เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 - อาวุธวิญญาณของเทพมู่

บทที่ 42 - อาวุธวิญญาณของเทพมู่

บทที่ 42 - อาวุธวิญญาณของเทพมู่


บทที่ 42 - อาวุธวิญญาณของเทพมู่

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ชายที่เดินออกมามีใบหน้าซูบตอบ เขาคือพ่อของเด็กสาวชุดขาวนั่นเอง

เซี่ยเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก เหลือบมองเด็กสาวที่ยังคงเหม่อลอยอย่างสงสัย "เธอไม่ใช่ลูกสาวคุณเหรอ?"

"ลูกสาว? ไม่ๆ ผมเป็นพ่อเลี้ยงของเธอ"

ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ "ทั้งสองท่าน ดูท่าคงจะแค่ผ่านมาโดยบังเอิญ ถ้าอย่างนั้นเรามาต่างคนต่างอยู่ อย่ามารบกวนการทดลองของผม ดีไหม?"

ทดลองกับแม่แกสิ~ เซี่ยเฟิงสบถในใจ ดาบของเขาหิวกระหายมานานแล้ว ถ้าไม่ได้สับหัวหมาๆ ของไอ้หมอนี่ เขาก็ไม่ขอแซ่มู่!

แต่ในขณะที่เขากำลังขมวดคิ้วเตรียมจะลงมือนั่นเอง มู่ชิงถงก็พลันเอ่ยปากขึ้น "พักนี้การทดลองของฉันกำลังติดขัดพอดี ถ้าคุณไม่รังเกียจ พวกเราขออยู่เป็นผู้คุ้มกันให้คุณ พร้อมกับสังเกตการณ์ไปด้วย"

มือของเซี่ยเฟิงที่กำลังจะชักดาบพลันชะงัก เขากระแอมไอสองทีแล้วพลางจัดหมวกคลุมให้เข้าที่ ยิ้มแล้วพูดว่า "ใช่ๆๆ สหายท่านนี้ พอดีพวกเราก็กำลังศึกษาการทดลองใช้ความขัดแย้งในครอบครัวเพื่อสร้างผู้แปรรูปหายนะอยู่เหมือนกัน บางทีพวกเราอาจจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันบ้างนะ~"

ชายคนนั้นไม่นึกว่าคนทั้งสองจะไม่ขัดขวางแถมยังไม่ยอมไปอีก แต่กลับเสนอตัวขออยู่เป็นผู้คุ้มกันเพื่อสังเกตการณ์?

เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ "ได้ แค่พวกคุณไม่ก่อเรื่องก็พอ"

"วางใจได้ๆ พวกเราไม่ใช่คนเลวอะไร... ไม่สิ พวกเราไม่ใช่คนดีอะไรต่างหาก" เซี่ยเฟิงพยักหน้า รับประกันอย่างแข็งขันว่าจะแค่สังเกตการณ์

ชายคนนั้นพยักหน้า ไม่ได้สนใจทั้งสองอีก แต่ยื่นมือไปโบกผ่านหน้าหญิงวัยกลางคนและเด็กสาวชุดขาว

หญิงวัยกลางคนพลันตื่นจากแดนมายา แต่ยังไม่ทันจะได้สติ เธอก็เห็นลูกสาวมองมาด้วยสายตาว่างเปล่า มีไอสีดำลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบดวงตา เดินตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ

เธอชะงักไปเล็กน้อย จำได้ว่านี่เป็นอาการของโรคหายนะ

"เสี่ยวชิว..." เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความหวาดกลัว ยังไม่ทันจะประมวลผลได้ว่าลูกสาวฟื้นคืนชีพได้อย่างไร เธอก็ถูกเด็กสาวบีบคอ กดร่างไว้กับขอบดาดฟ้าด้วยแรงมหาศาล

"ตายซะ... ตายซะ... ไปตายกันให้หมด..." เด็กสาวชุดขาวพึมพำเสียงประหลาด มุมปากกระตุกยิกๆ

หญิงวัยกลางคนดิ้นรนด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ไร้ประโยชน์ หางตาเหลือบไปเห็นสามีที่ยืนอยู่ไม่ไกล จึงรีบร้องขอความช่วยเหลือ "เหล่าหยี! เร็ว— รีบมาช่วยฉัน ลูกเป็นโรคหายนะ!!"

"หือ? จะเป็นไปได้ยังไง" พ่อเลี้ยงเดินเข้ามาอยู่ข้างๆ ทั้งสองคน ตบแขนภรรยาเบาๆ เสียงเย้ยหยัน "เอาน่า หลู่เหม่ยลี่ ใจเย็นๆ ปล่อยให้ลูกสาวคุณอาละวาดระบายอารมณ์สักพักเดี๋ยวก็หายเองแหละ ยังไงลูกสาวคุณก็มีความสุขดีเพราะคุณดูแลมาตลอด ไม่เป็นโรคหายนะหรอก"

"?!?!" หลู่เหม่ยลี่ถึงกับงงกับคำพูดของสามี นี่มันสถานการณ์อะไรกัน? สามีที่อยู่กินกันมาหลายปีทำไมถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้

"แซ่หยี! แกบ้าไปแล้วเรอะ!!"

พ่อเลี้ยงไม่สนใจเธอ แต่เดินไปด้านหลังเด็กสาว กระซิบข้างหูเธอด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย "เสี่ยวชิว แม่ของลูกเคยบอกว่าลูกเป็นพวกลูกไม่รักดี งั้นพิสูจน์ให้แม่เขาเห็นหน่อยเป็นไง?"

พูดจบ เขาก็ยัดมีดสั้นคมกริบใส่มือเด็กสาวอย่างรวดเร็ว เขาจับมือกดเด็กสาวให้แทงลงไปตรงๆ

ม่านตาของหลู่เหม่ยลี่หดเล็กลง พยายามปัดป้องด้วยความหวาดผวา แต่ปลายมีดก็ค่อยๆ เคลื่อนเข้าใกล้ระหว่างคิ้วของเธอ ขยายใหญ่ขึ้นในม่านตา

"ใช่ ใช่ แบบนั้นแหละ~~" เสียงกระซิบยั่วยุอันน่าขนลุกดังขึ้นข้างหูเด็กสาวอีกครั้ง "ลงมือสิ พิสูจน์ให้แม่แกเห็น~"

"ทำไม... ถึงเป็นแบบนี้" ในวินาทีนี้ หลู่เหม่ยลี่ก็นึกถึงคำพูดของลูกสาวที่เคยบอกเธอว่าพ่อเลี้ยงอยากจะเปลี่ยนเธอให้เป็นผู้แปรรูปหายนะ

ตอนนั้นเธอรู้สึกโกรธมาก คิดว่าลูกสาวกุเรื่องโกหกอะไรก็ได้เพื่อให้เธอไล่พ่อเลี้ยงไป ยิ่งนับวันยิ่งนิสัยเสีย

ทำไมถึงเป็นแบบนี้... ความเจ็บปวดอย่างสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ในตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ไม่น่าแต่งงานใหม่เลย ถ้าหากตั้งใจบริหารร้านซาลาเปาดีๆ—

"แกร๊ง!"

น้ำตาสองสายไหลเป็นทางสีเลือดอาบแก้มเด็กสาวชุดขาว ปลายมีดเฉออก ตกลงบนพื้นกระเบื้องดาดฟ้าส่งเสียงใสกังวาน

"ใช้ไม่ได้จริงๆ ให้ตายสิ" พ่อเลี้ยงขมวดคิ้วหยิบมีดสั้นขึ้นมา แทงฉึกเข้าไปอย่างเฉียบขาด ปักลึกเข้าไประหว่างคิ้วของหลู่เหม่ยลี่

สีหน้ายินดีที่เพิ่งรอดตายของหญิงวัยกลางคนพลันหยุดนิ่งอยู่แค่นั้น

การลงมือครั้งนี้ทำให้เซี่ยเฟิงตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เป็นไร ยังไงเป้าหมายของเขาก็แค่ช่วยเด็กสาวที่น่าสงสารคนนั้น

เพียงแต่การที่มู่ชิงถงยังไม่ลงมือในตอนนี้ทำให้เขาสับสนมาก เขาไม่เข้าใจเลยว่ามู่ชิงถงกำลังคิดอะไรอยู่

ก่อนหน้านี้เขากลัวว่ามู่ชิงถงอาจจะมีแผนการอะไรอยู่เบื้องหลัง เลยได้แต่รอดูสถานการณ์ไปเงียบๆ

แต่ตอนนี้ถ้ายังไม่ลงมืออีก คนร้ายก็จะหนีไปแล้ว

"สรุปว่า การทดลองของคุณล้มเหลวสินะ?" แต่ในจังหวะที่เซี่ยเฟิงกำลังจะลงมือ มู่ชิงถงก็เอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้งพอดี ขัดจังหวะเขาอีกจนได้ เขาแทบจะสำลัก

ชายวัยกลางคนหันกลับมา ยิ้มแล้วพูดว่า "คงงั้นแหละ ไม่นึกว่าลูกเลี้ยงคนนี้ของผมจะมีจิตใจที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ ทนฝืนไม่ยอมลงมือจนได้ ถ้าเป็นคนอื่นคงกลายเป็นผู้แปรรูปหายนะไปแล้ว"

"น่าเสียดายจริงๆ" มู่ชิงถงพยักหน้า แสดงความเสียดายเล็กน้อย

ชายวัยกลางคนชะงักไปเล็กน้อย พยักหน้าตาม "ก็น่าเสียดายอยู่หรอก— อ่อก—"

เขายังพูดไม่ทันจบ ปลายมีดสีแดงสดก็แทงทะลุลำคอของเขาออกมา 'อ่อก—' เขามองด้วยสายตาตื่นตระหนก แหงนหน้าขึ้น พยายามยกมือขึ้นมากุมคอที่สั่นเทา แต่เมื่อปลายมีดถูกดึงกลับ เลือดก็พุ่งกระฉูดขึ้นฟ้าเหมือนน้ำพุ

ตุ้บ—

ร่างของเขาทรุดลงกับพื้น ภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนตายคือเด็กสาวชุดขาวถือมีดสั้นที่เปื้อนเลือด ดวงตาทั้งสองข้างของเธอเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ส่วนรูม่านตากลายเป็นสัญลักษณ์กากบาทสีทอง จ้องมองเขาอย่างเงียบงัน:

"ฉันหมายถึง แกตายได้แล้ว"

"!" ศีรษะของชายคนนั้นเอียงพับไป

"!" เซี่ยเฟิงก็เอียงคอตาม O_o ตาข้างหนึ่งเบิกกว้างมองเด็กสาวชุดขาวอย่างไม่อยากเชื่อ จากนั้นก็หันขวับไปมองมู่ชิงถง

"เฮ้ย นี่คือความสามารถอาวุธวิญญาณของเธอเหรอ?" เซี่ยเฟิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกตะลึง ไอ้วิชานี้ถ้าไม่ถึงระดับ S ก็พูดไม่ออกแล้ว!

ฉันว่าแล้วว่าคนเจ้าเล่ห์อย่างมู่ชิงถงต้องมีอาวุธวิญญาณ

"อาวุธวิญญาณ?" คนหน้ากากโพแดงเอียงคอ "คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เห็นเข้าใจ?"

"ว่าแต่ เรารู้จักกันเหรอ?"

เซี่ยเฟิง: "..."

ได้ๆๆ แสดงต่อไปเลย อยากแสดงก็แสดงไป

ตุ้บ—

สัญลักษณ์ในดวงตาของเด็กสาวชุดขาวหายไป ร่างของเธอก็อ่อนระทวยล้มลงบนพื้น

เซี่ยเฟิงก้าวเข้าไปอังจมูกดู พยักหน้า "ยังดี แค่สลบไป"

"คนคนนี้ยังไม่ตาย"

"ว่าไงนะ?" เซี่ยเฟิงหันกลับมาอย่างสงสัย

มู่ชิงถงยืนอยู่ข้างศพชายคนนั้น กำลังใช้อุปกรณ์อะไรบางอย่างเหมือนจะดูดวิญญาณออกมา ผ่านไปประมาณสองวินาทีเธอก็ส่ายหน้า น้ำเสียงเคร่งขรึมเล็กน้อย "ไม่มีวิญญาณ นี่เป็นแค่ร่างแยกพลัง เขายังไม่ตาย"

"ยังไม่ตายเหรอ"

เซี่ยเฟิงพยักหน้า การที่เขายังไม่ตายก็ไม่น่าแปลกใจ ดูท่าทางชายคนนี้ก็ไม่ใช่คนธรรมดา การมีไพ่ตายซ่อนไว้บ้างก็เป็นเรื่องปกติ

เทียบกับว่าชายคนนั้นตายหรือไม่ตาย เขาสนใจอาวุธวิญญาณของมู่ชิงถงมากกว่า

"งั้น ความสามารถอาวุธวิญญาณของเธอคือการสะกดจิต? หรือว่าควบคุม? ดูเหมือนจะเป็นทักษะควบคุมสุดแกร่งที่โหดมากเลยนะ" เซี่ยเฟิงพลิกเปลือกตาของเด็กสาวดู แล้วก็จมอยู่ในความคิด "แล้วเงื่อนไขการใช้งานคืออะไรล่ะ? ต้องจ้องตาเธอเหรอ? ไม่สิๆ เธอสวมหน้ากากอยู่"

"คนรอบข้างยังอยู่ในแดนมายา ดูเหมือนอสูรมายาหายนะตัวนั้นจะยังอยู่ที่นี่ ไม่ได้หนีไป" มู่ชิงถงเงยหน้ามองไปรอบๆ

"เข้าใจแล้ว เงื่อนไขการใช้งานคือต้องได้ยินเสียงเธอ!" เซี่ยเฟิงตบกำปั้น ฉุกคิดขึ้นได้

มู่ชิงถงหันกลับมา "คุณลองสัมผัสดูหน่อย หาอสูรมายาหายนะตัวนั้นเจอไหม? เจ้าอสูรนั่นน่าจะเป็นพวกเดียวกับชายคนนี้"

"หรือว่า... ความสามารถอาวุธวิญญาณของเธอจริงๆ แล้วไม่มีเงื่อนไขการใช้งานเลย?" เซี่ยเฟิงพูดอย่างครุ่นคิด

"..."

มู่ชิงถง: "นี่คุณฟังฉันพูดอยู่รึเปล่า?"

เซี่ยเฟิง: "เอ๋? ถามได้ดี~ นี่ก็เป็นสิ่งที่ฉันอยากจะพูดเหมือนกัน!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 42 - อาวุธวิญญาณของเทพมู่

คัดลอกลิงก์แล้ว