- หน้าแรก
- ฉันมองเห็นไอเทมดรอปของมอนสเตอร์ทุกตัว
- บทที่ 42: ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่า
บทที่ 42: ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่า
บทที่ 42: ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่า
บทที่ 42: ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่า
ณ หุบเขาที่เต็มไปด้วยโขดหินรูปทรงประหลาดแห่งหนึ่งในเทือกเขาต้องสาป มนุษย์หมาป่ากระหายเลือดตนหนึ่งกำลังอยู่ในท่าคลานสี่ขา พุ่งตรงไปยังร่างของใครบางคนด้วยความเร็วสูง
และแล้วในตอนนั้นเอง ลูกบอลแสงลูกหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่หน้าผากของมันอย่างจัง
ปัง!
-380
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนอย่างสิ้นหวัง ร่างมหึมาของมนุษย์หมาป่าก็ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง
หลินอี้เดินออกมาจากหลังโขดหินก้อนใหญ่ เขาเดินไปยังซากศพของมนุษย์หมาป่าแล้วเก็บเครื่องประดับที่ดูคล้ายจี้ห้อยคอขึ้นมา
[หัวใจมนุษย์หมาป่า]
[เฉพาะทาง] มนุษย์หมาป่าจอมว่องไว
ความว่องไว: +8
ความทนทาน: +5
เลเวลที่ต้องการ: 13
คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มความเร็วในการโจมตีของอาวุธประเภทประชิด 10%
นี่มันเป็นอุปกรณ์ [เฉพาะทาง] สำหรับสายประชิดอีกแล้ว
แต่ถ้าว่ากันตามความคิดของหลินอี้แล้ว โดยหลักการแล้วหัวใจมนุษย์หมาป่าชิ้นนี้น่าจะเป็นของเฉพาะทางสำหรับอาชีพสายโจรเสียมากกว่า
ไม่ว่าจะเป็นค่าความว่องไวที่สูงถึง 8 หรือค่าความเร็วโจมตีที่เพิ่มขึ้น 10% ก็ล้วนสามารถช่วยเพิ่มความเร็วให้กับโจรในขณะลอบสังหารเป้าหมายได้เป็นอย่างดี…และยังเป็นหลักประกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถถอยออกมาได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย
ตอนนี้ไอเทมที่หลินอี้สวมใส่อยู่คือของที่ดรอปจากนักเวทในดันเจี้ยนลับ
[คัมภีร์นักปราชญ์ธรรมดา]
[เฉพาะทาง] นักเวทแห่งป่าลี้ลับ
สติปัญญา: +5
เลเวลที่ต้องการ: 11
คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มความเสียหายเวทมนตร์ 2%
หลินอี้โยนหัวใจมนุษย์หมาป่าเข้าไปในกระเป๋าสัมภาระ พลางมองไปยังวิหารที่ดูทรุดโทรมอยู่ไม่ไกลนัก
ด้วยการประสานงานกับเอฟร่า ประกอบกับสกิลติดตัวของอาวุธที่มีโอกาสดูดเลือดได้ ก็ทำให้หลินอี้สามารถฝ่าฟันมาถึงที่นี่ได้อย่างแทบจะเรียกได้ว่าไร้รอยขีดข่วน
เลเวลของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็น 13 อย่างราบรื่น ยังคงครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในตารางจัดอันดับ โดยทิ้งห่างอันดับสองอยู่ถึงสองเลเวลเต็มๆ
นอกจากนี้เขายังได้อุปกรณ์หายากที่มีค่าสถานะดีๆมาอีกหลายชิ้น น่าเสียดายที่เขาใช้ไม่ได้เลยสักชิ้น
พอหลินอี้เดินเข้าไปในวิหาร ข้างในก็เต็มไปด้วยใยแมงมุมหนาทึบและฝุ่นที่จับตัวกันเป็นชั้นหนา
บางทีอาจจะเป็นเพราะไม่มีใครมาที่นี่นานเกินไป พอหลินอี้เดินเข้าไป ก็มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวโชยมาปะทะจมูก จนหลินอี้ที่ไม่ได้ทันตั้งตัวแทบจะอาเจียนออกมา
หลังจากเตรียมตัวเตรียมใจแล้ว หลินอี้ก็รีบใช้มือปิดจมูกและปากของตน จากนั้นก็เปิดหน้าต่างบานหนึ่งที่อยู่ด้านข้างของวิหารเพื่อระบายอากาศ
เขาใช้ท่อนไม้ในมือเขี่ยใยแมงมุมที่ขวางทางอยู่เบื้องหน้า แล้วเดินเข้าไปยังใจกลางของวิหาร
หากเป็นผู้เล่นทั่วไปที่มาถึงที่นี่ ก็คงจะทำได้เพียงแค่มองดูรอบๆด้วยความสงสัยอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็จะจากไป
…เพราะว่าในวิหารที่ผุพังแห่งนี้ นอกจากความรกร้างว่างเปล่าแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดที่มีค่าอีกเลย
ในชาติที่แล้ว ก็ต้องรอจนกระทั่งหนึ่งปีให้หลัง ที่ชายผู้มีนามว่า ‘หัตถ์เทวะโอสถ’ ได้เดินทางมาถึง และได้เปิดเผยความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ของที่แห่งนี้ให้โลกได้รับรู้
นั่นจึงทำให้อาชีพพิเศษอย่างนักบวชศักดิ์สิทธิ์ได้กลับมาปรากฏสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง และหลังจากที่ภาคเสริม “สงครามของพระเจ้า” ได้อัปเดตเข้ามา อาชีพนี้ก็ได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสนามรบที่ต้องต่อกรกับเผ่าปีศาจ
หลินอี้สำรวจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปยังมุมหนึ่งแล้วยกโต๊ะเก้าอี้ที่ผุพังซึ่งกองสุมกันอยู่ออก…หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ก็เป็นไปตามคาด เขาได้พบกับแผ่นศิลาที่ไร้ซึ่งแสงสว่างแผ่นหนึ่งอยู่ตรงมุมกำแพง
หลินอี้หยิบแผ่นศิลาขึ้นมา แล้วนำไปวางไว้ที่ใจกลางของโถงใหญ่…จากนั้นก็หยิบเลือดของมนุษย์หมาป่าที่รวบรวมมาระหว่างทางออกจากกระเป๋าสัมภาระ แล้วราดลงบนแผ่นศิลา
แผ่นศิลาที่แต่เดิมไร้ซึ่งแสงสว่าง พอได้สัมผัสกับเลือดของมนุษย์หมาป่า ก็พลันมีควันสีเขียวลอยขึ้นมาเป็นสายๆทันที
เมื่อหลินอี้ราดเลือดมนุษย์หมาป่าทั้งสามขวดลงไปจนหมด ควันสีเขียวก็ค่อยๆจางหายไป…และแล้วในตอนนั้นเอง ร่างเงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาจากแผ่นศิลา ลอยอยู่ตรงหน้าของหลินอี้ พร้อมกับเอ่ยประโยคหนึ่งที่ทำให้หลินอี้ถึงกับขนหัวลุก
“ในที่สุดเจ้าก็มา”
ในขณะนี้ สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของหลินอี้ก็คือมนุษย์หมาป่าสีขาว
ทั้งตัว และดูเหมือนว่าจะชราภาพมากแล้วด้วย
ไอดรา·ทิวตัน (กายวิญญาณ)
ศาส​ดาแห่งเผ่ามนุษย์หมาป่า
“ท่านกำลังรอผมอยู่หรือ?”
หลินอี้เอ่ยถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เขาหวังว่านี่คงจะเป็นเพียงแค่บทพูดที่เกมเตรียมไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นล่ะก็ มันคงจะน่าขนลุกเกินไปแล้ว
ศาสดาแห่งเผ่ามนุษย์หมาป่ามองมายังหลินอี้ ในดวงตาทั้งสองข้างที่ลึกล้ำราวกับหมู่ดาวบนท้องฟ้านั้น เผยให้เห็นถึงประกายแห่งความตื่นเต้นอยู่แวบหนึ่ง
“เจ้ามาเพื่อสืบทอดตำแหน่งศาสดาใช่หรือไม่?”
ศาสดาที่อีกฝ่ายเอ่ยถึง ก็คืออาชีพลับที่คนรุ่นหลังเรียกขานกันว่า ‘นักบวชศักดิ์สิทธิ์’ นั่นเอง
ในเรื่องนี้หลินอี้ก็ไม่ได้คิดจะปิดบังอะไร เขาจึงตอบกลับไปตรงๆ
“ใช่แล้ว!”
แต่ทว่าสิ้นเสียงของหลินอี้ ชื่อของอีกฝ่ายก็พลันเปลี่ยนจากสีเขียวซึ่งหมายถึงความเป็นมิตร กลายเป็นสีแดงฉานซึ่งหมายถึงความเป็นศัตรูในทันที
และในขณะเดียวกัน ชื่อของศาสดาแห่งเผ่ามนุษย์หมาป่าก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ไอดรา·ทิวตัน (กายวิญญาณ) Lv.80
บอสระดับตำนาน
“เชี่ยแล้ว!”
ในตอนที่ท่าทีของอีกฝ่ายเปลี่ยนจากเป็นมิตรมาเป็นศัตรูอย่างกะทันหัน หลินอี้ก็รีบถอยหลังไปสี่ห้าก้าวอย่างรวดเร็ว ขนทั้งตัวของเขาลุกชันขึ้นมาทันที
ในชาติที่แล้ว เขารู้เพียงแค่ว่าทำแบบนี้จะสามารถเปิดเควสสืบทอดอาชีพได้ แต่สำหรับรายละเอียดของขั้นตอนต่างๆนั้น เขากลับไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อย
ณ ตอนนี้ ในใจของหลินอี้เริ่มเต้นไม่เป็นส่ำ
หรือว่าจะต้องให้เขาฆ่ามัน?
บอสระดับตำนานเลเวล 80 นั่นมันเป็นตัวตนที่เหนือล้ำใกล้เคียงกับพระเจ้าเลยนะ!
ส่วนตัวเองเป็นแค่อาชีพระดับเริ่มต้นเลเวล 13 เท่านั้น แค่อีกฝ่ายพ่นลมหายใจออกมาทีเดียวก็สามารถฆ่าเขาได้แล้ว…แบบนี้จะไปสู้ได้อย่างไรกัน?
แต่แล้วในตอนนั้นเอง แสงเจ็ดสีสายหนึ่งก็ทำให้หลินอี้ถึงกับสะดุ้งเฮือก
“นั่นมัน!”
หลินอี้มองไปยังร่างเงาที่เปล่งประกายแสงเจ็ดสีออกมาจากร่างของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าอย่างตกตะลึง มันคือหนังสือโบราณเล่มหนึ่ง
สิ่งของที่หลินอี้ไม่เคยกล้าแม้แต่จะคิดถึง ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที
ไอเทมระดับเทพ!
ศาสดาคนนี้มีไอเทมระดับเทพอยู่กับตัว!
ยังไม่ทันที่หลินอี้จะได้ตกตะลึงจนจบ แสงเจ็ดสีสายนั้นก็พลันหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย…และชื่อของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าก็เปลี่ยนจากสีแดงกลับมาเป็นสีเขียวอีกครั้ง
ถ้าหากว่าการปรากฏตัวของไอเทมระดับเทพทำให้หลินอี้รู้สึกตกตะลึง เช่นนั้นแล้วคำพูดต่อไปของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าก็คงจะทำให้หลินอี้รู้สึกสยดสยองเลยทีเดียว!
ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าใช้ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยปัญญาคู่นั้นจ้องมองมายังหลินอี้
“เจ้ามองเห็นคัมภีร์พยากรณ์ที่อยู่ในร่างของข้างั้นรึ?”
หลินอี้จ้องมองศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าที่กำลังยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างตัวแข็งทื่อ ความรู้สึกเย็นเยียบสายหนึ่งพลันแล่นจากก้นบึ้งของหัวใจขึ้นสู่กลางกระหม่อม
ความลับที่หลินอี้ไม่เคยบอกใครเลยนับตั้งแต่ที่ย้อนเวลากลับมา แล้วมันรู้ได้อย่างไรกัน!
ถ้าไม่ใช่เพราะสู้มันไม่ได้ล่ะก็ หลินอี้คงจะมีความคิดอยากจะฆ่ามนุษย์หมาป่าปิดปากไปแล้ว
“เป็นเช่นนั้นจริงๆสินะ!”
ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้รับคำตอบจากหลินอี้ แต่ทว่าสีหน้าของหลินอี้ในขณะนี้ก็ได้ให้คำตอบที่ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าต้องการแล้ว
ดูเหมือนว่าจะสังเกตเห็นจิตสังหารที่วาบขึ้นมาในแววตาของหลินอี้ ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่ากลับไม่ได้ใส่ใจพลางกล่าวว่า
“เจ้าวางใจเถอะ ความลับของเจ้าเรื่องนี้จะไม่มีบุคคลที่สามล่วงรู้เป็นอันขาด”
พอพูดถึงตรงนี้ อารมณ์เศร้าสร้อยสายหนึ่งก็แผ่ออกมาจากร่างของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่า
หลินอี้ที่ได้รับผลกระทบจากอารมณ์นั้น ก็จำต้องพักความคิดที่จะฆ่ามนุษย์หมาป่าปิดปากเอาไว้ชั่วคราว
“ผมต้องทำอย่างไรถึงจะได้ไอเทมสืบทอดอาชีพนักบวชศักดิ์สิทธิ์มา”
“ง่ายมาก!”
บนใบหน้าของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าไอดราปรากฏรอยยิ้มอันลึกลับขึ้นมา
“ไปตามหาธงเรียกวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในตัวของนักบวชเผ่าปีศาจแล้วนำมันกลับมา ก็ถือว่าเจ้าทำภารกิจสำเร็จแล้ว”
“อะไรนะ? นักบวชเผ่าปีศาจ?” หลินอี้ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
“แล้วผมจะไปหานักบวชเผ่าปีศาจนี่ได้จากที่ไหนกันเล่า”
ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่กลับเผยรอยยิ้มอันลึกลับยากจะคาดเดาให้หลินอี้แทน
“เจ้าจะได้รู้เอง”
“อะไรนะ?”
หลินอี้แสดงความไม่เข้าใจออกมาอีกครั้ง
แต่ทว่าศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่ากลับโบกมือไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน ฉากรอบข้างก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลง
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของหลินอี้ วิหารที่แต่เดิมรกร้างและทรุดโทรม กลับกำลังค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย
วิหารที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์ ก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของหลินอี้ในรูปลักษณ์ใหม่ ราวกับกำลังอยู่ในความฝัน
ร่างที่กำลังวิ่งวุ่นไปมาหลายร่างพลันปรากฏขึ้นในสายตา
พอหลินอี้มองเห็นร่างที่กำลังวิ่งวุ่นเหล่านั้นอย่างชัดเจน ม่านตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นทันที
มนุษย์หมาป่า!
แถมยังเป็นมนุษย์หมาป่าที่มีแววตาสดใส สวมใส่เกราะอ่อน และดูมีกำลังใจในการต่อสู้ที่สูงส่ง
มนุษย์หมาป่าที่เห็นในตอนนี้กับมนุษย์หมาป่าที่หลินอี้เห็นในเทือกเขาต้องสาปนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
และท้องฟ้านอกวิหารที่แต่เดิมมืดครึ้มก็กลับกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มเป็นพิเศษ
แสงแดดอ่อนๆสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ยิ่งทำให้วิหารแห่งนี้ดูศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น
“ทำไมถึงมีมนุษย์อยู่ที่นี่ได้? ใครเป็นคนปล่อยมันเข้ามา!”
ทันใดนั้น มนุษย์หมาป่าที่สูงกว่าสองเมตรก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าหลินอี้ ทำเอาหลินอี้ตกใจจนสะดุ้ง
ทหารยามวิหารมนุษย์หมาป่า Lv.31
ในขณะที่หลินอี้ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆมนุษย์หมาป่าสีขาวที่สวมใส่ชุดคลุมยาวสีทองก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
“ถอยไป!”
ทหารยามมนุษย์หมาป่าที่กำลังจะจับตัวหลินอี้คนนั้น ก็หันหลังเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เมื่อมองดูมนุษย์หมาป่าสีขาวที่กำลังยิ้มอยู่ตรงหน้า หลินอี้ก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ
“ท่านศาสดา!”
(จบตอน)