เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Money Monster Episode XXVIII [การเตรียมใจของผู้ยิ่งใหญ่]

Money Monster Episode XXVIII [การเตรียมใจของผู้ยิ่งใหญ่]

Money Monster Episode XXVIII [การเตรียมใจของผู้ยิ่งใหญ่]


Money Monster  Episode XXVIII [การเตรียมใจของผู้ยิ่งใหญ่]

ณ มหานครอันยิ่งใหญ่มีสถานที่บางแห่งทีเหมาะแก่การเป็นที่กบดานของสิ่งมีชีวิตประหลาด ไม่ว่าจะเป็นโรงงานร้าง ห้องเก็บของลับ หรือสิ่งปลูกร้างที่ถูกทิ้งเอาไว้ เหมาะเป็นอย่างยิ่งต่อการอยู่อาศัยของสัตว์ คนไร้บ้าน และพวกหนีคดี

อมนุษย์ร่างสูงใหญ่ที่มีเกล็ดแข็งตามตัวพร้อมปล่อยเปลวเพลิงออกมานั่งอยู่ในสถานที่คับแคบแห่งหนึ่งที่มีสิ่งของถูกพังเละเทะไม่มีชิ้นดี ดวงตาคมโตคล้ายกิ้งก่าเหม่อลอยพลางพ่นแก๊สติดเชื้อเพลิงออกมาทางปากด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม

ต้องการมากว่านี้..ต้องการมากกว่านี้อีก มันยังไม่พอ อีกแค่นิดเดียว..อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น

เอี้ยด

เสียงประตูเปิดอ้าออกมาก่อนที่ผู้มาใหม่จะเข้ามา อมนุษย์ร่างสีดำค่อยๆ เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับร่างไร้วิญญาณของมนุษย์ผู้ชาย พวกมันโยนเหยื่อลงบนพื้นก่อนจะค่อยๆ  ล้มตัวนอนลงพื้นเป็นการทำความเคารพ

ท่านซาลามันเดอร์...เครื่องสังเวยค่ะ/ครับ”  กรีดชั้นเลวเอ่ยขึ้นพร้อมกันให้ซาลามันเดอร์เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ

ชิพเตอร์งั้นรึ ทำได้ดีมาก” ซาลามันเดอร์กล่าวชื่นชมก่อนจะเริ่มทำการกระซวกร่างไร้วิญญาณเพื่อนำเอาเหรียญตราอสูรที่ฝังอยู่ในหัวใจออกมา ก่อนจะคว้ามันกินเข้าไปในท้อง ร่างกายอันใหญ่โตจึงเปล่งแสงขึ้นพร้อมพลังที่เอ่อล้น

อา..ข้าสัมผัสได้ถึงพลังที่เอ่อล้น อีกแค่นิดเดียว..ข้าก็จะวิวัฒนาการ! และเข้าสู่ระดับหก

“หวังน้อยเหลือเกินนะ” เสียงปริศนาดังขึ้นซาลามันเดอร์กรอกตาไปมาเพื่อหาเจ้าของเสียง ก่อนที่บุรุษสวมชุดสีขาวจะปรากฏตัวขึ้น

                “นะ..นี่ท่านคือ!” ซาลามันเดอร์เบิกตาโพลงก่อนจะหมอบกราบแทบเท้าผู้มาเยือน เขาไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าคนผู้นี้มาก่อนแต่สัมผัสได้จากสัญชาตญาณที่ซ่อนอยู่ในตัว ว่าคนตรงหน้าคือผู้ที่บรรลุและมีศักดิ์เหนือกว่าตนไปแล้ว

“สวัสดี เธอชื่ออะไรนะ”

                “ซาลามันเดอร์ครับ”

“อืม! ซาลามันเดอร์สินะ ยินดีที่ได้รู้จัก! ฉันชื่อยูเรโนสเป็นลอร์ด”

“ลอร์ด..งั้นรึ

“ใช่” ยูเรโนสคลี่แผ่รอยยิ้มจางๆ ออกมา

“ลอร์ดคือตัวตนที่วิวัฒนาการจนถึงขั้นสูงสุด แต่ก็มีเงื่อนไขพิเศษ ใช่..ซาลามันเดอร์ สนใจทำงานให้กับฉันไหม แล้วฉันจะวิวัฒนาการให้เธอเอง”

“วิวัฒนาการ..จะไปได้เหนือกว่าระดับห้าใช่รึเปล่า”

