เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Money Monster Episode XL [มอนสเตอร์ฟิวชั่น]

Money Monster Episode XL [มอนสเตอร์ฟิวชั่น]

Money Monster Episode XL [มอนสเตอร์ฟิวชั่น]


Money Monster Episode XL [มอนสเตอร์ฟิวชั่น]

หลังจากนั้นไม่กี่วันแจ๊สแปอร์ก็หายสนิทจากการลงทุนซื้อยาพิเศษมาจากวอลสตรีท ทั้งกลุ่มได้ตัดสินใจว่าจะเข้าเทศกาลล่ารังซาลามันเดอร์ที่จะจัดขึ้นในอีกสองถึงสามวันข้างหน้า สถานที่ตั้งเป็นโรงงานร้างขนาดใหญ่ที่เมืองข้างๆ ห่างออกจากจุดประชุมปกติเป็นร้อยกิโลเมตร

และในตอนนี้ ทั้งสี่ก็ได้เช้าโกดังสำหรับฝึกฝนอยู่

“ย้าก!” ลูน่าร้องลั่นเธอตวัดปลายคฑายิงลูกบอลเพลิงออกไปหลายสิบลูก พุ่งเข้าใส่เป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า

“ลาว่า!” ลาว่า มนุษย์หัวนกกระโดดหลบกระกลางอากาศส่งผลให้ลูกไฟทั้งหมดแล่นผ่านไปอย่างน่าเสียดาย เด็กสาวกัดฟันกรอดสั่งเติมมานาให้เต็มหลอด วิ่งซัดพลังเข้าใส่มันอย่างต่อเนื่อง

ลูกบอลหลากธาตุ ไม่ว่าจะเป็นบอลเพลิงพลังไฟ บอลน้ำ บอลสายลม ต่างถูกพลังของคฑาเสกออกมาเต็มไปหมด เธอเหวี่ยงอาวุธควบคุมให้พุ่งไปตามความคิดของเธอ ยิ่งควบคุมให้มีความอิสระยืดหยุ่นสูงจนทำตามให้เป็นไปตามที่คิดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ความยากก็มากขึ้นตามตัวไปด้วย จึงควบคุมได้ครั้งละสี่ถึงห้าลูกเท่านั้น

ลาว่ามีค่าความเร็วสูงมาก มันขยับเขยื้อนอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วไม่ยอมให้เด็กสาวโจมตีเข้าให้โดยง่าย พร้อมสวนกลับด้วยเปลวเพลิงสีแดงร้อนระอุซัดเข้าใส่เธอเข้าอย่างจัง

มือของลูน่ากำแน่นก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่โป้งตั้งค่าเข้าสู่โหมดป้องกัน เธอสะบัดปลายคฑากางบาเรียเวทธาตุน้ำป้องกันเอาไว้ได้สำเร็จ

‘สำเร็จแล้ว’ ลูน่าคิดในใจ การโจมตีของลาว่าถูกเธอป้องกันเอาไว้ได้สำเร็จ เมื่อเปลวเพลิงที่ยิงออกมาหมดลงเธอเก็บม่านบาเรียเข้าไปไว้ที่เดิมก่อนจะร่ายบอลเวทขึ้นมาอีกห้าลูกเพื่อฝึกฝนโจมตีต่อ

คฑาเวทเป็นอาวุธที่มีความสามารในการพลิกแพลงสูงที่สุดก็ว่าได้ แม้พลังทำลายและอัตราความถี่จะไม่เท่าปืน แต่ก็ร้ายกาจมากในการปั่นป่วนและประยุกต์ใช้ เป็นอาวุธที่ใช้วัดสติปัญญาของเจ้านายว่าจะใช้ได้ทรงประสิทธิภาพเท่าใดกัน ลูน่าจึงต้องฝึกฝนใหม่ตั้งแต่เริ่มใช้บอลพลังธาตุและบาเรียที่ใช้สำหรับป้องกัน

