- หน้าแรก
- โคตรเศรษฐี: พี่ครับ...ผมแค่อยากเจ๊ง!
- บทที่ 10: การสัมภาษณ์งานสุดเรียบง่าย
บทที่ 10: การสัมภาษณ์งานสุดเรียบง่าย
บทที่ 10: การสัมภาษณ์งานสุดเรียบง่าย
บทที่ 10: การสัมภาษณ์งานสุดเรียบง่าย
หลี่เซินมองท่าทีร้อนใจของเว่ยเหยียน แล้วแสร้งทำเป็นพูดจาอย่างลึกซึ้ง
"พี่ลืมเรื่องออเดอร์ที่ถูกตีกลับเมื่อตอนก่อนปีใหม่ไปแล้วเหรอ?"
"จะลืมได้ยังไงกัน แต่มันเกี่ยวอะไรกับประธานเฉินด้วยล่ะ?"
สีหน้าของเว่ยเหยียนเต็มไปด้วยความงุนงง เขาคือหนึ่งในผู้เสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนั้น จะลืมลงได้ยังไง?
นั่นมันลูกค้าของเขาทั้งนั้น เพราะคุณภาพเสื้อผ้ามันแย่กว่าเดิมมาก สุดท้ายเลยถูกตีกลับมาทั้งหมด
เสื้อผ้าที่ถูกตีกลับมีเป็นหมื่นๆ ตัว ตอนนี้ก็ยังกองให้ฝุ่นจับอยู่ในโกดัง
"เกี่ยวสิครับ เกี่ยวเต็มๆ เลย"
"พี่ก็พูดเองว่ามีเสื้อผ้าเป็นหมื่นๆ ตัวในโกดังที่ยังไม่ถูกจัดการ แต่พี่กลับคิดแต่จะออกไปหาออเดอร์ใหม่ๆ แล้วเถ้าแก่ที่ไหนเขาจะพอใจล่ะครับ!"
"พี่ดูสิ ประธานเฉินเอาแต่คุยกับพี่เรื่องภายในบริษัท นี่มันชัดๆ เลยว่าท่านกำลังส่งซิกให้พี่อยู่"
หลี่เซินวิเคราะห์ด้วยท่าทีจริงจัง
เมื่อได้ฟังดังนั้น เว่ยเหยียนก็รู้สึกราวกับตาสว่าง เข้าใจความจริงขึ้นมาในทันที
เขาตบโต๊ะอย่างตื่นเต้น
"จริงด้วย! ทำไมฉันถึงคิดไม่ถึงนะ? ที่แท้ประธานเฉินก็อยากให้ฉันไปจัดการกับเสื้อผ้าที่กองอยู่ในโกดังนั่นเอง!"
แต่ไม่นาน สีหน้าตื่นเต้นของเขาก็มืดครึ้มลงอีกครั้ง
"แต่คุณภาพเสื้อผ้าพวกนั้นมันแย่เกินไป ถึงฉันอยากจะระบายออกไป ลูกค้าก็คงไม่เอาหรอก!"
"ทำไมพี่ไม่ลองเปลี่ยนวิธีดูล่ะ? ลองหาช่องทางขายอื่นดูสิครับ"
"นายมีวิธีเหรอ?"
เว่ยเหยียนมองหลี่เซินอย่างคาดหวัง
หลี่เซินยิ้มโดยไม่พูดอะไร เขาชี้ไปที่แก้วเหล้าที่ว่างเปล่าของตัวเอง
เมื่อเห็นดังนั้น เว่ยเหยียนก็รีบเปิดเหล้าขวดใหม่แล้วรินให้จนเต็มแก้ว
หลี่เซินหยิบแก้วเหล้าที่เต็มเปี่ยมขึ้นมาแล้วกระดกเข้าปากอึกใหญ่
"พี่ก็ลองไปหาพวกที่ขายเสื้อผ้าตามตลาดนัดดูสิครับ ผมเคยเห็นว่าคุณภาพเสื้อผ้าที่พวกเขาขายก็ไม่ได้ดีอะไรนักหรอก แต่เน้นว่ามันถูก เสื้อตัวหนึ่งก็แค่สิบยี่สิบหยวนเท่านั้นเอง"
"พี่ก็ไปหาพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัดสักหลายๆ เจ้า ไม่ต้องขายแพงหรอก ขายตัวละห้าหกหยวนก็พอ ผมไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะไม่เอา"
ยิ่งเว่ยเหยียนฟังคำอธิบายของหลี่เซิน เขาก็ยิ่งคิดว่ามันมีความเป็นไปได้สูง
เขาตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ตอนกลางคืนจะลองไปหาพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดนัดดูสักหน่อย
"น้องชายที่ดี ครั้งนี้ฉันติดหนี้นายครั้งใหญ่เลยนะ ฉันขอคารวะ"
พูดจบ เขาก็ยกแก้วเหล้าขึ้นชนกับแก้วของหลี่เซินแล้วดื่มรวดเดียวหมด
"ดื่ม!"
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่เซินก็ยกแก้วของตัวเองขึ้นดื่มอย่างมีความสุขเช่นกัน
หลังจากดื่มเสร็จ
เว่ยเหยียนก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่เซิน
"นายว่าฉันควรจะไปหารือเรื่องนี้กับประธานเฉินก่อนดีไหม?"
"ตอนนี้ยังไม่ต้องหรอกครับ รอให้พี่จัดการเสื้อผ้าที่ค้างสต็อกได้แล้ว ค่อยไปรายงานประธานเฉิน ท่านจะได้เซอร์ไพรส์ไงครับ"
"ตกลง!"
..............
วันต่อมา
เฉินโม่ตื่นแต่เช้า ล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ออกจากห้องทันที วันนี้เขาไม่ได้ไปที่บริษัท แต่ตรงไปยังอาคารศาลากลางแทน
วันนี้ที่อาคารศาลากลางมีงานนัดพบแรงงาน เขาจะไปลองเสี่ยงโชคดู เผื่อว่าจะหาคนที่เหมาะสมได้สักสองสามคน
เมื่อมาถึงชั้นสาม
บังเอิญจริงๆ ที่เขาได้เจอกับครอบครัวนั้นอีกแล้ว
ฝ่ายหญิงกำลังช่วยฝ่ายชายจัดปกคอเสื้ออยู่ที่หน้าประตู ดูเหมือนกำลังกำชับอะไรบางอย่างอยู่
เมื่อเห็นเขาเดินลงบันไดมา ฝ่ายชายก็จูงลูกสาวเดินลงไปก่อน
เมื่อมองดูกระเป๋าเป้ที่ฝ่ายชายสะพายอยู่ เขากน่าจะกำลังพาลูกสาวไปโรงเรียน
เมื่อลงบันไดมาถึงหน้าชุมชน เขาก็โบกแท็กซี่แล้วมุ่งตรงไปยังอาคารศาลากลาง
อาคารศาลากลาง
เฉินโม่ลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ธุรการ จ่ายค่าธรรมเนียมเล็กน้อย แล้วก็ได้พื้นที่สำหรับรับสมัครงานมาหนึ่งจุด
เนื่องจากมาอย่างเร่งรีบ เขาจึงไม่ได้เตรียมอุปกรณ์ในการรับสมัครงานมาเลย
เมื่อเทียบกับโปสเตอร์และแบนเนอร์ของบริษัทอื่น เขามีเพียงป้ายประกาศรับสมัครงานที่เขียนด้วยลายมือวางอยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยมตรงหน้าเท่านั้น
'โรงงานเสื้อผ้าฉางเฟิงรับสมัครผู้มีความสามารถด้วยเงินเดือนสูง'
ตำแหน่งที่เปิดรับ: ผู้ช่วยเจ้านาย, การเงิน, บัญชี, เสมียน, คนงาน, พนักงานขาย และตำแหน่งอื่นๆ...
ยิ่งไปกว่านั้น ตำแหน่งของเขาก็ค่อนข้างอับ อยู่ในมุมหนึ่งของพื้นที่จัดงานทั้งหมด
ครึ่งวันผ่านไปในพริบตา
เฉินโม่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะ รู้สึกง่วงเหงาหาวนอน ตลอดครึ่งวันที่ผ่านมา เขาไม่สามารถรับสมัครใครได้แม้แต่คนเดียว
คนที่มาหางานเกือบทุกคนแค่เหลือบมองป้ายประกาศรับสมัครงานของเขา แล้วก็เมินไปเลย
"ที่นี่รับสมัครเสมียนด้วยนะ"
"ไม่มีแม้แต่โปสเตอร์ดีๆ สักใบ ไม่ใช่ที่ที่ดีแน่ๆ เผลอๆ อาจจะเป็นบริษัทต้มตุ๋นก็ได้"
"งั้น... เราไปดูทางนู้นกันเถอะ"
เด็กสาวสองคนยืนอยู่หน้าโต๊ะ พูดคุยกันสองสามประโยค แล้วก็เดินจากไปทันที
"ผิวเผิน!"
เฉินโม่มองเด็กสาวสองคนที่ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากถาม พึมพำบ่นกับตัวเอง แล้วก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะเพื่อแอบงีบต่อ
เขาเข้าใจแล้วว่าวันนี้เขาคงจะรับสมัครใครไม่ได้แล้ว
..............
"วุฒิการศึกษาของคุณดีมาก เราสามารถรับคุณเข้าทำงานได้"
"จริงเหรอคะ?"
เซิ่นโหรว มองผู้สัมภาษณ์ด้วยความประหลาดใจ
ผู้สัมภาษณ์มองเซิ่นโหรวที่กำลังประหลาดใจ ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดต่อ
"แต่ว่า คุณเขียนว่าคุณยังเรียนไม่จบ อยู่ในช่วงฝึกงาน ดังนั้นคุณจึงยังไม่สามารถเป็นพนักงานประจำได้ก่อนที่จะเรียนจบ เงินเดือนจึงให้ได้แค่เดือนละสองพันชั่วคราวก่อน ส่วนเรื่องที่คุณขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าห้าพันหยวนนั้น เราไม่สามารถให้ได้ครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าประหลาดใจของเซิ่นโหรวก็พลันมืดครึ้มลงทันที เธอมองผู้สัมภาษณ์แล้วอ้อนวอน
"ตอนนี้ฉันต้องการเงินด่วนจริงๆ ค่ะ เบิกล่วงหน้าไม่ได้จริงๆ เหรอคะ? ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันเซ็นสัญญาได้ และฉันจะตั้งใจทำงานอย่างแน่นอนค่ะ"
"ขอโทษด้วยครับ บริษัทไม่มีนโยบายให้เบิกเงินเดือนล่วงหน้า"
ทัศนคติของผู้สัมภาษณ์นั้นแน่วแน่
เมื่อเห็นดังนั้น เซิ่นโหรวก็หันหลังเดินจากไปอย่างผิดหวัง เธอไม่รู้แล้วว่านี่เป็นบริษัทที่เท่าไหร่ที่เธอมาสัมภาษณ์ แต่ไม่มีบริษัทไหนยอมให้เธอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าเลย
จะทำยังไงดี!
ตอนนี้เธอต้องการเงินจริงๆ
เซิ่นโหรวเดินผ่านบริษัทแล้วบริษัทเล่าด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง พลางมองหางานที่เหมาะสม
เนื่องจากตอนเย็นเธอมีงานอีกที่หนึ่ง เธอจึงต้องหางานตอนกลางวันที่ไม่กระทบกับงานตอนเย็นของเธอ
ในช่วงเช้า เธอเดินเกือบทั่วพื้นที่จัดงานแล้ว นี่เป็นแถวสุดท้ายแล้ว ถ้าเธอยังหางานที่เหมาะสมไม่ได้ เธอก็คงต้องไปทำงานรับจ้างชั่วคราวแทน
สายตาของเธอกวาดมองป้ายประกาศรับสมัครงานของบริษัทในแถวสุดท้ายทีละบริษัท สีหน้าของเธอก็ค่อยๆ ผิดหวังลง ตำแหน่งที่บริษัทในแถวสุดท้ายนี้เปิดรับไม่ตรงกับความต้องการของเธอเลย
ดูเหมือนว่าเธอคงต้องไปหางานชั่วคราวทำจริงๆ แล้ว แต่การทำงานชั่วคราวก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว
สีหน้าของเซิ่นโหรวเศร้าหมอง ขณะที่เธอกำลังจะเดินจากไป สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นป้ายประกาศรับสมัครงานบนโต๊ะสี่เหลี่ยมในมุมหนึ่ง
'รับสมัครผู้ช่วย, การเงิน, เสมียน...'
เธอเรียนเอกบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัย หลายตำแหน่งในป้ายประกาศนั้นเธอสามารถทำได้
แต่เมื่อมองดูป้ายประกาศรับสมัครงานที่เรียบง่าย กับผู้รับสมัครที่ดูเหมือนจะกำลังหลับอยู่บนโต๊ะ เซิ่นโหรวก็ลังเลเล็กน้อย
บริษัทแบบนี้จะเชื่อถือได้จริงๆ เหรอ?
เธอเดินมาทั่วทั้งงานแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นผู้รับสมัครงานนอนหลับบนโต๊ะ
เซิ่นโหรวยืนลังเลอยู่เป็นเวลานาน แต่สุดท้ายเธอก็เดินเข้าไป เธอตัดสินใจว่าจะลองดูสักตั้ง
อย่างไรเสีย ความต้องการของเธอก็คือการเบิกเงินเดือนล่วงหน้า ถ้าบริษัทนี้ไม่น่าเชื่อถือ ก็คงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะยอมให้เธอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ?
ด้วยความคิดนี้ เซิ่นโหรวจึงเดินมาถึงโต๊ะสี่เหลี่ยม แล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางมองไปที่เฉินโม่ที่กำลังหลับอุตุอยู่
"สวัสดีค่ะ ฉันอยากจะมาสมัครงาน"