- หน้าแรก
- ฟาร์มนี้ไม่มีเพื่อน
- บทที่ 152 - เข้าถือหุ้นบริษัทเทคโนโลยี! 40%! ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด!
บทที่ 152 - เข้าถือหุ้นบริษัทเทคโนโลยี! 40%! ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด!
บทที่ 152 - เข้าถือหุ้นบริษัทเทคโนโลยี! 40%! ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด!
“เถิงอวี่ ทางฉันพิจารณาเรียบร้อยแล้วล่ะ!”
“ฉันหมายความว่า บ่ายนี้ฉันตั้งใจจะไปหานายที่นั่นสักหน่อย!”
“นายคงมีเวลาใช่ไหม?”
อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่หลี่ซิงอวิ๋นตกลงกับฉินฮ่าวเรียบร้อยแล้ว เขาก็โทรศัพท์หาหลงเถิงอวี่ เพื่อนร่วมรุ่นสมัยมหาวิทยาลัยของเขาทันที
เพราะทางฉินฮ่าวได้ตกลงแล้วว่าบ่ายโมงจะเดินทางไปที่บริษัทเทคโนโลยีกวงจื่อด้วยกัน
จึงต้องโทรไปแจ้งล่วงหน้าก่อน
เพื่อดูว่าหลงเถิงอวี่อยู่ที่บริษัทหรือไม่
อย่าให้ถึงตอนที่น้องฉินฮ่าวกับตัวเองไปถึงแล้ว แต่เพื่อนร่วมรุ่นคนนี้กลับไม่อยู่บริษัท
แบบนั้นคงจะน่าอายแย่เลย
“หา?”
“มีเวลาสิ แน่นอนว่าต้องมีเวลา!”
“ขอบใจนายมากนะเพื่อนเก่า ฉันจะรอนายอยู่ที่บริษัท!”
ทางฝั่งหลงเถิงอวี่เองก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่า เพียงแค่สองสามวัน เพื่อนร่วมรุ่นคนนี้ก็ตัดสินใจได้แล้ว และยังตกลงที่จะลงทุนกับเขาอีกด้วย
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของการวิจัย หากล่าช้าไปหนึ่งวัน ความกระตือรือร้นของทุกคนก็จะลดน้อยลงไปหนึ่งส่วน
บางครั้ง หากมีแรงบันดาลใจเกิดขึ้น ก็สามารถลงมือทำรวดเดียวจนแก้ไขปัญหาทั้งหมดได้
พลังใจและความหวัง ไม่ว่าจะสำหรับกลุ่มคนที่อยู่ในสงคราม หรือกลุ่มคนในบริษัท ล้วนเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งมาโดยตลอด
“ไม่เป็นไร ถ้าจะขอบคุณ ก็ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก แต่ต้องขอบคุณเพื่อนของฉันคนหนึ่ง!”
“เพื่อนของฉันคนนี้ตกลงที่จะลงทุนกับนาย ไม่อย่างนั้นฉันก็คงไม่ตัดสินใจเร็วขนาดนี้!”
หลี่ซิงอวิ๋นหัวเราะเบาๆ
เรื่องนี้เขาไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้อย
เพราะบริษัทเทคโนโลยีกวงจื่อต้องการเงินลงทุนราวห้าร้อยล้านหยวน ไม่ใช่เงินเล็กน้อยแค่ไม่กี่ล้าน
ดังนั้นเขาจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ
หากฉินฮ่าวไม่ตอบตกลงเร็วขนาดนี้ เขาจะตัดสินใจเร็วได้อย่างไร?
อย่างน้อยก็ต้องรอหนึ่งสัปดาห์ หรืออาจจะนานกว่านั้น เพื่อรอให้เขาตรวจสอบจนแน่ใจว่าบริษัทนี้มีอนาคตหรือไม่ แล้วจึงค่อยตัดสินใจลงทุน
“หา? เพื่อนของนาย?”
หลงเถิงอวี่ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“ฮ่าๆ จะบอกนายแบบนี้นะ เพื่อนของฉันคนนี้สายตาเฉียบแหลมมาก!”
“เรื่องมันเป็นแบบนี้...”
“ก็เพราะการลงทุนในทองคำและหุ้นสองครั้งนั้นนั่นแหละ ฉันถึงได้เชื่อมั่นในสายตาของเขามาก!”
หลี่ซิงอวิ๋นเล่าความเก่งกาจของฉินฮ่าวให้หลงเถิงอวี่ฟังจนหมด
“พระเจ้าช่วย! เพื่อนของนายนี่ ต้องบอกเลยว่าเป็นระดับเทพเซียนจริงๆ!”