อาจเสียเงินเยอะหน่อยเพราะมานาก็ใช่ว่าจะถูก แต่ก็เพื่อเทศกาลล่าที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอต้องลดความเสี่ยงที่จะกลายเป็นตัวถ่วงของคนอื่นให้มากที่สุด และเพื่ออนาคตอันสดใสของตัวเอง

อีกทางหนึ่งก็เดือดมิใช่ย่อย

ณ โกดังข้างๆ ที่ติดกัน ชายหนุ่มสองคนกำลังอยู่ในสภาพพร้อมรบ ต่างคนต่างถืออาวุธของตนเองออกมายืนประจันหน้าเข้าหากัน เมื่ออีกฝ่ายเคลื่อนไหวแจ๊สเปอร์พลันทำตาสั่นวูบ ยกพลั่วขึ้นตั้งป้องกันในทันที

เคร้ง!ผัววะ!

กำปั้นสวมสนับมือระแทกเข้าที่หน้าอกของแจ๊สเปอร์อย่างหนักหน่วง ส่งร่างของชายหนุ่มผมเทาให้กระเด็นไปกระแทกับถังน้ำอันว่างเปล่าจนล้มลงระเนระนาด ทว่า ภายใต้เสื้อยืดสีดำกลับมีชุดเกราะกันแรงกระแทกอยู่ ความเสียหายจึงไม่มากนัก

แจ๊สเปอร์ปักพลั่วลงพื้นแล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มยืนหอบสักพักก่อนจะจ้องหน้าครอสซ์ที่ยืนกอดอกทำหน้าบึ้งอยู่เบื้องหน้าเขา

“ลุกขึ้นมาแจ๊สเปอร์! ฉันจะเทรนนายให้กลายเป็นยอดนักสู้เอง!”

“เหอะๆ” แจ๊สเปอร์หัวเราะแห้ง

“ออกมา คาโม ล้อมครอสซ์ไว้”

“คาโม!” เหล่าตัวตุ่นที่หลบซ่อนตามมุมต่างๆ พากันทยอยวิ่งต้วมเตี้ยมออกมารายล้อมครอสซ์ไว้ให้อยู่ตรงจุดกึ่งกา พวกมันมีจำนวนไม่ต่ำกว่ายี่สิบตัว แต่ละรายถืออาวุธสำหรับการขุดเหมืองแร่และเครื่องมือทางการเกษตร ไม่ว่าจะพลั่ว จอบ เสียมพร้อมหมวกสีเหลือก ดวงตาอันกลมโตสีดำจดจ้องมาที่ตรงจุดกึ่งกลางด้วยความตั้งมั่น

“โจมตี!”

“คาโม!”

“คาโมคา!” เหล่าตัวตุ่นเมื่อได้รับคำสั่ง พวกมันต่างทะยานขึ้นฟ้า บางตัวพุ่งลงดินเคลื่อนร่างเข้าไปใกล้ครอสซ์ทีละนิด ชายหนุ่มสุดเซ่อหาได้กังวลไม่ สำหรับเขาแล้วตุ่นพวกนี้คือกระสอบทรายเดินได้ตัวเตี้ยเท่านั้นเอง

ลูกเตะและกำปั้นถูกซัดเข้าร่างอย่างแรงจนกระเด็นออกไปเสมือนลูกปืน บางตัวพุ่งขึ้นจากดินมาที่ขากลับถูกเตะสวนกลับไปซะเอง เพียงไม่กี่อึดใจตุ่นทั้งหมดก็สิ้นสภาพจนน่าอนาถ สาเหตุหลักคือพลังที่อ่อนแอเสียเหลือเกินของพวกมัน

แจ๊สเปอร์ไม่ยอมหยุดลง พุ่งเข้าใช้พลั่วฟาดเข้าที่ครอสซ์อย่างแรงเป็นการโจมตีครั้งแรกที่ทำได้สำเร็จ เพราะอีกฝ่ายดันสนใจตัวตุ่นมากเกินไป

“ย้าก!” ครอสซ์ส่งเสียงถีบร่างของแจ๊สเปอร์ให้กระเด็นไปไกลอีกหลายตลบ

“เจ็บอยู่แต่แรงไม่พอหรอกนะ!”

“เอาใหม่!”

“ได้”

แล้วสองหนุ่มก็เริ่มฝึกการต่อสู้กันก่อน

ในที่นี้แม้ครอสซ์จะมีปัญหาเรื่องการใช้การ์ดอยู่พอสมควร แต่แจ๊สเปอร์อาการหนักกว่า เขาฉลาดและสังเกตวิเคราะห์เก่งแต่ไม่มีไหวพริบและใจสู้มากนัก ตรงกันข้ามกับครอสซ์ที่แม้จะโง่และเซ่อเพียงใด แต่ก็เต็มเปี่ยมความกล้าหาญและใจสู้

แจ๊สเปอร์ต้องฝึกฝนตัวเองให้เริ่มรับมือกับกรีดได้แล้วโดยปราสจากความช่วยเหลือของทั้งสามคน โดยมึครอสซ์ผู้เป็นช่วยในการทดลองท่วงท่าและค่ายกลการโจมตีโดยมีพวกตัวตุ่นเป็นหัวใจหลัก

ทุกคนกำลังฝึกฝนอย่างหนัก หัวเรือหลักของกลุ่มเองก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นเดียวกัน

วิธีการเป็นผู้นำที่ดี

                สร้างความน่าเกรงขามให้ลูกน้อง

                คุณสมบัติที่พึงมีของผู้เป็นนาย

สามในบรรดาหนังสือที่กองรวมกันเป็นภูเขาอยู่เบื้องหน้าของไลท์ที่หอสมุดของโลกมนุษย์ มันคือหนังสือจิตวิทยาที่ชาตินี้ไม่เคยคิดว่าต้องมาอ่านจริงจังถึงเพียงนี้ แม้เขาจะสามารถต่อสู้กับกรีดเลเวลสามได้จากพลังของการ์ดแรทบิทกันเนอร์ แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะพลังที่แท้จริงของเขาคือการ์ดแท้งค์เทอเทิลต่างหาก

การ์ดเต่าพยศนั่นจำเป็นต้องทำให้ตัวเองมีความน่าเกรงขาม ความทะเยอทะยานน่าติดตาม แต่นั่นไม่ง่ายเลยเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ในทันที มันต้องอาศัยการปลูกฝังตั้งแต่รากฐานของบุคลิก ตัวตน การกระทำที่กลั่นกรองออกมาจากสมองตามธรรมชาติ

แต่ว่า...

หากไม่เริ่มต้นเลยก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้อีกแล้ว

ไลท์อ่านหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าจนกาลเวลาล่วงเลยผ่าน แม้เวลานี้จะตกค่ำมืด อันเป็นเวลาทำมาหากินของเหล่าโบรกเกอร์แต่ทั้งสี่กลับหยุดงานทั้งหมดเพื่อทุ่มเทให้แก่การฝึกฝนของแต่ละคน รอเพียงสัญญาณการรวบรวมที่จูดัสจะส่งผ่านมาจากทางแอพพลิเคชั่น เพราะตอนนี้กำลังรวบรวมสมาชิกที่พอจะร่วมเทศกาลได้อยู่

‘ขั้นต่ำน่าจะประมาณห้าร้อยถึงพันรายชื่อ’

หลายคนได้เข้าสู้ในสงครามชิพเตอร์แล้วและเป็นที่รู้กันว่า ต่อไปจะมีกรีดเลเวลสามไม่ต่ำกว่าสี่ถึงห้าตัว แถมมีเลเวลห้าอีกหนึ่งตัวอีกต่างหาก ย่อมได้รับรู้และประจักษ์ถึงความน่ากลัวดี ไลท์คาดการณ์แล้วว่าจากสมาชิกจูดัสคลับสามถึงสี่พันคนอาจลดเหลือแค่พันคนนิดๆ

แต่เขาก็ไม่ได้อะไรกับจำนวนคนที่จะไปด้วยมาก หนึ่งพันคนก็เยอะแล้วแถมดีเสียอีกจะได้ส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น ถือเป็นการกรองคนที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะต่อสู้ในสถานการณ์ที่กดดันจริง

ไลท์เดินถือตะกร้าในซุปเปอร์มาเก็ตแถวบ้าน ที่มือของเขามีโพยรายการสิ่งของที่ต้องซื้อกลับไปที่บ้าน เขาเดินวนอยู่สักพักก่อนจะสะดุดสายตาเข้าที่หนังสือเล่มหนึ่งที่มุมหนังสือลดราคา มีชื่อว่า[Divine Chivalry] เป็นนิยายที่แลงค์น้องชายมันชอบอ่าน

‘อืม ไม่รู้หรอกว่าลดราคาได้ไง แต่ซื้อไว้ก่อนดีกว่า’ ไลท์คิดก่อนจะเอื้อมมือออกไป ทว่า กลับมีอีกมือหนึ่งแตะเข้าที่หนังสือพร้อมกัน

“อ๊ะ” สองหนุ่มส่งเสียงพร้อมกันก่อนจะเหลียวไปมองหน้าอีกฝ่าย ไลท์ต้องเบิกตากว้างต่อเมื่อจำหน้าชายคนตรงหน้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเขาก็คือ..

คุโรงาเนะ

“อ่าว! ไลท์นี่เอง บังเอิญจังนะที่ได้เจอกันวันนี้”

“คุณคุโรงาเนะก็ด้วย สบายดีนะครับ” ไลท์ยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือกับอีกฝ่ายเป็นการทักทาย

“อื้ม! ไลท์ก็อ่านนิยายเรื่องนี้ด้วยสินะ ฉันชอบเรื่องนี้มากน้องสาวฉันก็อ่าน เนื้อเรื่องน่าประทับใจมากแต่เสียดายที่มันไม่ค่อยเป็นที่นิยมสักเท่าไหร่”

“อา ที่จริงผมไม่ได้อ่านมันหรอกครับ แต่น้องชายผมชอบอ่าน”

“งั้นเหรอ งั้นฉันจะให้ยืมนะ สนใจไหม”

“ไม่ล่ะครับขอบคุณ” ไลท์ยิ้มปฏิเสธ แต่ชายหนุ่มผมดำกลับทำหน้าเสียดายเล็กน้อย เขายื่นหนังสือนิยายให้คุโรงาเนะเพราะเขาแค่อยากซื้อให้น้องชายเฉยๆ หากอีกฝ่ายต้องการมากกว่าก็สมควรจะได้ไป พอได้หนังสืออีกฝ่ายก็ยิ้มจางๆ พลางขอบคุณเล็กน้อย

“จริงสิ เธอรีบรึเปล่า”

“ไม่ครับ”

“มากินข้าวกันเถอะ! เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

“ยอดเยี่ยม!” ไลท์โพล่งเสียงออกมาแบบไม่ปิดปัง ของฟรีใครๆ ก็ชอบ โดยเฉพาะเงินในโลกความจริงที่เขาไม่ค่อยจะมีสักเท่าไหร่เพราะต้องเอาเวลาช่วงกลางคืนไปทำงานในฐานะชิพเตอร์

ทั้งสองหนุ่มเลือกร้านอาหารครอบครัวแบบง่ายๆ ไมได้หรูหรามากนักแต่รสชาติค่อนข้างดีเลยทีเดียว คุโรงาเนะบอกให้ไลท์สั่งอาหารได้โดยไม่ต้องเกรงใจเขา หนุ่มสุดตืดก็ทำตามที่พูดโดยไม่ลังเล สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะและจัดการจนเรียบคาบ

ถึงไลท์จะทำปฏิกิริยาที่ไม่น่าดูชมสักเท่าไหร่แต่คุโรงาเนะก็ไมได้เปลี่ยนสีหน้าเลยแม้แต่น้อย

“เป็นยังไงบ้าง พออยู่ในจูดัสคลับ”

“เจอเรื่องเยอะแยะมากเลยครับ เสี่ยงตายมาสองครั้งแล้วด้วย”

“อื้ม! แต่เธอก็ทำได้ดีนะ โดยเฉพาะผลงานล่าสุด เหมือนจะกำจัดกรีดเลเวลสี่ได้ด้วยนี่ ทำได้ดีมาก”

“!” ทันทีที่ได้ฟังประโยคที่ชายผมดำเอ่ยไลท์ก็ต้องผงะในทันที เหตุการณ์ที่เขาจัดการเซ็ตโต้ได้น่าจะมีเพียงคนที่อยู่ในสงครามชิพเตอร์เท่านั้นที่รู้ หรือไม่ก็สมาชิกของจูดัสคลับ แต่คุโรงาเนะเป็นคนขององค์กรเบรสซัน เหตุใดจึงรู้ได้?

“บอสดีใจจนน้ำตาไหลเลยล่ะครับ พอรู้ว่าคุณใช้แรทบิทกันเนอร์ได้คล่องมากๆ อ้อจริงสิ ดีจังนะที่เหมือนจะบุกรังกรีดด้วยใช่ไหมล่ะครับ”

“ห๊ะ” ไลท์อึ้งกินในทันที จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกตะลึง แม้แต่แผนการลับของจูดัสยังรู้ได้อีก

“ที่จริงพวกเรามีสายลับอยู่ในนั้นด้วยล่ะครับ ที่จริงไม่ใช่แค่องค์กรเรา แต่องค์กรอื่นก็แฝงตัวเข้าไปเป็นสายลับบ้างเหมือนกัน เพราะจูดัส เจ้าของจูดัสคลับค่อนข้างน่าจับตาดูแถมเหมือนจะถูกเพ่งเล็งเอาไว้ด้วยล่ะครับ”

“อืม สมควรอยู่” ไลท์เอ่ยพลางยิ้มแห้งๆ

อุดมการณ์การจัดตั้งจูดัสคลับของจูดัสค่อนข้างตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกองค์กรอย่างชัดเจน เพราะพยายามจะลดความเลื่อมล้ำระหว่างโบรกเกอร์ที่มีสังกัดองค์กรกับโบรกเกอร์อิสระ หากทั้งสองไม่ต่างกันมากมายอะไรคงไม่มีใครอยากไปเข้าร่วมองค์กร ที่มีทั้งกฎระเบียบให้ทำตามแถมมีสัญญาผูกขาดอีกด้วย

ถ้าเป็นเช่นนั้นองค์กรจะไม่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกเลย บางทีอาจมีองค์กรหลายแห่งที่คิดจะเข้าแทรกซึมแล้วทำลายจูดัสคลับจากภายในก็ได้

“แล้วทำไมเหรอครับ”

“อืม ผมจะบอกไลท์ก็ได้ ในฐานะคนรู้จักกัน พวกเราว่าจะแอบเข้าไปร่วมด้วย”

“หา?”

“แน่นอน จูดัสเซ็นสัญญาแห่งความมืดว่าห้ามเปิดเผยที่ตั้งรังกรีดให้คนนอกสมาชิกได้รับรู้ แต่พวกเราก็มีวิธีจะตามตัวไปเหมือนกัน ฉัน เมซูล สก็อตจะไปล่าด้วย แต่ไม่ได้จะเข่าไปแย่งหรอกนะ จะเอาพวกเศษขนมเล็กๆ น้อยๆ ที่หลุดรอดออกมาน่ะ”

“อะ..อา มาบอกผมแล้วไม่กลัวผมจะไปบอกจูดัสเหรอครับ?”

“บอกไปจูดัสก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าเราอยากจะแย่งก็แย่งได้ ไม่สิ พวกเราไม่แย่งแน่ แต่พวกองค์กรใหญ่ต้องไม่สนหัวจูดัสคลับแล้วแย่งไปแน่นอน หมอนั่นเองก็เหมือนจะรู้ความเป็นไปได้นี้แล้วตั้งแต่แรกด้วย”

“ก็จริงแฮะ แต่ว่า..จะว่ายังไงดีล่ะ รู้สึกไม่ดียังไงก็ไม่รู้สิ” ไลท์เคาะนิ้ว เพราะตั้งแต่ได้พบจูดัส ชายคนนั้นก็ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดออกมาทุกครั้งที่พบหน้ากัน ชนิดที่ว่าไม่สามารถญาติดีด้วยได้เลย

ในระหว่างที่กำลังทานกันต่อ ไลท์ก็นึกบางอย่างขึ้นได้

ไลท์ยกสต๊อกการ์ดของตนเองออกมาก่อนจะหยิบการ์ดสีทองใบหนึ่งขึ้นมายื่นให้ชายหนุ่มผมดำได้ดู ทันทีที่อีกฝ่ายได้เห็นม่านตาก็ขยายกว้างก่อนจะจุปากสองสามที

“นี่มันการ์ดฟิวชั่น”

“ใช่ครับ”

“เธอหามันมาได้ยังไง?”

“Greed Box”

“Greed Box…อย่างงี้นี่เอง เข้าใจแล้ว” คุโรงาเนะพยักหน้าและหยิบการ์ดฟิวชั่นมาสำรวจแล้วพลิกไปมา เขาตรวจดุแล้วพบว่ามันคือของแท้อย่างแน่นอน ชายหนุ่มผิวปากแล้วเอ่ยกับไลท์ว่า

“เธอโชคดีมากเลยนะรู้ไหม ฉันอยากซื้อมันสักสิบห้าล้านเหรียญ เธอจะขายให้ฉันไหม”

“แค่กๆ! สิบห้าล้าน!” ไลท์ถึงกับสำลักน้ำในทันทีที่รู้ตัวเลขที่อีกฝ่ายเสนอมา คุโรงาเนะขมวดคิ้วก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“ไม่สิ ยี่สิบห้าล้าน”

“เดี๋ยวๆๆๆๆๆ การ์ดSRใบเดียวมีค่าขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“ใช่! จริงๆ เพราะมันคือการ์ดฟิวชั่นสีทองต่างหาก รู้อะไรไหม การ์ดฟิวชั่นหายากมากเลยนะ แค่จะมีครอบครองยังต้องใช้เงินกับเวลามาก แต่ฉันว่าเธอคงไม่ได้ใช้เร็วๆ นี้แน่ เพราะหาการ์ดมอนสเตอร์ประเภทฟิวชั่นไม่ได้”

“นั่นแหละที่ผมอยากจะถาม ทำยังไงถึงจะหามอนสเตอร์ประเภทฟิวชั่นได้”

“เธอตอบมาก่อนว่าจะขายไหม” คุโรงาเนะหรี่ตาถามแต่ชายหนุ่มผมทองกลับแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์พลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุดกวนประสาทว่า

“ไม่ครับ ถ้ามันแพงขนาดนั้นเอาไปประมูลที่วอลสตรีทน่าจะได้สักร้อยล้านเลยมั้ง”

“อุ๊บ! ฮะๆๆๆ ยอดเยี่ยมๆ จริงๆ แล้วไม่ถึงร้อยล้านหรอก น่าจะได้สักสี่สิบถึงห้าสิบล้าน”

“ว่าแล้ว..คุณจงใจหลอกผมที่ไม่รู้ราคาตลาดสินะ” ไลท์หรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาเคลือบแคลง คุโรงาเนะหัวเราะร่าก่อนที่เขาจะอธิบายว่าจะหามอนสเตอร์ประเภทฟิวชั่นได้อย่างไร

“หาได้สองแบบ 1.Greed Box 2.Egg Card”

“Greed Box เวลาที่เราเปิดมันจะอ่านว่าคนที่เปิดการ์ดมีการ์ดใดบ้าง และมีโอกาสที่จะได้รับการ์ดมอนสเตอร์ประเภทฟิวชั่นที่เข้ากันกับการ์ดที่เรามีอยู่ เช่น เรามีการ์ดAและB Greed Boxจะอ่านการ์ดของเราและสร้างการ์ดCที่ใช้AและBเป็นส่วนผสมของการฟิวชั่นมาให้เรา”

“เข้าใจแล้ว อีกแบบล่ะครับ”

“Egg Card เรียกแบบง่ายๆ คือการ์ดไข่ มันจะดูดซึมพลังของการ์ดเราแล้วเปลี่ยนเป็นการ์ดใบใหม่ที่เข้ากับการ์ดที่เราใช้ประจำ มีโอกาสที่จะกลายเป็นการ์ดมอนสเตอร์ประเภทฟิวชั่นเหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะแบบแรกหรือแบบหลังโอกาสออกก็น้อยพอกัน แต่ราคาก็ไม่แพงนะ ไม่มีใครอยากซื้อด้วยซ้ำถ้าไม่ขายเป็นชุดคอมโบ”

“อืม เข้าใจแล้วครับ” ไลท์พยักหน้ารัวๆ เขาจดจำข้อมูลทั้ลหมดในหัวเอาไว้เรียบร้อยแล้วเปิดอินเทอร์เน็ตเครือข่ายของวอลสตรีทเพื่อเช็ดดู พบว่าหากจะหาได้รับมอนสเตอร์ประเภทฟิวชั่นโดยเร็วและง่ายที่สุด นั่นคือการซื้อGreed Boxมาเปิดนั่นเอง

ทว่า...

Greed Box I ที่เป็นขั้นต่ำสุดกลับมีราคาถึงหลักแสนเหรียญ ไลท์รู้สึกห่อเหี่ยวทันทีที่เห็นราคา แม้มันจะให้เงินมาด้วยตอนที่เปิดกล่องออกแต่ก็มีน้อยมากเมื่อเทียบกับเงินที่ต้องจ่ายไป ขนาดGreed Box II มีราคาขายในตลาดของวอลสตรีทอยู่ที่สี่ถึงห้าแสนเหรียญยังให้เงินอยู่ประมาณห้าหมื่นถึงหนึ่งแสนเหรียญเท่านั้นเอง

“ถ้าเข้ามาอยู่ในองค์กรล่ะก็ ทุกคนจะได้รับGreed Boxเป็นโบนัสพิเศษทุกเดือนนะครับ หึหึ”

“เฮือก!” ไลท์กลืนน้ำลายลงคอ

‘อยู่ในองค์กรนี่ดีจริงๆ แฮะ’

หลังจากนั้นทั้งสองหนุ่มก็พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันจนกระทั่งได้หลงลืมไปแล้วว่า ไลท์มาซื้อของไปทำมื้อเย็นที่บ้าน ป่านนี้แม่คงบ่นหูชาไม่ก็ส่งแลงค์ออกมาซื้อของแล้วแน่นอน คุโรงาเนะเสนอจะขับรถไปส่งแต่ชายหนุ่มปฏิเสธเพราะเขาปั่นจักรยานมา

เมซูลและเจเรมี่ที่บังเอิญผ่านมาเห็นสองหนุ่มโบกมือให้กันก่อนที่ฝ่ายหนึ่งจะปั่นจักรยานกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ส่งผลให้สาวผมเงินขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เป็นอะไรไปเหรอจ๊ะ เมซูล”

“รู้สึกไม่ดีน่ะค่ะ”

เหมือนว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นเลยยังไงก็ไม่รู้

จบบทที่ Money Monster Episode XL [มอนสเตอร์ฟิวชั่น]

คัดลอกลิงก์แล้ว