“แน่นอนสิ หากสำเร็จฉันจะให้เธอเป็นลอร์ด”

กลายเป็นกรีดลอร์ด เหมือนกับพวกเรา

“เอาล่ะ วันนี้เราจะมาประชุมปัญหาชีวิตกัน และด้วยการที่เรารวมตัวกันครั้งแรกนอกวอลสตรีท ครอสซ์จะเป็นคนเลี้ยงมื้อเย็นให้พวกเรา” เสียงของไลท์เอ่ยขึ้นท่ามกลางโต๊ะอาหารกลางแจ้งโดยมีหนุ่มสาวอีกสามชีวิตรายล้อม

“โอ้! คุณครอสซ์ใจป๋ามากค่ะ”

“อืมๆ! เห็นด้วยเลย”

“เอ๋! ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ”

“ก็เพราะนายเจ๋งสุดยังไงล่ะ”

“ใช่แล้วค่ะ ในบรรดาพวกเราสี่คนคุณครอสซ์เป็นคนเดียวที่ได้รับข้อเสนอทาบทามนะคะ”

“ใช่แล้ว เพราะงั้นนายต้องเป็นคนเลี้ยงข้าวนะ”

“อืม..ก็ไม่ค่อยจะเข้าใจหรอก แต่เอางั้นก็ได้ ท่านครอสซ์สุดหล่อแสนเท่จะเป็นคนเลี้ยงมื้อเย็นทุกคนเอง” ครอสซ์ทำเป็นหวีผมส่องกระจกก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หล่อเหลา ส่งผลให้ทั้งสามคนแอบลอบยิ้มหัวเราะในใจอย่างชั่วร้าย

‘ตามน้ำได้ดีมากทั้งสองคน’ ไลท์คิดในใจพลางมองอีกทั้งสองคน

‘ไม่หรอกค่ะ คุณไลท์เองก็ชั่วร้ายเสมอต้นเสมอปลายเลยนะคะ’ ลูน่าปั้นหน้ายิ้มมองตาอีกฝ่ายเป็นการส่งข้อความ ราวกับกำลังแลกเปลี่ยนกระแสจิตพูดคุยกันอย่างไงอย่างงั้น

‘ไม่หรอก เธอเองก็มารยาหญิงใช่ย่อย ไปยอมันอีกสิ! ไปยอมันให้หมดตัวเลย’

‘พอเถอะน่าทั้งสองคน อย่าทำร้ายครอสซ์ไปมากกว่านี้เลย’

“เอ๊ะ? ทำไมฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกจัง อะไรเหรอๆ ทำอะไรกันที่ฉันไม่รู้อยู่รึเปล่า” ราวกับมีสัมผัสพิเศษครอสซ์มองหน้าสลับกับเพื่อนแต่ละคนและเริ่มสงสัย ทั้งสามยิ้มกลบเกลื่อนและเริ่มสั่งอาหารมาทานกัน

หลังจากการสอบจบลงทุกคนก็รอว่าจะมีข้อเสนอส่งมาทาบทามหรือไม่ แจ๊สเปอร์กับลูน่าทำใจมาทั้งนานแล้วจึงไม่ได้รับผลกระทบทางจิตใจอะไร หากเป็นไลท์ที่เหมือนดิ่งลงมาจากยอดเขาสูง ทำให้ทั้งสามเป็นห่วงเขาว่าจะผิดหวังมากหรือไม่ แต่ดูจากการแสดงทางภายนอกแล้วก็เหมือนปกติจนน่าใจหาย

แต่แม้จะไม่แสดงออกแต่ก็พอรู้ผ่านดวงตาและน้ำเสียงได้ว่าเจ้าตัวกำลังลำบาก แต่ทุกคนก็รู้ว่าไลท์เป็นคนฉลาดคงมีวิธีจัดการของเขาเองจึงไม่ยุ่งอะไรมาก ส่วนที่เซอร์ไพรส์ที่สุดย่อมเป็นครอสซ์

ครอสซ์ได้รับข้อเสนอทาบทามจากหนึ่งในองค์กรที่มาเป็นแมวมองในวันสอบ แจ๊สเปอร์แอบหาข้อมูลและได้ข้อสรุปว่าเป็นองค์กรที่ไม่เลว แต่พ่อหนุ่มคนนี้กลับตอบปฏิเสธข้อเสนอไปด้วยเหตุผลที่ว่า ‘ถ้าไม่มีฉันพวกนายคงเหงาแย่!’ จึงมานั่งเลี้ยงข้าวอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้

หลังจากที่จัดการมื้อเย็นกันเสร็จเรียบร้อยไลท์จึงเปิดประเด็นพูดคุยในทันที

“ฉันไปหาข้อมูลมา เรายังมีโอกาสที่สองอยู่”

“โอกาสที่สอง?” ทั้งสามเอ่ยขึ้นพร้อมกัน ไลท์หยิบแผ่นโฆษณากิจกรรมรุกกี้โบรกเกอรืขึ้นมาบนโต๊ะก่อนที่แจ๊สเปอร์จะหยิบไปอ่านดู

ไลท์บอกเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับรุกกี้โบรกเกอร์และคำแนะนำที่ได้รับมาจากเมซูลให้คนอื่นๆ ได้รับรู้

“สรุปคือเราต้องหาทางพัฒนาฝีมือของตนเองให้ได้ก่อนรุกกี้โบรกเกอร์จะถูกจัด และอย่าเพิ่งเชื่อถือคำชักชวนจากองค์กรอื่นสินะ”

“ใช่” ไลท์กล่าวก่อนจะคล้อยสายตาต่ำลงพลางถอนหายใจ

“พวกเราจะต้องเริ่มล่ากรีดตัวแรกให้ได้ในคืนนี้”

“คืนนี้?”

“ใช่”

“ทำไมถึงเร็วจังเลยคะ อย่างน้อยก็น่าจะให้เตรียมตัวเตรียมใจก่อน” ลูน่าเริ่มใจฝ่อเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่ประหม่า ขนาดของเทียมกว่าเธอจะจัดการได้ยังหืดขึ้นคอ จะนับประสาอะไรกับของจริงที่ฆ่าจริงตายจริง แต่แม้สาวน้อยจะแสดงท่าทีอ่อนแอออกมาแววตาของไลท์ก็ไม่ได้สั่นคลอนเลยแม้แต่น้อย

“แล้วต้องเตรียมใจอีกนานแค่ไหน?”

“....” เด็กสาวถึงกับจุกในลำคอเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่

“ถ้าเธอยังไม่เข้าใจฉันจะบอกเธอก็ได้ พวกเราไม่มีเวลาแล้ว”

“ไม่มีเวลาแล้ว..เหรอคะ”

“อืม..เรามีเวลาอยู่เจ็ดเดือน ดูเหมือนจะเยอะแต่จริงๆ แล้วมันน้อยมาก ถ้าเราชักช้าไปแม้วันเดียวเราจะถูกคนอื่นที่เหลือแซงหน้า อีกอย่าง คนที่ควรเป็นห่วงเรื่องเวลาที่สุดก็คือเธอนะ ลูน่า”

“ฉันเหรอคะ?” ลูน่าชี้มาที่ตัวเธอเองด้วยสีหน้างงงวย ดวงตาของปากเล็กๆ ของเด็กสาวเริ่มสั่นระริกด้วยความกังวล รู้สึกเริ่มกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจขึ้นมาชอบกล

“เธอยังเรียนมัธยมอยู่ใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ”

“เธอต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน กว่าจะออกจากโรงเรียนก็น่าจะสามถึงสี่โมง เวลาที่สามารถออกล่ากรีดได้คือหนึ่งทุ่มจนถึงตีห้า แต่เธอทำแบบนั้นไม่ได้ อย่างมากต้องกลับมานอนที่บ้านประมาณเที่ยงคืนถึงตีหนึ่งไม่อย่างนั้นจะอ่อนล้าตอนไปโรงเรียน เข้าใจความหมายแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ..” ลูน่าเอ่ยรับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง พอคิดตามแล้วก็พบว่ามีข้อจำกัดด้านเวลาอยู่ ตอนที่ยังอยู่ศูนย์ฝึกอบรมเธอสามารถจัดการเวลาได้เพราะมันใช้เวลาไม่มาก แต่การออกล่ากรีดไม่ใช่ มันแสดงให้เห็นว่าต้องมีวินัยเรื่องการจัดการเวลาขนาดไหน

“ฉันเองก็ลาออกจากงานพาร์ทไทม์ช่วงเย็นหมดแล้ว แล้วกำลังพิจารณาเรื่องการลาออกจากมหาลัย”

“ไลท์!” แจ๊สเปอร์โพล่งเสียงออกมาด้วยท่าทีประหลาดใจสุดขีดเมื่อได้ฟังข้อความตรงหน้า ใบหน้าของหนุ่มผมเทาฉายแววเป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่ายแบบเห็นได้ชัด แม้จะรู้จักกันมาประมาณแค่เดือนเดียวแต่ก็เริ่มมีความผูกพันกัน

ในสามคนนี้รู้แล้วว่าไลท์มีฐานะในโลกความเป็นจริงอย่างไร ทำไมถึงทำงานไปด้วยเรียนมหาวิทยาลัยไปด้วย และมันสำคัญต่อเขามาก แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังพูดว่าจะลาออกจากมหาวิทยาลัย เหมือนกับกำลังล้มเลิกความฝันของตนเองแล้วก็ไม่มีผิด

“ฉันจะกลับไปเรียนตอนไหนก็ได้ ตอนนี้ขอแค่หลุดพ้นจากMoney Monsterออกได้ก็พอ”

“แต่ว่า..”

“ฉันสืบข้อมูลมา ฉันจะหาทางทำเงินจากMoney Monsterให้ได้ การออกจากพาร์ทไทม์และมหาลัยจะทำให้ฉันมีเวลาพักผ่อนและวางแผนมากขึ้น ฉันไม่ใช่ผู้ชายที่จะทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ถ้าอยากทำอะไรสักอย่างให้ประสบความสำเร็จก็มีแต่ต้องทุ่มสุดตัว นี่คือคำสอนของปู่ฉัน”

“โอ้ว! พูดได้เยี่ยม!” ครอสซ์แหกปากออกมาหลังได้ยินคำพูดของไลท์ ทั้งลูน่าและแจ๊สเปอร์ต่างหันมามองหน้ากัน เสมือนว่าพวกเขายังอดเป็นห่วงไม่ได้

“ฉันมีเหตุผลที่จะมีความเสี่ยงไม่ได้ ถ้ายังกังวลอยู่อีกฉันจะบอกก็ได้ว่าฉันเอาชะตากรรมไปแลกกับอะไร”

“เอ๋?!” ทั้งสามส่งเสียงตกใจออกมาพร้อมกัน ตั้งแต่รู้จักกันมาก็ถามไถ่ข้อมูลส่วนตัวมามากแต่มีเรื่องนี้ที่ไม่เคยรู้มาก่อน ไลท์สูดลมหายใจเฮือกโตเข้าปอดแล้วคลี่ออกมาเป็นการผ่อนคลาย ชายหนุ่มล้วงเอาใบชำระหนี้ของMoney Monsterออกมาวางไว้บนโต๊ะ เผยให้เห็นตัวเลขยาวเหยียดจนแค่มองต้องทำตาถลนด้วยความตะลึง

“ในตอนที่ฉันเป็นชิพเตอร์ครอบครัวของฉัน พ่อ แม่ น้องชาย น้องสาวฝาแฝดถูกกรีดรุมฆ่าตายทั้งหมด ฉันเลยทำสัญญากับมาม่อน เอาชะตากรรมของฉันไปค้ำประกันคืนชีพครอบครัวทุกคน ตัวเลขเลยเป็นอย่างที่เห็น”

“คืนชีพคนถึงห้าคน..ชะตากรรมต้องมีอำนาจขนาดไหนกันนะ” แจ๊สเปอร์ถึงกับปิดปากเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์เหลือเชื่อ

“หนี้ขนาดนี้หามาใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดหรอกค่ะ”

“นั่นน่ะสิ!” ครอสซ์ผสมโรงด้วย

“ฉันไม่คิดแบบนั้น”

“...” ทั้งสามหันขวับมามองเจ้าของหนี้สินมหาศาลโดยมิได้นัดหมาย

“พูดเหมือนจะอวดดีแต่ฉันเชื่อว่าฉันฉลาดและยังเติบโตได้อีก ถึงจะใช้การ์ดคู่หูไม่ได้แต่ยังสู้ไหวอยู่ Money Monster มีวิธีหาเงินตั้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนอสังหารริมทรัพย์ สร้างองค์กรเพื่อหาผลประโยชน์ แข่งอารีน่าเดิมพันระดับสูงๆ ทุกอย่างบนโลกขอแค่มีข้อมูลและสติปัญญาก็สามารถทำเงินได้ทั้งนั้น ใช่..หนี้ของฉันต้องชำระหมดแน่  ภายในสองปีฉันจะต้องกลายเป็นโบรกเกอร์ระดับท๊อปของวอลสตรีท”

“แล้วเรื่องในโลกจริงของนายล่ะ ครอบครัวของนายต้องเป็นห่วงแน่ถ้าจู่ๆ นายลาออกจากมหาลัยไป ต่อให้ปิดบังยังไงเดี๋ยวก็โดนจับได้อยู่ดี”

“ฉันจะบอกพ่อแม่”

“!” แจ๊สเปอร์และอีกสองคนเบิกตาโพลงกว้างด้วยความตกตะลึง หนุ่มผมเทาเผลอทุบโต๊ะส่งเสียงดังปัง

“นายจะบอกเรื่องเกี่ยวกับMoney Monsterให้ครอบครัวงั้นเหรอ”

“ใช่ อย่างที่นายพูด ปิดบังไปเดี๋ยวก็จับได้ ฉันก็ต้องแถไปเรื่อยๆ ทำไปก็มีแต่จะน่าสงสัยมากขึ้น สู้บอกไปตรงๆ เลยดีกว่า”

“นายบอกว่านายคืนชีพครอบครัวใช่ไหม แล้วถ้าพ่อกับแม่รู้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้ลูกชายต้องขายชะตากรรมให้ปีศาจจนต้องตกระกำลำบาก คิดว่าพวกเขาจะรู้สึกยังไง บางทีอาจรู้สึกผิดมากจนฆ่าตัวตายเลยก็ได้”

“อะไรนะ ฆ่าตัวตายเลยงั้นเหรอ!” ครอสซ์ที่ตามบทสนทนาอยู่ห่างๆ พอได้ยินคำว่าฆ่าตัวตายก็กล่าวแทรกออกมาอย่างสนอกสนใจ ลูน่าหันมองมาที่ไลท์ด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกอึดอัดที่หน้าอกจนอยากจะอาเจียน

ชายหนุ่มผมทองคำขาวมีใบหน้าที่เรียบเฉย เคาะนิ้วบนโต๊ะสองสามทีจึงตอบลับไปว่า

“พ่อแม่ฉันไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก ถึงพวกท่านจะไม่ฉลาดแต่ก็ไม่ได้โง่ ถ้าพวกท่านเกิดฆ่าตัวตายขึ้นมาจริงๆ ฉันก็ต้องดูแลน้องชายและน้องสาวตามลำพัง ภาระของฉันจะเพิ่มขึ้นไปหลายเท่าตัวจนหาเงินมาใช้หนี้มาม่อนไม่ไหว น้องๆ ของฉันก็จะหายไปด้วย สุดท้ายก็ได้อยู่ตัวคนเดียว...แล้วฉันก็จะฆ่าตัวตายตาม”

“!!!!!!!”

“ก็เท่านี้แหละ เหตุผลที่พ่อแม่ฉันจะไม่ฆ่าตัวตาย”

“ไลท์..คงไม่ใช่ว่าถ้านายชำระหนี้ไม่ได้แล้วถูกยึดความปรารถนาคืนไป ตั้งใจจะฆ่าตัวตายหรอกนะ” แจ๊สเปอร์เอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ครอสซ์และลูน่าพร้อมใจกันหรี่ตามองมาที่ไลท์เพื่อเค้นเอาคำตอบ แต่ชายหนุ่มกลับไม่ตอบออกไปตรงๆ พลางก้มสายตาต่ำลงอีกด้วย

“ใช่จริงด้วยสินะ!”

“ไม่เห็นต้องกดดันตัวเองขนาดนั้นเลยนี่คะ!คุณไลท์ทำแบบนี้มันไม่ดีนะคะรู้ไหม คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่มีความสุขแน่ค่ะ”

“เฮ้ยๆ! อย่าทำอะไรบ้าๆ เชียวนะ มีปัญหาอะไรก็คุยกัน”

เพื่อนๆ พากันช่วยเกลี้ยกล่อม ความห่วงใยแสดงออกมาผ่านน้ำเสียงและถ้อยคำพูดอย่างชัดเจน ไลท์ได้แต่น้อมรับและหลับตาลงอย่างเชื่องช้าก่อนจะกล่าวต่อว่า

“สำหรับฉันแล้ว ครอบครัวคือสิ่งยึดเหนี่ยวหัวใจ ความฝันของฉัน ความปรารถนาของฉัน หากไม่มีพวกเขาอยู่มันก็ไร้ความหมาย”

“แต่ไลท์ ฉันยอมรับและนับถือนายมากที่ทุ่มเทให้ครอบครัวขนาดนี้ แต่เผื่อใจไว้บ้างก็ดี”

“แน่นอน..ถ้าพวกเขาจากไปตามธรรมชาติฉันก็จะไม่อาลัยอาวรณ์ แต่นี่ไม่ใช่..พวกเขาตายเพราะฉัน และฉันต้องชดใช้ที่เป็นต้นเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น”

“....”

ทุกคนไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีกเลย ความหนักแน่นและการเตรียมใจของไลท์แสดงออกมาทางคำพูด สีหน้า และอารมณ์ ชายหนุ่มในวันนี้ดูเข้มแข็งและน่ายำเกรงมากผิดหูผิดตา ทั้งที่ควรจะเศร้าโศกอยู่กับความผิดหวังแท้ๆ นี่คือสิ่งที่พวกแจ๊สเปอร์ยอมรับจากก้นบึ้งของหัวใจ

แต่ก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดีหากสุดท้ายแล้วจะต้องทำให้ชีวิตตัวเองพังทลายลง

‘เดี๋ยวก่อนนะ’ แจ๊สเปอร์เริ่มครุ่นคิด

ไลท์เป็นคนละเอียดและรอบคอบ การตัดสินใจอย่างการออกจากมหาวิทยาลัยค่อนข้างเป็นการกระทำที่สุดโต่งและเลือดร้อนเกินวิสัยของเจ้าตัวเกินไปสักหน่อย หากเป็นไลท์ยามปกติอาจก้าวถอยหลังมานิดหนึ่ง หาทางจัดการเวลาอย่างเป็นระเบียบเพื่อลดความเสี่ยงลงในระดับหนึ่ง น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่เหนือบ่าแรง

พอมาคิดดูให้ละเอียดแล้ว จากนิสัยที่รอบคอบและถ้าไม่มั่นใจจะไม่ทำ การที่ยอมลาออกจากมหาลัยมาเข้าสู่วิถีของโบรกเกอร์อย่างเต็มตัว นั่นหมายความว่า ถ้าไม่ใช่เพราะจู่ๆ ก็บ้า คงเล็งเห็นโอกาสความเป็นไปได้และเชื่อว่าตนเองจะประสบความสำเร็จ

เหมือนกับผู้คนที่ประสบความสำเร็จในอดีต บุคคลที่เป็นแรงขับเคลื่อนของโลกและมีชื่อเสียง หนึ่งในนั้นมีคนที่ไม่จบการศึกษาด้วยซ้ำแต่กลับประสบความสำเร็จด้านการงาน เพราะพวกเขาเห็นโอกาสที่เติบโตได้ดียิ่งกว่า

มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่ไว้ศึกษา แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต เมื่อสถานศึกษาไม่จำเป็นอีกต่อไปก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องให้ค่า นั่นอาจเป็นความคิดแบบเดียวกับบุคคลสำคัญเหล่านั้นก็เป็นได้ และอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ไลท์มีเหมือนพวกเขานั้นก็คือ [คิดแล้วลงมือทำ]

พอเห็นไลท์ในตอนนี้เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงสามารถสลัดความเศร้าโศกและผิดหวังไปได้ แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย ไลท์ในตอนนี้ยังเจ็บปวดแต่เขาไม่มีเวลาให้เศร้ามาก เวลาเพียงวันเดียวอาจเป็นตัวตัดสินวันพรุ่งนี้หรืออนาคตอันยาวไกล ถ้ามัวแต่จมปลักกับความรู้สึกเดิมๆ นานเกินไป ก็จะถูกคนที่เพียบพร้อมมากกว่าแซงหน้าไปโดยไม่รู้ตัว

จึงต้องเมินความเศร้าและคิดหาทางออกในทันที

แจ๊สเปอร์ในยามนี้อยากจะหลั่งน้ำตาให้กับชายที่พึ่งเจอกันไม่ถึงเพียงหนึ่งเดือน พอได้ฟังจากปากเกี่ยวกับการคืนชีพครอบครัวและการทุ่มเทชีวิตจากเจ้าตัวเองแล้ว ก็ตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก

ผู้ชายคนนี้แหละ มีอนาคต

จบบทที่ Money Monster Episode XXVIII [การเตรียมใจของผู้ยิ่งใหญ่]

คัดลอกลิงก์แล้ว