“ขนาดเค้กของโรงงานห่าน ยังกล้าเข้าไปแบ่งกินด้วย”
หลังจากที่หลงเถิงอวี่ได้ฟัง ในใจก็รู้สึกนับถือเป็นอย่างยิ่ง โรงงานห่านที่เป็นยักษ์ใหญ่ขนาดนั้น มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
เพื่อนของหลี่ซิงอวิ๋นคนนี้ถึงกับกล้าไปเล่นงานพวกเขา
“ฮ่าๆ นี่ไม่นับเป็นอะไรหรอก ฉันว่าในอนาคตเขาอาจจะทำอะไรที่โหดกว่านี้อีก!”
หลี่ซิงอวิ๋นหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ
มีซูป้านเฉิง และพ่อของตัวเองเป็นเบื้องหลัง บวกกับฉินฮ่าวที่ไม่รู้ว่าจะมีภูมิหลังลึกลับอะไรอีกหรือไม่ แต่จากผลงานของเขา คาดว่าหลายคนคงจะคิดว่ามี ดังนั้น แค่คนสามคนนี้ไปแบ่งเค้กของโรงงานห่าน แล้วจะทำไมได้?
จะโทษก็ต้องโทษที่หุ้นของพวกเขาเองตกลงมา จนถูกฉินฮ่าวมองออกเท่านั้นเอง
“ถ้างั้นก็ได้เพื่อนเก่า ขอบใจนายมาก บ่ายนี้นายก็พาเพื่อนที่ชื่อฉินฮ่าวมาได้เลย!”
“ฉันจะรอต้อนรับการมาเยือนของพวกนายสองคนอยู่ที่บริษัท!”
จากนั้น หลงเถิงอวี่ก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
จากบทสนทนากับหลี่ซิงอวิ๋น เขาก็พอจะเดาผลลัพธ์คร่าวๆ ได้แล้วว่า การลงทุนในครั้งนี้ แปดส่วนคงไม่มีปัญหาอะไร
การเจรจาของฉินฮ่าวในช่วงบ่าย คาดว่าคงเป็นเพียงเรื่องการจัดสรรหุ้นส่วนเท่านั้น
เรื่องนี้ แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องพิจารณาอยู่แล้ว เพราะพวกเขาลงทุนไปตั้งมากมาย จะไม่ให้พวกเขาได้หุ้นส่วนเลยได้อย่างไร?
มิฉะนั้นแล้ว พวกเขาจะมาลงทุนกับคุณทำไม?
“อืม ได้เลย ตอนที่เราจะออกเดินทาง จะส่งข้อความไปบอกนาย!”
“งั้นแค่นี้ก่อนนะ!”
หลี่ซิงอวิ๋นหัวเราะเบาๆ แล้วก็วางสายไป
ส่วนอีกด้านหนึ่ง
ในตอนนี้ ขณะที่ฉินฮ่าวกำลังรับประทานอาหารกลางวันที่โรงอาหารของบริษัท เขาก็ได้บอกกับซูมู่เฉิงถึงสถานที่ที่เขาจะไปในช่วงบ่าย
“ที่รัก กินเนื้อเยอะๆ นะ แบบนี้สามีถึงจะมีแรง...”
“แค่กๆๆ อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิ หรือว่าฉันพูดไม่ถูก?”
“หา? ของคุณยังไม่ใหญ่พออีกเหรอ?”
“แค่กๆๆ ใครจะไปปฏิเสธของใหญ่กันล่ะ?”
“เอาล่ะ ที่รัก ไม่ล้อเล่นกับเธอแล้ว ฉันจะบอกเรื่องจริงจังให้ฟัง บ่ายนี้ฉันจะออกไปข้างนอกกับพี่หลี่ซิงอวิ๋น!”
เมื่อซูมู่เฉิงเห็นสามีพูดถึงเรื่องงาน สีหน้าของเธอก็จริงจังขึ้น “หลี่ซิงอวิ๋น? ใช่เรื่องบริษัทเทคโนโลยีเมื่อวานหรือเปล่า?”
“อืม ใช่แล้ว เอกสารของบริษัทเทคโนโลยีนั่นฉันก็ดูแล้ว โดยส่วนตัวฉันคิดว่ามีศักยภาพสูงมาก ดังนั้นฉันจึงตั้งใจจะไปหารือกับพี่หลี่ซิงอวิ๋นดู ว่าเราสองคนจะลงทุนกัน”
ฉินฮ่าวหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ปิดบังอะไร
“ฮ่าๆ สามีคะ ทำไมตอนนี้พอได้ยินคุณบอกว่าจะลงทุนอะไร ฉันก็รู้เลยว่าคุณกำลังจะรวยอีกแล้วล่ะคะ?”
ซูมู่เฉิงพอได้ฟัง ดวงตาก็ยิ้มเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว ดูมีความสุขมาก
คำพูดของเธอออกมาจากใจจริง
มีครั้งไหนบ้างที่ลงมือแล้ว?
สามีของเธอจะไม่เต็มไม้เต็มมือกลับมา?
