เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - โดนเล่นจนพังซะแล้ว

บทที่ 37 - โดนเล่นจนพังซะแล้ว

บทที่ 37 - โดนเล่นจนพังซะแล้ว


บทที่ 37 - โดนเล่นจนพังซะแล้ว

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ตึง——

เสียงระฆังการประลองดังขึ้นเป็นครั้งที่หก เหลือเวลาอีกหนึ่งนาที

การต่อสู้ตัวต่อตัวอันยุติธรรมกลางสนามรบยังคงดำเนินต่อไป ทั้งเตะทั้งต่อย

ผู้ชมกว่าหมื่นคนโดยรอบตกอยู่ในความเงียบงันเป็นเวลานาน

"นี่มันความสามารถบ้าอะไรอีกวะ"

ในที่สุด ก็มีคนพึมพำออกมา

"เมื่อกี้นี้เซี่ยเฟิงเหมือนจะพูดว่า... เพิ่มประสิทธิภาพ"

"ดูเหมือนว่าจะเป็นการเสริมพลังอาวุธวิญญาณที่คัดลอกมาได้ชั่วคราว ให้ตายสิ ผมนี่มันให้ตายสิเลย จู่ๆ ก็อยากให้เขามาคัดลอกอาวุธวิญญาณของผมบ้าง"

"หา อาวุธวิญญาณของนายก็มีปัญญาพื้นฐานด้วยเหรอ" คนข้างๆ ทำหน้าแปลกๆ มองอย่างสงสัย "นายไม่มีรสนิยมพิเศษอะไรใช่ไหม"

ชายคนนั้นหน้าซีดเผือด "อย่าพูดจาไร้สาระนะ ฉันก็แค่อยากรู้ว่าอาวุธวิญญาณของฉันตอนที่เสริมพลังแล้วมันจะเป็นยังไง! จริงๆ นะ!"

"...เออๆๆ ฉันเชื่อนายแล้ว"

"แต่ว่านะ คัดลอก กับ เพิ่มประสิทธิภาพ นี่มันสองทักษะแล้วไม่ใช่เหรอ"

"ดูท่าจะไม่ผิดแล้วล่ะ มีเพียงอาวุธวิญญาณระดับ B ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีสองทักษะ ไม่ A ก็ B ต้องดูว่าข้อจำกัดความสามารถของมันเยอะแค่ไหน ฉันว่าน่าจะเป็น A!"

"A หรือ B จะจริงเหรอ"

"ก็ถ้าไม่ใช่แล้วมันจะคืออะไรล่ะ ในสายตาฉันอาวุธวิญญาณที่มีความสามารถในการคัดลอกระดับมันจะต่ำได้ยังไง ต่อให้มีข้อจำกัดเยอะหน่อย อย่างแย่ก็ต้องเป็น B... หึ่ย น่าอิจฉาชะมัด"

จ้าวเจี๋ยยืนอยู่ริมหน้าต่าง ดวงตาสีเทาเป็นประกาย เขาหันไปมองพานต๋าที่ใบหน้าเคร่งเครียด "ไอ้อ้วนเตี้ย ดูเหมือนว่าแกจะคาดการณ์ผิดอีกแล้วนะ"

"ถ้าเยียนสวี่เจียแพ้ พวกแกจะปล่อยให้เขาไปชายแดนใต้จริงๆ เหรอ"

พานต๋าเม้มปากเล็กน้อย เขามองไปยังรูปปั้นเทพดาราแห่งความยุติธรรมที่ถือตราชูอยู่ไกลออกไป ภายใต้การจ้องมองของเทพดาราแห่งความยุติธรรม ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนสัญญา ต่อให้พวกเขาจะเป็นผู้ศรัทธาในเทพธิดาจันททมิฬก็ตาม

เดิมที คนที่ควรจะต้องไปชายแดนใต้คือเซี่ยเฟิง

เพียงแต่ เขาไม่คาดคิดเลยว่า เยียนสวี่เจียจะแพ้ได้ยังไง

พานต๋าแอบกำหมัดแน่น แต่พอคิดอีกที เขาก็รู้สึกว่ามันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

