- หน้าแรก
- ต่างโลก เริ่มต้นจากโซลโซไซตี้
- บทที่ 70 นี่คือฝีมือของพวกตัวท็อปสินะ?
บทที่ 70 นี่คือฝีมือของพวกตัวท็อปสินะ?
บทที่ 70 นี่คือฝีมือของพวกตัวท็อปสินะ?
### บทที่ 70 นี่คือฝีมือของพวกตัวท็อปสินะ?
"นี่ก็เป็นทักษะยุทธ์ด้วยเหรอ? มันงดงามเกินไปแล้ว!"
ไลคากับเอ็ดการ์เองก็เป็นสายนักรบเหมือนกัน อาวุธที่พวกเขาใช้ก็คือดาบมือเดียวและดาบสองมือ ดังนั้นเมื่อได้เห็นทักษะยุทธ์ที่เย่เฉิงแสดงออกมาเมื่อครู่ ตอนนี้จึงได้แต่แสดงสีหน้าเคลิบเคลิ้มหลงใหล
หากพวกเขาสามารถเรียนรู้ทักษะยุทธ์ที่ทั้งแข็งแกร่งและงดงามเช่นนี้ได้ ในอนาคตจะกลัวจีบสาวไม่ติดอีกเหรอ?
"ครืนนนนนนน!"
และในขณะที่เย่เฉิงจัดการกับลูกธนูธาตุทั้งหมดเสร็จสิ้น พอพวกเอลิเซียกำลังจะเข้ามาดูอาการของเย่เฉิง ก็มีเสียงครืนๆ ดังมาจากด้านบนของทางเดิน
ตอนนี้เองที่พวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ลูกธนูธาตุเป็นเพียงกับดักแรกเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีกับดักที่สองและสามอีก
และเสียงครืนๆ นี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นหินยักษ์ทรงกลมที่คุณคุโรกิพูดถึงก่อนหน้านี้!
"ทำยังไงดี พี่เฉิงเพิ่งจะใช้เพลงดาบที่งดงามขนาดนั้นไป ตอนนี้คงจะเสียพละกำลังไปมากแล้ว หินยักษ์นี่ตกลงมา พี่เฉิงหนีไม่ทันแน่ พวกเราขึ้นไปช่วยกันเถอะ!"
ตอนนี้ปัญหาลูกธนูธาตุถูกแก้ไขแล้ว ทางเดินถือว่าปลอดภัย หินยักษ์อาจจะหนักหลายตัน ประกอบกับแรงโน้มถ่วงและความเร่งจากการกลิ้ง แรงปะทะคงจะน่าตกใจอย่างมาก
แต่ถ้าพวกเขาทั้งห้าคนช่วยกัน ก็น่าจะพอต้านทานได้บ้าง
เอลิเซียเป็นผู้หญิง คุโรกิรูปร่างผอมบาง แถมยังใช้เวทมนตร์ก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นสายเวท
ดังนั้นไลคากับเอ็ดการ์ในทีมตอนนี้จึงไม่ลังเลที่จะอาสาออกไปช่วยก่อน
ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวเท้าออกไป ก็รู้สึกได้ถึงกระแสลมที่รุนแรงหมุนวนขึ้นมาในทางเดินที่คับแคบ
และจุดที่กระแสลมรวมตัวกันก็คือตำแหน่งที่เย่เฉิงอยู่
ยังไม่ทันที่พวกเขาจะทันได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในวินาทีต่อมาพวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า เมื่อเผชิญหน้ากับหินยักษ์ที่กลิ้งเข้ามา เย่เฉิงกลับไม่ได้เลือกที่จะหันหลังวิ่งหนี แต่กลับกระทืบพื้นจนแตกแล้วพุ่งเข้าใส่!
"ชุนโค!"
เย่เฉิงที่พุ่งทะยานออกไป ร่างกายของเขาราวกับกลายเป็นสายฟ้า ไลคากับเอ็ดการ์ที่อยู่ด้านหลัง เห็นเพียงแค่ลำแสงสายหนึ่งพาดผ่านไปในอากาศ
และในวินาทีต่อมา ร่างของเย่เฉิงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหินยักษ์ พร้อมกับรวบนิ้วเป็นสันมือ แล้วสับเข้าใส่หินยักษ์!
หินยักษ์ที่หนักหลายตัน ตกลงมาจากที่สูงบวกกับความเร่งจากการกลิ้ง แรงปะทะของมันย่อมน่าสะพรึงกลัวอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่ต้องพูดถึงมนุษย์ธรรมดาเลย แม้แต่อสูรเวทที่มีร่างกายแข็งแกร่ง ในสถานการณ์เช่นนี้ก็จะถูกบดขยี้จนกลายเป็นเนื้อบด
การกระทำของเย่เฉิงที่ใช้สันมือสับออกไป ในสายตาของคนทั่วไปแล้ว ย่อมไม่ต่างอะไรกับการเอาไข่ไปกระทบหิน
แต่ในไม่ช้า ความคิดของสามมือใหม่เอี่ยมอ่องอย่างพวกเอลิเซียก็ต้องเปลี่ยนไปอีกครั้ง!
"โครม——————!"
พร้อมกับเสียงหินยักษ์แตกกระจายดังสนั่น ฉากเอาไข่ไปกระทบหินก็เกิดขึ้นจริงๆ
เพียงแต่มันกลับตรงกันข้ามกับที่พวกเขาจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง เพราะบทบาทของไข่และหินนั้นสลับที่กันอย่างสิ้นเชิง
เป็นการเอาไข่ไปกระทบหินก็จริง... แต่เย่เฉิงไม่ใช่ไข่ ในทางกลับกัน หินยักษ์ที่หนักหลายตันต่างหากที่เป็นไข่!
ด้วยการสับสันมือเพียงครั้งเดียวของเย่เฉิง หินยักษ์ทรงกลมขนาดมหึมาลูกนั้นก็ถูกทำลายจนแหลกละเอียดในพริบตา
หากไม่ใช่เพราะเศษหินที่ตกอยู่ข้างๆ ยังคงให้ความรู้สึกหนักอึ้งอยู่ ตอนนี้พวกเอลิเซียคงคิดไปแล้วว่าหินยักษ์ลูกนั้นเป็นเพียงของที่ดูดีแต่ภายนอก เป็นของปลอมที่ทำขึ้นมาหลอกๆ
และต่อภาพตรงหน้านี้ ชิมะ โยสุเกะกลับยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง ราวกับคาดการณ์ไว้แล้วทุกอย่าง
ชิมะ โยสุเกะเคยเห็น "ชุนโค" ของเย่เฉิงมาก่อนแล้ว วิชาที่สามารถต่อยมังกรยักษ์สูงห้าสิบเมตรกระเด็นได้ ตอนนี้เป็นเพียงการทำลายหินยักษ์เส้นผ่านศูนย์กลางไม่กี่เมตรเท่านั้น สำหรับเย่เฉิงแล้ว มันก็เป็นเพียงเรื่องง่ายๆ เท่านั้น
"คุณคุโรกิคะ นักผจญภัยรุ่นเก๋าทั่วไป ฝีมือระดับพวกคุณเลยเหรอคะ?"
ต้องบอกว่า สิ่งที่ได้เห็นและได้ยินในวันนี้ สำหรับนักผจญภัยมือใหม่เอี่ยมอ่องทั้งสามคนอย่างเอลิเซียแล้ว มันช่างน่าตกตะลึงเกินไปจริงๆ
เดิมทีพวกเขายังคิดว่า ระดับฝีมือของพวกเขาสามคน ในหมู่นักผจญภัยอาจจะไม่ได้อยู่ระดับสูงสุด แต่อย่างน้อยก็น่าจะอยู่ระดับกลางๆ ได้
แต่จนกระทั่งได้มาพบกับเย่เฉิงและชิมะ โยสุเกะ ทั้งสามคนจึงได้สัมผัสอย่างแท้จริงว่าอะไรคือความแข็งแกร่งที่แท้จริง
ในส่วนของชิมะ โยสุเกะยังไม่ต้องพูดถึง ความสามารถในการสำรวจกับดักของเขานั้นสุดยอดก็จริง แต่ก็ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรมมากนัก
แต่เย่เฉิงนั้นแตกต่างออกไป เริ่มจากใช้ "ทักษะ" ขั้นสูงสุด จัดการกับลูกธนูธาตุทั้งหมดอย่างงดงาม จากนั้นก็ใช้ "พลัง" อันน่าสะพรึงกลัว ทำลายหินยักษ์ที่กลิ้งลงมาจนแหลกละเอียด
เอลิเซียทั้งสามคนถึงกับสงสัยว่า หากพวกเขาสามคนยืนอยู่ตรงหน้าเย่เฉิงเมื่อครู่นี้ แค่สันมือที่เย่เฉิงใช้ทำลายหินยักษ์นั่น ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาตายได้หลายครั้งแล้ว
