เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่15 พวกอ้วนทำคะแนน

ตอนที่15 พวกอ้วนทำคะแนน

ตอนที่15 พวกอ้วนทำคะแนน


การให้คะแนนสำหรับการสอบสมรรถนะเข้าม.ปลายนั้น จะแตกต่างไปในแต่ละเขต ไต้หลี่รู้ว่านักเรียนของเขาจะได้2คะแนนทุกๆที่ดึงข้อได้1ครั้ง ก่อนครั้งที่6 ซึ้งก็คือ12คะแนน นั้นนับว่าสอบผ่าน แต่หลังจากนั้น จะเหลือคะแนนเพียง1คะแนต่อการดึงข้อ1ครั้ง นั้นหมายความว่า ถ้าผู้เข้าสอบอยากได้คะแนนเต็ม20คะแนน เขาต้องทำให้ได้14ครั้ง ระบบการให้คะแนนแบบนี้จึงทำให้ผู้เข้าสอบทำคะแนนเต็มได้ยากมากในกีฬาดึงข้อ

 

พูดถึงความยาก การดึงข้อ14ครั้งเนี่ย มันยากกว่าดึงข้อ6ครั้งเยอะมาก ผู้เข้าสอบต้องเก่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดเพื่อให้เปลี่ยนจาก6ครั้ง เป็น14ครั้ง แต่ถึงอย่างงั้น ไม่ว่าจะพยายามเก่งขึ้นแค่ไหน แต่ผลที่ได้มันได้เพิ่มมาแค่8คะแนน เพราะงั้น เด็กที่เก่งๆมักไม่ทำให้ได้ถึง14ครั้ง พวกนั้นมักจะพอใจกับคะแนน16หรือ17คะแนน ซึ่งมันแค่ดึงข้อ10ครั้งหรือมากกว่าหน่อยๆ เอาจริงๆเด็กส่วนมากต้องการแค่ผ่าน

 

อาจารย์ฉางกับอาจารย์อยากทำหน้าที่เป็นผู้คุมสอบมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังเห็นนักเรียนน้อยคนมากที่ดึงข้อจบสกอร์ที่14ครั้ง เอาจริงๆ แค่10ครั้งก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว เพราะเด็กหลายๆคนสอบไม่ผ่านด้วยซ้ำ ผู้เข้าสอบอ้วนเท่าเสี่ยวหมิงฮวงถูกเดาว่าต้องสอบตกอย่างแน่นอนในสายตาของผู้คุมสอบ แค่ดึงข้อ4ครั้งก็นับว่าเก่งแล้วสำหรับคนอย่างเขา แต่ถึงอย่างงั้น เขากลับทำได้มากกว่า10 แน่นอนว่ามันทำให้คนคุมสอบ2คนนั้นช๊อกกันไปตามๆกันที่ได้เห็นคะแนนเต็ม

 

มันก็จริงอยู่ที่โค้ชมืออาชีพเฉาเหลียงฮาว นั้นเก่งกว่าครูพละคนอื่นๆ เขาควรค่ากับคำว่า“โค้ชมืออาชีพ”อย่างปฏิเสธไม่ได้ ดูจากที่เขากล้ารับปากกับเสี่ยวหมิงฮวงว่าจะทำให้เขาดึงข้อได้6ครั้ง ขณะที่ผู้คุมสอบ2คนมองว่ายังไงก็ได้แค่4 แต่โชคไม่เข้าข้างมั้ง2ฝั่งเพราะ ดันไปเจอกับไต้หลี่ ไอ้คนที่มีระบบช่วย(โกง)ช่วยเขาอยู่ ยิ่งถ้าให้เขาไปแข่งกับครูพละม.ต้นคนอื่นนะ ผลที่ออกมา เขาชนะเห็นๆเลย

 

 