อย่างไรเสีย เป้าหมายหลักของเขา——เป้าหมายในการดึงดูดความเกลียดชังของเซี่ยเฟิงเพื่อเจือจางสายใยผูกพันมันสำเร็จแล้ว รอจนกว่านายหญิงจะออกจากด่าน สุดท้ายก็ยังมีเรื่องประหลาดใจไปมอบให้นายหญิงอยู่ดี

"ส่วนเยียนสวี่เจีย ไอ้โง่นั่นจะไปชายแดนใต้ก็ไปสิ ยังไงก็ไม่ใช่ฉันที่ต้องไป..." พานต๋าแอบหัวเราะเยาะในใจ

"ติ๊ง——"

ในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนพิเศษของมือถือก็ดังขึ้น พานต๋าหันกลับไปมอง

หยินยังคงนั่งดื่มชานมอย่างมีความสุขอยู่บนโซฟา ไม่ได้สนใจการแข่งขันเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เธอมองมือถือแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพูดอย่างจริงจัง "นายหญิงออกจากด่านแล้ว"

เมื่อเห็นเซี่ยเฟิงใช้กลยุทธ์ที่แปลกประหลาดพลิกสถานการณ์กลับมาได้ ดวงตาที่งดงามของเฟรย่าก็อ่อนลง พยักหน้าอย่างพึงพอใจ หันไปหัวเราะเบาๆ "นักพรตเฉิน ตอนนี้ท่านลองดูอีกทีสิ ว่าใครจะชนะ"

เฉินสิงเต้าไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กอดอกจ้องมองเซี่ยเฟิงที่อยู่กลางสนามรบเขม็ง หลังจากเงียบไปสามวินาที เขาก็พูดเสียงเคร่งขรึมและจริงจังขึ้นมา "เด็กคนนี้ มีคุณสมบัติของมหาจักรพรรดิ!"

"..." เฟรย่าชินชากับนิสัยการพูดจาแปลกๆ ของเฉินสิงเต้าไปนานแล้ว ถึงแม้จะไม่เข้าใจ แต่ก็พอจะเดาความหมายคำชมของเขาได้

เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด สายตาของข้าไม่เคยพลาด เฟรย่ารู้สึกฮึกเหิมในใจ ความปรารถนาที่จะรับเซี่ยเฟิงเป็นศิษย์ยิ่งลุกโชน!

อัจฉริยะหนุ่มเช่นนี้ ถ้าถูกฟูมฟักจนกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้าด้วยมือของเธอเอง แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว!

ขณะที่กำลังคิดเพลินๆ เธอก็พลันสังเกตเห็นว่าเฉินสิงเต้าที่อยู่ข้างๆ หายไปแล้ว

เฟรย่าหันกลับไปมองอย่างสงสัย "นักพรตเฉิน ท่านจะไปไหน"

เฉินสิงเต้าเปิดประตู หันกลับมาอธิบายอย่างจริงจัง "ขอบอกตามตรง ข้าเพิ่งค้นพบว่า เด็กแซ่เซี่ยคนนี้กับข้าช่างมีวาสนาต่อกันยิ่งนัก!"

ดวงตาที่งดงามของเฟรย่าเบิกกว้าง

"ดังนั้น ข้าจึงตัดสินใจจะแหกกฎสักครั้ง รับเด็กคนนี้เป็นศิษย์!"

"?!!" เฟรย่าอ้าปากเล็กๆ สีแดงสดนั่นค้าง พอได้สติ นักพรตเฉินก็โบกมือลาเดินออกจากประตูไปแล้ว

"ตาเฒ่าเฉิน ท่านหยุดเดี๋ยวนี้นะ!" เปลือกตาของเฟรย่ากระตุก เธอโกรธจนแทบจะระเบิด รีบวิ่งตามออกไป

ตึง——

เสียงระฆังการประลองดังขึ้นเป็นครั้งที่เจ็ด นี่คือการนับถอยหลังยี่สิบวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน

เซี่ยเฟิงฉวยโอกาสช่วงชุลมุนหยิบนาฬิกาพก 'ผิงซาน' ที่ห้อยอยู่ตรงอกของเยียนสวี่เจียติดมือมาด้วย เนื่องจากถูกทหารไม้สิบตัวล้อมไว้แน่นหนา จึงไม่มีใครเห็น

จากนั้นเขาก็ถอยไปยืนดูการต่อสู้ตัวต่อตัวสิบรุมหนึ่งตรงหน้าอย่างเงียบๆ ลูบคางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาเริ่มจะชอบความรู้สึกของการต่อสู้ตัวต่อตัวแบบนี้ขึ้นมาซะแล้ว

ทั้งสบาย ทั้งยุติธรรม แถมยังไม่ต้องลงมือเอง... อืม เหมาะกับวัยรุ่นสายชิลผู้รักสงบอย่างเขาจริงๆ

"เจ้านาย~ เจ้านาย~"

เสียงสั่นเครือที่อ่อนโยนของเซเรน่าดังแว่วเข้ามาในหู เซี่ยเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอก พูดในใจอีกครั้ง "เพิ่มประสิทธิภาพ"

"อ๊ะ~ เอ๋~~~~~" เซเรน่าที่เพิ่งจะมีอารมณ์เลียนแบบมนุษย์กลับไปส่งเสียงคลื่นกลไกอีกครั้ง ร้องลั่น "ไม่—— อย่านะ!!!"

【กำลังเพิ่มประสิทธิภาพ——】

【การเพิ่มประสิทธิภาพครั้งที่สองล้มเหลว——แม่ทัพไม้แตกสลาย 19%】

เซี่ยเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ถึงแม้การเพิ่มประสิทธิภาพจะล้มเหลว แต่อารมณ์ของเซเรน่ากลับหลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงของเธอก็มีมิติมากขึ้น คล้ายกับคนจริงๆ มากขึ้น

เขาใช้ทักษะอีกครั้ง "เพิ่มประสิทธิภาพ!"

【กำลังเพิ่มประสิทธิภาพ——】

【การเพิ่มประสิทธิภาพครั้งที่สามล้มเหลว——แม่ทัพไม้แตกสลาย 61%】

"ไม่ได้ผลจริงๆ สินะ..." เซี่ยเฟิงอดถอนหายใจในใจไม่ได้ ตอนแรกนึกว่าจะเหมือนการตีบวกอาวุธ ที่พออัปเกรดคุณภาพแล้ว จะสามารถอัปเกรดคุณภาพต่อไปได้อีก

แต่ไหง ดูเหมือนว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพได้แค่ครั้งเดียว การเพิ่มประสิทธิภาพต่อไปอีกจะทำให้อาวุธวิญญาณเสียหายซะงั้น

แต่เขาก็ยังไม่เชื่อ

"เพิ่มประสิทธิภาพ!"

"ไม่—— เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน~~~ เจ้านาย! ช่วยข้าด้วย อ๊า~~~~"

เยียนสวี่เจียได้ยินเสียงเรียกที่สั่นเครือและอ่อนโยนของเซเรน่าแว่วๆ ในใจเขาก็วูบโหวง เรื่องราวมันมาถึงจุดนี้ได้ยังไง ไอ้ชาติหมา! เซี่ย! เฟิง!! ฉันจะฆ่าแก ไอ้ชาติหมา!!!

【กำลังเพิ่มประสิทธิภาพ——】

【การเพิ่มประสิทธิภาพครั้งที่สี่ล้มเหลว——แม่ทัพไม้แตกสลาย 99%】

"เจ้า นาย~ ขอโทษค่ะ เซเรน่าโดนเล่นจนพังซะแล้ว~" เสียงที่สั่นเครือขาดๆ หายๆ เบาลงเรื่อยๆ เยียนสวี่เจียได้ยินแล้วหัวใจก็กระตุกวูบ สติของเขาก็เริ่มจะแตกสลายไปด้วย ให้ตายสิ ให้ตาย ทำไมถึงเป็นแบบนี้... ท่ามกลางความมึนงงสับสน เขาก็พลันรู้สึกเสียใจขึ้นมาแวบหนึ่ง ถ้ารู้แต่แรก ถ้ารู้แต่แรกว่าอย่าไปยุ่งกับมัน...

"ปัง!!!!"

เซี่ยเฟิงกำลังจะลองเพิ่มประสิทธิภาพครั้งที่ห้า แต่เซเรน่าก็ทนรับไม่ไหวอีกต่อไป ระเบิดออกทันที

เกราะไม้ที่หุ้มทั่วร่างระเบิดออก กลายเป็นเศษไม้ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชน หายสาบสูญไปจากโลกนี้อย่างถาวร

เซเรน่า 'ตายแล้ว'

เซี่ยเฟิงเองก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงระเบิด

ผู้ชมด้านนอกตกใจกันยกใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ประหลาดใจอะไรมากนัก อาวุธวิญญาณระดับ B หรือ A ไม่มากก็น้อยย่อมมีผลข้างเคียงและข้อจำกัดอยู่แล้ว อย่างเช่นการที่ไม่สามารถควบคุมพลังอาวุธวิญญาณได้จนเกิดระเบิดขึ้นมาแบบนี้ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ

คราวนี้เยียนสวี่เจียถือว่าขาดทุนยับเยิน แพ้การประลอง ถูกเนรเทศไปชายแดนใต้ แถมยังสูญเสียแม่ทัพไม้ที่มีปัญญาพื้นฐานไปอีก

ตึง——

เสียงระฆังการประลองดังขึ้นเป็นครั้งที่แปด

"การแข่งขันสิ้นสุด" กรรมการคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นกลางสนามรบในพริบตา สิ้นเสียงเรียบเฉยของเขา แรงดันวิญญาณอันทรงพลังก็แผ่ออกมา

เซี่ยเฟิงและเหล่าทหารไม้ต่างก็ขยับตัวไม่ได้

กรรมการเดินไปอยู่ข้างๆ เยียนสวี่เจียที่สลบไสลไม่ได้สติ ลองอังจมูกดู เปิดเปลือกตาดู พยักหน้าลุกขึ้นยืน พูดเสียงเข้ม "การประลองในรอบนี้ ผู้ชนะคือ เซี่ยเฟิง!"

ผู้ชมบนอัฒจันทร์เงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนจะระเบิดเสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางคลื่นเสียงโห่ร้องยินดี มีเสียงกรี๊ดของทั้งชายและหญิงตะโกนว่า 'เซี่ยเฟิง ฉันอยากมีลูกกับนาย' แทรกมาเป็นระยะ

ถึงแม้ว่าผลลัพธ์จะเหนือความคาดหมายไปมาก แต่การต่อสู้ที่ดุเดือดตระการตานี้ก็ตอบสนองอารมณ์ของผู้ชมได้อย่างเต็มที่ สรุปสั้นๆ ก็คือ จากที่เคยไม่ชอบหน้า ตอนนี้กลายเป็นแฟนคลับไปแล้ว

แต่ก็มีผู้ชมส่วนน้อยที่นั่งนิ่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้

"ถ้ารู้แต่แรก ถ้ารู้แต่แรกว่าไม่น่าแทงเยียนสวี่เจียหมดหน้าตักเลย! ให้ตายสิ เสียจนไม่เหลือกางเกงในแล้ว!" มีคนพูดอย่างสิ้นหวัง

"อัตราต่อรองหนึ่งร้อยเท่า! ถ้าตอนนั้นแทงฝั่งเซี่ยเฟิงชนะสักหน่อย..."

"เสียดายที่ไม่มีคำว่าถ้า โอกาสรวยในชั่วข้ามคืนหายไปต่อหน้าต่อตา! บ้าเอ๊ย!"

"เอ๊ะ เดี๋ยวนะ อาลิน เมื่อกี้นายบอกว่านายแทงว่าเซี่ยเฟิงชนะสิบเหรียญใช่ไหม"

"ใช่แล้ว อิอิ~ สิบเหรียญคูณหนึ่งร้อย ก็เป็นหนึ่งพันเหรียญจักรพรรดิ!" ชายหนุ่มยิ้มจนแก้มปริ "สะใจชะมัด ได้เงินเติมเกมแพ็ค 648 แล้ว!"

"พ่อ แล้วที่เหลืออีกสามร้อย..."

"ฉันเลี้ยงเอง!"

"พ่อลินสุดยอด!"

"เห้ย! พวกแกดูในกลุ่มเร็ว มีคนบอกว่าถ้าเซี่ยเฟิงชนะได้จะไลฟ์สดกินขี้โชว์!" ทันใดนั้นก็มีคนลุกขึ้นตะโกน

"หา แล้วตอนนี้เขา..."

"ใช่! เขาบอกว่าเกิดเป็นคนไม่มีอะไรดี ข้อดีอย่างเดียวคือรักษาคำพูด ก็เลยไปไลฟ์สดในห้องน้ำ——"

"อย่า! อย่าพูดออกมานะ ฉันจะอ้วก!"

ฝูงชนยังคงโห่ร้องพูดคุยกันอย่างอื้ออึง เซี่ยเฟิงยิ้มแห้งๆ อย่างสุภาพท่ามกลางเสียงกรี๊ดและเสียงโห่ร้องยินดี เขาก้มหัวคำนับหนึ่งครั้ง แล้วก็รีบเดินออกจากสนามไป

"ไอ้หนู หยุดก่อน"

เพิ่งจะเดินออกมาจากทางออก เซี่ยเฟิงก็ถูกชายแปลกหน้าในชุดนักพรตสีเทาซีดขวางทางไว้

จมูกเหยี่ยว ตาเหยี่ยว โหนกแก้มตอบ ประกอบกับใบหน้าที่ซีดขาวอย่างน่ากลัวภายใต้แสงไฟสลัวๆ ดูไปก็เหมือนกับตัวร้ายในนิยายที่ชอบหัวเราะเสียงประหลาด

เซี่ยเฟิงถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างระแวดระวัง

นักพรตเฉินไม่รู้ตัวเลยว่าภาพลักษณ์ของตัวเองมันน่ากลัวแค่ไหน เขายิ้มกว้าง เผยให้เห็นรอยยิ้มที่น่าขนลุก "พ่อหนุ่ม เจ้าปรารถนาในพลังหรือไม่"

"..."

มุมปากของเซี่ยเฟิงกระตุกเล็กน้อย รีบส่ายหน้า "ไม่ครับ ลาก่อน!"

พูดจบ เขาก็เดินอ้อมไปอีกทางทันที

นักพรตเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย หรือว่าข้าจะยิ้มไม่จริงใจพอ เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ยกมือขึ้นมาดึงมุมปากทั้งสองข้างให้กว้างขึ้น สร้างเป็นรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม

"สมบูรณ์แบบ!" เมื่อเตรียมตัวพร้อมอีกครั้ง เขาก็หันหลังรีบเดินไปอยู่ข้างๆ เซี่ยเฟิง พูดเสียงเข้มไปด้วย "พ่อหนุ่ม ข้าขอดูหน่อย... เจ้ามีพรสวรรค์ด้านกระบี่โดยกำเนิด เหตุใดไม่มาฝึกฝนอาภรณ์วิญญาณสายกระบี่กับข้าผู้เฒ่าเล่า"

ท่านสิเฮงซวย ทั้งตระกูลท่านนั่นแหละเฮงซวย! เซี่ยเฟิงเหลือบมอง "ท่านเป็นใคร"

"อ้อ ใช่ นามบัตร——"

นามบัตรสีดำใบหนึ่งถูกยื่นมาให้

เซี่ยเฟิงเหลือบมองแวบหนึ่ง บนนั้นเขียนไว้อย่างชัดเจน——

【กองกำลังศักดิ์สิทธิ์แห่งจักรวรรดิ หน่วยที่เจ็ด-หัวหน้าเฉินสิงเต้า】

【ศาสตราจารย์เกียรติคุณ สาขาวิชากระบี่วิญญาณ สถาบันจักรวรรดิเว่ยยัง】

【ประธานสมาคมวิจัยวิชากระบี่ทานตะวัน】

【เบอร์ติดต่อ: 139】

【...】

เซี่ยเฟิงไม่รู้หรอกว่าวิชากระบี่ทานตะวันมันคืออะไร แต่สองตำแหน่งแรกนั่นมันดูยิ่งใหญ่ไม่เบา

ไม่เพียงแต่จะเป็นศาสตราจารย์ แต่ยังเป็นถึงหัวหน้าหน่วยระดับบิ๊กเลยงั้นเหรอ ดูเหมือนจะอยู่ระดับเดียวกับอาจารย์เฟรย่าเลย เซี่ยเฟิงหยุดเดิน "ฟังจากที่ท่านพูด เหมือนท่านจะรับข้าเป็นศิษย์"

"ถูกต้อง ข้าเพิ่งจะดูการประลองของเจ้าเมื่อครู่ อาภรณ์วิญญาณที่เจ้าใช้ออกมาไม่ว่าจะเป็นท่าเริ่มต้นหรือโครงสร้างอนุภาควิญญาณล้วนสมบูรณ์แบบ พื้นฐานด้านการต่อสู้ก็แน่นมาก เหมาะอย่างยิ่งที่จะเรียนรู้อาภรณ์วิญญาณสายกระบี่ที่ซับซ้อน! เป็นยังไงล่ะ เซี่ยเฟิง ข้ายังเป็นศาสตราจารย์สาขากระบี่วิญญาณด้วยนะ มาเป็นศิษย์ข้าเถอะ——"

"ปฏิเสธ"

เฉินสิงเต้ายังพูดไม่ทันจบ ดาบเล่มใหญ่ที่สว่างวาบก็มาพาดอยู่ที่คอของเขาจากด้านข้าง เสียงผู้ใหญ่หญิงที่เต็มไปด้วยไอสังหารดังขึ้นจากด้านหลังอย่างไม่พอใจ "ตาเฒ่าเฉิน นี่ท่านคิดจะแย่งศิษย์กับข้าเรอะ"

เซี่ยเฟิงตกใจ เขากำลังยืนเผชิญหน้ากับเฉินสิงเต้าอยู่แท้ๆ แต่กลับไม่รู้ตัวเลยว่ามีผู้หญิงผมแดงโผล่มาด้านหลังเฉินสิงเต้าตั้งแต่เมื่อไหร่

พอเพ่งมองดูดีๆ ถึงได้รู้ว่าคือเฟรย่านั่นเอง

แต่สีหน้าของเฟรย่าในตอนนี้กลับไม่มีความอ่อนโยนเหมือนเช่นเคย ชุดฝึกซ้อมที่หลวมโพรกของเธอไหวสะบัดโดยไร้ลม แรงดันวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาในพริบตา เซี่ยเฟิงราวกับเห็นนางพยัคฆ์ที่ตัวใหญ่คับฟ้ากำลังก้มหน้ามองมวลมนุษย์ ดวงตาเย็นชา

ร่างของเฉินสิงเต้าแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาที่ดูชั่วร้ายหรี่ลงเล็กน้อย พูดเสียงเข้ม "ที่แท้ศิษย์ที่อสูรดาบพูดถึงก่อนหน้านี้ ก็คือเซี่ยเฟิง"

"ถูกต้อง" เฟรย่าพูดเสียงเรียบอย่างมั่นใจ

"เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนสิครับ! อาจารย์เฟรย่า ผมยังไม่ได้ตกลงเป็นศิษย์อาจารย์เลยนะ!" เซี่ยเฟิงรีบพูดแทรก

สีหน้าของเฟรย่าแข็งทื่อไปทันที

แววตาของเฉินสิงเต้าเป็นประกายขึ้นมาในบัดดล เขาใช้นิ้วปาดดาบออกจากคออย่างใจเย็น หันกลับมาพูด "ที่แท้ก็เป็นแค่อสูรดาบที่คิดไปเองฝ่ายเดียว งั้นก็คุยกันง่ายหน่อย"

"..." เฟรย่าหรี่ตางดงามลงเล็กน้อย แต่จู่ๆ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ค่อยๆ ลดดาบลง ไม่ขวางอีกต่อไป

"สหายเซี่ยเฟิง อีกไม่นานข้าก็จะเลื่อนขั้นเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสี่แล้ว แต่หัวหน้าเฟรย่ายังต้องวนเวียนอยู่ที่ระดับสามอีกนาน เลือกใครเป็นอาจารย์มันก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

"หา" เซี่ยเฟิงประหลาดใจเล็กน้อย เหลือบมองดาบเล่มใหญ่ที่เคยพาดอยู่บนคอของเฉินสิงเต้า แล้วทำไมท่านถึงทำท่าเหมือนไม่กล้าสู้กับอาจารย์เฟรย่าล่ะ

"เป็นยังไงล่ะ สหายเซี่ยเฟิง ยินดีที่จะเข้าสำนักกระบี่ทานตะวันของข้าหรือไม่"

"สำนักกระบี่ทานตะวัน" เซี่ยเฟิงทำหน้าสงสัย

"ถูกต้อง!" นักพรตเฉินทำหน้าจริงจัง พูดอย่างมั่นใจ "อาภรณ์วิญญาณระดับ B วิชากระบี่ทานตะวัน มีพลังในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย พลังของมันเทียบได้กับอาภรณ์วิญญาณระดับ A เลยทีเดียว แถมข้ายังค้นพบวิธีที่จะพัฒนามันให้เป็นอาภรณ์วิญญาณระดับ A แล้วด้วย ตอนนี้ขาดแค่เพียงก้าวสุดท้ายเท่านั้น ก็ไม่รู้ว่ามันผิดพลาดตรงไหน... อืม ชักจะนอกเรื่องไปไกลแล้ว~"

ดวงตาเหยี่ยวที่ดูชั่วร้ายและแฝงแววความเป็นสตรีของเขาจ้องมองอย่างจริงจัง แฝงแววคาดหวังเล็กน้อย "เป็นยังไงล่ะ ก่อนที่จะเรียนวิชานี้ ขอเพียงแค่สหายตัดเนื้อตรงหว่างขาสักสองตำลึงเท่านั้น เชื่อได้เลยว่าด้วยพรสวรรค์ของสหาย จะต้องเผยแพร่วิชานี้ให้เกรียงไกรได้อย่างแน่——"

"ฟุ่บ~" เฟรย่าที่ยืนฟังเงียบๆ อยู่ข้างๆ พอได้ยินถึงตรงนี้เธอก็กลั้นไม่ไหวจริงๆ หลุดหัวเราะออกมา

นักพรตเฉินขมวดคิ้ว หันไปหัวเราะเยาะ "อสูรดาบ เจ้าหัวเราะอะไร เจ้าคิดว่าสหายเซี่ยเฟิงเป็นพวกโลกีย์เหมือนเจ้ารึไง"

เซี่ยเฟิง "..."

เฟรย่าไม่ได้สนใจเฉินสิงเต้า เพียงแค่ยิ้มมุมปาก ดวงตางดงามมองเซี่ยเฟิงอย่างอ่อนโยน "ว่าไงจ๊ะ นักเรียนเซี่ย จะไปเรียนกระบี่กับเขา หรือจะมาเรียนดาบกับอาจารย์เฟรย่า"

นักพรตเฉินก็หันกลับมามอง สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง

ขอโทษด้วยครับ ผมมันพวกโลกีย์... มุมปากของเซี่ยเฟิงกระตุกเล็กน้อย เขาประสานมือคารวะชายในชุดนักพรต "แค่ก~ ท่าน... นักพรตเฉิน ขอบอกตามตรง ความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักเรียนคือการได้แต่งภรรยาที่สวยๆ ครับ"

เมื่อได้ยินดังนั้น นักพรตเฉินก็ขมวดคิ้วแน่น ในใจก็อดที่จะผิดหวังไม่ได้ ตอนแรกนึกว่าอัจฉริยะระดับนี้จะเป็นผู้ที่มุ่งมั่นในวิถีแห่งเต๋าเหมือนกันเสียอีก แต่ไม่คิดว่าสุดท้ายก็ยังจมปลักอยู่กับกิเลสทางโลก

เขาไม่เข้าใจเลย การนอนกับผู้หญิงมันดีตรงไหน

มันจะหอมหวานเท่ากับการนอนกับกระบี่น้อยได้ยังไง กระบี่น้อยคือกระบี่คู่ใจของเขา ปกติเขาชอบกอดกระบี่นอนที่สุด มันสนุกกว่าผู้หญิงตั้งเยอะ

"งั้นก็หมายความว่า เธอยอมตกลงเป็นศิษย์ของฉันแล้ว" เฟรย่ายิ้มกว้างอย่างดีใจ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 37 - โดนเล่นจนพังซะแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว