เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ยามจื่อ

บทที่ 29 ยามจื่อ

บทที่ 29 ยามจื่อ


ฉู่ชิงสัมผัสถึงพลังลมปราณที่เปลี่ยนแปลงภายในร่างเล็กน้อย แล้วลุกขึ้นยืน

เขารู้สึกได้ถึงกระแสลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ภายใน หมุนวนไม่ขาดสาย

เทียบกับในอดีตแล้ว ช่างแตกต่างราวกับคนละโลก

การฝึกกระบี่ในห้องคงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เขาจึงเลื่อนโต๊ะออกไป แล้วฝึกกระบวนท่าชิงซวีจ่าง

เพียงแต่ตอนนี้ลมปราณภายในร่างเขาล้วนเป็นไปตามคัมภีร์สื่อเฉีย โร่วฉวีจิง ดังนั้นเมื่อใช้กระบวนท่ากำปั้นนี้ ไม่เพียงแค่พลังจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า ฝ่ามือยังปกคลุมด้วยประกายสีม่วงจางๆ

ฉู่ชิงนึกถึงคำบรรยายดั้งเดิมของวิชาสื่อเฉีย เฉินกง จึงรีบไปหากระจกทองเหลืองมาดู

เมื่อควบคุมลมปราณพร้อมส่องกระจก เขาพบว่าสื่อเฉีย โร่วฉวีจิงที่ผ่านการผสานแล้วนี้ เวลาใช้จะไม่ทำให้ใบหน้าฉาบไปด้วยประกายสีม่วง

แต่ดวงตาทั้งสองกลับเปล่งประกายสีม่วง...

"ยังดี ยังดี..."

ฉู่ชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก มิเช่นนั้นหากยามใช้พลังแล้วกลายเป็นเหมือนมันม่วงที่แปลงร่างได้ เขาคงรับไม่ได้แน่

มีคำกล่าวว่าอย่างไรนะ แข็งแกร่งนั้นเป็นเพียงชั่วคราว แต่หล่อนั้นเป็นไปตลอดชีวิต

ดวงตาเปล่งประกายสีม่วง กับใบหน้าที่ม่วงเข้มทั้งหน้า แค่ฟังคำบรรยายก็เหมือนเป็นสองสิ่งมีชีวิตคนละชนิดแล้ว

หลังจากฝึกวิชากำปั้นในห้องเสร็จ เมื่อดูเวลาอีกครั้ง ก็เห็นว่าใกล้ถึงยามจื่อแล้ว

ฝนข้างนอกไม่ตกหนักเหมือนก่อนหน้านี้ เป็นเวลาที่เหมาะจะออกไปข้างนอก

หากเป็นก่อนหน้านี้ การจะพบหรือไม่พบหวู่เชียนฮวนยังเป็นเรื่องไม่แน่นอน แต่เมื่อมีเรื่องของเอ้อร์โก่วด้วยแล้ว เขาก็ไม่อาจไม่ไปพบได้

เขาเปลี่ยนเป็นชุดสำหรับออกตอนกลางคืน สวมหน้ากากที่ไม่มีลวดลายใดๆ ผลักหน้าต่างเปิด ร่างพลิ้วไหวคราเดียวก็มาอยู่นอกหน้าต่างแล้ว ตามด้วยเท้าที่เหยียบ ทั้งร่างลอยขึ้นกลางอากาศ พลิกตัวลงมาบนหลังคาเรือน

ทุกการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างต่อเนื่องราบรื่น อาศัยเพียงพลังภายในในการพลิกตัว มือแทบไม่ต้องออกแรง

จากนั้นเท้าเหยียบหนึ่งที มุ่งหน้าไปยังจวนตู้หัว

"พลังภายในที่ล้ำลึกนี้ ช่างแตกต่างจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง"

ฉู่ชิงเร่งเดินทางไปพร้อมกับรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากลมปราณ รู้สึกว่าความแพรวพราวของวิชาตัวเบาที่แต่เดิมไม่อาจแสดงได้อย่างเต็มที่ ภายใต้การเสริมพลังของวิชากำลังภายในนี้ กลับยิ่งคล่องแคล่วถนัดมือ

ระหว่างการเคลื่อนไหว ลมปราณไหลเวียนไม่ขาดสาย ไม่จำเป็นต้องใช้พลังภายในมากนัก ก็สามารถกระโดดไปได้ไกล

เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้... เร็วขึ้นมากเหลือคณานับ

วิชาตัวเบาไล่ล่าดวงดาวคว้าดวงจันทร์นั้น โดดเด่นในด้านความเร็ว ทำให้เขาเคลื่อนที่ได้เร็วดั่งม้าควบในช่วงเวลาสั้นๆ