“ฮ่าๆๆๆ มีแต่ที่รักที่เข้าใจฉันที่สุด ‘ข้าคนนี้’ ไม่เคยทำสงครามที่ไม่มั่นใจ!”
“ถ้างั้นบ่ายนี้ตอนที่ฉันไม่อยู่ ถ้ามีเรื่องอะไรในห้องทำงานประธานกรรมการที่ไม่ต้องให้ฉันตัดสินใจด้วยตัวเอง เธอก็ช่วยจัดการแทนฉันด้วยนะ”
ฉินฮ่าวพูดพลางยิ้มมองภรรยา
อย่ามองว่าบริษัทเทคโนโลยีกวงจื่อตอนนี้เป็นเพียงบริษัทเล็กๆ แต่ในอนาคต ทันทีที่พวกเขาพัฒนาแบตเตอรี่ชนิดใหม่ออกมาได้สำเร็จ ก็จะกลายเป็นบริษัทดาวรุ่งทันที
จะมีผู้คนให้ความสนใจมากมาย
ดังนั้นฉินฮ่าวจึงต้องรีบเข้าไปถือครองบริษัทนี้ไว้ล่วงหน้า
แบบนี้ก็จะสามารถนอนรอรับเงินได้อย่างสบายๆ และแน่นอนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ยังคงเป็นเรื่องเดิม คือความร่วมมือกับภาครัฐ
“ค่ะ ช่วงนี้บริษัทก็ไม่มีโครงการใหม่อะไร มีแต่เรื่องอาคารร้างนั่นแหละ คุณออกไปแค่บ่ายเดียว ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ บริษัทมีฉันอยู่ทั้งคน”
ซูมู่เฉิงตบหน้าอกเบาๆ เป็นสัญญาณให้สามีวางใจแล้วไปได้เลย
ในไม่ช้า
หลังจากทั้งสองรับประทานอาหารกลางวันอันแสนหวานแล้ว
ก็จูงมือกันเดินออกจากบริษัท
ก่อนจะออกไป ฉินฮ่าวย่อมต้องโทรแจ้งทางหลี่ซิงอวิ๋นก่อน
สุดท้ายหลี่ซิงอวิ๋นก็บอกว่าให้ทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างออกเดินทาง แล้วไปเจอกันที่หน้าประตูบริษัทเทคโนโลยีกวงจื่อ
และในเวลาบ่ายโมงยี่สิบห้า
ทั้งสองคนก็มาถึงประตูเหล็กใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีกวงจื่อในเวลาไล่เลี่ยกัน
“ฮ่าๆ น้องฉินฮ่าว พวกเราสองคนนี่ใจตรงกันจริงๆ เลยนะ มาถึงพร้อมกันพอดี!”
หลี่ซิงอวิ๋นมาถึงก่อนประมาณไม่กี่วินาที หลังจากลงจากรถก็หัวเราะทักทาย
“จริงด้วย ผมนึกว่าคุณแอบติดกล้องวงจรปิดดูผม แล้วขับรถออกมาพร้อมกันซะอีก!”
ฉินฮ่าวพูดติดตลก
“ซิงอวิ๋น นายกับเพื่อนมาถึงแล้วเหรอ?”
ขณะที่ฉินฮ่าวและหลี่ซิงอวิ๋นกำลังพูดคุยกันอยู่
ก็มีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากประตูใหญ่ของบริษัทเทคโนโลยีกวงจื่อ
ชายคนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีกวงจื่อ หลงเถิงอวี่นั่นเอง
แน่นอนว่า อายุของชายคนนี้ก็ใกล้เคียงกับหลี่ซิงอวิ๋น ราวๆ ยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปดปี
อันที่จริงบางครั้งฉินฮ่าวก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าตัวเองไม่มีโปรแกรมโกง เมื่อเทียบกับคนเหล่านี้แล้ว ก็คงเปรียบเสมือนฟ้ากับดิน
พวกเขาต่างหากคือคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยอย่างแท้จริง
แต่ช่วยไม่ได้ ตัวเองดันมีโปรแกรมโกง จะไม่ให้คนอื่นโมโหได้อย่างไร
“เถิงอวี่ นายมาแล้วเหรอ? ฉันขอแนะนำหน่อยนะ คนข้างๆ ฉันที่ขับรถมายบัคสุดหรูคันนี้ ก็คือฉินฮ่าวไงล่ะ คนที่เป็นเทพเซียนที่ฉันเล่าให้ฟังในโทรศัพท์นั่นแหละ เขามีสายตาในการลงทุนที่เฉียบแหลมเป็นพิเศษ”
หลี่ซิงอวิ๋นยิ้มพลางเดินเข้าไปแนะนำฉินฮ่าวให้อีกฝ่ายรู้จัก
“สวัสดีครับคุณชายฉิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อหลงเถิงอวี่ ต่อไปขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
หลังจากได้ยินเพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัยแนะนำ หลงเถิงอวี่ก็รีบเดินเข้าไปยื่นมือจับทักทายอย่างกระตือรือร้น
เพราะหลังจากได้ฟังผลงานอันน่าทึ่งของฉินฮ่าวแล้ว เขาก็รู้สึกสนใจในตัวฉินฮ่าวเป็นอย่างมาก
และเขาก็รู้ดีว่า หากไม่ใช่เพราะฉินฮ่าวมองว่าบริษัทของเขามีอนาคต หลี่ซิงอวิ๋นก็คงไม่ตัดสินใจลงทุนเร็วขนาดนี้
“ฝากเนื้อฝากตัวอะไรกันครับ ต่อไปเรามาทำเงินด้วยกันก็พอแล้ว!”
“ผมก็ยินดีที่ได้รู้จักคุณเช่นกันครับ!”
ฉินฮ่าวหัวเราะอย่างถ่อมตน และจับมือกับอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร
“เอาล่ะ พวกเราอย่ามัวแต่ยืนอยู่ตรงนี้เลย เพื่อนเก่า นายต้องพาพวกเราไปเยี่ยมชมบริษัทของนายก่อนนะ ดูหน่อยว่าบริษัทของพวกนายเป็นยังไง ถึงแม้ว่าเราจะตกลงลงทุนกับบริษัทของนายแล้ว แต่ก็ขอดูหน่อยจะดีกว่า”
“โครงการวิจัยของพวกนาย น้องฉินฮ่าวกับฉันสนใจมาก”
“ถึงตอนนั้น เราพยายามทำสัญญาของพวกเราสามคนให้เรียบร้อยภายในวันนี้เลย”
อันที่จริงหลี่ซิงอวิ๋นอยากจะทำเงินมาก
ในตอนนี้จึงค่อนข้างรีบร้อน
และไม่เหมือนกับฉินฮ่าว หลี่ซิงอวิ๋นนั้นยุ่งอยู่ตลอดทั้งวัน
พ่อของเขาตั้งเป้าหมายไว้ให้หนึ่งหมื่นล้าน เขาก็ต้องพยายามทำให้สำเร็จ
แน่นอนว่า หลี่ซิงอวิ๋นก็รู้ดีว่า ไม่ว่าอย่างไรพ่อของเขาก็จะยกมรดกให้เขาอยู่ดี เป็นไปไม่ได้ที่จะทำตามที่พูด คือถ้าทำเป้าหมายหนึ่งหมื่นล้านไม่สำเร็จ ก็จะบริจาคทรัพย์สินทั้งหมด
อย่างมากก็แค่เป็นการให้กำลังใจเขาก็เท่านั้น
แต่หลี่ซิงอวิ๋นล่ะ?
ถ้าเขาสามารถหาเงินหนึ่งหมื่นล้านได้ด้วยความสามารถของตัวเอง เขาก็จะสามารถใช้ทรัพย์สินก้อนใหญ่ของพ่อได้ ถึงตอนนั้นเขาก็จะมีเงินทุนไปบริหารจัดการ
หนึ่งหมื่นล้านนี้เปรียบเสมือนบททดสอบเพื่อเป็นผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ
“พูดก็ถูก งั้นเรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะครับ เชิญทั้งสองท่านตามผมมาเลย!”
ถ้าจะพูดถึงความรีบร้อน หลงเถิงอวี่คนนี้ย่อมรีบร้อนกว่าหลี่ซิงอวิ๋นอย่างแน่นอน
เขาจึงรีบนำทางอยู่ข้างหน้าทันที
ในไม่ช้าก็พาทั้งสองคนมาถึงบริษัทของพวกเขา
ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ได้เดินชมห้องปฏิบัติการ สตูดิโอ ห้องวิจัยและพัฒนา และอื่นๆ จนทั่ว
ถึงแม้ว่าบริษัทนี้จะไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีอุปกรณ์ครบครัน
แน่นอนว่า ยังมีพนักงานที่มีทัศนคติที่ดีและดูกระตือรือร้นในการทำงานอีกด้วย
ตอนที่ไปห้องปฏิบัติการ หลงเถิงอวี่ยังได้อธิบายทิศทางการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่พลังงานใหม่ให้ฉินฮ่าวและหลี่ซิงอวิ๋นฟัง รวมถึงประสิทธิภาพ ปริมาณไฟฟ้า และปัญหาด้านความปลอดภัยต่างๆ
ถึงแม้ฉินฮ่าวจะฟังไม่ค่อยเข้าใจ
แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจ
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงภาพลวงตา ข่าวสารแห่งอนาคตบอกว่าคุณจะทำเงินได้ ต่อให้คุณวิจัยออกมาเป็นอุจจาระสุนัข ก็ต้องทำเงินได้อย่างแน่นอน
“ให้ตายเถอะเพื่อนเก่า นายบอกว่าความจุของแบตเตอรี่เหรอ? เพิ่มขึ้นประมาณ 1.6 เท่า? นี่มันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เลยนะ แล้วราคายังเท่าเดิมอีกเหรอ? จริงหรือเปล่าเนี่ย?”
แน่นอนว่า หลี่ซิงอวิ๋นย่อมจะเข้าใจเรื่องเหล่านี้ดีกว่าฉินฮ่าว
เพราะทั้งสองคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัย
จบมาจากสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งคู่
ก็เพราะหลี่ซิงอวิ๋นเข้าใจเรื่องเหล่านี้ หลงเถิงอวี่ถึงได้ชวนเขามาลงทุน
“แน่นอนว่าจริงสิ ความสัมพันธ์ของพวกเรา จำเป็นต้องโกหกพวกนายเพื่อเอาเงินลงทุนด้วยเหรอ?”
“เพราะฉะนั้น การวิจัยต้องเดินหน้าต่อไป พวกเราต้องการเงินทุนมาก!”
“มิฉะนั้นแล้ว ก็คงไม่รีบร้อนที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนหรอก!”
หลงเถิงอวี่พูดอย่างตื่นเต้น
กลัวว่าทั้งสองคนจะไม่รู้ถึงความสุดยอดของสิ่งที่พวกเขากำลังวิจัยอยู่
ถ้าไม่เชื่อหรือไม่เห็นอนาคต การลงทุนครั้งนี้ก็คงจะล้มเหลว
“ฮ่าๆๆๆ เพื่อนเก่า นายจะตื่นเต้นไปทำไม พวกเราก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ลงทุนนี่นา เอาอย่างนี้ดีกว่า นายลองบอกมาสิว่าจริงๆ แล้วนายต้องการเงินทุนเท่าไหร่ แล้วจะให้หุ้นส่วนพวกเราเท่าไหร่?”
เมื่อเห็นเพื่อนเก่าตื่นเต้นขนาดนั้น หลี่ซิงอวิ๋นก็อดหัวเราะไม่ได้แล้วเอ่ยปากถาม
เพราะการแบ่งหุ้นส่วนเป็นปัญหาสำคัญที่ทั้งฉินฮ่าวและหลี่ซิงอวิ๋นให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
“แค่กๆๆ ถ้าพวกคุณมีเงินทุนเพียงพอ อันที่จริงมีปัญหาการวิจัยหลายอย่างที่เราอยากจะปรับปรุงให้สมบูรณ์ ดังนั้นงบประมาณเจ็ดร้อยล้าน จะทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น!”
เมื่อหลงเถิงอวี่พูดถึงตรงนี้ ก็เห็นสายตาของหลี่ซิงอวิ๋นที่เบิกกว้างขึ้น เขารู้สึกว่าตัวเองอาจจะขอมากเกินไปหรือเปล่า?
จึงรีบพูดต่อว่า “อันที่จริงน้อยกว่านี้สักสองสามร้อยล้านก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่ความเร็วในการวิจัยก็จะช้าลงมาก”
เมื่อหลงเถิงอวี่เห็นท่าทีที่ดูจริงจังของทั้งสองคน ก็อยากจะดึงเงินลงทุนให้มากขึ้น เพื่อจะได้เร่งความคืบหน้าของโครงการ
แต่พอเห็นหลี่ซิงอวิ๋นเบิกตากว้าง ก็กลัวว่าเรื่องจะเสียเพราะตัวเอง จึงรีบเปลี่ยนคำพูด
โชคดีที่อีกฝ่ายไม่ได้ปฏิเสธ
ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้เหงื่อตกที่หลังจริงๆ
“นี่ เงินเจ็ดร้อยล้านเลยเหรอ?”
หลี่ซิงอวิ๋นพอได้ยินว่าเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ร้อยล้าน ก็รู้สึกพูดไม่ออก
ตอนนี้เงินในมือของเขามีอยู่แค่เจ็ดสิบแปดสิบล้านเท่านั้น
นี่ก็ยังเป็นเงินทุนเริ่มต้น 10 ล้านที่พ่อให้มาแล้วทำกำไรขึ้นมา
จู่ๆ ก็เพิ่มมาอีก 2 ร้อยล้าน ตัวเขาเองคงจะรับไม่ไหวจริงๆ
“เจ็ดร้อยล้านใช่ไหมครับ?” ฉินฮ่าวที่อยู่ข้างๆ พอได้ยินว่าเจ็ดร้อยล้าน ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร พูดต่อไปว่า “ถ้าให้บริษัทของคุณเจ็ดร้อยล้าน ความคืบหน้าของพวกคุณจะเร็วขึ้นเท่าไหร่?”
“หา?”
ตอนแรกหลงเถิงอวี่ยังไม่ทันได้ตอบสนอง แต่ก็รีบพูดขึ้นมาทันทีว่า “ถ้ามีเจ็ดร้อยล้านได้ แน่นอนว่าถ้าทุกอย่างราบรื่น อย่างมากก็แค่สองสามเดือน ผลการวิจัยนี้ก็จะเสร็จสมบูรณ์ แต่ถ้าเป็นห้าร้อยล้าน ผมคิดว่าเวลาที่ต้องใช้จะอยู่ที่ห้าเดือนหรืออาจจะครึ่งปี ถ้าเงินทุนน้อยกว่านี้ เวลาก็จะยิ่งนานขึ้นไปอีก”
“นายมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ? แค่มีเงินทุนเพียงพอ ก็จะเร่งให้โครงการวิจัยเสร็จเร็วขึ้นได้?”
เมื่อได้ยินหลงเถิงอวี่พูดอย่างมั่นใจขนาดนั้น หลี่ซิงอวิ๋นก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อ
เรื่องการวาดฝันสวยหรู หลี่ซิงอวิ๋นไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเจอ
ถึงแม้ว่าเพื่อนเก่าคนนี้จะดูจริงใจ แต่เพื่อการวิจัยของเขา บางทีคนซื่อๆ ก็อาจจะโกหกได้
ดังนั้น จึงต้องพูดดักไว้ก่อน
“โธ่ เพื่อนเก่า นายอย่าคิดว่าฉันเป็นพวกบ้างานวิจัย เพื่อการวิจัยของตัวเองแล้วจะโกหกพวกนายสิ ถ้าครั้งนี้ฉันโกหกพวกนาย แล้วต่อไปความสัมพันธ์ของพวกเราจะยังอยู่ได้อีกเหรอ? ฉันไม่มีทางที่จะเพื่อเงินลงทุนเล็กๆ น้อยๆ แล้วยอมทิ้งเพื่อนที่เป็นผู้สืบทอดทรัพย์สินแสนล้านในอนาคตอย่างนายหรอกนะ?”
คำพูดของหลี่ซิงอวิ๋นนี้ช่างชัดเจน
เมื่อเทียบกับมิตรภาพของหลี่ซิงอวิ๋นแล้ว
เงินลงทุนเพียงเล็กน้อยนั้น ไม่นับเป็นอะไรได้เลย
“ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่นน่า ทำไมนายต้องจริงจังขนาดนั้นด้วย?”
หลี่ซิงอวิ๋นหัวเราะกลบเกลื่อน พลางตบไหล่หลงเถิงอวี่เบาๆ
จากนั้นก็หันไปมองฉินฮ่าว “น้องฉินฮ่าว ทางคุณว่ายังไง?”
อย่างไรก็ตาม หลี่ซิงอวิ๋นก็ไม่มีเงินมากขนาดนั้น
การลงทุนก้อนใหญ่ ก็ต้องให้ฉินฮ่าวเป็นคนตัดสินใจ
“เจ็ดร้อยล้านก็แน่นอนว่าได้ แต่ที่ผมสนใจที่สุดคือ ถ้าเราลงทุนไปมากขนาดนี้ เราจะได้หุ้นส่วนเท่าไหร่?”
ฉินฮ่าวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พูดออกไปตรงๆ ไม่ได้เกรงใจอะไร
เรื่องหุ้นส่วน ไม่สามารถเอาเรื่องบุญคุณความสัมพันธ์มาพูดได้
ต้องตกลงกันให้เรียบร้อยเสียก่อน
เพราะในอนาคตมันคือผลกำไรมหาศาล จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด
“เอ่อ ถ้าพวกคุณสองคนสามารถลงทุนได้เจ็ดร้อยล้าน ทางผมสามารถแบ่งหุ้นให้ได้สี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ครับ เพราะก่อนที่พวกคุณจะมาลงทุน ผมเคยระดมทุนมาแล้วสองรอบ!”
“ครั้งแรกสามสิบล้าน ครั้งที่สองสองร้อยล้าน”
“ถ้านับรวมพวกคุณด้วย ก็เป็นรอบที่สามแล้ว”
หลงเถิงอวี่พูดพลางยิ้ม
ในสายตาคนภายนอก บริษัทของพวกเขาถูกประเมินมูลค่าไว้ที่ประมาณแปดร้อยล้าน ดังนั้นการที่อีกฝ่ายลงทุนเจ็ดร้อยล้าน ได้หุ้นส่วนไปสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ ก็ถือเป็นเรื่องปกติ
“สี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นก็ตกลง ผมค่อนข้างพอใจ!”
หลังจากที่ฉินฮ่าวได้ฟัง ก็พยักหน้า หลงเถิงอวี่คนนี้ช่างซื่อตรงจริงๆ
แน่นอนว่า ดูเหมือนจะได้หุ้นส่วนน้อย แต่บริษัทแบบนี้ ไม่ใช่บริษัทที่มีมูลค่าไม่ถึง 10 ล้านอย่างสตูดิโอหลงเป่า
ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะแบ่งหุ้นให้มากมาย
และพวกเขาก็ต้องการแค่เจ็ดร้อยล้าน
คุณอยากจะลงเงินเพิ่มเพื่อลดสัดส่วนหุ้น ก็เป็นไปไม่ได้
ถึงแม้หลงเถิงอวี่จะยอม นักลงทุนคนอื่นๆ ของเขาก็ไม่ยอมอยู่ดี
“หา? ค่อนข้างพอใจ งั้นคุณชายฉิน ซิงอวิ๋น ความหมายของพวกคุณสองคนคือ เตรียมจะลงทุนแล้วใช่ไหมครับ?”
เมื่อหลงเถิงอวี่เห็นดังนั้น ก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
“ฮ่าๆ ไม่ต้องมองฉันหรอก ฉันรอแค่น้องฉินฮ่าวพยักหน้า เรื่องของฉันเขาก็เป็นคนตัดสินใจทั้งหมด!”
เมื่อหลี่ซิงอวิ๋นเห็นอีกฝ่ายมองมาที่ตน ก็หัวเราะแล้วพูดขึ้น
“ผมไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วครับ ก็แค่เจ็ดร้อยล้านเอง ผมยังพอจ่ายไหว!”
ฉินฮ่าวส่งยิ้มที่ดูไม่มีพิษมีภัย ก่อนจะยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้
ท่าทีที่ดูยิ่งใหญ่เช่นนี้ ทำให้หลงเถิงอวี่ถึงกับตกตะลึง
ฐานะของฉินฮ่าวคนนี้ ช่างน่ากลัวจริงๆ
เงินก้อนใหญ่มหาศาลอย่างเจ็ดร้อยล้าน กลับบอกว่าเป็นเพียงแค่?
ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ
แน่นอนว่า หลี่ซิงอวิ๋นที่อยู่ข้างๆ ได้ยินคำพูดนี้ก็รู้สึกพูดไม่ออกเช่นกัน แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อพ่อของเขารวย แต่ลูกชายกลับเป็นคนจน
ก็ได้แต่ยืนดูฉินฮ่าวอวดดีต่อไป
รอให้ตัวเองหาเงินได้ครบหนึ่งหมื่นล้านก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นก็จะสามารถใช้เงินก้อนใหญ่ของพ่อได้แล้ว จะได้ไปลงทุนครั้งใหญ่กับฉินฮ่าวให้สะใจไปเลย
แน่นอนว่า หลี่ซิงอวิ๋นหารู้ไม่ว่า การลงทุนในครั้งนี้ก็คือการลงทุนครั้งใหญ่แล้ว
และฉินฮ่าวก็ไม่สามารถบอกได้ว่าในอนาคตบริษัทนี้จะเติบโตไปได้ไกลขนาดไหน
ถ้าบอกไปแล้ว ยังจะให้เขาลงทุนน้อยลง ส่วนตัวเองลงทุนมากขึ้น ก็คงจะดูไม่ดีเท่าไหร่
แต่ถ้าในอนาคตมันเติบโตขึ้นมาจริงๆ ฉินฮ่าวก็คงได้แต่อธิบายว่า ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดว่ามันจะสุดยอดขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนั้นขอเพียงหลี่ซิงอวิ๋นได้กำไรไปด้วย เขาก็คงจะไม่สนใจเรื่องที่วันนี้ลงทุนน้อยไปหรอก
และที่สำคัญ คุณก็ไม่มีเงินนี่นา
“น้องฉินฮ่าว เอาอย่างนี้แล้วกัน คุณลงทุน 6.2 ร้อยล้าน ส่วนผมลงทุนแปดสิบล้าน!”
“รวมกันแล้วก็เป็นเจ็ดร้อยล้านพอดี ส่วนเรื่องหุ้นส่วนสี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์นั่น”
“ถึงแม้ผมจะได้ประมาณ 5.8 เปอร์เซ็นต์! แต่เอาแค่ห้าเปอร์เซ็นต์ก็พอ ปัดเป็นเลขกลมๆ ให้คุณไปเลย คุณก็ถือไปสี่สิบเปอร์เซ็นต์!”
เมื่อหลี่ซิงอวิ๋นเห็นฉินฮ่าวตอบตกลงลงทุน
เขาก็รีบบอกวิธีการแบ่งส่วนที่คิดไว้ล่วงหน้าออกมาทันที
เพราะอีกฝ่ายเคยช่วยให้พ่อของเขาทำเงินได้หลายหมื่นล้าน เงินเล็กน้อยเท่านี้ เขาก็ยังพอจะใจกว้างได้อยู่
แน่นอนว่า เมื่อคำพูดนี้ออกมา ฉินฮ่าวก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง
“พี่หลี่ซิงอวิ๋นครับ คุณจะเอาแค่นี้จริงๆ เหรอ? ถ้าบริษัทนี้ในอนาคตเติบโตขึ้นมา คุณแน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจที่วันนี้ลงทุนน้อยไป?”
ฉินฮ่าวพูดหยั่งเชิงอีกฝ่าย
“น้องฉินฮ่าวครับ คำพูดของคุณนี่ช่างห่างเหินเสียจริง ถ้าในอนาคตทำกำไรได้ ก็เป็นเพราะคุณพาผมทำกำไร ห้าเปอร์เซ็นต์นี่ไม่ใช่แค่ระดับได้กินน้ำแกงแล้วนะ แต่คือได้กินเนื้อเต็มๆ ผมจะยังมีอะไรไม่พอใจอีก? และถ้าเกิดขาดทุนขึ้นมา ความเสี่ยงของคุณก็มากกว่า ผมขาดทุนน้อยหน่อย คุณขาดทุนเยอะหน่อย ฮ่าๆๆๆ!”
หลี่ซิงอวิ๋นพูดจบก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
เขาก็เข้าใจความหมายของอีกฝ่ายดี
ถ้าอยากจะลงทุนเพิ่ม ก็สามารถไปขอจากพ่อของเขาได้
“ไปๆๆ อะไรกันที่ว่าพวกคุณจะขาดทุน พวกคุณขาดทุนไม่ได้ พวกคุณต้องทำกำไรสิ”
หลงเถิงอวี่พอได้ยินคำพูดของเพื่อนเก่า ก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที
ถ้าพวกเขาขาดทุน ก็หมายความว่าบริษัทของเขาจะต้องล้มละลายไม่ใช่เหรอ?
“ฮ่าๆๆๆ เจ้าเด็กนี่ ก็แค่พูดไปอย่างนั้นแหละ นายจะรีบร้อนไปทำไม?” หลี่ซิงอวิ๋นเห็นดังนั้นก็เลยชกไปที่หน้าอกของเขาเบาๆ
ไม่ได้ออกแรงมากนัก
แต่หลงเถิงอวี่ที่ทำงานอยู่ในห้องวิจัยมาตลอดก็ยังรู้สึกจุกเล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ครับ ในเมื่อพี่หลี่ซิงอวิ๋นใจกว้างขนาดนี้ ผมก็ขอไม่เกรงใจแล้วนะครับ”
ฉินฮ่าวครุ่นคิดในใจ ในเมื่อคำพูดนี้ออกมาแล้ว งั้นในอนาคตถ้าทำกำไรได้มหาศาล
คาดว่าหลี่ซิงอวิ๋นก็คงจะไม่บ่นอะไรแล้ว
ตัวเองก็ได้ให้โอกาสอีกฝ่ายไปแล้ว
“เอ่อ คุณชายฉินครับ ในเมื่อทางพวกคุณตกลงแล้ว งั้นผมจะไปร่างสัญญาเลยนะครับ?”
เมื่อได้ยินบทสนทนาของฉินฮ่าวและหลี่ซิงอวิ๋น
ในตอนนี้ หลงเถิงอวี่ก็ดีใจเป็นอย่างยิ่ง
ปัญหาเรื่องเงินทุนที่ค้างคามานาน ในที่สุดก็สามารถแก้ไขได้แล้ว
และที่สำคัญ การได้รับการลงทุนก้อนใหญ่ขนาดนี้ก่อนที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ก็เป็นผลดีต่อการเข้าตลาดหลักทรัพย์เช่นกัน
ไม่แน่ว่าราคาหุ้นก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์อาจจะสูงขึ้นมากก็ได้
“อืม นายไปเตรียมสัญญาเถอะ ในเมื่อน้องฉินฮ่าวตกลงแล้ว ฉันก็ไม่มีปัญหาอะไร!”
หลี่ซิงอวิ๋นหัวเราะเบาๆ พลางพยักหน้า
“อืม ไปจัดการเรื่องสัญญาเถอะครับ ทางผมก็จะได้เรียกทนายความของผมมาด้วยเลย”
ฉินฮ่าวพยักหน้า
แน่นอนว่า ทันทีที่จะต้องเซ็นสัญญา ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์อย่างไร ก็จำเป็นต้องมีทนายความ
หลังจากที่วุ่นวายอยู่ตลอดช่วงบ่าย
ฉินฮ่าวก็ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเทคโนโลยีกวงจื่ออย่างเป็นทางการ
และในขณะที่เซ็นสัญญานั้นเอง หุ้นส่วน 40 เปอร์เซ็นต์ของฉินฮ่าว ก็ทำให้เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทนี้อย่างชัดเจน
(😘😘จากผู้แปลครับ ตอนแถมที่ 2😘😘)
(ถ้าชอบอย่าลืมกดดาวกันนะครับ)
[จบแล้ว]