เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่7 โน้มน้าวใจ

ตอนที่7 โน้มน้าวใจ

ตอนที่7 โน้มน้าวใจ


“หนึ่ง สอง สาม สี่ แม้แต่หัวมันอ้วนก็ยังดึงข้อได้4ครั้ง!”

 

“แถมเขายังไปได้ครึ่งทางของครั้งที่5แล้วด้วย ถ้าเขาพยายามหนักกว่านี้หน่อย เขาอาจจะทำได้ก็ได้!”

 

เสี่ยนหยี่ซูลงจากบาร์โหนหลังจากจบการดึงข้อครั้งที่4 เขาหมดแรงระหว่างการดึงครั้งที่5แต่เขาทำได้ครึ่งทางแล้ว แต่นั้นก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้วพ่อแม่คนอื่นไม่ค่อยรู้สึกทึ่งแล้ว เพราะเขาเห็นของเสี่ยวหมิงฮวงมาแล้ว

 

คนที่อายมากที่สุดตอนนี้น่าจะเป็นแม่ของเสี่ยนหยีซู  นาทีที่แล้วเธอยังบอกว่าไต้หลี่จ้างหน้าม้าแต่ตอนนี้ ลูกของเธอเองดึงข้อไปได้4ครั้งครึ่ง มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เธอเองจะกลายเป็นหน้าม้าซะเอง

 

พ่อแม่พวกนั้นรู้ดีว่าเด็กอย่างเสี้ยนหนีซูปรกติแล้วไม่มีทางดึงได้แม้กระทั้งครั้งเดียวด้วยความสามารถของเขา แต่ตอนนี้มันน่าเหลือเชื่อเพราะเขาดึงได้4ครั้งครึ่งในการฝึกเพียงแค่วันเดียว นั้นเป็นหลักฐานที่แน่นหนาว่าความสามารถในการฝึกของไต้หลี่นั้นดีจริง

 

“ลูก ทำได้กี่ครั้ง?” หนึ่งในพ่อแม่ถามลูกด้วยเสียงเบา

 

“ผมก็ทำได้4ครั้งเหมือนกัน” ลูกตอบ เขาดูภูมิใจในตัวเอง

 

พ่อแม่คนอื่นๆก็เริ่มถามเหมือนกัน และก็ดูจะพอใจในคำตอบที่ได้กลับมาเหมือนกันหมด

 

ตอนนี้พ่อแม่ทุกคนมองไต้หลี่เปลี่ยนไปหมด จากที่เคยดูถูกตอนนี้กลับกลายเป็นเชื่อใจและชื่นชม ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที ไต้หลี่ยังถูกมองว่าเป็นเด็กเรียนยังไม่จบที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยในสายตาพวกเขา ตอนนี้เขาเหมือนปรมาจารย์ด้านการฝึก

 

การเปลี่ยนสีหน้าของผู้ปกครองทุกคนไม่รอดพ้นสายตาของไต้หลี่ เขาเริ่มพูด “พวกคุณคงคิดว่าผมเด็กเกินไปแล้วไม่มีประสบการณ์ – นั้นทำให้ผมอาจจะด้อยกว่าคนอื่นในเรื่องการฝึก แต่ถึงอย่างงั้น การฝึกกีฬาไม่ได้เกี่ยวกับอายุหรือประสบการณ์เสมอไป ผลการฝึกมันเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากกว่า ยิ่งการฝึกมาวิทยาศาสตร์มาเกี่ยวข้องมากเท่าไร ก็ยิ่งได้ผลการฝึกที่ดีมากกว่าแบบที่ไม่มีวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว แล้วผลที่ออกมามันก็จะตามหลัง มันทำให้ความสามารถทางกีฬาถดถอย ถ้าแย่ไปกว่านั้นนักกีฬาอาจจะบาดเจ็บได้”

 

“คณะที่ผมเรียนคือการฝึกกีฬา นั้นรวมไปถึงคอสการฝึกทางวิทยาศาสตร์ เอาความจริงคือ การฝึกทางวิทยาศาสต์ที่ผมเรียนในมหาลัยมันก็นับเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง มันสรุปประสบการณ์ความสำเร็จทั้งหมดแล้วช่วยให้ผมซึมซับสาระสำคัญแล้วเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปหลังจากคัดเลือกแล้วจัดเรียงแล้ว เขาก็เอามาใส่หนังสือให้เราเรียน”

 

ไต้หลี่หายใจออกลึกๆหลังจบการพูด พวกพ่อแม่ผยักหน้าแล้วเข้าใจและเห็นด้วยกับมุมมองของไต้หลี่

 

