- หน้าแรก
- ฉันสร้างตระกูลตัวร้าย
- บทที่ 8 พัฒนาการและตระหนักรู้!
บทที่ 8 พัฒนาการและตระหนักรู้!
บทที่ 8 พัฒนาการและตระหนักรู้!
บทที่ 8 พัฒนาการและตระหนักรู้!
"เฮ้ลูกพ่อ..วันนี้เจ้าเรียนรู้วิธีเรียกพ่อแล้วหรือยัง?"
เฉินเทียนเหลียงเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง และเอื้อมมือไปหยิกใบหน้าเล็กๆ ของเฉินจื้อซิง
ตุบ
หยิงซวงซวงตบมือของเฉินเทียนเหลียง จ้องมองเขาอย่างจับผิด “หยุดบีบหน้าเด็กคนนี้สักทีเถอะ เดี๋ยวโตขึ้นมาจะชอบน้ำลายไหลซะก่อน..แถมเด็กคนนี้ยังอายุแค่สามเดือนเอง จะพูดได้ยังไง?”
เฉินเทียนเหลียงดึงมือกลับอย่างไม่ใส่ใจ “นั่นเป็นลูกของคนอื่น แต่ลูกของเราเป็นผู้มีลวดลายโบราณ 9 เส้น อย่าบอกว่าการพูดตอนสามเดือนเป็นเรื่องพิเศษ ถ้าเขาพูดได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์..ข้าก็ไม่แปลกใจอะไร”
หลังจากพูดอย่างนั้น เฉินเทียนเหลียงก็ก้มลง มองไปที่เฉินจื้อซิงด้วยรอยยิ้ม
"เอาล่ะ เด็กน้อยพูดว่า 'พ่อ' ให้ข้าฟังหน่อยสิ"
เฉินจื้อซิงเหลือบมองเขา
“เอาล่ะ อย่าตระหนี่ไปเลย พ่อจะสอนเอง..เข้าใจไหม” เฉินเทียนเหลียงเปิดปากและพูดช้าๆ ว่า
“พ่อ..
"พูดตามสิ"
"ออ..อ่อ..พ่อ"
“อ้อ!” เฉินจื้อซิงพยักหน้าน้อยๆ ของเขา
"ดีๆๆ พูดใหม่อีกครั้งนะ..พ่อ~~"
"พ้อ"
"ใช่ๆ พ้อ..หืม? รอเดี๋ยวนะ!" ทันใดนั้นเฉินเทียนเหลียงก็ตระหนักได้ ดวงตาเบิกกว้างราวกับจานรอง แล้วพูดว่า
“ทะๆ..ที่รักดูเหมือนเขาจะพูดได้นะ!”
หยิงซวงซวงอดหัวเราะคิกคักไม่ได้เมื่อเห็นเช่นนี้ เธอจึงอุ้มเฉินจื้อซิงขึ้นมาอย่างอ่อนโยนและพูดเบาๆ ว่า
"จื้อซิงน้อย เจ้าเป็นลูกของแม่นะ..เรียกแม่ได้ไหม?"
เฉินจื้อซิงมองหยิงหยี่ซวงซวง เดิมทีเขาตั้งใจจะพูดอยู่แล้ว แถมบัดนี้กลับพบโอกาสเสียที
ในช่วงเวลาต่อมา เฉินจื้อซิงก็พูดคำสองคำด้วยน้ำเสียงเหมือนเด็กทารกว่า "แม่"
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ร่างกายของหยิงซวงซวงสั่นสะเทือนราวกับโดนฟ้าผ่า
"เขา... เขาเรียกข้าว่าแม่! ฮ่าฮ่าฮ่า จื้อซิงเรียกข้าว่าแม่!"
หยิงซวงซวงอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ด้วยความดีใจ ทั้งหัวเราะและร้องไห้
ในโลกนี้ไม่มีใครสามารถแบ่งปันความรู้สึกประหลาดใจระคนดีใจที่แม่รู้สึกเมื่อลูกเรียกเธอว่าแม่เป็นครั้งแรกได้อย่างแท้จริง
เมื่อเห็นเช่นนี้ เฉินเทียนเหลียงก็รีบเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม “มาสิ เรียกว่า ‘พ่อ’ สิ”
"พ่อ"
เฉินเทียนเหลียงตกตะลึง ใบหน้าของเขาว่างเปล่าขณะที่เขาเปิดปาก และในที่สุดก็เลือกที่จะเงียบต่อไป
ด้านข้างหยิงซวงซวงอดหัวเราะคิกคักไม่ได้อีกครั้ง แล้วถามอย่างอดทนว่า "ที่รัก อยากกินอะไรไหม..แม่ทำให้ได้ หรืออยากออกไปเล่นข้างนอก?"
เฉินจื้อซิงพูดด้วยน้ำเสียงเด็กๆ ว่า “อ้าอากอ่านอังอือ”
ทันทีที่เขาพูด เฉินจื้อซิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสนเล็กน้อย
คำพูดของฉันมันเกิดอะไรขึ้น?
ทันใดนั้นเฉินจื้อซิงก็ตระหนักได้ว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับสายเสียงของเขาที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่
อยากอ่านหนังสืองั้นหรือ?
หยิงซวงซวงตกตะลึงและตอบอย่างลังเลว่า "จื้อซิง เจ้าอยากอ่านหนังสืองั้นหรือ?"
เฉินจื้อซิงพยักหน้า
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หยิงซวงซวงก็รู้สึกยินดีเล็กน้อย
นี่เขาอยากเรียนรู้การอ่านแล้วงั้นหรือ?
ตำนานเล่าว่าอัจฉริยะเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ บางคนเกิดมาพร้อมความรู้ เรื่องเช่นนี้ในตำนานก็เคยกล่าวไว้
หยิงซวงซวงคิดกับตัวเองและพูดว่า "จื้อซิง เจ้าอยากอ่านหนังสือประเภทไหนล่ะ?"
เฉินจื้อซิงพูดอย่างจริงจังด้วยใบหน้าเล็กๆ ของเขาว่า "ข้าอยากอ่านเกี่ยวกับการฝึกฝน"
“หนังสือเกี่ยวกับการฝึกฝน?”
หยิงซวงซวงตกตะลึงเล็กน้อย เพราะลูกของเธอยังเล็กมาก แต่รู้จักคำว่าฝึกฝนแล้วงั้นหรือ?
เธอหันไปมองเฉินเทียนเหลียงที่ยืนเอ่ออยู่ข้างๆ เธอ แล้วตะโกนออกมาทันทีว่า "ที่รักได้ยินไหม? เด็กน้อยอยากอ่านเกี่ยวกับการฝึกฝน"
เฉินเทียนเหลียงสะดุ้ง สติสัมปชัญญะกลับเข้าสู่ตัวและตอบว่า "ตกลง ตกลง ข้าจะไปที่ศาลาคัมภีร์ทันที"
หลายวันต่อมา
เฉินจื้อซิงพยายามจดจำคำศัพท์เป็นครั้งแรก และภายใต้ความเข้าใจท้าทายสวรรค์ของเขา เขาก็สามารถเชี่ยวชาญคำศัพท์ทั้งหมดได้ภายในเวลาเพียงครึ่งวัน
จากนั้นเขาเริ่มแสดงสิ่งนี้ต่อหน้าเฉินเทียนเหลียงและหยิงซวงซวงทีละน้อย ทำให้พวกเขาค่อยๆ ยอมรับมันได้
ทั้งสองรู้สึกประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าแปลกประหลาดมากนัก
เมื่อเทียบกับออร่าราชาโดยกำเนิดและธรรมชาติศักดิ์สิทธิ์ของเฉินจ้าวเซิง ความพิเศษเล็กๆ น้อยๆ ของเด็กน้อยนี้ก็ดูไม่มากนัก
ในวันนี้เฉินจื้อซิงนั่งอยู่คนเดียวบนเก้าอี้โยกในห้อง ล้อมรอบไปด้วยกองหนังสือ
[ติ๊ง! หลังจากดู "เทคนิค 76 แก่นแท้" แล้ว คุณก็เข้าใจมันอย่างอย่างถ่องแท้ภายใต้ความเข้าใจท้าทายสวรรค์!]
[ติ๊ง! หลังจากดู "ดาบราชันย์" แล้ว คุณก็เชี่ยวชายมันจนชำนาญด้วยความเข้าใจท้าทายสวรรค์!]
[ติ๊ง! หลังจากดู "ชุดสะสมความเข้าใจอันแท้จริงของค่ายกล" แล้ว คุณได้เรียนรู้ค่ายกลสิบชุดภายใต้ความเข้าใจท้าทายสวรรค์!]
[ติ๊ง! หลังจากดู "บันทึกการเดินทางของปรมาจารย์หลิงมู่" คุณก็ท่องแผนที่อาณาจักรชางหยวนภายใต้ความเข้าใจท้าทายสวรรค์ได้แล้ว!]
[ติ๊ง! หลังจากดู "คำอธิบายหุบเขาราชาโอสถ" คุณได้รับรากฐานแห่งการเล่นแร่แปรธาตุภายใต้ความเข้าใจท้าทายสวรรค์!]
เสียงแจ้งเตือนเย็นๆ ดังก้องอยู่ในใจของเฉินจื้อซิงอย่างต่อเนื่อง
ความเร็วของเฉินจื้อซิงนั้นรวดเร็วมาก เกือบจะอ่านหนังสือจบเล่มทุกๆ ครึ่งก้านธูป
ในดวงตาของเขา อักษรรูนเต๋าอันยิ่งใหญ่จำนวนมากสั่นไหวและหมุนไปมา ดูศักดิ์สิทธิ์และไม่ใช่มนุษย์
ในขณะนี้เขาเป็นเหมือนฟองน้ำที่ถูกโยนลงไปในทะเลแห่งความรู้ โดยดูดซับข้อมูลจำนวนมหาศาลอย่างบ้าคลั่ง
ดาบเต๋า!
ธาตุเต๋า!
ค่ายกลเต๋า!
ความรู้มากมายเหลือเกิน!
ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับโลกนี้กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง!
อีกสักครู่ต่อมา
เฉินจื้อซิงวางหนังสือเล่มสุดท้ายไว้ในมือพร้อมกับถอนหายใจยาวๆ
"อาณาจักรชางหยวนนี้กว้างใหญ่และครอบคลุมมากกว่าเมื่อเทียบกับโลกในเกม 'การฝึกฝนอันยิ่งใหญ่'"
ดวงตาของเฉินจื้อซิงเป็นประกายอยู่ตลอดเวลา
บางทีอาจเป็นเพราะในอดีตชาติของเขา เมื่อเล่นเกมเขาจะทำภารกิจหลักเพียงภารกิจเดียวเท่านั้น เขาไม่ได้เจาะลึกเข้าไปในเบื้องหลังของเกมทั้งหมดจริงๆ
หลังจากอ่านหนังสือหลายเล่มจบ ในที่สุดเขาก็เข้าใจสิ่งใหม่ทั้งหมด
อาณาจักรชางหยวนทั้งหมดนั้นกว้างใหญ่เกินกว่าจะวัดได้
ด้านบนมีสามผู้อมตะผู้ยิ่งใหญ่ที่ครอบงำโลก โดยยืนอยู่บนเมฆอย่างอิสระ
ข้างล่างมีดินแดนศักดิ์สิทธิ์โบราณหลายแห่งและตระกูลผู้ฝึกตนอยู่ร่วมกัน กำหนดความรุ่งเรืองและความเสื่อมถอยของโลก
นอกจากนี้นิกายพุทธแดนบริสุทธิ์ นิกายขงจื๊อ กลุ่มราชวงศ์อันรุ่งโรจน์ นิกายปีศาจ เต๋าปีศาจ วิญญาณชั่วร้าย เหล่านิกายและสำนักต่างๆ มากมายก็กระจายอยู่ทั่วอาณาจักรชางหยวน
เกือบทุกสิ่งที่โลกแฟนตาซีแบบดั้งเดิมควรมีมีอยู่ในอาณาจักรชางหยวนแห่งนี้ทั้งหมด
ตระกูลเฉินซึ่งอาศัยอยู่บนภูเขาจื่อเว่ยเคยเป็นหนึ่งในตระกูลอมตะที่ยิ่งใหญ่
ห้าพันปีก่อน บรรพบุรุษตระกูลเฉิน เฉินเสวียนเฟิง ไปถึงขอบเขตอมตะและตระกูลเฉินก็ทะยานขึ้นไปพร้อมกับเขา จนกลายเป็นตระกูลอมตะเช่นกัน
ในเวลานั้นนับเป็นช่วงแห่งความรุ่งโรจน์อันยิ่งใหญ่
อย่างไรก็ตามเมื่อบรรพบุรุษตระกูลเฉิน เฉินเสวียนเฟิง หายตัวไปเมื่อสามพันปีก่อน โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ ตระกูลเฉินก็ตกต่ำลงเป็นธรรมดา
เมื่อมองไปที่ตระกูลเฉินทั้งหมด ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคือผู้นำตระกูลเฉินเต้าหยานที่อยู่ในขอบเขตนิรวาน
ไม่ต้องพูดถึงขอบเขตอมตะเลย เพราะไม่แน่ชัดว่าตระกูลนี้จะมีขอบเขตสูงสุดหรือไม่
อย่างไรก็ตามด้วยความคุ้นเคยกับเนื้อเรื่องของเกม เฉินจื้อซิงรู้ดีว่าภายในดินแดนต้องห้ามบนภูเขาหลังบ้านของตระกูลนั้น ยังมีหลานของเฉินเสวียนเฟิงที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นผู้มีพลังในขอบเขตสูงสุด
บุคคลนี้ยังเป็นตัวตนที่รักษาเสถียรภาพของตระกูลเฉินทั้งหมดอีกด้วย
เขาจำได้อย่างชัดเจน หลังจากการตายของ NPC ตัวร้ายอย่างเฉินจื้อซิงในเนื้อเรื่องหลัก
เมื่อตระกูลเฉินปะทะกับพระเอกโดยไม่ยอมประนีประนอมเนื่องมาจากเฉินจื้อซิง บรรพบุรุษขอบเขตสูงสุดของตระกูลเฉินจึงปรากฏตัวสู่โลก
เนื่องจากพระเอกได้รับความโปรดปรานจากนักบุญหญิงของตระกูลเต๋าอมตะ นักบุญหญิงผู้นี้จึงขอให้บรรพบุรุษของตระกูลเต๋าอมตะช่วยพระเอก โดยให้เขาสังหารบรรพบุรุษบนภูเขาจื่อเว่ย
ตระกูลเฉินกลายเป็นบันไดสำหรับการเติบโตของตัวเอก ก่อนจะพังทลายและแตกสลายไปในที่สุด
“ข้าต้องรีบแล้ว..”
ดวงตาของเฉินจื้อซิงมีประกายสีอันครุ่นคิด
ถ้าเขานั่งรอความตายจนกว่าเรื่องราวจะพัฒนาไปถึงขั้นที่ทำให้พระเอกไม่พอใจ บางทีอาจจะสายเกินไปเสียแล้ว
เขาต้องคว้าโอกาสนี้ก่อนที่พระเอกจะกางปีกออกเต็มที่และยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับนักบุญหญิงเต๋าอมตะ ในการกำจัดพระเอกให้ได้
การทำเช่นนั้นไม่ว่าจะเป็นชะตากรรมของเขาหรือชะตากรรมของพ่อแม่ของเขาก็สามารถเขียนขึ้นใหม่ได้
"พูดอีกอย่างก็คือ..ตอนนี้ข้ากำลังแข่งกับพระเอกที่ยังไม่มีใครรู้จักอยู่ที่ไหนสักแห่งสินะ.."
ดวงตาของเฉินจื้อซิงเป็นประกายด้วยความตระหนักรู้….