แต่พลังภายในเดิมของเขานั้น ไม่เพียงพอที่จะรองรับการใช้วิชาตัวเบานี้ได้เป็นเวลานาน

ทุกครั้งที่เดินทางได้ระยะหนึ่ง เขาต้องหยุดพักสักครู่ นั่งสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังภายใน

และพลังภายในก็ไม่อาจใช้จนหมด ต้องเหลือไว้บางส่วนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

บัดนี้ด้วยคัมภีร์สื่อเฉีย โร่วฉวีจิง อาศัยพลังขั้นที่เจ็ดในปัจจุบัน เขาสามารถบังคับตัวเองให้เดินทางได้ทั้งคืนโดยไม่หยุด

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการประเมินของเขา ขีดจำกัดที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร หากไม่ถึงจุดนั้น ก็ไม่มีใครรู้ได้

"หากในยามกลางวันมีพลังภายในเช่นนี้ ต่อให้หญิงสาวผู้นั้นเร่งม้าก็ไล่ตามข้าไม่ทัน"

แต่เมื่อนึกถึงว่าวิชาสื่อเฉีย เฉินกงนี้ เขาได้มาก็เพราะนาง

ฉู่ชิงก็ไม่รู้สึกเสียดายนานนัก

เพียงแต่มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ:

"เมื่อวิชากำลังภายในสามารถผสานกันได้ วิชาตัวเบาก็น่าจะสามารถนำจุดเด่นมาเสริมจุดด้อยได้เช่นกัน

"แต่วิชากำลังภายในนั้นมีระบบช่วยเหลือ ช่วยประหยัดความพยายามของข้าไปมาก วิชาตัวเบากลับต้องอาศัยข้าคิดพิจารณาเอง หากสามารถหลอมรวมเข้าด้วยกัน...

"วิชาตัวเบาจินเยี่ยนกงที่เดินในอากาศได้ จะจำกัดเพียงแค่สามสิบเจ็ดก้าวเท่านั้นหรือ?"

เรื่องนี้พูดง่าย แต่อยากทำได้จริง กลับยากยิ่งนัก

ระหว่างเดินทางสามารถคิดคำนวณในใจได้ แต่ไม่กล้าลองอย่างง่ายๆ หากไม่ระวังพลังภายใน เดินผิดเส้นลมปราณ ขาเป็นตะคริวนั้นเป็นเรื่องเล็ก ที่น่ากลัวคือจะเกิดอาการบาดเจ็บภายใน นั่นจะไม่งามจริงๆ

อีกอย่าง วิชาตัวเบาจินเยี่ยนกงนี้ ฉู่ชิงถือว่าเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ความลี้ลับต่างๆ ล้วนเข้าใจทั้งหมดแล้ว

ส่วนจุยซิงก่านเยว่ปู้* นั้นฝึกมาตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยข้อจำกัดของพรสวรรค์ จึงยังไม่บรรลุถึงขั้นสูงสุด

(*วิชาไล่ล่าดวงดาวคว้าดวงจันทร์ จากนี้ผมทับศัพท์ดีกว่าครับ.)

ด้วยเงื่อนไขในปัจจุบัน การคิดจะหลอมรวมวิชาตัวเบาทั้งสองเข้าด้วยกัน คงไม่ใช่เรื่องง่าย

"เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ควรมุ่งความสนใจไปที่จุยซิงก่านเยว่ปู้ก่อน รอให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ถึงแม้จะไม่พัฒนาหรือหลอมรวมทั้งสอง ก็สามารถใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว"

คิดถึงตรงนี้ เขาก็ระงับความคิดในใจ เพียงชั่วครู่เดียว ก็มาถึงจวนตู้หัวแล้ว

คืนนี้ฝนตก บนถนนไม่มีผู้คนสัญจร

ภายในจวนตู้หัวมีเพียงโคมไฟสีเขียว ใต้โคมมีหญิงงาม และมีสุราอันเลิศรส

นางมาก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย

สายลมเย็นปนหยดน้ำพัดผ่าน ทำให้แสงโคมไฟสั่นไหวไม่แน่นอน หวู่เชียนฮวนรู้สึกว่าสายตาพร่าไปชั่วขณะ อีกฝั่งก็มีคนปรากฏขึ้นมาแล้ว

ม่านตาหดเล็กน้อย หวู่เชียนฮวนรู้สึกว่าคนตรงหน้านี้ดูเหมือนจะล้ำลึกยิ่งกว่าตอนกลางวันเสียอีก

สิ่งนี้ยิ่งทำให้จิตใจของนางหวั่นไหวมากขึ้น

หลังจากกลับไปในวันนี้ นางได้ยินเรื่องราวบางอย่าง เมื่อนึกถึงการกระทำของฉู่ชิงในวันนี้ ก็ไม่อาจเชื่อมโยงเขากับภาพจำของคุณชายสามตระกูลฉู่ที่ทั้งไม่เอาไหนทางวรยุทธ์ได้เลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบี่ที่สังหารซิ่นโหย่วเฮิ่น... แม้จะนึกถึงตอนนี้ ร่างกายก็ยังรู้สึกเย็นเยียบ

นางเข้าใจผิดจริงๆ หรือ?

คนตรงหน้านี้ เป็นเพียงคนที่มีดวงตาคล้ายเขาเท่านั้นหรือ?

แต่นางก็เป็นคุณหนูแห่งเมืองเทียนหวู่ ความคิดในใจจึงไม่แสดงออกมาทางสีหน้าแม้แต่น้อย

เพียงแค่เอ่ยเบาๆ:

"ท่านมาแล้วรึ."

"คุณหนูพูดอะไรไร้สาระ"

ฉู่ชิงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย:

"ข้านั่งอยู่ตรงนี้ตัวใหญ่ขนาดนี้ ไม่ใช่มาแล้วหรือ?"

"..."

หวู่เชียนฮวนขบฟัน พลันรู้สึกว่าบรรยากาศแตกสลายไปแล้ว

คนในยุทธภพไม่ควรมีความเย็นชาสักหน่อยหรือ?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือสังหาร... พูดจาเป็นปุถุชนเกินไปแล้ว

สูดลมหายใจลึก หวู่เชียนฮวนรินสุราให้เขาหนึ่งถ้วย:

"สุราเซียนเมามาย จากโรงเตี๊ยมจื่อเวย หมักเก็บไว้สามสิบปี ลองชิมดู"

"ไม่ดื่ม"

"ทำไมล่ะ?"

"มือสังหารไม่เคยดื่มสุราข้างนอก"

"งั้นกินอะไรสักอย่างไหม?"

"...นี่ท่านต้องให้ข้าบอกว่า ข้าไม่อยากถอดหน้ากาก ท่านจึงจะเลิกราหรือ?"

ฉู่ชิงรู้สึกอึดอัด:

"ท่านว่าข้าสวมหน้ากากอยู่ จะกินของท่าน ดื่มของท่านได้อย่างไร?"

"พูดแบบนี้ ท่านก็ไม่ใช่คนที่อยู่ง่ายน่ะสิ."

หวู่เชียนฮวนเบ้ปาก:

"ข้าขอแนะนำให้ท่านเปลี่ยนเป็นหน้ากากที่เปิดปากได้ มิเช่นนั้น หากท่านถูกขังอยู่กับใครสักคน มีทั้งอาหารและน้ำ แต่ออกไปไม่ได้... ท่านจะยอมอดตายหรือ?"

"ข้าคิดว่าข้าสามารถฆ่าอีกฝ่ายก่อน แล้วค่อยไปกินดื่ม"

"แต่หากอีกฝ่ายเป็นสหายรักของท่าน คนรักหรือญาติสนิท และไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของท่าน และท่านก็ไม่อยากเปิดเผยตัวตนล่ะ?"

"...ทำให้สลบได้"

"เจ้า..."

หวู่เชียนฮวนรู้สึกว่าตนเองเริ่มกระวนกระวายอีกครั้ง

ข่มความโกรธในใจไว้อย่างแรง แล้วได้ยินฉู่ชิงเอ่ยว่า:

"ท่านพูดพล่ามมามากมาย ทั้งเชิญดื่มสุรา ทั้งเชิญกินอาหาร ท่านคงไม่ได้... ไม่ได้จะเบี้ยวเงินกระมัง?"

ทนไม่ไหวแล้ว!

เส้นเลือดที่หน้าผากของหวู่เชียนฮวนเต้นตุบๆ นางหยิบตั๋วเงินมูลค่าหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงออกมาจากแขนเสื้อ เหวี่ยงไปที่ฉู่ชิง

ท่าทางนั้น ราวกับอยากจะปาใส่หน้าเขา

ฉู่ชิงรับไว้อย่างสบายๆ ตรวจดูอย่างละเอียดเพื่อความแน่ใจ จึงพึงพอใจพยักหน้า:

"คุณหนูหวู่ช่างรักษาคำพูด...

"เมื่อเป็นเช่นนี้ เรามาพูดเรื่องจริงจังกันหน่อย"

"เจ้ายังมีเรื่องจริงจังอีกหรือ?"

หวู่เชียนฮวนที่ถูกยั่วโมโหสำเร็จ พูดด้วยอารมณ์ที่ชัดเจน

ฉู่ชิงยิ้มเล็กน้อย:

"ข้าต้องการแผนผังการวางกำลังป้องกันของตำหนักลั่วหยู่ หนึ่งฉบับ"

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 29 ยามจื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว