เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Money Monster Episode XI [ศูนย์ฝึกอบรม]

Money Monster Episode XI [ศูนย์ฝึกอบรม]

Money Monster Episode XI [ศูนย์ฝึกอบรม]


Money Monster

Episode XI

[ศูนย์ฝึกอบรม]

ณ สถานที่ซึ่งรายล้อมไปด้วยตึกอาคารสูงดูอลังการ มากไปด้วยแสงสีโดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางโลกที่มืดมิดไร้แสงตะวัน บนท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยหมู่ดาวมีนาฬิกาเรือนยักษ์ตั้งแทนตำแหน่งของดวงจันทร์ ส่งผลให้ทุกคนสามารถดูเวลาได้ทุกเมื่อขอเพียงแหงนหน้าขึ้นมองเท่านั้น

บนถนนที่ว่างเปล่า รถแท็กซี่สีดำสุดหรูคนหนึ่งพุ่งแหวกอากาศออกมาวิ่งลงสู่บนท้องถนน เมื่อชายหนุ่มผมสีทองทำขาวเห็นสภาพบ้านเมืองที่ไม่คุ้นตาก็พลันรู้สึกตื่นเต้นไม่ต่างจากเด็กน้อย ที่เพิ่งเคยมาเที่ยวยังสถานที่ที่ไม่เคยพบเจอ เขาใช้สายตากวาดมองสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่มากมายตลอดทาง

“นายท่านของกระผม ยินดีต้อนรับท่านสู่วอลสตรีท มิติทับซ้อนสำหรับพบปะพูดคุยของเหล่าโบรกเกอร์ ที่นี่มีทุกอย่างให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงแรมหรู สถานที่ท่องเที่ยว เขตการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดขอเพียงมีเงินก็สามารถหามาได้ทั้งหมด”

“อืมๆ!” ไลท์พยักหน้าเหมือนไม่ได้ตั้งใจฟังที่อเดมัสอธิบายเลยแม้แต่น้อย

“หึหึ ช่างปวดใจเหลือเกิน นายท่านของกระผม หากท่านไม่ตั้งใจฟังที่ผมพูดดีๆ จะส่งผลเสียต่อท่านอย่างแน่นอนครับ”

“พูดเลย ฉันฟังอยู่” ไลท์พูดทั้งสายตายังจับจ้องทิวทัศน์ตรงหน้า

“ครับ” อเดมัสยิ้มก่อนจะเสกหนังสือปกหนามาไว้ในมือและกล่าวขึ้น

“เนื่องจากนายท่านของกระผมได้ทำสัญญาพิเศษกับท่านมาม่อน ระยะเวลาที่ต้องจ่ายเงินงวดแรกจึงถูกเลื่อนออกไปเป็นระยะเวลาสามเดือน ในขณะที่โบรกเกอร์คนอื่นจะถูกเว้นการจ่ายเงินงวดแรกแค่เดือนเดียวครับ”

“สรุปคือ ฉันมีเวลาเตรียมตัวมากกว่าคนอื่นสินะ แล้วฉันต้องจ่ายเดือนละเท่าไหร่”

“ครับ ที่จริงหนี้สินที่นายท่านถือครองอยู่นับว่ามหาศาลที่สุดเป็นลำดับหนึ่งของโบรกเกอร์ทุกคน ปริมาณเงินที่ต้องจ่ายจึงสูงมาก แต่หากต้องจ่ายเงินก้อนโตตั้งแต่เริ่มอาจโหดร้ายเกินไปสักหน่อย เราจึงใช้วิธีค่อยๆ เพิ่มจำนวนเงินที่ต้องจ่ายมากขึ้นทีละนิด แต่ระยะเวลาที่ต้องจ่ายก็จะสูงมากขึ้นไปด้วย นายท่านของกระผมสามารถดูจำนวนเงินที่ต้องจ่ายได้ในบัตรMMC(Money Monster Card) ได้เลยครับ”

เมื่อได้ยินอเดมัสพูดจบไลท์หยิบบัตรสีดำขึ้นมือแล้วแตะสัมผัสเบาๆ ส่งผลให้มีจอบางอย่างปรากฏขึ้นกลางอากาศ เขาลากนิ้วกดดูช่องส่งค่างวดแล้วพบเห็นตัวเลขหกหลักที่เขาจำเป็นต้องจ่ายส่งทุกเดือน ชายหนุ่มจึงทำหน้าถอดสีเล็กน้อย

“สรุปหนี้สินของฉันมีเท่าไหร่กันแน่”

“สามารถกดดูได้ที่ช่องจำนวนหนี้สินของท่านครับ นายท่านของกระผม” อเดมัสเอ่ยตอบก่อนที่ไลท์จะทำตาม เมื่อได้เห็นตัวเลขที่มีเลขศูนย์ต่อกันยาวเป็นหางว่าวก็ทำให้หัวใจของเขาแทบจะดิ่งลงสู่ก้นเหว รู้สึกคล้ายกับร่างกายกำลังจะกลายเป็นทรายหายไปเสียดื้อๆ

“จะเยอะเกินไปแล้ว! หาเป็นชาติฉันก็ใช้ไม่หมดแหง แน่ใจนะว่าตัวเลขนี้ถูกต้องแล้ว”ไลท์หันหน้าควับมามองนายธนาคารส่วนตัวด้วยใบหน้าตกใจสุดขีด อเดมัสได้แต่ยิ้มจางๆ แล้วพยักหน้าให้ผู้ที่ตนเรียกว่านายท่านเป็นการยืนยัน

“ตามค่าเฉลี่ยแล้วคนที่ชะตากรรมมีอำนาจพอจะคืนชีพคนหนึ่งคนมีอยู่ประมาณ1.8%ของประชากรทั้งหมดครับ ส่วนนายท่านของกระผมคืนชีพบิดา มารดา น้องชาย และน้องสาวฝาแฝดรวมกันทั้งหมดห้าชีวิต หนี้สินของท่านย่อมมหาศาลตามไปด้วย ทิ้งห่างลำดับหนึ่งคนก่อนไปราวสองเท่าครึ่งครับ”

“....” ไลท์ได้แต่นิ่งเงียบหมดอารมณ์จะพูดจาอะไรออกมา

ความรู้สึกตอนนี้เหมือนมีภูเขาสูงเสียดฟ้าที่มองไม่เห็นปลายยอดแล้วต้องปีนป่ายต่อไปอย่างไม่รู้จักจบสิ้น เสมือนว่าต่อให้ชาตินี้จะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจหนีพ้นจากชะตากรรมอันแสนโหดร้ายไปได้ จนเผลอคิดไปครู่หนึ่งเลยว่าใช้ปืนเป่าสมองตัวเองหนีความจริงไปดีไหม?

‘แต่เราเลือกไปแล้ว ก็ต้องสู้ต่อล่ะ’

“ที่จริงมีวิธีที่ทำให้ชดใช้หนี้เร็วขึ้นอยู่นะครับ”

“ยังไงเหรอ?”

“ในอนาคตนายท่านอาจกลายเป็นคนใหญ่คนโตของวอลสตรีท ทำให้มีทรัพย์สินและมีเงินหมุนเวียนมากขึ้น พอถึงเวลานั้นท่านสามารถยื่นเรื่อง[ปรับโครงสร้างหนี้]เพื่อเพิ่มจำนวนเงินที่จะส่งให้กับทางเรา วิธีนี้จะทำให้ท่านสามารถใช้หนี้ขึ้นได้”

‘แบบนี้เอง’ ไลท์คิดในใจก่อนจะถอนหายใจเฮือกโตก่อนจะมากล่าวกับอเดมัสว่า

“เงินที่ได้จากการฆ่ากรีดสามารถเอาไปใช้ในโลกจริงได้ไหม?”