ระหว่างการสอบที่จัดขึ้นโดยโรงเรียนม.ต้นในเครือมหาวิทยาลัย การทดสอบกระโดดไกลก็กำลังดำเนินต่อไป บิ๊กแมค กงกงวู ตอนนี้อยู่ที่หน้าบังเกอร์เรียบร้อยแล้ว

 

“เด็กสมัยนี้มันกินเยอะไปแล้ว! ดูเขาสิ ทำอีท่าไหนถึงได้ตัวใหญ่ได้ขนาดนั้นละเนี่ย ต้องกินเนื้อเท่าไรถึงต้องหนาขนาดนั้น? พ่อแม่เขาต้องมีส่วนรับผิดชอบกับความอ้วนของเขา มันไม่ดีกับสุขภาพเขาเลย!”

 

ระหว่างที่ผู้คุมสอบกำลังติเตียนพ่อแม่ของของเขากันเองอยู่นั้น กงกงวูก็เริ่มเหวียงแขนเตรียมกระโดดแล้ว

 

ผมว่ามันเกณผ่านอาจจะยากเกินไปสำหรับเขา เพราะเขาต้องโดดไกลกว่า1.85เมตรเลยนะ ดูจากน้ำหนักตัวของเขาเเล้ว ผมคงได้เเต่หวังว่าให้เขาโชคดี ผมเดาว่าเขาน่าจะโดดได้ซัก1.80หรือ1.70เมตร หรือไม่ก็1.6เมตร เเต่นั้นมันเกณต่ำที่สุดเเล้วนะ ถ้าเขาได้น้อยกว่านั้นเขาจะได้0คะเเนน"

 

ผู้คุมสอบมองกงกงวูด้วยสายตาเป็นห่วง เขาเห็นอกเห็นใจสุดๆ กลัวว่ากงกงวูจะได้น้อยกว่าเกณที่กำหนดไว้คือ1.6 เเล้วก็ได้0คะเเนน กงกงวูจิกจมูกเท้าของเขาลงที่พื้น เเล้วดันสุดเเรง กระโดดทะยานขึ้นอากาศ

 

" หื้ม การเคลื่อนไหวของเขาดูดีนี้" ผู้คุมสอบคิด ความยืดหยุ่นของกงกงวูทำเอาผู้คุมตกใจถ้าเทียบกับขนาดตัวของเขา

 

กงกงวูงอเข่าเก็บเข้าช่องท้อง เเล้วยืดเเข้งเพื่อรักษาสมดุล ก่อนจะเเลนด์ดิ้งลงพื้นกะบะทรายที่ไล่ตัวเลขไปตั้งเเต่คะเเนนต่ำสุดคือ1.6ไล่ไปถึงคะเเนนสูงสุดคือ2.5อย่างสวยงาม ตัวเลขวัดหยุดที่2.5เพราะมันเต็มที่2.5

 

ส้นเท้าของกงกงวู ผ่านเส้น2.5เมตรพอดี

 

"เขาโดดข้ามเส้น2.5เมตร --เขาได้คะเเนนเต็ม!" หน้าผู้คุมสอบเต็มไปด้วยความตกใจ เเล้วดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง เขาไม่คิดมากก่อนว่าบิ๊คเเมคที่น้ำหนักเกือบ90กิโลนั้นจะโดดได้ไกลกว่า2.5เมตร ตามตารางคะเเนนของการสอบสมรรถภาพทางร่างกายเข้าม.ปลายที่เมืองโหยวฮาว คะเนนเต็มสำหรับการกระโดดไกลชาย จะอยู่ที่2.5เมตร ความเป็นจริงเเล้วมันก็เป็นเรื่องยากอยู่เเล้วที่เด็กม.3จะโดดได้เกิน2.5เมตร คะเเนนเฉลี่ยในเด็กอายุเท่าเขาจะอยู่ที่2.2เมตร มันยากอย่างเหลือเชื่อที่จะฝึกให้โดดได้ไกลกว่า2.35 เด็กส่วนมากโดดได้ไม่มีทางโดดได้เกิน2.4เมตรถ้าไม่ได้การฝึกจากโค้ชมืออาชีะ

 

2.35เมตรได้17คะเเนน 2.4เมตรได้18คะเเนน 2.45เมตรได้19คะเเนน นักเรียนส่วนมากคะเเนนจะอยู่ที่16-18ในการกระโดดไกล สำหรับคนที่ได้20เต็มนั้นจะเป็นพวกมีพรสวรรค์ทางร่างกายดีเยี่ยม หรือไม่ก็มีความสามารถทางกีฬา มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้คนอย่างกงกงวูได้คะเเนนเต็ม เเต่เขาก็ทำมันไปเเล้ว10นาทีต่อมากงกงวูไปโผล่อยู่ที่ฐานทดสอบการวิ่ง1000เมตรเเล้ว

 

...

 

ตรงเส้นชัยมีผู้คุมสอบจำนวนกนึ่งกำลังนั่งอยู่ใต้ร่มเงา คนวัยกลางคนอายุ40ถือกระติกน้ำเทน้ำชาให้พวกเขา

 

"อาจารย์ฮวง ดื่มน้ำชาหน่อยซิครับ เเล้วก็อาจารย์ซุน ดูซิครับ ใบชาของคุณเริ่มไม่มีสีเเล้วนะ มา ให้ผมเทให้อีกเเก้วซิ! อาจารย์ไค ให้ผมเติมน้ำชาให้นะครับ..."

 

คนวัยกลางคนที่กำลังรินน้ำชาคืออาจารยฟืพละชื่อช่วนฟู๋ เหลียว จากโรงเรียนม.ต้นในเครือมหาลัยทั่วไป

 

ด้วยความที่ผู้คุมสอบนั้นจะถูกส่งมากจากเมืองที่ไม่ได้เห็นข้อสอบก่อนก็จริง เเต่ถึงอย่างพวกเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจไม่ทำอะไรเลย พวกเขามีหน้าที่เป็นสวัสดิการ เช่นดูเเลเรื่องอาหารการกิน น้ำดื่มของผู้คุมคนอื่นๆ

 

การพักผ่อน เเละอื่นๆ พวกนี้ต้องทำโดยอาจารย์ในโรงเรียนนั้นๆเอง นั้นทำให้ช่วนฟู๋ เหลียวมาในพื้นที่การสอบ พร้อมกับทำตัวเป็นคนใจดีเเล้วรินน้ำชาให้ผู้คุมคนอื่น

 

เขามีเเรงจูงใจในการเป็นคนใจดีเเบบนี้ด้วย เขาหวังว่าผู้คุมคนอื่น จะให้เด็กนักเรียนพวกนี้ผ่านไปง่ายๆบ้าง เพราะยิ่งคะเเนนเด็กพวกนี้มากเท่าไร ภาพลักษณ์ของเขาในการสอน ก็จะดีขึ้นเท่านั้น เเล้วเขาก็ยังจะมีโอกาศเลื่อนตำเเหน่งเเล้วก็ได้คำนำหน้าเท่เท่ด้วย

 

การคำนวนเวลาของกีฬาวิ่ง1000เมตรนั้นขึ้นอยู่กับนาฬิกาในมือของผู้คุม เมื่อคำนวนโดยใช้มือเเบบคล่าวเเล้วส่วนมาก มันจะมีค่าคาดเคลื่อนเล็กน้อยอยู่เเล้ว ถ้าผู้คุมหยุดเวลาก่อนหน้าซัก1-2วิละก็ ผลการสอบของนักเรียนก็จะดีขึ้น การคาดเคลื่อนเเบบนี้ได้รับการอนุญาติโดยไม่นับว่าเป็นการโกง ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้คุมสอบเเสดงความเมตตาเเล้วกดปุ่มก่อนซัก1วิ เวลาที่นักเรียนทำได้ ก็จะเปลี่ยนเเปลงจาก3นาที42วิกลายเป็น3นาที40วิ 50มิลลิวิ เเละเพราะว่าผู้คุมสอบมักจะตัดเอาทศนิยมที่น้อยกว่าวินาทีลงไป ทำให้ผลที่ออกมา เป็น3นาที40วิ หมายความว่านักเรียนได้คะเเนนเพิ่ม1คะเเนน

 

มันไม่มีโอกาศเเบบนี้เกิดขึ้นเลยถ้ามันเป็นพวก ดึงข้อหรือกระโดดไกล ดังนั้น ช่วนฟู๊เหลียวเลยตัดสินใจที่จะอยู่เเถวลานวิ่ง1000เมตร เเล้วก็ทำตัวเป็นเด็กเสริฟ ทำตัวเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟชา เเถมยังเตรียมขนมกับผลไม้มาช่วงพักเบรก เเล้วก็หวังว่าพวกผู้คุมจะเเสดงความเมตตาให้กับเด็กๆ

 

เเน่นอนว่าการกระทำเเบบนี้ มันชัดเจนสำหรับทุกคนว่ากำลังสื่อถึงอะไร หัวหน้าผู้คุมเลยพูดอย่างสุภาพ "อาจารย์เหลียว หยุดเเจกน้ำเเจกท่าเเล้วให้ไปพักเถอะครับ! คุณยังไม่ได้พักกินน้ำมาตั้งเเต่เที่ยงเเล้ว"

 

"ผมไม่ได้เหนื่อยซักหน่อย หัวหน้าฮู หน้าที่ของผมคือจัดหาบริการที่ดีที่สุดสำหรับพวกอาจารย์ทุกคน"

 

ช่วนฟู๊เหลียว ยิ้มเเล้วกล่าว

 

"อาจารย์เหลียวพยายามหนักมากเลยซินะครับ ผมดูได้จากคะเเนนของผู้สอบ คุณต้องมีความสามารถในการสอนสูงมาก"

 

หัวหน้าฮูพูดต่อ "ดูกลุ่มนั้นซิ ได้คะเเนนตั้ง3คนจาก12คน ถือว่าทำได้ดีทีเดียว"

 

"คะเเนนเต็ม3คน?" รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้าของเหลียว

 

การที่จะได้คะเเนนเต็มในการวิ่ง1กิโลนั้น ต้องเข้าเส้นชัยภายใน3นาที40วิ ซึ่งเอาจริงๆมันเกินความสามารถของเด็กม.ต้นส่วนมากรวมถึงผู้ใหญ่ สำหรับเด็กม.ต้นที่ยังโตไม่เต็มวัย การที่วิ่งได้ถึง3นาที40วิ ถือว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ ปรกติเเล้วจะมีเเค่คนเดียวในกลุ่มที่จะได้คะเเนนเต็ม ฉะนั้นการที่ได้คะเเนนเต็มกันถึง3คนในทีมเดียวกัน ถือว่าเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ

 

ช่วนฟู๊เหลียวทำได้แต่มองผลคะแนนของนักเรียนบนแลปท๊อป อาจารย์ฮูไม่ได้พยายามจะปกปิดมัน แถมยังให้เขาดูคะแนนอีก มันไม่มีความจำเป็นต้องปิดคะแนนนักเรียนของอาจารย์เองหรอก

 

“นักเรียน3คนที่ได้คะแนนเต็มคือ มันซอง ต้าไฮเชิน แล้วก็กงกงวู! กงกงวูเนี่ยนะ ใช่เด็กนักเรียนห้อง3ที่อ้วนที่สุดในโรงเรียนรึเปล่า ไม่มีทางที่เขาจะได้คะแนนเต็มนี้ มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ!”

 

ติดตามเพจได้ที่ almighty coach

จบบทที่ ตอนที่15 พวกอ้วนทำคะแนน

คัดลอกลิงก์แล้ว