เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Money Monster Episode XXIII [ก่อนการสอบจะเริ่มขึ้น]

Money Monster Episode XXIII [ก่อนการสอบจะเริ่มขึ้น]

Money Monster Episode XXIII [ก่อนการสอบจะเริ่มขึ้น]


Money Monster

Episode XXIII

[ก่อนการสอบจะเริ่มขึ้น]

เส้นผมสีทองคำกับดวงตาสีเขียวมรกตบริสุทธิ์คู่นั้นยังคงตราตรึงอยู่ในหัวของไลท์มาตลอดแม้จะผ่านมาร่วมเดือนแล้วก็ตาม บนใบหน้างดงามแต่แฝงไปด้วยอันตรายราวกับดอกกุหลาบมีรอยยิ้มทาด้วยลิปสติกสีชมพูคล้ายสีของลูกท้อ แต่การแต่งกายวันนี้แตกต่างจากการพบกันครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง

ชุดสูทผู้ชายสีดำสนิททั้งตัวพร้อมหมวกแจ๊สสีขาว มาพร้อมกับกระเป๋าเลื่อนขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกเหมือนพนักงานขายของไม่มีผิด

“เป็นอะไรไป คู่สัญญาแห่งเรา” มาม่อนคลี่รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าถามพร้อมส่งสายตาชวนลุ่มหลงมาให้ชายหนุ่ม

“มาทำอะไรที่บ้านฉัน..”

“อา..ช่างเสียมารยาท เช่นนั้นเราเปลี่ยนสถานที่ให้” มาม่อนพูดอมยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นปรบแรงๆ สองที ภายในห้องของไลท์ก็กลายเป็นภัตตาคารสุดหรูบนโรงแรมห้าดาวที่มีอาหารน่าอร่อยและเสียงดนตรีที่บรรเลงให้อรรถรสเป็นอย่างยิ่ง

“อ๊ะ” พอจะขยับไลท์ก็ต้องตกตะลึงเพราะไม่รู้ว่าเขามานั่งบนเก้าอี้ตั้งแต่เมื่อใด

“ก่อนอื่นเราขอแสดงความยินดีด้วย ในบรรดาโบรกเกอร์ทั้งหมด เจ้าเป็นผู้ทำผลงานได้น่าจับตามองที่สุด เราปลายปลื้มและพึงพอใจมากที่ได้เป็นคู่สัญญากับเจ้า”

“มาหาฉันทำไม” ไลท์ทวนคำถามอีกครั้งคล้ายกับไม่อยากเสวนากับคนตรงหน้านาน มาม่อนหัวเราะก่อนจะเอ่ยตอบกลับด้วยอารมณ์ขัน

“เรามาเยี่ยมและขายของ”

“ขายของ?”

“ใช่แล้ว” มาม่อนเอ่ยก่อนจะเอื้อมมืออกไป กระเป๋าลากขนาดใหญ่เคลื่อนที่เข้ามาหาร่างของพระเจ้าแห่งความโลภก่อนที่ซิกจะเปิดออก เผยให้เห็นวัตถุสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ถูกจัดสรรกันอย่างเป็นระเบียบ มาม่อนคว้าหนึ่งในนั้นมากองบนโต๊ะก่อนจะเปิดออก เผยให้เห็นการ์ดสีทองที่มีตัวอักษรหรูหราว่า[SR]อยู่ตรงหน้าชื่อของการ์ดแต่ละใบ

ไลท์เบิกตาโพลงในทันทีที่เห็นส่งผลให้มาม่อนยิ้มขึ้นที่มุมปาก คล้ายกับว่าสิ่งที่ตนเตรียมมาจะทำให้อีกฝ่ายพึงพอใจ

“การ์ดสีทองความหายากระดับSR ราคาขั้นต่ำสี่ถึงห้าล้านเหรียญต่อใบ ทุกใบได้รับการคัดสรรอย่างดี แข็งแกร่งไม่แพ้แท้งค์เทอเทิลอย่างแน่นอน เราเชื่อว่าเจ้าจะพึงพอใจ”

“...” ไลท์มองการ์ดแต่ละใบตาค้าง ดวงตาของกลอกไปมาเพื่อสังเกตความสามารถโดยรวมแล้วก็ต้องพบว่าความสามารถไม่ได้ด้อยไปกว่าแท้งค์เทอเทิล การ์ดคู่ชีพของตนเองเลย

“ในอนาคตมันต้องเป็นกำลังสำคัญให้แก่เจ้าอย่างแน่นอน คิดดูสิ การ์ดสีทองระดับSRหาไม่ยากเท่าSSRก็จริง แต่การ์ดที่ใช้งานได้จริงแล้วคุ้มค่ามักไม่ตกมาให้ใครซื้อง่ายๆ หรอกนะ แต่การ์ดเหล่านี้ถูกเราผู้เป็นเจ้าของMoney Monsterคัดกรองมาให้เลือกสรร ไม่คิดว่าเป็นโอกาสทองที่หามิได้แล้วหรอกหรือ”

“...” ไลท์นิ่งสนิทไม่โต้ตอบใดๆ ทั้งสิ้นพร้อมใช้ความคิดอย่างหนัก

‘ทำไมถึงต้องมาเสนอขายให้เราล่ะ เพราะเรามีเงินมากพองั้นเหรอ?’ ไลท์เริ่มเคาะนิ้ว

‘ก็จริงว่าถ้าเราได้การ์ดดีๆ มาใช้ก็ต้องเป็นประโยชน์มากแน่ๆ แต่ทำไมเราถึงรู้สึกทะแม่งๆ ต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงอะไรสักอย่าง’

“กำลังคิดว่าเรากำลังมีจุดประสงค์อะไรสักอย่างใช่ไหม”

“....”

“ฮิฮิ” มาม่อนเผยรอยยิ้มแล้วส่งเสียงหัวเราะกระชากใจ ไลท์กระตุกหางคิ้วหลายทีพร้อมสงบสติอารมณ์เอาไว้

“ก่อนอื่นขอถามก่อนได้ไหมว่าคุณเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง”

“ความลับ”

“เฮ้อ” ไลท์แทบอยากจะเอาหัวโม่งลงพื้นโต๊ะ

“โฮ..ทำไมล่ะ?” มาม่อนเอ่ยถาม

“ข้อแรก ฉันยังไม่จำเป็นต้องรีบใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายในตอนนี้ ได้การ์ดแข็งแกร่งมาเพิ่มเป็นเรื่องดีแน่นอน แต่ทุกครั้งที่ใช้มันจะต้องจ่ายเงินเยอะตามไปด้วย มันบังคับให้ต้องสู้กับกรีดที่เก่งๆ เพื่อจะถึงจุดคุ้มทุน แต่ฉันไร้ประสบการณ์ สู้ได้แค่กรีดเลเวลต่ำๆ ได้มาตอนนี้ก็ยังไม่ใช้ นั่นเท่ากับเอาเงินห้าล้านไปแลกกับการ์ดที่ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ตอนไหน ถึงจะมองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวได้ แต่เอาเงินไปใช้กับอย่างอื่นน่าจะเหมาะสมกว่า”

“โอ๊ะโอ..รอบคอบดีจริงๆ เลยนะ สมแล้วที่เป็นคู่สัญญาของเรา” มาม่อนพยักหน้าด้วยสีหน้ารื่นรมย์

“ข้อสอง ฉันยังไม่เข้าใจเจตนาคุณ เห็นได้ชัดว่าคุณเพ่งเล็งฉันโดยเฉพาะ”

“ไหนลองว่าให้เราฟังซิ”

“คุณไม่ได้ต้องการเงินแน่ๆ เพราะคุณเป็นเจ้าของMoney Monster จะปั้มเงินมาเท่าไหร่ก็ได้ อีกอย่างคือฉันทรัพย์สินเยอะแต่ก็แค่สำหรับโบรกเกอร์มือใหม่ มีโบรกเกอร์อีกมากที่มีทรัพย์สินมากกว่าฉัน แต่คุณเลือกที่จะมาเสนอขายที่ฉัน หมายความว่าคุณเพ่งเล็งฉันอยู่”

“ถูกต้อง”

“คำถาม..ทำไมต้องเพ่งเล้งฉัน”

“ความลับ”

โพล่ง!

ไลท์ทุบโต๊ะเสียงดังก่อนจะปั้นหน้าเคร่งเครียด จดจ้องไปยังใบหน้าอันงดงามของมาม่อนอย่างไม่ลดละ พยายามจะกดดันให้อีกฝ่ายต้องบอกข้อมูลออกมา

“ในกรณีที่ถูกเพ่งเล็งนั่นหมายความว่าฉันมีผลประโยชน์บางอย่างที่คุณสนใจ..ที่จริงก็สงสัยมาตั้งแต่ตอนเป็นชิพเตอร์แล้วว่าทำไมถึงอยากได้ชะตากรรมของฉันนักหนา ฉันอยากจะรู้ว่าถ้าฉันซื้อการ์ดพวกนี้แล้วคุณจะได้ประโยชน์อะไร”

“ดูเหมือนเจ้าจะระแวงในตัวเราน่าดูเลยนะ” มาม่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเก็บการ์ดทั้งหมดเข้ากระเป๋าเลื่อนแล้วหันมาเอ่ยกับไลท์

“เราต้องการให้เจ้าเติบโต เติบโตให้มากยิ่งขึ้น และกลายเป็นราชา”

“ราชา” ไลท์ขมวดคิ้ว

“ที่เหลือเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะมันเป็นสิ่งที่มนุษย์ตัวจ้อยไม่มีทางเข้าใจเจตนาของพระเจ้า..ใช่แล้ว เจ้าแค่สนใจที่จะจ่ายหนี้เราก็พอ”

“ขอปฏิเสธ” ไลท์กล่าวเสียงแข็งพร้อมลุกขึ้นยืน

“ฉันไม่ไว้วางใจจนกว่าจะได้รู้ ความรู้สึกที่เหมือนกำลังเต้นอยู่บนฝ่ามือใครสักคนคือสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด”

“อืม..เอาอย่างนี้เป็นไง สามารถเลือกซื้อการ์ดไปได้สูงสุดสามใบ จ่ายมัดจำแค่ห้าล้านที่เหลือค่อยทยอยจ่าย ดอกเบี้ยลดลง50% ข้อเสนอนี้น่าสนใจไหม”

“ว่าไงนะ” ไลท์กลืนน้ำลายลงคอเมื่อได้ยินข้อเสนอของอีกฝ่าย เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองแถมเกือบถูกชักจูงไปได้ชั่ววูบสั้นๆ อีกด้วย ในระหว่างที่กำลังหวั่นไหวมาม่อนก็รับรู้ได้ถึงความลังเลของเขา จึงใส่ไฟเข้าไปอีก

“คิดดูสิว่าถ้าได้การ์ดแข็งแกร่งๆ เจ้าจะล่ากรีดระดับสูงได้ง่ายขึ้นนะ..ยิ่งล่าได้มากก็มีเงินเยอะ ยิ่งมีเงินเยอะเจ้าก็จะจ่ายหนี้เราได้มากขึ้น ครอบครัวของเจ้าได้จะหลุดพ้นจากสัญญาของเราเร็วขึ้นยังไงล่ะ”

“อึก..”

ราวกับลูกศรที่พุ่งปักเข้ากลางดวงใจ มาม่อนกุมจุดอ่อนสำคัญของไลท์เอาไว้ได้อย่างแม่นยำ สำหรับเขาแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการหาทางปลดหนี้เพื่อจะได้ให้ครอบครัวคงอยู่ไปตลอดกาล เพื่อการนั้นแล้วพลังจึงเป็นสิ่งจำเป็น

และมาม่อนก็ได้ย้ำเตือนแล้วว่าโอกาสมาถึงแล้ว

การ์ดสีทองSRเกือบสามใบ ผ่อนลดดอกเบี้ยถึง50% เรียกว่าหอมหวานซะไม่มี แต่ว่า..

‘ข้อเสนอดีเกินไป ความเสี่ยงก็สูง มาม่อนกำลังคิดอะไรกันแน่ อยากให้เราซื้อการ์ดมากขนาดนี้เชียวเหรอ’ ไลท์คิดพลางเหงื่อไหลโชกจนเต็มตัว ฟังเสียงของไวโอลีนที่บรรเลงพร้อมหาคำตอบของความสงสัยที่มีอย่างสุดชีวิต แม้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายจะหยิบยื่นจะดีเพียงใด กระนั้นเขาก็ยังไม่สื่อสารกับมาม่อนในทันที

‘ก็จริงของมาม่อน..เราไม่เห็นต้องคิดอะไรให้ยุ่งยาก แค่หาเงินมาใช้หนี้ได้ก็พอแล้ว’ ไลท์คิดในใจ โดยข้อความทั้งหมดที่อยู่ในหัวของเขานั้นถูกล่วงรู้โดยมาม่อนทุกประโยค ส่งผลให้พระเจ้าแห่งความโลภต้องฉีกรอยยิ้มที่มุมปาก

‘ไลท์ ลินสตอร์ม เจ้าเป็นคนฉลาด..แต่จะฉลาดยังไงเจ้าก็คือมนุษย์ มนุษย์ผู้เต็มไปด้วยกิเลสที่บริสุทธิ์..จงถูกความโลภเข้ากลืนกิน โลภเข้าไป..แล้วกลายเป็นราชาแห่งความโลภ เพื่อตัวเรา..และเจ้าเอง’ มาม่อนคิดในใจ

‘กดดันอีกหน่อยดีกว่า’

“คู่สัญญาของเรา เจ้าเหลือเวลาตัดสินใจเพียงสิบนาทีเท่านั้น หากเจ้าตัดสินใจช้าจะไม่เป็นผลดีนะ”

“รู้อยู่แล้ว” ไลท์กัดฟันอย่างเจ็บใจ เคาะนิ้วระรัวบนโต๊ะด้วยท่าทีร้อนรนแทบไม่เหลือความเยือกเย็นอีกเลย ในหัวสมองตีกันรวนไปหมด คล้ายกับว่ากำลังติดอยู่ในเขาวงกตแห่งปัญหาและหาทางออกไม่ได้ก็มิปาน

‘ควรจะทำยังไงดี..เลือกทางไหนดี เจ้าบ้านี่ดันกดดันเราด้วยเวลาซะด้วย’

“คิดดูดีๆ สิ ในสถานการณ์เช่นนี้หากเจ้ามัวแต่โลเลมิทำให้โอกาสต้องหลุดมือไปหรือ จะคิดอะไรมาก..ได้รับการ์ดสุดยอดไปใช้งาน เจ้าหารายได้มากขึ้น ยิ่งรายได้มากหนี้สินก็ชดใช้ได้เร็วขึ้น..เจ้าเป็นคนฉลาด มองการณ์ไกล เป็นข้อเสนอที่วิเศษที่สุด”

‘เลิกกดดันฉันได้แล้ว!’ ไลท์ได้แต่กรีดร้องในใจ ขยี้ศีรษะจนเส้นผมยุ่งเหยิงคล้ายกับกำลังจะถึงขีดจำกัดแล้ว ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังตกนรกทั้งเป็น เพียงแค่เอ่ยออกไปไม่กี่คำนั้นแสนง่ายดาย แต่ทำไมจึงยากเย็นเพียงนี้

มาม่อนถกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูจนกระทั่งเวลาผ่านไปจนใกล้หมดเวลาแล้ว

มาม่อนได้ดูกรณีศึกษาตอนอเดมัสยื่นข้อเสนอให้ไลท์ครั้งแรกในตอนนั้น ไลท์กดดันอเดมัสจนถึงวินาทีสุดท้ายจนต้องยอมสยบ ครั้งนึ้สถานการณ์มีรูปเกมไม่ต่างกันมากนัก ต่างกันก็แค่..อีกฝ่ายไม่มีอะไรให้ต่อรอง คนที่มีความจำเป็นสูงกว่ายังคงเป็นไลท์เช่นเคย

เมื่อเวลาเหลืออีกเพียงหนึ่งนาทีมาม่อนแสยะยิ้มและเอ่ยไปว่า

“จริงสิ เราเพิ่มอะไรบางอย่างให้เจ้าก็ได้..ซื้อสามแถมหนึ่ง ลดค่าธรรมเนียมตอนเรียกใช้การ์ดพวกนี้ลง15% คิดว่ายังไง เท่านี้ต้นทุนเจ้าก็ลดลงแล้ว”

“อึก” ไลท์กระทืบเท้ารัวๆ ยิ่งโดนกดดันต่อเนื่องเท่าไหร่เขาก็ยิ่งสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น นี่มันเหมือนกับ..ที่เขาทำกับอเดมัสจริงๆ กดดันด้วยเวลาและไพ่ที่เหนือกว่า

....

..

.

“ครบสิบนาทีแล้ว” มาม่อนเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา พระเจ้าแห่งความโลภยืนขึ้นพร้อมสัมผัสกระเป๋าเลื่อนเบาๆ มันก็พลันหายวับไปในอากาศ

“การเจรจาล้มเหลว คู่สัญญาของเรา เจ้าทำข้าผิดหวัง” มาม่อนเอ่ยก่อนจะเดินจากออกไปทางประตู ทิ้งไว้ให้ไลท์นั่งจ้องอาหารบนจานด้วยสายตาที่เหม่อลอย เสมือนกับวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว

สุดท้ายแล้ว..ก็มัวแต่คิดมากจนข้อเสนอดีๆ หลุดมือไป

การ์ดสีทองSRสี่ใบ พอมาคิดดูแล้วก็เป็นข้อเสนอที่ดีจนต้องตะครุบ..แต่พออยากจะบอกไปว่า[รับข้อเสนอ] เวลามันก็หมดลงแล้ว

“บ้าที่สุด..” ไลท์ได้แต่พร่ำบอกกับตนเองก่อนที่สายจาจะชำเลืองไปเห็นบางสิ่งที่วางไว้บนโต๊ะฝั่งที่มาม่อนนั่งจนถึงเมื่อครู่นี้ เขาเหยียดแขนไปคว้ามันมาดูและพบว่า

[ตั๋วแลกเปลี่ยน :จ่ายเงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญ สามารถเข้าพบและซื้อขายกับมาม่อนได้โดยตรง]

“โดนเล่นเข้าแล้วสินะ”

นี่คงเป็นรางวัลของคนโลเลเป็นแน่

 

 

หลายวันต่อมา

ณ ดินแดนแห่งหนึ่ง

เหล่ากลุ่มคนชุดขาวต่างพากันมาชุมนุมในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มืดสลัวและวังเวง มีเพียงเสงจากเทียนไขที่วางกระจัดกระจายไปตามส่วนต่างๆ เท่านั้นที่ส่องสว่างอยู่ ประกอบกับเสียงบรรเลงของเปียโน ไวโอลินที่ไร้ผู้เล่นให้บรรยากาศเร้นลับน่าค้นหาอย่างบอกไม่ถูก

“ลอร์ดทุกท่าน ไม่มีใครคัดค้านใช่หรือไม่”

“ไม่”

“เดี๋ยวก่อน” เสียงของชายผู้หนึ่งดังขึ้นทำให้ทุกสายตาต้องจับจ้องไปที่เขาเป็นตาเดียวกัน ชายชราที่อาวุโสที่สุดผู้รับหน้าที่จัดการประชุมแอบถอนหายใจเมื่อรู้ว่าผู้ใดเป็นคนเอ่ย ก่อนจะผายมือไปหาและกล่าวว่า

“มีอะไรจะพูดหรือ ลอร์ดยูเรโนส”

“ขอดูเวลาก่อน” ยูเรโนสกล่าวก่อนจะฉกแขนเสื้อขึ้นดูนาฬิกาข้อมือ

“.....”

“โอเค! ขอโดดล่ะนะ” ยูเรโนสยิ้มแล้วถีบร่างกระโดดออกจากเก้าอี้ ลอยตัวบนอากาศราวกับมีวิชาตัวเบาก่อนที่จะร่อนแตะเท้าลงพื้นในเวลาต่อมาอย่างสวยงาม

“เดี่ยวก่อน ลอร์ดยูเรโนส ท่านจะโดดงานประชุมอันศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้” ชายชราเอ่ยออกมา

“ใช่แล้ว! พักนี้เจ้าจะทำตัวไร้สาระขึ้นไปทุกทีแล้วนะ ลอร์ดยูเรโนส”

“ว่างงานเอาแต่เล่นไปวันๆ แล้วยังมีหน้าโดดงานประชุมด้วยงั้นรึ สักวันเจ้าจะคอขาด”

“แล้วไง ทุกคนแค่อิจฉาฉันที่มีอภิสิทธิ์เหนือกว่า แล้วฉันต้องแคร์หรือ..ลาก่อนล่ะนะ” ยูเรโนสขยิบตาให้แก่ทุกคนก่อนจะก้าวเท้าเลืองหายไปในเวลาต่อมา ท่ามกลางเสียงกระหึ่มของผู้เข้าประชุมนับร้อยที่เต็มไปด้วยถ้อยคำเสียดสีเป็นฝืนเป็นไฟ ลอร์ดผู้เอาแต่ใจก็หาได้สนใจไม่

ร่างสวมชุดขาวปรากฏขึ้นที่ใจกลางเมืองโดยมีฝูงชนมากมายรายล้อม แม้เครื่องแต่งกายของเขาจะสะดุดตาแต่ก็ไม่ต่างจากภาพผีผ่านที่แค่สบตาแล้วก็ลืมหายไป เสมือนกับที่เขาไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

ยูเรโนสยกยิ้มขึ้นตรงมุมปากก่อนจะสะบัดบัตรสีดำขึ้น รถแท็กซี่สุดหรูที่เขียนตัวอักษรโต้งๆ ว่า[Money Monster]พลันปรากฏขึ้นแล้วจอดเทียบตรงหน้าเขาอย่างพอดิบพอดี ทว่า เมื่อประตูหลังถูกเปิดออกก็ทำให้ดวงตาของเขาต้องเบิกโพลง

“ที่แท้ก็เป็นใคร อเดมัสนี่เอง” ยูเรโนสยิ้มเมื่อเห็นชายตรงหน้า

นายธนาคารแห่งความมืดยิ้มกลับ ยูเรโนสไม่รอให้เสียเวลาขึ้นรถก่อนจะสั่งให้แท็กซี่วิ่งไปยังวอลสตรีท

“แหม! หายากนะเนี่ยที่นายธนาคารจะมาคุยกับอมนุษย์อย่างฉัน”

“ท่านเป็นกรณีพิเศษต่างหากล่ะครับ ท่านยูเรโนส ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง”

“ยินดีเหมือนกัน! อา ทั้งดีใจแล้วตกใจในเวลาเดียวกันเลยนะนี่ ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่านายธนาคารที่เคยดูแลจะรับหน้าที่ดูแลเขา จุ๊ๆ ตอนที่ทำสัญญานายก็อยู่ด้วยสินะ!” ยูเรโนสลูบคางไปมาพร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น อเดมัสยิ้มให้หนึ่งทีเป็นการตอบ

“ใช่แล้วครับ กระผมเป็นผู้ส่งสารแทนท่านมาม่อนตอนที่ท่านไลท์ทำสัญญา”

“เยี่ยม! เยี่ยมยอดจริงๆ แล้วมีธุระอะไรกับฉัน?”

“จับตาดูน่ะสิครับ วันนี้เป็นวันสำคัญ คงปล่อยให้ตัวตนประหลาดที่เข้าได้ทั้งวอลสตรีทและกรีดไอช์แลนเข้าไปก่อกวนงานสอบอบรมของนายท่านของกระผมไม่ได้” อเดมัสเอ่ยพลางเพ่งสายตามองไปที่ยูเรโนส ส่งผลให้ชายขุดขาวต้องหัวเราะรั่วหนึ่งที

“ฮะๆๆๆ!! ตามใจเถอะ ขอที่นั่งดีๆ ให้ด้วยนะ”

“ขอปฏิเสธครับ”

“แหม..แย่จัง” ยูเรโนสหุบรอยยิ้มลงก่อนจะเหลือบไปมองตรงหน้า ที่ทะลุมิติไปถึงที่วอลสตรีทไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีบอลลูนโฆษณาตัวโตๆ เขียนเอาไว้ว่า

[งานสอบอบรมประจำเดือนมิถุนายน]

“เอาล่ะ..ขอฉันจับตาดูหน่อยล่ะนะ ไลท์ ลินสตอร์ม”

จบบทที่ Money Monster Episode XXIII [ก่อนการสอบจะเริ่มขึ้น]

คัดลอกลิงก์แล้ว