“อืม..ไม่ได้ครับ เงินของMoney Monsterต้องใช้เฉพาะในโลกของMoney Monsterเท่านั้น เหตุใดจึงถามคำถามนี้หรือ? นายท่านของกระผม”

“ฉันกำลังคิดหาวิธีหารายได้เพิ่ม รายได้ของฉันมาจากงานพิเศษเป็นหลักแต่ฉันรู้จากเมซูลว่าปกติพวกกรีดจะไม่โผล่หัวออกมาตอนกลางวัน ใช่ไหม?”

“ใช่ครับ”

“ถ้าอย่างนั้นฉันต้องใช้เวลาตอนกลางคืนทั้งหมดในการไล่ล่ากรีด ต่อให้จัดสรรเวลาดีขนาดไหนก็ลำบากมากถ้าต้องทำงานพิเศษไปด้วยและล่ากรีดไปด้วย เลยกำลังหาช่องทางเพิ่มรายได้จากMoney Monster แต่เหมือนจะไม่มีสินะ”

“อืม..เหมือนจะมีอยู่นะครับ”

“มีจริงๆ งั้นเหรอ!” ไลท์ทำตาลุกวาวเสมือนกับมีทองคำมาวางอยู่ตรงหน้า อเดมัสพยักหน้าให้ก่อนจะเริ่มอธิบาย้

“ที่จริงนี่ไม่ได้เป็นวิธีที่ทางเราคิดเอาไว้ แต่เป็นวิธีที่โบรกเกอร์สร้างขึ้นมาเองครับ”

“อืมๆ”

“ปกติเมื่อได้สิ่งของที่อยากได้ ก็ต้องไปซื้อมาใช่ไหมล่ะครับ กรณีนี้ก็ไม่ต่างกัน เช่น การ์ดใบหนึ่งหายากมากมีมูลค่าสูง แต่คนขายไม่ยอมขายด้วยเงินMoney Monster คนที่อยากได้เลยต้องใช้เงินของโลกภายนอกมาจ่ายเพื่อจะได้การ์ดใบนั้นมา”

“หา! เรียบง่ายขนาดนั้นเลยเรอะ”

“ครับ และสมมุติเกิดบางกรณีเช่น เดือนนี้ล่ากรีดได้นิดเดียวทำให้มีเงินMoney Monsterไม่พอจะส่งค่างวดรายเดือน เลยใช้เงินจริงไปซื้อเงินMoney Monsterจากโบรกเกอร์คนอื่นที่ยินดีขาย กรณีนี้ก็เกิดขึ้นเหมือนกัน”

“อะ..เอ่อ”

‘แบบนั้นก็ไม่เลวแฮะ’ ไลท์ครุ่นคิดในใจ หากเขาสามารถใช้ความสามารถที่มีในการหาเงินMoney Monsterและการ์ดหายากมาได้ บางทีอาจไม่ต้องทำพาร์ทไทม์ไปตลอดชีวิตเลยก็ได้ หลังจากนั้นก็ใช้สมองหาทางคิดช่องทางสร้างรายได้ต่อไปจนกระทั่งเกิดคำถามขึ้นในใจว่า

“อเดมัส”

“ครับ? นายท่านของกระผม”

“สมมุติถ้าฉันเป็นนักเขียน ฉันทำสัญญากับมาม่อนให้ตัวเองมีทักษะการเขียนดีเลิศ จนผลงานของฉันมียอดตีพิมพ์หลายล้านเล่ม ถูกดัดแปลงเป็นละคร หนังภาพยนตร์ อนิเมชั่นและมีเงินมากมายเป็นกอบเป็นกำ ฉันไม่ต้องฆ่ากรีดสักตัวแต่ใช้เงินซื้อเงินจากโบรกเกอร์คนอื่นๆ มาส่งค่างวด แบบนี้ก็ได้ใช่ไหม?”

“ครับ ก็มีกรณีนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ แต่ถ้าหากไม่สังหารกรีดเลยทางเราก็ลำบากใจเช่นกัน เลยหามาตรการมารับมือไปเรียบร้อยแล้ว”

“ยังไง?”

“เช่น ถึงท่านจะสามารถหาเงินมาชำระได้ครบทุกเดือน แต่ท่านก็ต้องมีคะแนนขั้นต่ำตามที่เรากำหนดให้ทำ”

“คะแนน?”

“ครับ คะแนนจะได้จากการล่ากรีด เข้าสนามประลองอารีน่า หรือกิจกรรมที่ทางธนาคารแห่งความมืดจัดขึ้น หากคะแนนไม่ถึงที่กำหนดเราจะไม่รับส่งเงินงวดนั้นและถูกนับว่า[ยังไม่ส่งเงิน]”

“โฮ..โหดเอาเรื่องแฮะ เป็นการบังคับไม่ให้โบรกเกอร์อยู่ติดบ้านเกินไปสินะ”

“ครับ เป็นแผนการรับมืออันชาญฉลาดของท่านมาม่อน”

“แต่ก็ไม่น่าเป็นปัญหามากมั้ง ก็นั่นไง ถ้ามีเงินก็ไปซื้อการ์ดเก่งๆ มาล่ากรีดซะ เรื่องเก็บคะแนนก็น่าจะเป็นเรื่องหมูๆ ใช่ไหมล่ะ”

“ก็ไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไปครับ นายท่านของกระผม”

“หมายความว่ายังไง?”

“อีกไม่นานเท่าก็จะรู้เองครับ..เมื่อไปถึงศูนย์ฝึกอบรม” อเดมัสยิ้มออกมาอย่างเป็นเลศนัย ทิ้งท้ายให้ไลท์ได้แต่มึนงงแก่คำพูดของนายธนาคารแห่งความมืด บอกไว้เพียงว่าสิ่งที่เขาต้องทำต่อไปนั้นมีอะไรบ้าง

 

ศูนย์ฝึกอบรมคือสถานที่ที่ต้องไปเรียนรู้ ฝึกงานก่อนจะออกไปทำงานจริง ที่วอลสตรีทเองก็มีศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะของโบรกเกอร์ มีหน้าที่ฝึกสอนการใช้พลัง แกะรอยกรีด และอื่นๆ อีกมากมายที่ควรจะขัดเกลาก่อนออกไปไล่ล่าเหล่าอมนุษย์ที่โลกภายนอก

โดยโบรกเกอร์มือใหม่ทุกคนจะต้องเข้าฝึกที่ศูนย์อบรมเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือน ไลท์เองก็ไม่มีข้อยกเว้นทำให้แท็กซี่สีดำวิ่งมาจอดยังสถานที่แห่งหนึ่ง มันเป็นโดมขนาดใหญ่กว้างอาจใหญ่กว่าหรือเทียบเท่ามหาวิทยาลัย

ไลท์ก้าวลงจากแท็กซี่และชื่นชมสิ่งปลูกสร้างตรงหน้า แต่ก่อนที่จะเดินเข้าไปก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“นายท่านของกระผม ขอเสียมารยาทแต่พอจะมีเวลาตอบคำถามผมสักประโยคจะได้ไหมครับ?”

“คำถามอะไรงั้นเหรอ?”

“ท่านอยากจะเป็นราชาไหม?”

“....”

“ว่าไงครับ นายท่านของกระผม” อเดมัสถามย้ำอีกทีแต่ชายหนุ่มกลับยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนจะตอบกลับไปว่า

“ขึ้นอยู่กับว่าเป็นแล้วจะได้อะไรบ้าง”

“งั้นเหรอครับ..ขอให้ท่านโชคดี” อเดมัสโน้มศีรษะให้ก่อนที่ประตูรถจะปิดลง แท็กซี่วิ่งแล่นออกไปอย่างรวดเร็วทำให้ไลท์หันหลังกลับมามองที่ประตูทางเข้า ที่ซึ่งมีผู้คนจำนวนหลายร้อยถึงพันคนยืนกันแออัดเหมือนช่วงสมัครสอบเข้าโรงเรียนไม่มีผิด

ไลท์ได้แต่ยิ้มเจื่อนก่อนจะเดินเข้าไปภายในอย่างไม่รีบร้อน ยื่นบัตรสีดำให้กับพนักงานก่อนจะได้รับบัตรยืนยันตัวตนเขียนเอาไว้ว่า[Light005]สีเหลือง แล้วให้เข้าไปยังภายในโดมที่อัดแน่นไปด้วยผู้คนที่ยืนกันจนแทบจะเบียดกันเป็นปลากระป๋อง

และที่น่าตกใจคือ เขาเห็นเด็กอายุสิบสามอยู่ด้วยและไม่เห็นคนที่มีอายุมากกว่าสามสิบเลยแม้แต่คนเดียว

‘มาม่อนให้สัญญาเฉพาะคนที่อายุ13ถึง29สินะ’ ไลท์ครุ่นคิดก่อนจะเดินหาที่ยืนที่เหมาะที่สุด ในระหว่างนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นโดยไม่สนผู้คนโดยรอบเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเวลาล่วงผ่านไปไฟทั้งหมดก็ถูกดับลง

พรึบ!

เมื่อความมืดเข้าแทนที่ทุกคนก็รู้สึกตื่นตัวกันโดยสัญชาตญาณ แสงสปอตไลท์หันส่องไปทางเดียวกันบนพรมสีน้ำเงินที่ลอยอยู่กลางอากาศ ตรงนั้นมีชายสูงอายุสวมชุดพ่อมดสีดำยืนถือไม้เท้าพร้อมแผ่บรรยากาศน่าเกรงขามออกมาให้ได้เป็นที่ประจักษ์ ก่อนจะเอ่ยเสียงก้องกังวานว่า

“ยินดีต้อนรับ โบรกเกอร์มือใหม่ทุกคน ข้ามีนามว่า[มาสเตอร์อินเวสเตอร์] เป็นเจ้าของศูนย์ฝึกอบรมแห่งนี้และจะรับหน้าที่ฝึกฝนพวกเจ้าทุกคนให้กลายเป็นโบรกเกอร์ที่ยอดเยี่ยม”

“อึก” เหล่าโบรกเกอร์มือใหม่พากันกลืนน้ำลายลงคอกันเฮือกโตเมื่อมาสเตอร์อินเวสเตอร์แนะนำตัวเสร็จ

“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึงเดือนหน้า พวกเจ้าต้องรับการฝึกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อาวุธ การใช้การ์ด วิธีรับมือศัตรู ข้อมูลเกี่ยวกับกรีด ทุกอย่างจะมีประโยชน์ต่อพวกเจ้าอย่างแน่นอน ทว่า..หากการฝึกมันไร้การแข่งขันคงน่าเบื่อเกินไป!” มาสเตอร์อินเวสเตอร์กล่าวเสียงก้องก่อนจะสะบัดไม้เท้าแรงจนเกิดเสียงตีอากาศ ก่อนที่แสงสว่างจะกลับมาทั่วโดมอีกครั้ง

บนชั้นสองมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งมองลงมาจากด้านล่าง พวกเขาสวมเครื่องแบบและมีสายตาราวกับคนผ่านโลกมามาก มองเพียงแวบแรกก็รับรู้ได้ถึงความน่าสะพรึงที่แผ่ออกมาได้อย่างไม่ยากเย็น

“พวกเขาคือตัวแทนขององค์กรแต่ละแห่ง จุดประสงค์ของศูนย์อบรมไม่ใช่เพื่อฝึกฝนโบรกเกอร์มือใหม่ให้แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว! แต่เพื่อเฟ้นหาผู้มีคุณสมบัติพอที่จะถูกทาบทามอีกด้วย!”

“หมายความว่ายังไง”

“ไม่รู้สิ”

เหล่าโบรกเกอร์หน้าใหม่เริ่มซุบซิบกันเอง ไลท์หรี่สายตาลงเพื่อตั้งสมาธิฟังข้อความให้ดี

“สำหรับโบรกเกอร์ องค์กรเปรียบเสมือนกับครอบครัวใหญ่ เพื่อได้เข้ากับองค์กรที่ใดสักแห่งจะได้รับสวัสดิการ ไม่ว่าจะเป็นเงินช่วยเหลือ เพื่อนร่วมงานที่มีประสิทธิภาพ ทรัพยากรที่พร้อมจะเพิ่มพูนศักยภาพในการต่อสู้ วัตถุดิบ การ์ดหายาก เมื่อเข้าไปแล้วก็จะได้เป็นส่วนหนึ่งของรากฐานที่ยิ่งใหญ่

ยิ่งองค์กรอยู่ในระดับสูงมากเท่าใด ยิ่งได้รับการคาดหวังมากเท่าไหร่พวกเขาก็จะป้อนทรัพยากรให้พวกเจ้าเติบโตมากยิ่งขึ้นเท่านั้น! และพวกเขาคือแมวมองสำหรับการจับตาดูพวกเจ้า จงแสดงศักยภาพออกมาให้เต็มที่ ผู้ใดที่โชว์ความสามารถและเติบโตได้รวดเร็วที่สุด คนผู้นั้นคือคนที่ถูกเลือก!”

“โอ้ว!!!” เมื่อได้ฟังคำอธิบายของมาสเตอร์อินเวสเตอร์เหล่าโบรกเกอร์มือใหม่ก็พากันตื่นเต้นกันยกใหญ่ แม้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสังคมของMoney Monsterของพวกตนจะมีอยู่น้อยนิด แต่ก็รับรู้ได้ทันทีว่าหากถูกทาบทามจะต้องได้รับผลประโยชน์มหาศาล

โดยเฉพาะคนที่ฉลาดที่เล็งเห็นโอกาสที่พลาดไม่ได้ แต่ว่า..

‘จะมีสักกี่คนที่ได้โอกาสนั้น’

“ไม่ใช่เพียงแค่นั้น!” มาสเตอร์อินเวสเตอร์กำลังจะเอ่ยถ้อยคำบางอย่างส่งผลให้ทุกคนเงียบกริบเพื่อรอฟังโดยเฉพาะ

“ในงานฝึกอบรมครั้งนี้จะมีการเก็บคะแนนอีกด้วย ใครที่ทำผลงานการฝึกได้น่าพึงพอใจจะได้รับคะแนนพิเศษจากเหล่า[มาสเตอร์] ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดสิบลำดับแรกจะได้รับการ์ดระดับ[Super Rare]คนละหนึ่งใบ และใครที่ติดลำดับหนึ่งร้อยคนแรกก็จะได้รับการ์ด[Rare]คนละหนึ่งใบเป็นการรางวัลเช่นกัน”

“แบบนี้เอง!”

“ต้องพยายามมากขึ้นหน่อยแล้ว”

“ถ้าฉะนั้น..เริ่มการฝึกแรกได้” สิ้นเสียงของมาสเตอร์อินเวสเตอร์ที่พื้นก็เกิดอาการสั่นขึ้นเล็กน้อย เสมือนกับกำลังมีกลไกบางอย่างเริ่มทำงาน

กำแพงยุบลงไปแล้วถูกเลื่อนออกแทนที่ด้วยประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่มีรูปภาพเป็นช้างปีศาจนั่งบนบังลังก์เฉกเช่นเดียวกับที่ปรากฏในเหรียญตราอสูร พอเกิดเสียงดังครืนจากการเข้าสู่ตำแหน่งก็ได้ยินเสียงคร่ำครวญดังออกมาจากภายในประตูเหล็กบานนั้น

“จงจดจำไว้! โบรกเกอร์ทั้งหลาย สิ่งสำคัญที่สุดของโบรกเกอร์ไม่ใช่จำนวนเงินในบัญชี การ์ดที่แข็งแกร่ง หรือข้อมูลที่ได้รับการจัดเตรียมมาอย่างดี ปฏิเสธไม่ได้ว่างสิ่งเหล่านี้ก็จำเป็นอย่างมาก แต่! การรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าและใช้ทรัพยากรที่มีอย่างคุ้มค่าก็คือสิ่งที่ควรพึงมีที่สุด!”

บานประตูเหล็กค่อยๆ เลื่อนออกแบบเชื่องช้าค่อยๆ เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน เหล่าโบรกเกอร์ตกตะลึงเมื่อพบเห็นสิ่งนั้นเข้า

บางคนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว บางคนตกตะลึงจนตัวแข็งค้าง บางคนยิ้มออกมาแบบติดตลกร้าย ไปจนถึงคนที่แสดงความยินดีอย่างออกนอกหน้า

อสุรกายสีขาวที่มีรูปร่างผิดมนุษย์ ดวงตาสีดำกับฟันสีเงินที่ฉีกยิ้มจนถึงหูชวนให้รู้สึกคุ้นเคยและน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก น้ำลายของพวกมันไหลเยิ้มลงจรดพื้นพร้อมค่อยๆ ก้าวออกมาด้วยรังสีของผู้ล่า

“เชี่ย..อย่าบอกนะว่า..จะให้สู้กับไอ้พวกนี้น่ะ!”

“ไม่ตลกนะเฮ้ย! พวกเราเป็นมือใหม่นะ ทำแบบนี้มันไม่ถูกต้อง ต้องสอนพวกเราใช้พลังก่อนเซ่!”

“หากวันหนึ่งเดินตลาดอยู่ดีๆ แล้วเจอโจรมาชักมีดขู่ปล้น พวกเจ้าจะบอกโจรว่าให้รอก่อนค่อยไปหาปืนมาสู้งั้นรึ?” มาสเตอร์อินเวสเตอร์ย้อนศรคำพูดของเหล่าโบรกเกอร์ที่โวยวาย ทำให้ทุกคนอยู่ในสถานะใบ้คำพูด

“คนที่รับมือกับสถานการณ์ในยามคับขันไม่ได้ ไม่มีสิทธิ์จะเป็นเจ้าคนนายคน! คนที่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสไม่ได้ ไม่สมควรประสบความสำเร็จ!” เสียงของมาสเตอร์อินเวสเตอร์ดังก้องเข้าไปในโสตประสาทของทุกคน

“โบรกเกอร์เอ๋ย อนาคตยังมีสถานการณ์อีกมากมายที่ต้องฟันฝ่าไปให้ได้ หากแค่นี้ยังจัดการไม่ได้ ก็สมควรตายซะตั้งแต่ตอนนี้เสีย!”

“หิว! หิวเหลือเกิน!” เหล่าอมนุษย์สีขาวร้องคร่ำครวญไปด้วยความหิวโหย สัตว์ป่าที่ไม่ได้ทานอาหารมาเป็นระยะเวลานาน พวกมันจะดึงดันทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด สภาพของพวกมันในตอนนี้จึงน่าเกลียดและน่ากลัวมากกว่าที่เคยเผชิญที่ไหนมาก่อน

“พวกมันคือกรีดเทียมที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยองค์กรโรเกีย มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับกรีดเลเวลสอง แต่มีความสามารถครบเครื่องกว่า รวดเร็ว แม่นยำ และฉลาด จงกำจัดมันให้สิ้นซากและก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งราชัน!”

“...”

‘ให้มันได้อย่างนี้สิ’

จบบทที่ Money Monster Episode XI [ศูนย์ฝึกอบรม]

คัดลอกลิงก์แล้ว