เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่28 โควตารับเข้าเรียนแบบอิสระ

ตอนที่28 โควตารับเข้าเรียนแบบอิสระ

ตอนที่28 โควตารับเข้าเรียนแบบอิสระ


ในออฟฟิศ ครูใหญ่ลู่กำลังทำหน้าหน้าตาเคร่งเครียด

นี้คือปีที่2ของเขาในโรงเรียนกีฬาเเห่งนี้ ในฐานะของครูใหญ่คนใหม่ที่มาจากไหนก็ไม่รู้ ในคอนเเรกเขาก็ไม่ค่อยได้รับการยอมรับเท่าไร ตลอด2ปีที่ผ่านมาเขาพยายามปรับตัวให้ชินกับสภาพเเวดล้อมเเล้วปลูกฝังทีมของเขาเอง

ท้ายที่สุดเขาก็ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้

 

หลายๆคนคิดว่ามันไม่ได้มีความกดดันอะไรเลยในโรงเรียนกีฬาถ้าดูจากสัดส่วนของนักเรียนที่เข้าโรงเรียนขั้นสูงได้  พวกนั้นคิดว่าการทำงานที่โรงเรียนกีฬามันโคตรจะสบาย

 

เเต่ครูใหญ่ลู่พึ่งรับรู้หลังจากทำงานที่นี้มา1ปี ว่ามันไม่ง่ายเหมือนกับที่คนภายนอกมองเลย

 

โรงเรียนกีฬาเคยเป็น1ในสุดยอด ถึงเเม้จะเป็นเเค่โรงเรียนเฉพาะทางเเต่มันก็รับรองการทำงานที่มีให้เเน่นอนกับเด็กที่จบไปจนกระทั้งถึงปี90 ระหว่างเวลานั้น โรงเรียนเฉพาะทางเคยเป็นตัวเลือกเเรกๆ เเม้ว่าจะไปเทียบกับโรงเรียนม.ปลายก็ตาม เหมือนกับโรงเรียนเทคนิคทั่วไป โรงเรียนแพทย์ยังเป็นที่สำหรับเด็กดีเด่นที่มีเกรดยอดเยี่ยมเพราะว่ามันมีงานรอให้พวกเขาอยู่เเล้วถ้าพวกเขาไม่สอบตก โรงเรียนกีฬาก็เป็น1ในที่สุดของพวกนั้นเหมือนกัน ในช่วงเวลานั้นผู้คนได้รับโปรตีนไม่มากพอ เเล้วเเทนที่จะห่วงเรื่องสารอาหารไม่เพียงพอ ผู้คนเป็นห่วงเรื่องจะอดตายกันมากกว่า

 

เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ทำให้สิ่งที่เป็นข้อเสียสำหรับโรงเรียนกีฬา ในฐานะที่เป็นโรงเรียนเฉพาะทางเริ่มเด่นชัดขึ้นมา ไม่เหมือนกับโรงเรียนม.ปลายทั่วไป เด็กนักเรียนจากโรงเรียนเฉพาะทางไม่สามารถสอบมหาลัยได้ วิธีทางเดียวที่จะทำให้มีวุฒิคือทำข้อสอบเรียนรู้ด้วยตัวเอง วุฒิการศึกษาแบบนี้ได้รับการยอมรับจากทางประเทศก็จริง แต่ก็เท่านั้นละ มันไม่ได้ช่วยในการหางานเลย

 

นี้เป็นเหตุผลว่าทำไมคุณภาพของนักเรียนที่เข้ามาสมัครที่โรงเรียนกีฬามันต่ำเอาต่ำเอาแล้วก็ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากมีนักเรียนที่มีพรสวรรค์ด้านกีฬาหลายคนแต่พวกเขาไม่ได้ไปที่โรงเรียนกีฬาเพราะว่าพ่อแม่พวกเขาไม่ยอมส่งพวกเขาไป การเรียนสายปรกติเป็นที่สุดในตอนนี้ในมุมมองของผู้ปกครอง มันดีกว่าที่โยนเด็กให้ไปนั่งงงๆในมหาลัย ยังดีกว่าส่งเด็กไปเรียนโรงเรียนกีฬา

 

ในยุคสมัยนั้นผู้คนเลยยอมรับผู้คนที่อยู่ในโรงเรียนกีฬาว่าเป็นพวกร่างกาย

กาลเวลาผ่านไป ระบบการสมัครงานเเบบเก้าก็ถูกยกเลิกไป เเต่โรงเรียนกีฬาก็ยังคงได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆอยู่เพราะว่าเบี้ยเลี้ยงค่าอาหาร สำหรับคนที่อยู่ในเขตุพื้นที่ๆยากจน การที่โรงเรียนรองรับค่าอาหารเป็นสิ่งที่ดึงดูดมาก

 

20ปีที่เเล้ว ตอนที่จำนวนนักเรียนที่สามารถเข้าโรงเรียนขั้นสูงได้ยังมีจำกัด นักศึกษามหาลัยก็ยังคงเป็นของหายากเเละล้ำค่า คนทั่วไปก็ยังสามารถหางานดีๆได้โดยเเค่จบที่โรงเรียนเฉพาะทางเเละด้วยการขยายจำนวนการรับสมัครม.ปลายมันทำให้คนสอบเข้ามหาลัยง่ายตามไปด้วย นี้ยิ่งทำให้โรงเรียนกีฬายากที่จะอยู่รอด เด็กปริญญาโท หรือเเม้เเต่ปริญญาเอกก็ยังหางานไม่ได้เลย เเค่เด็กจากโรงเรียนเฉพาะทางจะไปทำอะไรกินได้

 

ผู้ปกครองก็คาดหวังให้ลูกได้งานดีๆไม่ใช่ไปเป็นเเรงงานเเบกหาม โดยเฉพาะตอนที่พยายามทุกทางที่จะส่งลูกตัวเองไปเรียนสูงๆ ค่าความเป็นอยู่ของชีวิตคนสูงขึ้นเเล้วก็คงไม่มีใครเข้าโรงเรียนกีฬาเพื่อทำลายอนาคตตัวเองเเลกกับอาหารหรอก

 

เเล้วด้วยสถานการณ์เเบบนี้ โรงเรียนกีฬาทั่วประเทศจึงถูกต้อนให้จนมุม โรงเรียนชื่อดังที่บ่มเพาะนักกีฬาตัวท๊อปก็ดีไปเพราะพวกนั้นมีเงินสนับสนุนจากรัฐบาล พวกคนที่ทำงานอยู่ในโรงเรียนกีฬาในโหยวฮาว ที่เเทบไม่มีใครรู้จัก ทำได้เเค่ดิ้นรนเอาชีวิตรอโดยการกินเงินเดือนเเล้วก็หาเช้ากินค่ำไป

 

เเต่ถึงอย่างงั้นครู่ใหญ่ลู่ก็ไม่ได้ดิ้นอะไรชีวิตมากมากกำตำเเหน่งใหม่ของเขา เขากระตือรือร้นที่จะเเสดงความสามารถของเขาเอง นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงนำเรื่องที่จะปลูกฝังให้นักเรียนม.ปลายกลายเป็นนักเรียนความสามารถกีฬากับบริษัทต่างๆ ด้านหนึ่งคือเขาได้เงินจากส่วนนี้ ส่วนอีกด้านเเละสำคัญมากคือมันจะทำโรงเรียนมีชื่อเสียงได้

 

ในออฟฟิศของเขา ครูใหญ่ลู่กำลังถือเอกสารอยู่ในมือ ที่เป็นประกาศของการทดสอบนักกีฬาเเห่งชาติ ผอ.เฉาเหล็นฮาวปฏิบัติตัวต่อหน้าครูใหญ่ลู่เหมือนกำลังตั้งใจฟังคำพูดของท่านผู้นำ

 

ลู่เคลียร์ลำคอ เเล้วพูด "การทดสอบนักกีฬาเเห่งชาติครั้งนี้กำลังจะเริ่มขึ้น มันเป็นเรื่องธรรมดาก็จริง เเต่ปีนี้หน้าที่ของคุณมันยิ่งใหญ่กว่านั้น ไม่ใช่เเค่พาเด็กจากโรงเรียนของเราไปสอบ เเต่พาเด็กที่เรียนคลาสฤดูร้อนของเราไปด้วย การฝึกวิ่งเร็ว100เมตรเป็นยังไงบ้าง คุณคิดว่าจะมีซักกี่คนที่ผ่านการสอบนักกีฬาเเห่งชาติลำดับ2ได้"

 

“การฝึกกำลังจะจบลงครับ ตามผลประเมินภายในที่ออกมา อย่างน้อย 1ใน3ของนักเรียนทั้งหมดจะไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ครับ นักเรียนบางส่วนจะอยู่บริเวณเส้นผ่าน ถ้าเกิดพวกเขาฟอร์มดีก็อาจจะผ่านได้ครับ”เฉาเหล็นฮาวพูด

 

“1ใน3มันยังน้อยเกินไป ต้องให้ได้ผ่านอย่างน้อยครึ่งนึง แบบนั้นค่อยดีขึ้นหน่อย นั้นจะทำให้คลาสฝึกของเราดูน่าจูงใจมากขึ้นแล้วทำให้เด็กม.ปลายทุกคนเชื่อว่า เรามีความสามารถมากพอที่จะพัฒนาความสามารถทางกีฬาของนักเรียน แล้วก็จะทำให้พวกผู้ปกครองส่งเด็กมาเรียนมากขึ้น” ครูใหญ่ลู่หยุดซักวินึงแล้วพูดต่อ “อีกอย่าง ผมได้รับข้อมูลสำคัญมากๆมา เกี่ยวกับการสอบ หัวหน้ากรรมการคุมสอบคือ โค้ชหยู่จิน เฉิน เขาจะถูกส่งมาจากสำนักงานเขตจากมหาวิทยาลัยทางกีฬาของเขตพื้นที่ เขาเป็นคนที่เข้มงวดและเที่ยงธรรมมาก”

 

“โค้ชหยู่จิน เฉินหรอครับ คนที่ฝึกให้นักกีฬาทีมชาติหลายคนมาแล้วนั้นเหรอครับ เขาเป็นโค้ชกีฬากรีฑาตัวท๊อปในเขตเรานี้ครับ” เฉาเหล็นฮาวเคยได้ยินชื่อของเขามาก่อน

 

“ใช่ เขานั้นละ ที่สำคัญกว่านั้น เขามีที่ว่า2ที่มหาลัยกีฬาประจำเขต มหาลัยละที่ นั้นหมายความว่า เขาสามารถเลือกนักเรียน

 

2คนที่จะไปเข้าสอบได้"ครูใหญ่ลู่เปลี่ยนโทนเสียง แล้วพูดต่อ “เราต้องได้อย่างน้อย1ที่จาก2นั่งในมหาลัยกีฬา

 

“คุณกำลังจะหมายความว่าเราควรจะขอให้นักเรียนที่เรียนคลาสฝึกซัมเมอร์กับเราให้เข้า1ที่ในนั้นเหรอครับ”เฉาเหล็นฮาวถาม

 

“ใช่ มันเป็นเรื่องสำคัญมากๆสำหรับโรงเรียนกีฬาของเรา ถ้าเราสามารถทำให้1ในเด็กของเราเข้าไปอยู่ในมหาลัยนั้นได้ มันก็จะยืนยันกับสังคมถึงความสามารถในการทำให้เด็กเข้าไปอยู่ในมหาลัยได้ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นโรงเรียนเฉพาะทาง! แล้วในเมื่อโรงเรียนม.ปลายในเมืองรู้ว่ามี1ในเด็กของเราสอบเข้าได้ พวกนั้นก็จะยินดีที่จะได้ร่วมงานกับเราแน่ๆ” ครูใหญ่ลู่บอก

 

เฉาเหล็นฮาวลังเล เพราะเขาไม่สามารถรับปากและให้คำตอบได้ทันที นั้นทำให้ครูใหญ่ลู่กังวล เขากรอกตาแล้วเปลี่ยนเรื่อง

 

“เทอมที่แล้วมีอดีตรองประธานของเราเกษียณอายุออกไป ทำให้ตอนนี้เรามีที่ว่าง พวกคนในสำนักงานถามความเห็นของฉันถึงชื่อของผู้ที่เหมาะสมจะเข้ารับตำแหน่งรองประธาน แล้วฉันก็คิดว่า ประสบการณ์เป็นเรื่องสำคัญ ความสามารถและผลงานก็สำคัญเช่นกัน ผอ.ฮาว ผมมีความคาดหวังในตัวคุณสูงนะ แต่คุณก็ต้องทำงานอย่างหนักแล้วก็ทำผลงานด้วย นั้นจะทำให้คุณโน้มน้าวใจคนอื่นแล้วก็เป็นเหตุผลที่จะทำให้ผมแนะนำคุณขึ้นไป”

 

ถึงแม้ว่าครูใหญ่จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่เฉาเหล็นฮาวก็เข้าใจที่เขาจะสื่อ ไม่ว่าเขาจะสามารถทำให้เด็กได้โควตาการเข้ามหาลัยได้หรือไม่ การได้รับตำแหน่งรองประธานของเขาก็ขึ้นอยู่กับเรื่องนี้

 

หลังจากตัดสินใจแล้ว เฉาเหล็นฮาวก็พูดออกไปทันที “ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะรับผิดชอบเรื่องคลาสฝึกฤดูร้อนเองครับ เราต้องได้โควต้าสมัครเข้ามหาลัยครับ!

 

จบบทที่ ตอนที่28 โควตารับเข้าเรียนแบบอิสระ

คัดลอกลิงก์แล้ว