เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1: รัชทายาท ผู้ถูกเลือก

ตอนที่ 1: รัชทายาท ผู้ถูกเลือก

ตอนที่ 1: รัชทายาท ผู้ถูกเลือก


ตอนที่ 1: รัชทายาท ผู้ถูกเลือก

 

ห้องทดลองขนาดใหญ่ปกคลุมด้วยแสงสีฟ้าหม่นไร้ผู้คน ความสูงจากพื้นถึงเพดานเทียบได้กับตึกสองชั้นจึงปกคลุมด้วยบรรยากาศวังเวงไร้เสียงอื่น เว้นแต่เสียงบุ๋งๆ ที่นานๆ ครั้งจะดังมาจากกำแพงด้านหนึ่งของห้องซึ่งเป็นกระจกใสขนาดใหญ่อันสามารถมองทะลุไปเห็นอีกด้านของกำแพงที่มีลักษณะเหมือนกับถังเก็บน้ำ

 

ที่ก้นถังแสนลึก บางอย่างถูกทิ้งให้หลับใหลรวมกันอยู่ในเงามืด

 

ฟี๊ซซซ

 

เสียงดังจากประตูห้องทดลองที่เปิดออก คนสองคนก้าวเข้ามา กำแพงรอบห้องเรืองแสง ทำให้ทั้งห้องสว่างขึ้นเล็กน้อย

 

หน้าต่างโปรแกรมสำหรับยืนยันตัวตนเพื่อเข้าระบบปรากฏขึ้นบนกำแพงกระจก

 

“ฉันแปลกใจ ที่คราวนี้นายปล่อยให้คนตายไปถึงสองคน” เฮเซคียาห์ นิมบีมัสตินเอ่ยเสียงขรึมกับคนสนิท

 

รัชทายาทแห่งเผ่าพันธุ์มัสติน เจ้าชายคนโตผู้กุมอำนาจเด็ดขาดรองจากราชินีเอสเธอร์ผู้เป็นพระมารดา เขาขยับไปใกล้กำแพงกระจก เพียงเขากะพริบตา หน้าต่างโปรแกรมเลือนหายไป และขณะเดียวกัน ถังเก็บน้ำสว่างขึ้นด้วยหลอดไฟที่ถูกติดตั้งไว้ภายใน

 

แสงสีขาวจากถังเก็บน้ำส่องมาถึงเจ้าชายรัชทายาท รูปร่างของเขาสูงโปร่ง ผมดูเหมือนสีเงินแต่ส่องประกายแปลกๆ คล้ายเป็นสีม่วงยามเขาเบือนหน้าไปมองคนสนิท ภายนอกของเขาดูเป็นวัยรุ่น แต่ดวงตาสีเขียวต้นสนมีความเยือกเย็นและเหมือนไตร่ตรองบางอย่างอยู่ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมานาน ชุดที่เขาสวมอยู่ด้านในเป็นสีขาวที่ประดับเครื่องทรงอิสริยยศบ่งบอกความสำคัญของเขาภายในราชวงศ์ เสื้อคลุมไหล่สีเขียวรับกับสีตา กางเกงสีดำเข้มเข้ารูป

 

“สองคนนั้นเป็นเด็กใหม่” เอ็กซัส ฟัสแตงตอบด้วยเสียงเนือยๆ

 

“เพราะนายประมาท”

 

“ใช่ อย่างที่นายว่า” เอ็กซัสใช้คำพูดเป็นกันเองกับเจ้าชายรัชทายาท และไม่มีท่าทียำเกรงความสูงศักดิ์ของอีกฝ่าย

 

เอ็กซัสเป็นนักฆ่าที่เก่งฉกาจในหมู่นักฆ่า ดำรงตำแหน่งสมุหเพชฆาต แต่แทนที่จะดูลึกลับและกลมกลืนไปกับคนทั่วไป เขากลับมีความโดดเด่นด้วยรูปร่างภายนอกที่หล่อเหลาราวกับเทวดา ผิวสีขาวของเขาเรืองแสงได้เช่นเดียวกับชาวมัสตินคนอื่นๆ ส่วนผมสีทองเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าทองใส่กากเพชรรับกับดวงตาโทนสีเดียวกัน

 

“เศวตศาสตราของมนุษย์พวกนั้น อันหนึ่งสร้างพลังแรงดึงดูด อีกอันแปรสภาพเป็นหอกที่ปรับความยาวและลักษณะได้ตามที่เจ้าของต้องการ ฉันเองก็ถูกแทงเข้าที่ท้องสองแผลตอนที่ตัวถูกตรึงให้อยู่กับที่”

 

“นายพูดถึงแผล เรียกร้องความเห็นใจหรือไง เห็นอยู่ว่าแผลหายแล้ว”

 

“นี่! ไม่คิดจะถามกันเลยเหรอว่า เจ็บไหม”

 

“เจ็บไหมล่ะ” เจ้าชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ เหยียดๆ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ห่วงใยอย่างจริงใจถึงได้ตั้งคำถาม

 

“ให้ฉันทะลวงท้องนายดูบ้างไหมคีห์ เดี๋ยวก็หายเหมือนกัน”

 

“ไม่” เขายิ้มไม่เต็มที่ เป็นกิริยาที่แฝงความนัยให้อีกฝ่ายหยุดพูดไร้สาระ

 

รัชทายาทเฮเซคียาห์แตะแป้นรับคำสั่งสู่ระบบที่อยู่บนแท่นเล็กๆ ด้านหน้าถังเก็บน้ำที่มองทะลุเข้าไปได้ มันเป็นแค่ปุ่มๆ เดียว แต่ก็เพียงพอที่จะใช้สื่อสารคำสั่งทั้งหมดไปยังระบบปฏิบัติการ เขากะพริบตา หน้าต่างระบบปฏิบัติการปรากฏขึ้นบนกำแพงใส และเปลี่ยนไปแสดงวันที่และเวลาปัจจุบันด้วยตัวอักษรในภาษามัสติน

 

โลก 26 พ.ย. ค.ศ. 3430

นิมบีมัสตินที่ 25VVI เวลา 22:30

 

แล้วหน้าจอก็เปลี่ยนไป แสดงคำว่าค้นหาแทน

 

ไฟล์ข้อมูลอันหนึ่งถูกเรียกขึ้นมาเปิดดู ภาพของมนุษย์กลุ่มหนึ่งแสดงขึ้นมาบนหน้าจอ พวกเขาเปลี่ยนของใช้ติดตัวที่มีลักษณะเป็นกล่องสีเหลี่ยมเล็กๆ ให้กลายเป็นอะไรต่อมิอะไรอย่างน่าอัศจรรย์ คนหนึ่งในกลุ่มแหกปากร้องลั่น พลางรัวปืนกลที่อยู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาแทนที่กล่องสีขาวในมืออย่างกะทันหัน ก่อนปืนกลจะเปลี่ยนเป็นจรวดนำวิถีที่ยิงมาทางกล้องราวกับใช้มายากล

 

กล้องจับภาพวูบดับไป แล้วไม่นาน มันกลับมาแสดงภาพอีกครั้ง มนุษย์นับสิบคนเหลือเพียงสองคน คนหนึ่งถือหอกอันใหญ่ ปลายหอกเหี่ยวลู่เหมือนเปลือกกล้วย อีกคนถือกล่องสีขาวคล้ายกับของเพื่อนๆ ที่ตายไปแล้ว ซึ่งกล่องนี้เรืองแสงเป็นสีม่วงอมฟ้า

 

“นั่นคือเศวตศาสตราสองอันที่นายเอากลับมาใช่ไหม” เจ้าชายหนุ่มถามเอ็กซัสโดยไม่มองหน้า

 

สีหน้าของเขานิ่งเฉย คาดเดาได้ยากว่า กำลังคาดหวังกับสิ่งที่เอ็กซัสนำกลับมา หรือผิดหวัง

 

ถังเก็บน้ำสว่างยิ่งขึ้น ด้านล่างสุดของถังเก็บน้ำเต็มไปด้วยกล่องสีขาววางกองทับรวมกัน นิ้วของเขายังอยู่บนปุ่มรับคำสั่ง กำแพงใสปรากฏสัญลักษณ์เปอร์เซ็นต์ความคืบหน้าของการเชื่อมโยงข้อมูล

 

ระบบรับคำสั่ง บังคับการส่งคลื่นความคิดจากสัตว์ทดลองรหัส HM-1035-26-VVI ไปยังเศวตศาสตราคู่กำเนิด

 

กล่องสีขาวใบหนึ่งที่ก้นถังเก็บน้ำลอยขึ้น มันเปล่งแสง แล้วเปลี่ยนสภาพเป็นหอกยาวขนาดเหมาะมือ

 

“อ้า... ฉันพอเห็นภาพที่นายเล่าให้ฟัง ปลายหอกที่เห็น แข็งตัวทะลวงเข้าไปในลูกตาถึงสมองของเด็กพวกนั้น แล้วบิดเปลี่ยนเป็นตะขอคว้านเอาสมองออกมาจากหัวกะโหลก”

 

“ใช่ น่าสยดสยอง”

 

“พวกนี้น่ะมันจะเป็นแค่ของเล่น ถ้าหากว่าพวกมนุษย์เข้าไม่ถึงตัวเรา” เจ้าชายหรี่ตาอย่างประเมินสิ่งที่กำลังมองอยู่ด้วยความดูแคลน

 

กำแพงใสเปลี่ยนไปแสดงข้อมูลของมนุษย์ผู้เป็นเจ้าของเศวตศาสตราที่ลอยตัวเด่นอยู่

 

“โดนเด็กแบบนี้เล่นงานได้ ไม่สมกับเป็นทีมที่นายนำออกไปเองเลย”

 

ระบบแสดงผลว่าสัตว์ทดลองที่กำลังให้ความสนใจมีอายุ 23 ปี

 

“พวกทีมปราชญ์ก็อะไรนักหนา ฉันให้วิจัยมาเกือบ 50 ปี ยังไม่ค่อยได้เรื่องอะไร” เฮเซคียาห์พึมพำ เบือนใบหน้าไปมองประตูคนละด้านกับที่เดินเข้ามา ด้านหลังประตูบานนั้นเป็นคอนโดบรรจุมนุษย์นับร้อยร่างที่ถูกเลือกสรรเก็บแช่น้ำยาไว้เพื่อบังคับเข้าสู่ภาวะนิทรา มีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อเป็นสัตว์ทดลอง ใช้ในการวิจัยเศวตศาสตราของชาวมัสติน

 

เมื่อ ค.ศ. 2500 เผ่าพันธุ์มัสตินได้ยึดครองโลก พวกเขาเคยคิดอยากเป็นมิตรกับมนุษย์ แต่มนุษย์กลับต่อต้านการปกครองของพวกเขาอย่างรุนแรง ชาวมัสตินจึงค่อยๆ ปฏิรูปสังคม จนมนุษย์กลายเป็นทาส ต้องขึ้นกับเจ้านายชาวมัสตินภายใต้กฎหมายซึ่งห้ามพวกเขาไม่ให้ทำงานทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับการคิดค้นและวิจัยเทคโนโลยีเพื่อป้องกันการพัฒนาอาวุธมาไว้ใช้ก่อกบฏ

 

เฮเซคียาห์เกิดมา เขาก็รู้จักมนุษย์ในฐานะทาส

 

สำหรับเขา มนุษย์เหมือนกับสัตว์เลี้ยง บางตัวก็น่ารัก และบางตัว เขาแค่เห็น เขาก็ขยะแขยง

 

“สักวันหนึ่ง ฉันจะทำให้พวกผู้ใช้เศวตศาสตราทุกคนพร้อมใจกันมาทำงานให้ แทนที่จะพยายามฆ่าฉันหรือพวกเราทุกคน”

 

“รับใช้นาย? นายก็รู้ว่าไลฟ์ควอตซ์...”

 

“ไลฟ์ควอตซ์สั่งให้พวกเราฆ่าพวกผู้ใช้เศวตศาสตรา เพราะเศวตศาสตราเป็นข้อได้เปรียบเดียวที่ทำให้มนุษย์ฆ่าเราสำเร็จ แต่เปอร์เซ็นต์ที่จะฆ่าเราได้ก็แค่ 10-15% เท่านั้น ฉันคิดว่าเอาพวกผู้ใช้เศวตศาสตราไปเป็นสุนัขรับใช้ ดีกว่ามาไล่ฆ่าพวกมัน”

 

“นายมีความคิดนี้ตั้งแต่เมื่อไร”

 

“ปีที่แล้วนี้เอง นายจำเศวตศาสตราที่ทำให้ผู้ใช้เล่นหมากรุกเก่งๆ ได้ไหม ฉันลองบังคับส่งคลื่นความคิดจากสัตว์ทดลองไปที่เศวตศาสตรา เพื่อให้ฝันว่าเล่นหมากรุกกับฉัน มันสนุกเป็นบ้า” เจ้าชายหนุ่มยกมือขึ้นโบก กำแพงกระจกแสดงหน้าจอบันทึกการเล่นหมากรุกของเขาและผู้ใช้เศวตศาสตราในโลกสมมติภายในภวังค์ของผู้ใช้เศวตศาสตรา “มนุษย์พวกนี้เหมาะเป็นสิ่งสร้างความบันเทิงให้เราอย่างดีทีเดียว”

 

“ไม่มีมัสตินคนไหนอยากเสี่ยงด้วยแน่”

 

“ถ้าฉันต้องการจริงๆ ใครจะกล้าขัดกันละหือ โดยเฉพาะถ้าหากฉันขึ้นเป็นราชาในอีกหลายร้อยปีหลังจากนี้”

 

ผู้นำราชวงศ์มัสติน มีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้รับพลังจิตที่ทำให้ประชากรชาวมัสตินไม่สามารถปฏิเสธความต้องการได้ ราชินีเอสเธอร์เป็นผู้เดียวที่ใช้พลังแบบนั้นได้ในปัจจุบัน และคนถัดไปที่ทุกคนคาดว่าจะมีพลังแบบเดียวกันคือเฮเซคียาห์ผู้ที่ไลฟ์ควอตซ์ยอมรับในความสามารถและเลือกให้เป็นเจ้าชายรัชทายาท

 

สังคมของชาวมัสติน เป็นสังคมที่คล้ายกับผึ้ง ทุกคนเกิดมาพร้อมกับตำแหน่งและหน้าที่ สิ่งที่วางกฎเกณฑ์การใช้ชีวิตของพวกเขา และคอยเป็นที่ปรึกษาด้านการปกครองแก่ราชาหรือราชินี คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า ไลฟ์ควอตซ์ หรือ อัญมณีมีชีวิต

 

“อ๊ะ!” เฮเซคียาห์ยกมือขึ้นแตะขมับ อยู่ๆ เขาปวดจี๊ดในศีรษะ

 

“เฮ้! เกิดอะไรขึ้น” เอ็กซัสจับแขนเขา

 

“ไม่ ไม่มีอะไร”

 

“แน่นะ นายปกปิดอะไรไว้หรือเปล่าคีห์”

 

“ไม่” เขาส่ายหน้า

 

ทว่า เกิดความไม่สบายใจขึ้น เพราะชาวมัสตินยากจะเจ็บป่วย อาการเล็กน้อยอย่างปวดศีรษะอาจเป็นการเตือนถึงโรคร้ายแรงซึ่งจะพรากชีวิตของพวกเขาไปอย่างฉับพลัน หรือไม่สามารถรักษาได้ แต่เขาไม่อยากให้เอ็กซัสเป็นห่วง เขาคิดถึงอัครมหาเสนาบดีอีกคนที่ช่วยดูอาการของเขาได้

 

“กลับไปที่งานเลี้ยงกันเถอะ นี่ใกล้เวลาดื่มฉลองแล้ว” รัชทายาทหนุ่มหมุนกายขวับ รีบนำลูกน้องไปยังประตูผ่านเข้าออก เขาใช้เวลาไม่นานขึ้นมาจากห้องทดลองใต้ดิน เดินออกจากตัวตึกที่สูงถึงสามสิบกว่าชั้นเหนือพื้นดิน มือของเขาล้วงเข้าไปในกระเป๋า ยืนรอจนราชบริพารนำยานยนต์มาจอดรับด้านหน้าตึก

 

ไม่ถึงสิบนาที ทั้งเขาและเอ็กซัสเดินทางกลับมาถึงพระราชวังและตรงเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยงซึ่งกำลังครื้นเครงด้วยเสียงดนตรี

 

เฮเซคียาห์เดินเข้ามาเงียบๆ เขาตรงไปนั่งบนเก้าอี้ตัวที่ถูกจัดไว้ด้านข้างแม่ น้องชาย และน้องสาวปล่อยให้เอ็กซัสแยกไปอีกทาง

 

“ทำไมถึงนั่งเงียบแบบนั้น เป็นอะไรไป” ราชินียื่นมือมาแตะแขนของเขาอย่างห่วงใย

 

“ไม่มีอะไร” ปากฝืนยิ้มบางๆ

 

“แน่นะ...”

 

“ลูกบอกไม่มี คือไม่มี...” รัชทายาทหนุ่มเสียงนิ่งๆ แข็งๆ

 

เขาลุกขึ้นทันทีเมื่อข้ารับใช้เข้ามาหาพร้อมแก้วบรรจุน้ำอมฤตขนานพิเศษที่ผ่านการบ่มมาถึงห้าร้อยปี มือจับยกแก้วขึ้นชู และกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อที่เดินทางมาจากทั่วจักรวาลเพียงเพื่อมาฉลองวันเกิดให้กับเขาด้วยท่าทีมีพิธีรีตอง แต่น้ำเสียงนั้นนุ่มทุ้มน่าฟัง

 

“ลูกอยากกลับไปที่ห้อง”

 

เมื่อทำหน้าที่เยี่ยงเจ้าของวันเกิดเสร็จ เขาเปิดปากทันทีกับพระมารดา และยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มของเธอ

 

มือของรัชทายาทหนุ่มยันพนักเก้าอี้ขึ้นยืน เขากวาดสายตามองแขกเหรื่อทั่วงาน และเลี่ยงคนรู้จัก เดินเลียบกำแพงออกจากห้องจัดเลี้ยงอย่างเนิบช้า พอพ้นจากประตูห้องจัดเลี้ยงมาได้ เขาจึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น เหงื่อผุดพรายออกมาจากบริเวณไรผมและข้างขมับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

เมื่อเห็นประตูห้องนอน เท้าวิ่งเข้าหา มือฉวยคว้าลูกบิดประตู ก่อนพุ่งตรงไปยังห้องน้ำในห้อง

 

“แหวะ!”

 

เขาอาเจียน

 

“นี่มัน! อะไรกันวะ” เขาสะบัดหน้า ตาลาย และวิงเวียนศีรษะ

 

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

 

เฮเซคียาห์เดินโงนเงนไปเปิดประตู

 

เปรี๊ยะ!

 

เสียงนั้นดังลั่นในหู เขาได้กลิ่นเนื้อไหม้ พร้อมกับตัวชา ไฟฟ้าที่ช็อตมายังร่างน่าจะถูกปรับเป็นระดับเข้มข้น เขาถอยหลังไปสามก้าว ทรุดกายลงนั่งคุกเข่าลงกับพื้น ดวงตาพร่ามัว

 

เขาเงยหน้ามอง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นบางอย่าง แม้จะเห็นมันได้เพียงลางๆ

 

วัตถุทรงสามเหลี่ยมมีช่องให้สอดนิ้วจับโกร่งขณะเหนี่ยวไกใช้งาน ภายในนั้นบรรจุของเหลวสีเขียว มันคือสารสกัดจากไลฟ์ควอตซ์ สารตัวนี้จะเข้าไปหยุดการทำงานของเศษผลึกไลฟ์ควอตซ์ซึ่งปกติคอยช่วยปลุกชีพชาวมัสตินจากความตายหรือเร่งการฟื้นฟูร่างกายของชาวมัสตินเมื่อได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่มันจะมอบความตายให้แก่คนซึ่งรับมันเข้าไป

 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เสียงของราชินีเอสเธอร์แว่วมาเข้าหู

 

เฮเซคียาห์หายใจถี่ๆ แรงๆ ตาของเขาพร่าลงไปกว่าเดิม เขาคลื่นไส้ขึ้นมาอีกระลอก คอแห้ง และรู้สึกว่าร่างกายร้อนจนผิวกายแทบสุก

 

เขาไอ ไออย่างแรง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เขาไอ

 

เขาขดตัว พลิกกายนอนตะแคงข้างอย่างทุรนทุราย ความเจ็บปวดในช่องท้องรุนแรง

 

อ้า...อ้า...

 

เสียงหอบหายใจช่างแสนเบา วิสัยทัศน์ครานี้กลับมืดมิดราวกับตาทั้งสองข้างบอดลงเสียแล้ว ในภวังค์เขาคล้ายเข้าสู่ภาวะไร้น้ำหนัก กายหมุนวนเคว้งคว้างในความมืด แขนหรือขาไม่สามารถขยับได้ ไม่อาจรู้สึกถึงอากาศรอบตัวว่ามันร้อนหรือมันหนาว ไม่ได้ยินเสียงจากรอบข้าง

 

มีแค่ความมืด และความเงียบ สถิตอยู่กับเขา

 

ฮ๊า!... ฮ๊า...”

เฮเซคียาห์ลืมตาขึ้นสำเร็จ และผุดกายนั่งอย่างรวดเร็ว

“อะไร...” เขามองไปรอบตัวอย่างสับสน

รอบข้างเขายังคงมีแต่ความมืด แต่เพียงครู่หนึ่ง ตาของเขาเริ่มมองเห็นทุกอย่างได้ลางๆ ด้วยแสงจากพระจันทร์ข้างแรมและดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้า

 

“ทำไม...” เขามองร่างกาย ผิวกายไม่ส่องแสงเรืองอย่างปกติ

 

แล้วเขายังสังเกตพบด้วยว่า เสื้อผ้าของเขาขาดลุ่ยบางจุด และมีเลือดเปรอะเปื้อนเป็นด่างดวง

 

“คำถาม: นาย! อยากรู้ไหมว่าที่นี่ที่ไหน” เสียงหนึ่งลอยมาจากทางด้านหลัง

 

เฮเซคียาห์เบือนหน้าไปมองอย่างหวาดระแวง

 

เขาเห็นกล่องสีขาวคุ้นตาค่อยๆ เรืองแสงขึ้นมาในความมืด

 

“เศวตศาสตรา!” เขาลุกและถอยไปตั้งหลัก มือล้วงเข้าไปในช่องเล็กๆ ข้างกระเป๋ากางเกง ดึงลูกตุ้มเพนดูลัมกับสายสร้อยแบบพิเศษ ทำจากโลหะที่เรียกว่าคาร์ปซึ่งยืดหดได้ตามแรงเหวี่ยงขึ้นมา ใจของเฮเซคียาห์หวาดระแวงว่ามีผู้ใช้เศวตศาสตราอยู่ใกล้และเขากำลังจะถูกจู่โจม

 

“คำถาม: ทำไมนายถึงตกใจ”

 

“แก! พวกมนุษย์ แกอยู่ที่ไหน” เฮเซคียาห์ตวาด

 

“วิเคราะห์คำพูด: พวกแกอยู่ที่ไหน” เศวตศาสตราทวนคำพูดของเฮเซคียาห์

 

มันลอยเข้ามาใกล้

 

เฮเซคียาห์ตวัดเพนดูลันในมือ กะให้ส่วนลูกตุ้มสกัดมันให้ถอยไป สายตามองรอบข้างอย่างระมัดระวัง

 

“เฮ้ย!” เขาอุทานลั่น ไม่อยากเชื่อว่าเขาส่งลูกตุ้มเพนดูลัมให้ลอยพลาดไป ไม่กระทบเข้ากับเศวตศาสตรา ความสามารถในการควบคุมธาตุลมของเขาในการต่อสู้ไม่ทำงาน

 

“ประมวลผลเสร็จสิ้น: มนุษย์ผู้ใช้อยู่ในความสับสน”

 

“อะไร?” ชายหนุ่มงงไปหมด

 

“อธิบาย: นายเป็นมนุษย์ ฉันคือเศวตศาสตราของนาย”

 

“อะไรนะ!?”

 

“ข้อมูลที่จำเป็น: นายเป็นมนุษย์”

 

“วะ?”

 

“ใช่ มนุษย์” เศวตศาสตราย้ำ เสียงที่ดังอยู่ในหัวของเฮเซคียาห์นั้นเนิบๆ เหมือนไม่มีอารมณ์ความรู้สึก แต่ขณะเดียวกันด้วยคำพูดและการเว้นวรรคระหว่างพูด ทำให้รู้สึกว่าเศวตศาสตราที่กำลังพูดอยู่กับเขาเหมือนมีชีวิต “เป้าหมายในการดำรงอยู่ของฉัน: การเป็นคู่หูกับนาย เพื่อโค่นล้มเผ่าพันธุ์มัสติน ทำลายไลฟ์ควอตซ์ และจัดการโลกเข้าสู่ระเบียบ”

 

เฮเซคียาห์งุนงง ปากของเขาเผยอค้างอย่างไม่อยากเชื่อหู

 

เขาขบริมฝีปากที่สั่นแบบหยุดไม่ได้ และรู้สึกได้ด้วยว่า มือเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ

 

เศวตศาสตราบอกว่า เขาคือเจ้าของมัน และมันประกาศออกมา ว่าเขาเป็นมนุษย์

 

แต่...

 

ให้ตายเถอะ!

 

มนุษย์อะไร?

 

เขาเป็นคนเผ่าพันธุ์มัสตินไม่ใช่เหรอ ตั้งแต่เกิดและตลอดระยะเวลา 150 ปีที่เขาอาศัยอยู่บนโลกใบนี้

 

นี่เขากำลังเจอกับเรื่องบ้าอะไร!!!

จบบทที่ ตอนที่ 1: รัชทายาท ผู้ถูกเลือก

คัดลอกลิงก์แล้ว