เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 195 ฟ้าลิขิตให้พบกันอีก

บทที่ 195 ฟ้าลิขิตให้พบกันอีก

บทที่ 195 ฟ้าลิขิตให้พบกันอีก


เรื่องนี้จะมีตอนฟรีทั้งหมด 1-200 ตอน และ....ถ้ายอดกดไลก์เพิ่ม 100 ก็จะแถมให้ฟรี 20 ตอนครับ (ปล.เริ่มนับจาก 8700 นะ เช่นขึ้นไป 8800 ก็บวกให้ 20 ตอน ถ้ายอดมันขึ้นยันจบเรื่อง ก็เปิดให้ฟรีหมดอะ)

*ครบหมื่น แถม 100 ตอนไปอีก เอาเป็นว่าจำกัดวันด้วยแล้วกัน เพราะงี้ถ้าเกิดครบขึ้นมาแบบ 2 ปีต่อมาลืมแหง เอาถึง 1/4/2568 นะครับ ก็คือ 1 เมษายน*

แฟนเพจกดไลก์ได้ที่ ยักษาแปร | Facebook

บทที่ 195 ฟ้าลิขิตให้พบกันอีก

งานเลี้ยงฉลองที่สถานีตำรวจกินเวลานานทีเดียว ก่อนที่ทุกคนจะทยอยกลับบ้านไปด้วยความรู้สึกเบิกบานใจ

เห็นได้ชัดว่า…

ช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อนร่วมงานที่สถานีตำรวจตงไห่ ต่างเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งในสกายเน็ตและกล่องรับเรื่องร้องเรียน เต็มไปด้วยคำตำหนิติเตียนมากมายนับไม่ถ้วน

แต่ทั้งหมดนั้นก็ผ่านพ้นไปแล้ว

เมื่อรวบรวมหลักฐานในคดีต่าง ๆ เสร็จสิ้น ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะได้รับคำชมเชย เสียงปรบมือ และการยกย่อง

นับจากนี้เป็นต้นไป ทีมสืบสวนคดีสวี่หยุนก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว

ชื่อยังคงอยู่ แต่ความจริงแล้วก็ถูกยุบไปแล้ว

เพราะคดีคลี่คลายแล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องคงทีมไว้

สมาชิกคนอื่น ๆ ก็กลับไปทำงานในตำแหน่งเดิมของตน ทุกคนในสถานีตำรวจต่างทุ่มเททำงานสรุปคดีฆาตกรรมต่อเนื่องชุดนี้

หลินเสวียนมาถึงห้องพักสองคนนอนที่เคยอาศัยอยู่

เนื่องจากทีมสืบสวนถูกยุบไปแล้ว เขาจึงควรย้ายออกจากที่นี่ได้แล้ว

ที่จริง ที่นี่เงียบเหงาไปหลายวันแล้ว ของใช้ของจี้หลินหายไปหมดแล้ว เขาเอาไปทั้งหมดตอนไปญี่ปุ่น ถึงแม้ของใช้ส่วนตัวของหลินเสวียนจะยังอยู่ที่นี่ แต่เขาก็ไม่ได้พักที่นี่มาระยะหนึ่งแล้ว

เขาเปิดไฟในห้อง

ห้องที่ว่างเปล่าทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจ

ตอนนี้ ทุกคนต่างคิดว่า ละครสยองขวัญเรื่องนี้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

แต่เขารู้

มันยังไม่จบ

ละครเรื่องนี้ ก่อนจะถึงฉากจบ…ยังขาดฉากสุดท้ายอยู่

สุดท้ายแล้ว นักแสดงฝ่ายไหนที่จะได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชม ก็ขึ้นอยู่กับการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายนี้

หลินเสวียนเก็บของใส่กระเป๋า ปิดไฟ และหันไปมองห้องที่เคยอยู่ร่วมกับจี้หลินมาครึ่งเดือนสุดท้ายอีกครั้ง…

ปัง

ปิดประตูลงแล้ว…

……

บริษัท MX ชั้น 22 ห้องทำงานของจ้าวอิงจวิ้น

หลินเสวียนวางกุญแจรถเฟอร์รารี่รุ่นคลาสสิกที่สืบทอดกันมาบนโต๊ะทำงานของจ้าวอิงจวิ้น

「ใช้เสร็จแล้วเหรอ?」

จ้าวอิงจวิ้นเงยหน้าขึ้น มองหลินเสวียนพลางยิ้มบาง ๆ

「คุณใช้มันทำเรื่องใหญ่จริง ๆ ด้วย」

「คุณได้ยินแล้วเหรอ?」

「แน่นอน เรื่องใหญ่ขนาดนี้ลือกันไปทั่วแล้ว ถึงตำรวจยังไม่แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่ฉันว่าทั้งเมืองคงรู้กันหมดแล้ว」

จ้าวอิงจวิ้นวางคางบนมือ มองหลินเสวียน

「ทางสถานีตำรวจเมืองตงไห่คงยกย่องคุณเป็นฮีโร่ไปแล้วล่ะมั้งเนี่ย? คุณกำจัดปัญหาใหญ่ให้พวกเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบเลย」

「ก็ต้องขอบคุณรถคันนี้ด้วยแหละครับ」หลินเสวียนชี้ไปที่กุญแจรถบนโต๊ะ

「ถ้าไม่มีรถดี ๆ คันนี้ อาจจะโดนพวกนั้นทิ้งห่างไปแล้ว ก็คงไม่ได้รับเครดิตนี้มาหรอกครับ」

「ดูเหมือนคุณจะชอบขับรถจริง ๆ นะ」

「ก็ประมาณนั้นแหละครับ」

หลินเสวียนยิ้ม

「นี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ผมถนัดที่สุดในโลกนี้แล้วล่ะครับ」

「งั้นคุณก็ถ่อมตัวเกินไปแล้วล่ะ」

จ้าวอิงจวิ้นเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ผู้บริหาร มองหลินเสวียน

「คุณเก่งและมีความสามารถมากมาย นี่ทุกคนก็เห็นตรงกันหมด เหมือนที่เขาว่ากันว่าม้าดีต้องมีอานดี รถคันนี้ ถ้าคุณชอบก็เอาไปขับเลย ฉันไม่ได้ขับบ่อยอยู่แล้ว มีคนขับประจำอยู่แล้ว」

「ไม่ ๆ ๆ ทุกครั้งที่ได้ใช้รถของคุณมันเลยเถิดไปทุกที ผมเกรงใจจริง ๆ 」

หลินเสวียนโบกมือปฏิเสธ แล้วก็พูดถึงเรื่องสำคัญในวันนี้:

「ขอบคุณมากนะครับที่ให้ยืมรถ คุณไว้ใจผมจริง ๆ ผมก็ไม่มีอะไรจะตอบแทนคุณได้ แต่เพื่อนแนะนำร้านอาหารร้านนึงมา ว่าอร่อยมาก ว่างวันไหน ผมขอเลี้ยงผมวคุณได้ไหม?」

「อืม…………」

จ้าวอิงจวิ้นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ยิ้มหวาน:

「เลี้ยงข้าวไม่ต้องแล้ว ถ้าคุณอยากขอบคุณจริง ๆ ลองเปลี่ยนวิธีอื่นดูไหม?」

「วิธีอื่นเหรอ?」

หลินเสวียนงง:

「แล้ว…ผมต้องทำอะไร?」

จ้าวอิงจวิ้นโน้มตัวเข้ามา ยิ้มพร้อมกับเล่นกุญแจรถเฟอร์รารีบนโต๊ะ:

「ได้นั่งรถคุณไปแบบสุดเหวี่ยงมาสองรอบแล้ว ทำให้ฉันสนใจกีฬาที่มันเร้าใจแบบนี้ขึ้นมาเหมือนกัน」

「เอาเป็นว่า…คุณสอนฉันขับรถหน่อยสิ? ฉันว่าการดริฟท์ การแซงแบบความเร็วสูง มันน่าสนใจดีนะ」

หลินเสวียนกระพริบตา ไม่เคยคิดเลยว่าจ้าวอิงจวิ้นจะขออะไรแบบนี้

「คุณแน่ใจนะ? การซิ่งรถมันอันตรายนะ」

「แน่นอนว่าไม่ใช่บนถนนหลวงหรอกค่ะ。」จ้าวอิงจวิ้นยกมือขึ้นแสดงท่าทางไม่แน่ใจว่าจะอธิบายยังไง:

「ในสนามแข่งสิคะ ที่นั่นปลอดภัยกว่าเยอะ คุณเคยโชว์ฝีมือสุดยอดมาแล้วครั้งนึง ฉันเลยสนใจไปหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วย อยากลองด้วยตัวเองดูบ้างจริง ๆ 」

หลินเสวียนพยักหน้ารับ

เพราะวันนี้เขาถือโอกาสมาขอบคุณจ้าวอิงจวิ้นที่ยืมรถให้ และคำขอของเขาก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ สำหรับหลินเสวียนแล้วเป็นเรื่องเล็กน้อย จึงตอบตกลงไปตรง ๆ :

「งั้นไม่มีปัญหาครับ พรุ่งนี้วันเสาร์แล้ว เราไปสนามแข่งรถเทียนม่ากันดีไหมครับ? ที่นั่นเปิดให้ฝึกซ้อมขับรถตลอด และมีสนามแข่งหลายสนาม จองคิวได้ง่ายด้วยครับ」

「ไม่มีปัญหาเลยค่ะ」

จ้าวอิงจวิ้นยิ้มแล้วพยักหน้า:

「พรุ่งนี้เจอกันนะคะ」

……

บรืนนน!!!!!!!!

เสียงคำรามของเฟอร์รารี่ลาเฟอร์รารี่ที่ใช้รอบเครื่องสูงในเกียร์ต่ำ ปล่อยควันดำจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ออกมา แล่นอยู่บนสนามแข่งหมายเลข 2 ของสนามแข่งรถเทียนม่า เมืองตงไห่

วันนี้จ้าวอิงจวิ้นเหมาสนามแข่งทั้งสนามไว้ เพื่อใช้ฝึกซ้อมขับรถ

ตอนนี้เป็นช่วงปิดฤดูกาลแข่งรถ สนามแข่งรถทุกแห่งจึงค่อนข้างว่าง มีทั้งรถแต่งและรถสปอร์ตหลายคันมาทดสอบรถกัน แต่การเหมาสนามแข่งทั้งสนามไว้ใช้คนเดียวแบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็น พูดได้เลยว่า……จ้าวอิงจวิ้นนี่รวยไม่ธรรมดาจริง ๆ

「ใช่แล้วครับ รักษารอบเครื่องแบบนี้ไว้ และมองดูที่เข็มวัดรอบเครื่องด้วยนะครับ」

หลินเสวียนนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ มองจ้าวอิงจวิ้นที่กำพวงมาลัยแน่น แล้วบอกว่า

「เวลาซิ่งรถนะ ความเร็วไม่ใช่เรื่องสำคัญ ความเร็ววัดได้ด้วยตาและการรับรู้ของร่างกาย แต่รอบเครื่องยนต์นี่สิ ต้องจับตาตลอด สำหรับมือใหม่หัดซิ่ง การดูรอบเครื่องยนต์มันยาก เลยต้องคอยมองที่เกจวัดรอบเครื่องยนต์อยู่เสมอ」

จ้าวอิงจวิ้นพยักหน้ารับ

ตอนนี้รถวิ่งเร็วมาก… เธอไม่เคยขับรถเร็วขนาดนี้มาก่อน เลยรู้สึกตื่นเต้นมาก

จึงตั้งใจขับขึ้นมาทันที มองไปข้างหน้าไม่กระพริบ และคอยเหลือบไปมองเกจ์วัดรอบเครื่องยนต์เป็นระยะตามที่หลินเสวียนแนะนำ

นี่เป็นประสบการณ์ใหม่ของเธอเลย

ก่อนหน้านี้ขับรถมานาน เธอก็ไม่เคยสนใจเกจ์วัดรอบเครื่องยนต์ และไม่เข้าใจว่าข้อมูลที่ดูเหมือนไม่มีผลอะไรกับการขับรถแบบนี้ ทำไมต้องเอามาแสดงให้คนขับดูด้วย

พอหลินเสวียนอธิบาย เธอก็เลยเข้าใจ การควบคุมรถที่ยาก ๆ ทำได้โดยการใช้เกียร์ต่ำแล้วเพิ่มรอบเครื่องยนต์ รอบเครื่องยนต์ที่ต่างกัน ก็จะได้ความคล่องตัวที่ต่างกัน นี่แหละคือสิ่งที่ต้องใช้ทั้งประสาทสัมผัสและการปรับตัว

วันนี้จ้าวอิงจวิ้นแต่งตัวสวยสะดุดตา เป็นแบบที่หลินเสวียนไม่เคยเห็นมาก่อน

เพื่อความปลอดภัยในการขับรถ เธอเลยถอดรองเท้าส้นสูงที่ติดแน่นกับเท้าเหมือนหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันออก แล้วใส่รองเท้าสำหรับขับรถแข่ง และเสื้อผ้าก็เปลี่ยนจากแบบพลิ้ว ๆ มาเป็นชุดขับรถแข่งแบบรัดรูปแทน

เธอถอดเครื่องประดับออกหมดทุกชิ้น รวมถึงต่างหูคู่ใจสุดเก๋ เพราะพวกมันอันตรายมากเวลาแข่งรถ

จริง ๆ แล้ว จ้าวอิงจวิ้นควรใส่หมวกกันน็อคด้วย แต่หนึ่งคือวันนี้แค่ซ้อม สองคือสำหรับมือใหม่ หมวกกันน็อคจะบดบังทัศนวิสัย และทำให้คอรับน้ำหนักไม่ไหว ยิ่งอันตรายกว่าเดิม

ดังนั้น วันนี้จ้าวอิงจวิ้นจึงไม่ใส่หมวกกันน็อค แต่ใช้เข็มขัดนิรภัยแบบมืออาชีพแทน เส้นผมยาวสีดำเงางามถูกมัดรวบสูงเป็นหางม้า ดูสง่าและคล่องตัวเป็นที่สุด

「ดีมาก การขับรถความเร็วสูงบนทางตรงง่ายแค่นี้เอง แต่ห้ามเปลี่ยนเกียร์ขึ้นเด็ดขาด ต้องใช้เกียร์ต่ำรอบสูงเท่านั้นถึงจะรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดบนถนนได้ทัน อยากขับเก่ง ต้องเปลี่ยนเกียร์ต่ำแล้วเพิ่มรอบเครื่องยนต์ให้ทันเวลา」

「ต่อไปก็คือการรับรู้แรงเหวี่ยงในโค้ง แล้วก็ทำการดริฟท์ตามไป」

จ้าวอิงจวิ้นเริ่มรู้สึกประหม่า แต่หลินเสวียนยังคงดูสบาย ๆ ยิ้ม ๆ แล้วอธิบายต่อว่า:

「เฟอร์รารี่อาจไม่มีเบรกมือ แต่การดริฟท์ไม่จำเป็นต้องใช้เบรกมือเสมอไป หลักการสำคัญของการดริฟท์คือการทำให้ล้อหลังปัด ถ้าไม่มีเบรกมือ เราก็ใช้ความเร็วสูง ลดเกียร์ลงทันที เหยียบคันเร่งแรง ๆ เพื่อเพิ่มรอบเครื่องยนต์ของล้อหลัง แบบนี้แรงเสียดทานระหว่างล้อหลังกับพื้นถนนก็จะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ล้อลื่นไถล และดริฟท์สำเร็จ」

「ค…คุณพูดได้สบาย ๆ จังเลยนะ」

จ้าวอิงจวิ้นหัวเราะแห้ง ๆ :

「งั้นฉันต้องทำยังไงต่อคะ?」

「ไม่เป็นไรครับ ผมช่วยจับพวงมาลัยให้ คุณแค่ฟังผมสั่งการ ตอนนี้—ลดเกียร์ลงสอง! เหยียบคันเร่งสุดแรงเลย!」

เอี๊ยด!!!!!!!!

ทันทีที่จ้าวอิงจวิ้นเหยียบคันเร่งสุดแรง! ล้อหลังของรถขับเคลื่อนล้อหลังที่รอบเครื่องยนต์พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็เริ่มหมุนฟรีอย่างบ้าคลั่ง! เสียดสีกับพื้นจนเกิดควันขาวขึ้นมา!

และในขณะเดียวกันนั้น แรงยึดเกาะหายไปในทันที ล้อหลังทั้งสองเริ่มไถลออกด้านข้าง! ตัวรถเฟอร์รารี่ก็เอียงตามไปด้วย! เปลี่ยนเป็นท่าดริฟต์ 45 องศา แล้วเฉือนเข้าโค้งไป!

แน่นอน…

ตอนนี้พวงมาลัยอยู่ในมือซ้ายของหลินเสวียนที่กำแน่น การปรับแต่งทิศทางเล็กน้อยล้วนเป็นฝีมือของเขา

เพราะการดริฟต์ครั้งนี้ แค่เพื่อให้จ้าวอิงจวิ้นได้สัมผัสกับแรงเหวี่ยงจากการที่ยางล้อเสียการยึดเกาะ ถ้าจะให้เธอทำเองได้ ยังต้องฝึกอีกพักใหญ่…ถ้าปล่อยให้เธอควบคุมพวงมาลัยตั้งแต่แรก รับรองว่าพลิกคว่ำไปแล้ว

「เฮ้อ…………」

หลังจากผ่านโค้งมาได้ จ้าวอิงจวิ้นหายใจเข้าลึก ๆ ส่ายหัวแล้วหัวเราะเบา ๆ ว่า:

「ตอนนั้นฉันไม่มีเวลาคิด พอมาคิดทบทวนคำพูดของคุณอีกที…หลักการที่ว่ายิ่งรอบเครื่องยนต์เร็วแรงเสียดทานยิ่งน้อย เหมือนเคยเรียนตอนมัธยมปลายเลยนะเนี่ย? ไม่นึกเลยว่าความรู้ฟิสิกส์แบบนี้จะเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย」

「จริงด้วยครับ」

หลินเสวียนพยักหน้า:

「ฟิสิกส์นับว่าเป็นวิชาที่น่าทึ่งมาก นักวิทยาศาสตร์หลายคนหลงใหลในกฎของแรงต่าง ๆ และสมการต่าง ๆ แต่…ก็มีคนบอกว่าคณิตศาสตร์ต่างหากที่เป็นวิชาที่สวยงามที่สุดในโลก」

หลินเสวียนนึกถึงหลิวเฟิงและหลี่ฉีฉี

ทั้งสองคน แม้ความสามารถทางคณิตศาสตร์จะต่างกันราวฟ้ากับเหว คนหนึ่งเก่งกาจ อีกคนกลับไม่ถนัดเลย แต่กลับต่างสัมผัสได้ถึงความงดงามและความวิจิตรพิสดารของสูตรคณิตศาสตร์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

บางครั้งหลินเสวียนก็เผลอไผลคิดไปว่า ทำไมกฎของฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ในจักรวาลนี้ถึงได้วิจิตรบรรจงและสมบูรณ์แบบเช่นนี้?

ยากจะเชื่อว่าความบังเอิญเช่นนี้จะเกิดขึ้นได้เองโดยธรรมชาติ

「ฟิสิกส์กับคณิตศาสตร์แทบจะเป็นสิ่งเดียวกันเลยนะ」

หลังจากผ่านโค้งมาได้หนึ่งรอบ จ้าวอิงจวิ้นดูผ่อนคลายขึ้นมาก ตอนนี้สามารถพูดคุยกับหลินเสวียนได้ขณะเร่งความเร็วบนทางตรง:

「นักคณิตศาสตร์ชื่อก้องโลกอย่าง ไอแซก นิวตัน เขียนหนังสือชื่อ 《หลักการทางคณิตศาสตร์ของปรัชญาธรรมชาติ》ไม่ใช่เหรอ?」

「ใช่แล้วครับ」 หลินเสวียนเคยอ่านหนังสือเล่มนี้มาก่อน:

「หนังสือเล่มนี้เป็นบันไดนำนิวตันไปสู่ความเป็นอมตะ การเสนอทฤษฎีการเคลื่อนที่ทั้งสามข้อและกฎความโน้มถ่วงสากล…… ทำให้เขาครองตำแหน่งบิดาแห่งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ และเป็นจุดเริ่มต้นให้มนุษยชาติได้เริ่มต้นสำรวจความลี้ลับของจักรวาล」

「นิวตันน่ะ อัจฉริยะตัวจริงเลย」

หลินเสวียนได้แต่รู้สึกทึ่ง

สุดท้ายแล้ว อัจฉริยะพวกไหนกัน ถึงกล้าตั้งชื่อชมรมว่า สโมสรอัจฉริยะขนาดนี้?

ถ้าไม่มีนิวตัน ไอน์สไตน์ หรือเกาส์ เขาก็ไม่ยอมรับหรอก คนเหล่านี้เก่งกาจเกินไปจนทำให้มาตรฐานความเป็นอัจฉริยะสูงลิบลิ่ว...ยากจะจินตนาการว่าคนรุ่นหลังจะทำอย่างไรถึงจะก้าวข้ามพวกเขาไปได้

……

ในขณะเดียวกัน ที่สนามแข่งรถเทม่า ทางวิ่งหมายเลข 1

แมคลาเรนซอนดาสีแดงสด ดริฟท์อย่างสุดขีดก่อนเข้าโค้งสุดท้าย ยางรถที่สัมผัสกับพื้นถนนเสียดสีกันอย่างรุนแรง ก่อนจะจอดเอียง ๆ อยู่ข้างทางวิ่ง

ประตูแบบกรรไกรเปิดออก

ซูซูถอดหมวกกันน็อคออก สะบัดผมสีเหลืองสดใสให้กลับมาฟู แล้วหันไปมองโค้ชข้าง ๆ

「เป็นยังไงบ้างคะ?」

โค้ชผู้ชายข้าง ๆ ชูสองนิ้วโป้งขึ้น

「สุดยอดเลย! สุดยอดจริง ๆ ซูซู! คุณเป็นนักแข่งหญิงที่เก่งที่สุดที่ผมเคยเจอมาเลย!」

「แต่ฉันรู้สึกว่า…โค้งของฉันยังไม่เข้าใกล้ขอบในพอ」

「เป็นไปไม่ได้!」โค้ชอุทานขึ้น

「อย่างนี้ก็สุดยอดแล้ว! แม้แต่นักแข่งมืออาชีพก็ยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย ไม่มีใครเอาหัวรถชนโค้งได้ขนาดนั้นหรอก! นี่ไม่ใช่ Initial D หรือ Mario Kart นะ……ไม่มีใครขับได้ขนาดนั้นหรอก คุณเก่งมากแล้ว!」

「อืม……」ซูซูทำปากขมุบขมิบ

「แต่ช่วงนี้ฉันเพิ่งเห็นคนสองคน เทคนิคของเขาสูงมาก ขับรถแข่งกันบนทางด่วนที่มีรถเยอะแยะ เก่งกว่าที่นี่อีก การเข้าโค้งของเขาคือไฟหน้ารถติดกับขอบถนนเลย」

「ฮ่า ๆ ๆ ๆ ……นั่นน่ะ…คงจะตาฝาดไปแล้วล่ะมั้ง」โค้ชหัวเราะแห้ง ๆ มันเป็นไปไม่ได้…แค่เรื่องเล่าในเมืองเท่านั้นแหละ

「งั้นฉันไปก่อนนะคะ เจอกันอาทิตย์หน้าค่ะ」

โค้ชลงจากรถ ซูซูจึงโบกมือเรียกเพื่อนสาวที่รออยู่ข้างทางขึ้นรถ ทั้งคู่โบกมือลาโค้ชก่อนขับรถออกจากสนามแข่งหมายเลข 1

「ได้เลยครับคุณซูซู เจอกันอาทิตย์หน้าครับ!」

โค้ชโค้งตัวเล็กน้อย โบกมือลาอย่างอ่อนโยน

นี่มันลูกค้ารายใหญ่เลยนะ!

ใจป้ำสุด ๆ ต้องเอาอกเอาใจให้ดี ๆ !

เพื่อนสาวข้าง ๆ ควักลูกอมบับเบิ้ลกัมจากช่องเก็บของข้างเบาะผู้โดยสารของแมคลาเรนออกมา แล้วหย่อนหนึ่งเม็ดเข้าปาก

「ซูซู นี่คุณโดนเฟอร์รารี่คันนั้นกระตุ้นจนต้องมาซ้อมขับรถที่นี่ทุกอาทิตย์เลยเหรอ」

ซูซูฮึดฮัด

「เฟอร์รารี่มันก็แค่… ฉันแค่โมโหไอ้คนที่ไปเดทแบบดูตัวกับฉันน่ะ พวกทำตัวหยิ่งแล้วหนีไปนี่มันน่าขยะแขยงจริง ๆ ! ชีวิตฉันเพิ่งจะยอมให้ผู้ชายคนไหนสแกนวีแชทเป็นครั้งแรก เขากล้าปฏิเสธฉันได้ยังไงเนี่ย?! เขาไม่รู้จักดีรู้จักชั่วจริง ๆ ! เจอหน้าเขาครั้งหน้าฉันจะไม่ปล่อยมันไว้แน่!」

「เฮ้อ อย่าโกรธเลยนะ」

เพื่อนสาวส่งลูกอมบับเบิ้ลกัมมาให้ หัวเราะคิกคัก

「เมืองตงไห่ใหญ่อย่างนี้ จะเจอกันได้ยังไงล่ะ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์รารี่คันนั้นหรือไอ้คนที่ไปเดทด้วยก็เถอะ… ฉันว่าชาตินี้พวกคุณก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้วล่ะ!」

บรืนน!!!!!!!

แมคลาเรนของทั้งสองแล่นผ่านบริเวณรอบนอกสนามแข่งหมายเลข 2

เงาร่างสีแดงฉานพุ่งทะยานมาพร้อมกับควันดำจากยางรถที่เสียดสีกับพื้นถนน เสียงเครื่องยนต์คำรามด้วยความเร็วสูงสุด พุ่งทะยานผ่านไปอย่างรวดเร็ว!

ซูซูและเพื่อนสาวอ้าปากค้าง ตาเบิกโพลง

ทั้งสองคนหันไปมองทางวิ่งหมายเลข 2 ที่กำลังไกลออกไปพร้อมกัน...

สีแดงสดคุ้นตา...

รูปทรงรถที่คุ้นเคย...

ไฟท้ายคันนั้น! คุ้นเคยเหลือเกิน!

「ไอ้บ้านี้!」

ซูซูขบกรีดฟันแน่น:

「ช่างเป็นความบังเอิญที่เฮงซวยจริง ๆ เลย!」

จบบทที่ บทที่ 195 ฟ้าลิขิตให้พบกันอีก

คัดลอกลิงก์แล้ว