"นักผจญภัยคนอื่นฉันไม่รู้ แต่เย่...แค่กๆ อิโต้ มาโคโตะเป็นนักผจญภัยที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา
เอาล่ะ เขาจะไปกระตุ้นกับดักสุดท้ายที่เป็นการอัญเชิญอสูรเวทแล้ว ต่อไปพวกเราก็ต้องเริ่มยุ่งกันแล้วล่ะ"
ตอนนี้พวกเอลิเซียเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเย่เฉิง ทว่าชิมะ โยสุเกะกลับดูเหมือนไม่อยากจะเปิดเผยอะไรมากนัก และเย่เฉิงก็ได้กระตุ้นกับดักสุดท้ายจริงๆ
พร้อมกับวงเวททีละวงที่สว่างขึ้นบนพื้น อสูรเวททีละตัวก็ปรากฏขึ้นในทางเดินที่คับแคบ
อสูรเวทเหล่านี้มีทั้งแข็งแกร่งและอ่อนแอ ในตอนนี้เมื่อพบผู้บุกรุก พวกมันก็คำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่กลุ่มของเย่เฉิง
ไลคากับเอ็ดการ์รีบเข้าไปปกป้องเอลิเซียกับชิมะ โยสุเกะไว้ด้านหลังทันที เพราะในสายตาของพวกเขา ทั้งสองคนคือผู้ใช้เวทมนตร์ที่เปราะบาง ไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด
จากจุดนี้ก็สามารถเห็นได้ว่า ถึงแม้กลุ่มของเอลิเซียจะเป็นมือใหม่ แต่สัญชาตญาณในการต่อสู้ก็ยังถือว่าใช้ได้ สิ่งที่ขาดไปก็คือประสบการณ์เท่านั้น
เมื่อมีตัวท็อปอย่างเย่เฉิงกับชิมะ โยสุเกะอยู่ด้วย ถึงแม้อสูรเวทที่ปรากฏตัวออกมาจะมีจำนวนไม่น้อย แต่ก็ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาอย่างแน่นอน
ดังนั้นทั้งกลุ่มจึงสามารถจัดการอสูรเวททั้งหมดได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
ความง่ายดายถึงขนาดทำให้เอลิเซียทั้งสามคนรู้สึกว่า อสูรเวทในดันเจี้ยนแห่งนี้กลับอ่อนแอกว่าก็อบลินข้างนอกเสียอีก...
ทว่าความจริงแล้ว เมื่ออสูรเวทเหล่านี้ปรากฏตัวออกมา ตัวที่แข็งแกร่งไม่กี่ตัวก็ถูกเย่เฉิงกับชิมะ โยสุเกะที่ตาไว มือไวจัดการไปก่อนในชั่วพริบตาแล้ว
อสูรเวทที่พวกเอลิเซียทั้งสามคนจัดการล้วนเป็นตัวกระจอก ประกอบกับการที่เย่เฉิงกับชิมะ โยสุเกะคอยดูแลอยู่ห่างๆ อย่างตั้งใจและไม่ตั้งใจ เมื่อไม่ต้องคอยระวังหลัง การต่อสู้ของพวกเขาก็ย่อมง่ายดายอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
หลังจากจัดการกับอสูรเวทแล้ว ต่อไปก็คือการเข้าไปในห้องลับหลายห้องที่อยู่สุดทางเดิน
ในห้องลับแต่ละห้องเหล่านี้ ก็ล้วนมีอสูรเวทเฝ้าอยู่หนึ่งตัว และถ้าหากอยู่ในเกม ก็น่าจะจัดอยู่ในระดับบอสเลยทีเดียว
แน่นอนว่า ที่เรียกว่าระดับบอส นั่นก็เป็นเพียงการเปรียบเทียบเท่านั้น
หากคนที่มาที่นี่มีเพียงเอลิเซียสามคน คาดว่าเหยี่ยวอัสนีในห้องลับห้องแรก ก็เพียงพอที่จะทำให้ทั้งสามคนตายยกรังแล้ว
แต่เมื่อมีตัวท็อปอย่างเย่เฉิงกับชิมะ โยสุเกะคอยแบก สถานการณ์ก็ย่อมแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง