่นพึมพำเบาๆ บางอย่าง

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนเดินเข้าไป พอจะฟังออกบ้างเล็กน้อย ดูเหมือนจะพูดว่า “ออมมา” อะไรสักอย่าง

 

จะว่าไป เด็กอายุแค่นี้จะคิดถึงแม่ในเวลาเช่นนี้ก็ไม่แปลก

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนสูดลมหายใจลึก คุกเข่าลง ใช้มือลูบหัวสาวน้อยไปมา สาวน้อยโลลิหยุดร้องไห้เบิกตามองเฉินเสี่ยวเลี่ยนอย่างสับสน

 

“วางใจเถอะ พวกเราไม่เป็นอะไรหรอก” เฉินเสี่ยวเลี่ยนยิ้ม แม้จะดูอ่อนโยนแต่ก็ดูเข้มแข็งมากเช่นกัน... คำพูดที่พูดออกมา ถ้าบอกว่าเป็นการพูดให้อีกฝ่ายฟัง ไม่สู้บอกว่าเป็นการทำให้ตัวเองคงความมั่นใจไว้ดีกว่า

 

“เธอจะไม่ตาย เขาก็จะไม่ตาย ตัวฉันก็จะไม่ตาย! พวกเราจะต้องมีชีวิตรอดกลับบ้าน! ฉันรับรองได้เลย! ที่นี่มีฉันคนเดียวที่เป็นผู้ชาย ฉันจะดูแลพวกเธอเอง... ฉันเพิ่งจะอายุสิบแปด ยังมีอนาคตรออยู่! แม้กระทั่งแฟนสักคนฉันยังไม่เคยมี! แถมยังมีผู้อ่านตั้งเยอะตั้งแยะบูชาฉันอีก! ฉันจะมาตายในที่บ้าๆ นี้ได้ยังไง! วางใจเถอะ! โอปป้า[1]จะพาเธอเอาชีวิตรอดกลับบ้านเอง!”

 

พูดจบ เฉินเสี่ยวเลี่ยนก็จงใจทำหน้าบู้บี้ใส่เด็กสาวทีหนึ่ง และตะโกนภาษาเกาหลีที่เรียนมาไม่กี่คำจากการดูรายการบันเทิงเกาหลีว่า: “fighting!!”

 

แอร์โอสเตสสาวที่อยู่ข้างๆ คล้ายนึกขำในคำสุดท้าย ก็ชูกำปั้นขึ้นและพูดกับเฉินเสี่ยวเลี่ยนว่า “กัมบัตเตะ![2]

 

เอาเหอะ อย่างน้อยก็ฟังคำนี้รู้เรื่อง

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนยิ้มให้เธอแล้วหันตัวกลับไปมองในป่าอันมืดมิด รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆ หายไป สายตาครุ่นคิดสงสัย

 

...คืนนี้สาวน้อยโลลิกับแอร์โฮสเตสฝืนไม่ไหวหลับไปพักหนึ่ง กลายเป็นเฉินเสี่ยวเลี่ยนที่นอนไม่หลับทั้งคืน ไม่รู้เพราะความรู้สึกรับผิดชอบหรือเพราะว่านอนไม่หลับจริงๆ กันแน่

 

ตอนที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้น เฉินเสี่ยวเลี่ยนก็ปลุกผู้หญิงทั้งสองคน ก่อนดึงสาวน้อยโลลิเกาหลีมา

 

“รอที่นี่ห้ามไปไหน ฉันจะไปหาทางขอความช่วยเหลือ! รอฉันนะ ห้ามไปจากที่นี่โดยเด็ดขาด!”

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนหยุดคิด แล้วใช้ภาษาอังกฤษง่ายๆ พูดกับแอร์โฮสเตสชาวญี่ปุ่นอีกรอบหนึ่ง:

 

Stay here. Do not move! I’m looking for help! I will be back!! Trust me!!

 

ไวยากรณ์ต้องผิดแน่อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ไม่สนมันแล้ว ฟังออกเป็นอันใช้ได้

 

ไม่ใช่การสอบแม่มอะไรสักหน่อย!

 

เฉินเสี่ยวเลี่ยนหากิ่งไม้มาท่อนหนึ่งใช้เป็นอาวุธ ผูกเชือกรองเท้าจนแน่น หยิบน้ำเปล่าสองขวดใส่กระเป๋าแล้วก้าวยาวๆ จากไป

 

…………………………

 

[1] โอปป้า เป็นคำที่น้องสาวใช้เรียกพี่ชาย หรือผู้ชายที่อายุมากกว่าตนในภาษาเกาหลี

[2] กัมบัตเตะ เป็นภาษาญี่ปุ่น มีความหมายในทางให้กำลังใจ หมายถึง สู้ๆ นะ พยายามเข้า

จบบทที่ บทที่ 3 พวกเราต้องไม่ตาย!

คัดลอกลิงก์แล้ว