แม่ของเสี่ยนหยีซูตอบโต้เป็นคนแรก “โค้ชหลี่ก็พูดถูกนะ มีโค้ชในทีมกีฬาตั้งหลายคนที่สอนอยู่20-30ปีโดยที่ยังเรียนไม่จบม.ปลาย เมื่อมันเป็นวิทยาศาสตร์การฝึก เราควรมองหาเด็กหนุ่มที่พึ่งจบมหาลัยดีกว่า”

 

บางทีเธออาจกำลังแก้ต่างในสิ่งที่เธอเคยพูดกับไต้หลี่เรื่องหน้าม้าก็ได้ แม่ของเสี่ยนหยีซูเปลี่ยนทัศนคติเพื่อแสดงความจริงใจของเธอและเป็นคนแรกที่สนับสนุนไต้หลี่

 

ไต้หลี่รู้สึกมันจวนถึงเวลาที่เขาต้องไปแล้ว เขาพูดว่า”โอเคทุกคนครับ ตอนนี้มันก็ดึกพอสมควรแล้ว ถ้าพวกคุณยังอยากถอนตัวจากคลาสนี้ ก็ไปที่ออฟฟิซของTalent Educationได้เลยนะครับ ที่นั้นจะมีคนคอยรับเรื่องของคืนเงินอยู่ แต่ถ้าพวกคุณอยากจะอยู่ต่อในคลาสผม ก็มาที่นี้ในวันพรุ่งนี้ตามเวลา

 

ถอนตัวจากคลาส? คืนเงิน? เมื่อไม่กี่นาทีก่อนมันเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองพวกนี้ต้องการ แต่ตอนนี้คงจะมีแต่คนโง่ที่จะยอมออกจากคลาสตอนนี้”

 

“ไม่! เราไม่มีทางออกจากลาสนี้หรอกครับ! ผมคงวางใจได้ถ้าลูกชายผมได้เรียนกับโค้ชหลี่” พ่อของเสี่ยวหมิงฮวงลูบอกแล้วพูด

 

“เราจะออกจากคลาสได้ยังไง ในเมื่อมีโค้ชที่เยี่ยมยอดอย่างโค้ชหลี่อยู่ทั้งคน โปรดดูแลลูกชายดผมด้วยนะครับ”

“โค้ชหลี่ ตีลูกชายฉันได้เลยนะคะถ้าเขาทำอะไรผิด”

 

 

เจียนกั๋วเฉินนั่งมองนาฬิกาที่กำแพง นี้มันก็2ทุ่มแล้ว ทำไมถึงยังไม่มีใครมาขอคืนเงินอีก

 

“เกิดอะไรขึ้นละเนี่ย มันควรจะมีพ่อแม่หลายคนมาขอคืนเงินซิ พวกนั้นไปไหนหมดเนี่ย? หรือว่ารถจะติด ไม่น่าใช่นะ ที่นี้มันใกล้พอที่จะให้เดินมาได้ด้วยซ้ำ”

คุณเฉินพึมพำกับตัวเอง ไต้หลี่เป็น1ในคนที่คุณเฉินโทษเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้าไต้หลี่มีประสบการณ์ในการทำงานมากพอ เขาควรจะรู้ว่าต้องโทรหาเจียนกั๋วเฉิน อย่างน้อยเลยก็น่าจะบอกว่าทำไมเรื่องมันถึงช้าอย่างงี้ หรือไม่ก็อธิบายเรื่องที่ที่ทำไมพวกผู้ปกครองถึงไม่มาขอคืนเงินแล้ว หรือไม่ก็โทรมาขอคำยืนยัน แต่ถึงอย่างงั้นประสบการณ์การทำงานของไต้หลี่เกือบจะเป็น0 เขาน่าจะกลับบ้านแล้วหลังจากแก้ปัญหาเสร็จโดยที่ไม่บอกให้คุณเฉินรู้ นั้นทำให้เจียนกั๋วเฉินรอเป็นชั่วโมง

 

“หรือว่าเจ้าหลี่มันอธิบายพวกผู้ปกครองไม่เคลียร์เนี่ย”คุณเฉินไม่รออีกต่อไป เขาเลยโทรไปหาไต้หลี่”

 

ฮัลโหล คุณหลี่ นี้เจียนกั๋วเฉินนะ คุณได้บอกผู้ปกครองที่ต้องการจะขอคืนเงินว่าให้เอาใบเสร็จมาด้วยรึเปล่าครับ? บอกเหรอครับ? เเล้วทำไมถึงไม่มีคนมาเลยละครับ? อะไรนะ? พวกเขาไม่มาขอคืนเงินเเล้ว? ทั้งหมดเลยเหรอ? ทำไมละ? พวกเขาพอใจกับผลการฝึกของคุณเหรอ? คุณพูดว่าพวกเขาพอใจที่จะอยู่เเละฝึกกับที่นี้ต่อไปหรอ?"

 

เจียนกั๋วเฉินวางสาย เเต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ยังไม่เข้าใจกับสถานะการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ในใจเขายุ่งเหยิงเเล้วก็ดูมึนงงอยู่

 

"อะไรนั้น? พวกนั้นพอใจกับผลการฝึกงั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไง ไต้หลี่มันร่ายมนตร์ใส่พวกนั้นหรืออะไร?"

 

...

 

วันต่อมาวันจันทร์เเละเพราะว่านักเรียนทุกคนไปโรงเรียนช่วงเช้า การฝึกจึงเริ่มขึ้นในเวลา17.30 เเละจะจบในเวลา19.30 เป็นเวลา2ชั่วโมง

 

นักเรียนทุกคนมาถึงตามเวลาที่กำหนด ไต้ลี่ได้เปลี่ยนเเผนการฝึกวันนี้ เพราะวันก่อนดึงข้ออย่างเดียวทั้งวันไปเเล้ว เเต่ถึงอย่างงั้น มันก็ไม่ใช่อย่างเดียวที่สอบ นักเรียนทุกคนต้องสอบทั้งกระโดดไกลเเละวิ่ง1000เมตรด้วย

 

ไต้ลี่ตัดสินใจที่จะสลับระหว่างการฝึกทั้ง3นี้ การดึงข้อส่วนมากใช้เเรงของกล้ามเนื้อส่วนบน ขณะที่การกระโดดไกลใช้พลังของกล้ามเนื้อส่วนขา ทั้ง2กิจกรรมนี้ไม่ได้มีผลข้างเคียงต่อกัน

 

ส่วนวิ่ง1000เมตรในกีฬาวิ่งเเข่งนับว่าจัดอยู่ในหมวดวิ่งระยะกลาง ซึ่งจะทดสอบความอึด เอาจริงๆเเล้วต้องเป็นการวิ่งระยะไกลถึงจะทดสอบความอึดเเต่สำหรับความสามารถทางร่างกายของนักเรียนม.ต้น 1000ก็นับว่าไกลมากพอเเล้ว

 

ไต้หลี่จะไม่ปล่อยให้การฝึกครั้งนี้หลุดมือ เขาจบจากคณะการฝึกกีฬา ดังนั้น เขามีความรู้พื้นฐานที่จำเป็นเเละสกิลในการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ ผลต่อกีฬาต่างๆที่มีต่อร่างกาย การฝึกร่างกายขั้นสูง นั้นมากเกินพอสำหรับเขาที่จะใช้ฝึกนักเรียนม.ต้น

 

ภายในออฟฟิศลงทะเบียนของสถาบันSA Education ข้างหน้าผู้จัดการลงทะเบียน มีผู้ชายวัยกลางคนนั่งอยู่ เขาสูงโดยประมาณเเละมีผิวสีเเทน เขามีตาเล็ก จมูกเเบน โครงกรามที่เหลี่ยม ง่ายๆว่าหน้าตาไม่ได้หล่อ คนๆนี้คือโค้ชเฉาเหลียง ฮาว ผู้จัดการฝ่ายลงทะเบียนยิ้มเต็มปาก เขารินน้ำชาให้โค้ชเฉาก่อนพูด

 

"โค้ชเฉาครับ คุณพูดว่าคุณจะดึงนักเรียนออกมาจากจากtalent education ในวันหลังไงครับ คลาสฝึกของเราเริ่มไปเเล้ว3-4วันทำไมนักเรียนยังไม่มาอีกละครับ"

 

"พวกนักเรียนยังไม่มาอีกเหรอครับ วันนี้ก็ไม่มีนักเรียนอีกเเล้วเหรอครับ" เฉาเหลี่ยงฮาวหยุด เเล้วถามตัวเอง

 

"เป็นไปไม่ได้หน่า! พวกผู้ปกครองทุกคนรู้เเล้วนี้ว่าเราออกมาจากtalent educationเเล้วมาอยู่ที่นี้"

 

"ผมลองสอบถามดูเเล้ว เห็นว่าtalent educationหาคนมาเเทนที่คุณหลังจากคุณออกไป เเล้วโค้ชคนใหม่คนนั้น ดูเหมือนว่าจะสามารถเกลี้ยกล่อมให้นักเรียนทุกคนอยู่ต่อได้"

 

โค้ชเฉาขมวดคิ้วหลังจากได้ยินคำของเขา เขาคิดเรื่องนี้ ก่อนจะพูด "ผมมีเบอร์ของพ่อเเม่บางคนในนั้นเซฟมาไว้ตอนลงทะเบียนเรียน เดี้ยวผมลองถามดูว่าเกิดอะไรขึ้น"

 

จบบทที่ ตอนที่7 โน้มน้าวใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว