เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - กระจกเทพไร้แท่น

บทที่ 28 - กระจกเทพไร้แท่น

บทที่ 28 - กระจกเทพไร้แท่น


บทที่ 28 - กระจกเทพไร้แท่น

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

เซี่ยเฟิงเตะหัวของมู่ชิงถงทิ้งไป

"เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ"

ฉากห้องนอนในตอนนี้แตกสลายเหมือนเศษแก้วในทันที กระจกน้ำนับไม่ถ้วนกลับมาล้อมรอบตัวเขาอีกครั้ง คนในกระจกต่างก็ทำหน้างุนงงเหมือนกัน

"นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องการหรอกเหรอ"

"ไม่ต้องพยายามเพื่อที่จะแข็งแกร่ง ไม่ต้องดิ้นรนเพื่อที่จะมีชีวิตรอด ทั้งสาวงาม เงินทอง ความบันเทิงทางใจ เจ้าไม่จำเป็นต้องลงมือทำอะไรเลย พวกมันจะมาปรากฏอยู่ตรงหน้าเจ้าเอง ส่วนเจ้า แค่ทำหน้าที่นอนเฉยๆ ก็พอ"

"ดูสิ ช่างเป็นชีวิตปลาเค็มที่มีความสุขเสียนี่กระไร~"

"เจ้าไม่ชอบเหรอ"

"เจ้าไม่ชอบมันจริงๆ เหรอ"

พวกเขาพูดสลับกันไปมา ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญ เซี่ยเฟิงกลอกตา ชูนิ้วชี้ขึ้น "ข้อแรก มู่ชิงถงคนนี้มันปลอมเกินไป ไม่มีอารมณ์ร่วมเลย"

"หา นิสัยไม่เหมือนเหรอ" คนในกระจกทำท่าครุ่นคิด "อันนี้ปรับแก้ได้ รับรองว่าปรับแก้ให้เหมือน 99% แถมเนื้อเรื่องสมเหตุสมผลด้วย!"

เซี่ยเฟิงชูนิ้วกลาง "ข้อสอง ตราบใดที่ยังมีกฎกติกาของเกม ก็ไม่มีปริศนาไหนที่แก้ไม่ได้ ฉากระเบิดในซีรีส์สุดท้ายก็ถูกคลี่คลายภายใต้กฎกติกา มิติอาวุธวิญญาณห่วยแตกนี่ก็ย่อมมีกฎในการปลดล็อกเหมือนกัน กฎนั้นอาจจะเกี่ยวข้องกับความสามารถของตัวอาวุธวิญญาณเอง เพียงแต่ข้ายังหามันไม่เจอเท่านั้น"

"เจ้าพูดอะไรน่ะ พวกเราฟังไม่เข้าใจเลย"

"ใช่ๆ ฟังไม่เข้าใจ"

"ฟังไม่เข้าใจ"

"แย่แล้ว ร่างต้นของเราบ้าไปแล้ว พูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว~"

"พูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว~"

"พูดจาไม่รู้เรื่อง พูดจาไม่รู้เรื่อง พูดจาไม่รู้เรื่อง"

เซี่ยเฟิงไม่สนใจพวกนั้น ชูนิ้วที่สามขึ้นมา "ข้อสาม ถึงข้าจะเป็นคนธรรมดา ถ้าถามว่าข้าอยากจะอยู่ใน 'ความสุขจอมปลอม' หรือ 'ความทุกข์ที่แท้จริง' พูดตามตรงนะ ข้าก็จะเลือกความสุขจอมปลอมนั่น"

เซี่ยเฟิงยิ้ม "แต่น่าเสียดาย ในโลกความจริงยังมีคนที่ข้าห่วงอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้มีความผูกพันทางสายเลือดหรือความรัก แต่ข้าก็ไม่สามารถทิ้งเธอไว้ให้อยู่คนเดียวตามลำพังได้หรอกนะ"

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เสียงเจี๊ยวจ๊าวของคนในกระจกก็หยุดชะงักลงทันที หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง พวกเขาก็ก้มหน้าลงพูดพร้อมกันเสียงเบา "นั่นสินะ เห็ดขาดข้าไม่ได้"

"เห็ดขาดข้าไม่ได้"

"ขาดข้าไม่ได้"

พวกเขาเริ่มพูดซ้ำไปซ้ำมาอีกแล้ว เซี่ยเฟิงกะพริบตา "ใช่ เห็ดขาดพวกเราไม่ได้! เพราะฉะนั้น งั้นพวกเจ้าบอกวิธีแก้มา แล้วปล่อยข้าออกไปเถอะ"

"ใช่ บอกวิธีแก้ให้เขา!"

"ใช่ ปล่อยเขาออกไป!"

"ใช่แล้ว ต้องปล่อยเขาออกไป ไม่อย่างนั้นเห็ดก็จะต้องเหงาอีก"

พวกเขายืนอยู่ในกระจก มองซ้ายมองขวา พูดคุยกันไปมา และในไม่ช้าก็ได้ข้อสรุปเป็นเอกฉันท์ หันมามองเซี่ยเฟิงแล้วพูดพร้อมกัน "ได้ พวกเราจะบอกวิธีแก้ให้เจ้า"

"!!!" เซี่ยเฟิงตกใจเล็กน้อย พวกเจ้าจะบอกข้าจริงๆ เหรอเนี่ย

"ว่ามา..." แววตาของเซี่ยเฟิงมีความคาดหวังเล็กน้อย

"วิธีแก้ก็คือ——" พวกเขาพูดพร้อมกัน น้ำเสียงจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "เอาชนะร่างจำแลงอาวุธวิญญาณของเจ้าซะ!"

"อืม แล้วไงต่อ"

"แล้วไงต่อเหรอ ก็ไม่มีแล้วไง นี่แหละวิธีแก้!"

เซี่ยเฟิง o_O

ได้ๆๆ กวนตีนข้าใช่ไหม! สมกับที่เป็นข้าจริงๆ เจ้าเล่ห์ชิบหาย! เซี่ยเฟิงโกรธจนด่าตัวเอง

"ดีมาก ในเมื่อเป็นแบบนี้!"

เซี่ยเฟิงเหวี่ยงดาบใหญ่ ด้วยความโมโห เขาเชิดคางขึ้น ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ "คอยดูเถอะ ข้าจะอัดพวกเจ้าให้เละเป็นขี้เลย!!"

"ได้ยินไหม ร่างต้นจะอัดตัวเองให้เละเป็นขี้ล่ะ~"

"ได้ยินแล้วๆ สมกับที่เป็นร่างต้นของเรา ช่างกล้าหาญจริงๆ!"

"ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็จงจัดให้เขาเถอะ"

"จัดให้เขา จัดให้เขา จัดให้เขา" สิ้นเสียงตะโกนต่ำๆ ที่ดังขึ้นอย่างจริงจังทั่วทั้งโลก เซี่ยเฟิงทีละคนๆ ก็เริ่มเดินออกมาจากกระจกน้ำ สิบคน ร้อยคน พันคน หมื่นคน หนึ่งแสนคน...

พวกเขายืนเรียงรายกันเป็นวงกลมล้อมรอบผิวน้ำที่ไม่มีที่สิ้นสุด ดวงตาสีดำของพวกเขาทุกคนจ้องมองมาที่เซี่ยเฟิงตรงกลางอย่างจริงจัง ชูดาบใหญ่ในมือขึ้นพร้อมกัน ตะโกนเสียงดังสะเทือนฟ้าดิน "จัดให้เขา!! ฆ่า!!!!"

เซี่ยเฟิง ⊙▂⊙

"ไม่ใช่สิครับพี่ๆ ผมล้อเล่นน่า——"

ฉัวะ——ฉัวะ——ฉัวะ——ฉัวะ ดาบแล้วดาบเล่า เซี่ยเฟิงถูกดาบนับสิบเล่มแทงทะลุร่าง เขาเงยหน้ามองฟ้าอย่างมึนงง ยังไม่ทันจะได้รู้สึกเจ็บปวด ภาพตรงหน้าก็ดับวูบไป แล้วก็สว่างขึ้นมาใหม่

เขาเกิดใหม่ท่ามกลางฝูงชนอีกฝั่ง

"พวกเจ้ามันโรคจิตชัดๆ!" เซี่ยเฟิงสบถด่า นี่เขาจะเล่นยังไงล่ะ ไม่มีทางชนะได้เลย!

คนในกระจกทั้งหมดหันมามองเขา สายตาเย็นชา "ฆ่า!!!"

"โธ่เว้ย!" เซี่ยเฟิงเข้าสู่สถานะซ่อนเร้นทันที แต่พวกคนในกระจกไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย พวกเขาระดมยิงคลื่นสามซ้อนเข้าใส่ตรงกลางพร้อมกัน

เซี่ยเฟิงหนึ่งร้อยคน โจมตีพร้อมเพรียงกัน ก็คือคลื่นโลหิตสามร้อยสาย ตูม!!!

เมฆรูปดอกเห็ดสีแดงฉานขนาดมหึมาลอยสูงขึ้นไปในอากาศ พื้นที่ทั้งหมดสั่นสะเทือน

เมื่อสายฝนสีเลือดหยุดตกลงมา เซี่ยเฟิงทุกคนต่างก็มองไปรอบๆ อย่างงุนงง มองหาร่องรอยของร่างต้น

"คนล่ะ"

"ใช่ คนไปไหน"

"สมกับที่เป็นข้า คิดวิธีนี้ได้ยังไง"

เซี่ยเฟิงที่ยืนอยู่ในกลุ่มก็พยักหน้าตาม "สมกับที่เป็นข้า คิดวิธีนี้ได้ยังไง"

"คนไปไหน คนไปไหน คนไปไหน..."

เขาพูดซ้ำไปซ้ำมา เดินตามฝูงชนไปเรื่อยๆ ในใจก็แอบครุ่นคิดหาทางหนีทีไล่

จากการลองเชิงดูสองสามครั้ง เขาก็พอจะเข้าใจแล้วว่า บททดสอบอาวุธวิญญาณสุดพิลึกของเขาคงไม่สามารถใช้กำลังดื้อๆ แก้ได้

ขนาดร่างแยกแค่ร่างเดียวเขายังสู้ไม่ได้เลย ไม่ต้องพูดถึงร่างแยกนับไม่ถ้วนพวกนี้

นี่มันรุมยำเขานี่หว่า

แล้ว... ควรทำยังไงดีล่ะ

ตามที่อีกาทมิฬบอก เอาชนะร่างจำแลงอาวุธวิญญาณให้ได้ก็ถือว่าผ่านด่าน แต่ตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร่างจำแลงอาวุธวิญญาณมันอยู่ที่ไหน

คงไม่ใช่ไอ้พวกคนในกระจกนับไม่ถ้วนพวกนี้หรอกนะ

ถ้าพวกคนในกระจกพวกนี้คือร่างจำแลงอาวุธวิญญาณจริงๆ มันก็ไร้ทางสู้เกินไปแล้ว เขาก็ไม่มีทางผ่านด่านได้เลยน่ะสิ

"ตราบใดที่มันเป็นบททดสอบ ไม่ว่าจะยากแค่ไหน มันก็ต้องมีทางรอดสิ..." เซี่ยเฟิงครุ่นคิดในใจ แอบสังเกตไปรอบๆ "หรือว่า ร่างจำแลงอาวุธวิญญาณมันแอบซ่อนอยู่ในกลุ่มร่างแยกพวกนี้"

ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้างขึ้นมาเล็กน้อย ใบหน้าด้านข้างของร่างแยกคนหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าเยื้องไปทางซ้ายสะท้อนเข้ามาในสายตาของเขา นั่นมัน... ใบหน้าไร้หน้า!

"อะไรวะเนี่ย คนไร้หน้างั้นเหรอ"

หรือว่านี่คือร่างจำแลงอาวุธวิญญาณ เซี่ยเฟิงลังเลในใจ รู้สึกว่ามันทะแม่งๆ เขาเพิ่งจะคิดได้ว่าร่างจำแลงอาวุธวิญญาณอาจจะซ่อนอยู่ในกลุ่มร่างแยก มันก็โผล่ออกมาเลยเนี่ยนะ

"คนไปไหน คนไปไหน คนไปไหน คนไปไหน..."

ฝูงชนยังคงเดินเบียดเสียดกันไปมา เซี่ยเฟิงทุกคนต่างก็กวาดตามองหาคนที่ผิดปกติ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมองไม่เห็นคนไร้หน้าที่อยู่ไม่ไก้ลนั่นเลย

คนไร้หน้าคนนั้นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พูดซ้ำไปซ้ำมาหาเซี่ยเฟิงเหมือนคนอื่นๆ โดยไม่รู้ว่าเสียงออกมาจากที่ไหน

เซี่ยเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถึงแม้ว่าคนคนนี้จะดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ แต่ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่นา อย่างไรซะเขาก็ไม่ตายอยู่แล้ว

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ไหลตามฝูงชนไปเรื่อยๆ ค่อยๆ เบียดเข้าไปข้างหน้าอย่างแนบเนียน

"คนไปไหน"

"ร่างต้นไปไหน"

เซี่ยเฟิงพึมพำไปเรื่อยๆ ขณะที่เดินมาถึงด้านหลังของคนไร้หน้า เขาไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ ทั้งสิ้น ชักดาบแทงเข้าไปที่แผ่นหลังของคนไร้หน้า ทะลุหัวใจ!

ฟุ่บ——

ฝูงชนหยุดเคลื่อนไหวทันที ทุกคนหันขวับมามอง สายตาเย็นชา "เจอตัวแล้ว!"

กับดักงั้นเหรอ... ขณะที่เซี่ยเฟิงกำลังขมวดคิ้ว ใบหน้าไร้หน้าที่อยู่ตรงหน้าเขาก็ปรากฏเป็นใบหน้าของเขาที่เหมือนกันทุกประการ ก่อนที่ร่างนั้นจะแตกสลายกลายเป็นสายน้ำกลับคืนสู่ผิวน้ำดัง ปัง——

เซี่ยเฟิงเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ก็เห็นคนไร้หน้าอีกคนยืนอยู่ด้านหลังฝูงชน จ้องมองเขาอย่าง... ไร้ความรู้สึก

อืม ไร้ความรู้สึกจริงๆ

"จับตัวเขาไว้ คราวนี้อย่าเพิ่งฆ่าเขา" คนไร้หน้าพูดขึ้น

คนกลุ่มใหญ่กรูเข้ามาจับแขนจับขาของเขาไว้ เซี่ยเฟิงไม่ได้ขัดขืน แต่ยอมให้จับแต่โดยดี

"เจ้าคือร่างจำแลงอาวุธวิญญาณเหรอ เจ้าควบคุมร่างแยกพวกนี้งั้นเหรอ" เซี่ยเฟิงถามอย่างสงสัย

"พวกเราบอกแล้ว พวกเราคือเจ้า เจ้าคือพวกเรา" คนไร้หน้าที่อยู่ไกลออกไปพูดขึ้น น้ำเสียงจริงใจ

ในขณะเดียวกัน ใบหน้าของร่างแยกที่จับแขนขวาของเซี่ยเฟิงไว้ก็ค่อยๆ จางหายไป เขาก้มหน้าลงมองเซี่ยเฟิง "เพราะฉะนั้น เจ้าไม่มีทางเอาชนะพวกเราได้หรอก ยอมแพ้ซะเถอะ"

ร่างแยกที่อยู่ทางซ้ายก็กลายเป็นคนไร้หน้าเช่นกัน พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูกระตือรือร้นขึ้นเล็กน้อย "พวกเราสามารถมอบให้เจ้าได้ และก็มอบให้ตัวพวกเราเองด้วย โลกแห่งความสุขที่สมบูรณ์แบบ มีความสุข โดยปราศจากความขัดแย้งใดๆ!"

"แบบนี้ ไม่ดีเหรอ" คนไร้หน้าที่อยู่ไกลออกไปพูดอย่างจริงจัง

เซี่ยเฟิงกวาดสายตามอง สบตากับไอ้พวกประหลาดนี่อย่างจริงจัง

หลังจากเงียบครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แววตาที่สับสนของเขาก็ค่อยๆ กระจ่างใสขึ้น สว่างวาบขึ้นมา "ข้า... เหมือนจะเข้าใจแล้ว"

"เข้าใจแล้วเหรอ หมายความว่าเจ้ายอมรับความคิดของพวกเรา ตกลงที่จะอยู่ที่นี่แล้วใช่ไหม"

"ไม่ๆๆ" เซี่ยเฟิงส่ายหน้า พึมพำกับตัวเองอย่างครุ่นคิด "ถ้าบททดสอบมันเกี่ยวข้องกับความสามารถของอาวุธวิญญาณ งั้นพวกเจ้าก็คือการแสดงความสามารถของอาวุธวิญญาณ หรือก็คือ ที่เรียกว่าร่างจำแลงอาวุธวิญญาณนั่นเอง อาวุธวิญญาณอื่นๆ อาจจะต้องเอาชนะร่างจำแลงอาวุธวิญญาณซึ่งๆ หน้าถึงจะผ่านด่านได้ แต่

แต่สถานการณ์ของข้ามันทำแบบนั้นไม่ได้แน่นอน เพราะฉะนั้น กุญแจสำคัญในการทำลายเกมนี้ไม่ใช่กำลัง ไม่ใช่เทคนิค ยิ่งไม่ใช่การพูดจาหว่านล้อม มันก็เหลืออยู่แค่อย่างเดียว นั่นก็คือ ความคิด!

ตราบใดที่ข้ายอมรับ หรือตระหนักถึงแนวคิดอะไรบางอย่าง ข้าก็จะสามารถปลุกอาวุธวิญญาณได้!"

ยิ่งคิด ดวงตาของเซี่ยเฟิงก็ยิ่งสว่างขึ้น "ถ้าอย่างนั้น จุดประสงค์ที่พวกเจ้าปรากฏตัวออกมามันก็ง่ายมาก ไม่ใช่เพื่อสร้างสถานการณ์ที่ไร้ทางออกให้ข้า แต่คือการช่วยให้ข้าเข้าใจแนวคิดอะไรบางอย่าง!

ดังนั้น... ใช่! ดังนั้นพวกเจ้าถึงพยายามย้ำอยู่ตลอดว่าพวกเจ้าคือข้า ข้าคือพวกเรา——นี่ไม่ใช่การกวนตีนข้า แต่มันคือการบอกใบ้ข้าแบบโจ่งแจ้ง"

เซี่ยเฟิงหยุดพูดไปครู่หนึ่ง เงยหน้าขึ้น ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย "นี่แหละ คือกุญแจสำคัญ!"

เซี่ยเฟิงทุกคนกะพริบตา ไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจอะไร แต่กลับพยักหน้าอย่างจริงจัง "อื้อๆๆ งั้นก็หมายความว่า เจ้ายอมรับความคิดที่ว่า 'พวกเราคือเจ้า เจ้าคือพวกเรา' แล้วใช่ไหม งั้นก็ดีเลย พวกเรารวมร่างกันเถอะ!"

พวกเขาพร้อมใจกันอ้าแขนออก สายตาเย็นชาพุ่งตรงเข้ามาหาเซี่ยเฟิง

เมื่อมองดูกลุ่มคนมืดฟ้ามัวดินที่น่าอึดอัดนี้ สายตาของเซี่ยเฟิงก็สงบนิ่ง ไม่ได้ขยับเขยื้อนใดๆ เพียงแค่ในใจของเขาก็มีเพียงความคิดเดียวแวบเข้ามา——หยุด

สวรรค์และโลกพลันนิ่งสงัน

เซี่ยเฟิงหนึ่งแสนคนหยุดชะงักพร้อมกัน

"ฆ่าตัวตายซะ"

สิ้นเสียงสั่งการเรียบๆ ของเซี่ยเฟิง พวกเขาก็พร้อมใจกันชักดาบปาดคอ——ท่าทางพร้อมเพรียงเป็นหนึ่งเดียว!

ฟุ่บ——ในชั่วพริบตา เซี่ยเฟิงหนึ่งแสนคนที่แออัดยัดเยียดกันอยู่ก็แตกสลายกลายเป็นสายน้ำไหลลงสู่ผิวน้ำ ทั่วทั้งโลกเหลือเพียงร่างของเซี่ยเฟิงและร่างไร้หน้าอีกหนึ่ง

ร่างไร้หน้าสวมชุดต่อสู้สีขาวแบบเดียวกัน ยืนนิ่งอยู่ห่างออกไปสิบเมตร

เซี่ยเฟิงถือดาบค่อยๆ เดินเข้าไป "ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นร่างจำแลงอาวุธวิญญาณที่คัดลอกตัวข้าออกมานับไม่ถ้วนสินะ งั้นพลังวิญญาณของข้ามันเกี่ยวข้องกับการคัดลอกเหรอ"

เซี่ยเฟิงยกดาบพาดคอคนไร้หน้า ฉับเดียว ร่างนั้นก็กลายเป็นสายน้ำตกลงไปที่พื้น ไม่มีการต่อต้านใดๆ ทั้งสิ้น

ดูเหมือนว่าบททดสอบอาวุธวิญญาณของเขานี่มันค่อนข้างง่าย... ไม่สิ ต้องเรียกว่าโคตรง่าย ตราบใดที่เขายอมรับว่าไอ้พวกบ้าพวกนี้คือตัวเขาเอง และเชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถควบคุมพวกมันได้ แล้วก็...

ก็สามารถควบคุมพวกมันได้จริงๆ! เอ่อ... เซี่ยเฟิงรู้สึกว่ามันทะแม่งๆ บททดสอบง่ายขนาดนี้ อาวุธวิญญาณมันจะระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินหรือเปล่าวะ

ชิบหายละ...

เมื่อร่างไร้หน้าสลายกลายเป็นน้ำ ผิวน้ำที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดก็เริ่มปั่นป่วน มันหดตัวและรวมตัวกันที่จุดศูนย์กลางคือเซี่ยเฟิงอย่างรวดเร็ว เซี่ยเฟิงก้มหน้าลงมองอย่างงุนงง หายใจถี่กระชั้น

เขาสัมผัสได้ อาวุธวิญญาณกำลังจะปรากฏออกมา!

"ระดับ C! ระดับ C!" เซี่ยเฟิงยกมือขึ้นพนม สวดอ้อนวอนอย่างจริงใจ "เทพมู่คุ้มครอง! ขอระดับ C... ไม่สิ ขอระดับ B ก็ได้! เราไม่ได้โลภถึงระดับ A ซะหน่อย แค่ระดับ B——"

"ระดับ B..." เซี่ยเฟิงพึมพำ หรี่ตาข้างหนึ่งขึ้นมอง ติ๊ง~~ สายน้ำรวมตัวกันกลายเป็นกระจกทองสัมฤทธิ์โบราณทรงรี ลอยขึ้นลงอยู่ตรงหน้าเขา

ในขณะเดียวกัน ข้อมูลก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา

【ปลดผนึกพลังวิญญาณสำเร็จ——】

【อาวุธวิญญาณ: กระจกเทพไร้แท่น】

【ใช้ทองแดงเป็นกระจก สามารถจัดเครื่องแต่งกาย ใช้คนเป็นกระจก สามารถรู้ข้อดีข้อเสีย ใช้ประวัติศาสตร์เป็นกระจก สามารถรู้การรุ่งโรย】

【ระดับ: อัลฟ่า (?)】

【ปลดผนึก·ใช้ทองแดงเป็นกระจก: คัดลอก|เพิ่มประสิทธิภาพ|ขจัดของปลอมคงของจริง】

【คัดลอก: คัดลอกเสื้อผ้า เส้นผม เครื่องประดับ การแต่งหน้า รูปร่างหน้าตา เสียง และอาวุธวิญญาณของเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่จำกัดเวลา

เงื่อนไขการคัดลอก: สัมผัสอาวุธวิญญาณของเป้าหมาย หรือถูกอาวุธวิญญาณของเป้าหมายโจมตี

ช่องคัดลอกปัจจุบัน: 1 (เมื่อคัดลอกเป้าหมายใหม่ เป้าหมายเดิมจะถูกเขียนทับ)

ข้อจำกัดปัจจุบัน: ไม่ส่งผลต่อระดับเดียวกัน (อัลฟ่า)】

【เพิ่มประสิทธิภาพ (รอการปลุก)】

【ขจัดของปลอมคงของจริง (รอการปลุก)】

"เฮือก——"

เมื่อเห็นข้อมูลความสามารถของอาวุธวิญญาณ หัวใจของเซี่ยเฟิงแทบจะกระดอนออกมาจากอก เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ "แม่เจ้าโว้ย! นี่มันอะไรกันเนี่ย"

คัดลอกอาวุธวิญญาณของคนอื่นเหรอ เจ้านี่มันดูโหดชะมัด!

แถมช่องคัดลอกดูเหมือนจะเพิ่มได้ด้วย! ก็ไม่รู้ว่าขีดจำกัดสูงสุดมันอยู่ที่เท่าไหร่

แต่ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม!

นี่มันอาวุธวิญญาณระดับโคตรโกงชัดๆ ใช่ไหมล่ะ!

"อืม... แต่ว่า มันมีปัญหาใหญ่อยู่อย่างหนึ่ง" เซี่ยเฟิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย ระดับอัลฟ่านี่มันคือบ้าอะไรวะ

ไม่ว่าจะเป็นในตำราเรียน หรือที่อีกาทมิฬบอก ก็ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าระดับอาวุธวิญญาณมันมีระดับอัลฟ่าด้วย

"คำที่ขึ้นต้นด้วย A..." เซี่ยเฟิงครุ่นคิด "หรือว่ามันจะหมายถึงระดับ A"

"ช่างมันเถอะ ค่อยว่ากัน ออกไปถามยายป้าคนนั้นก่อน!"

หลังจากส่งเซี่ยเฟิงเข้าไปในมิติอาวุธวิญญาณแล้ว อีกาทมิฬก็หลับตาลงอีกครั้ง ค่อยๆ เข้าสู่ภวังค์หลับใหล

โดยทั่วไปแล้ว ยิ่งใช้เวลาในการผ่านด่านนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมายความว่าระดับของอาวุธวิญญาณจะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

และเวลาเฉลี่ยในการผ่านด่านของมนุษย์อยู่ที่หกเดือน ดังนั้นตามการคาดการณ์ของเธอ เซี่ยเฟิงคงจะออกมาในเร็วๆ นี้ไม่ได้หรอก

"อืม——"

เธอเบิกตาโพลงในทันที ดวงตาแนวตั้งที่ลึกล้ำราวกับดวงดาวของเธอเบิกกว้างจ้องมองไปที่ใต้ต้นไม้ ก็เห็นดวงตาสีดำที่ว่างเปล่าของชายหนุ่มผมดำค่อยๆ กลับมามีประกาย กะพริบตาปริบๆ เงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง "ฮ่า~ ยายอีกาเหม็น ก็แค่นี้เองเหรอ นึกว่าจะยากกว่านี้ซะอีก~"

"..."

อีกาทมิฬเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กลั้นไม่ไหว หัวเราะเยาะออกมาเสียงเบา "เจ้าหนู เจ้าดีใจอะไรของเจ้าน่ะ ยิ่งใช้เวลาผ่านด่านสั้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งแปลว่าระดับของเจ้าต่ำเท่านั้น เวลาผ่านไปไม่ถึงสามนาที พูดอีกอย่างคือเจ้าเข้าไปข้างในแค่สามสิบนาทีก็ผ่านแล้วเหรอ"

"เวลาสั้นขนาดนี้ ชิชิ คงเป็นได้แค่อาวุธวิญญาณระดับ N"

"อาวุธวิญญาณระดับ N เหรอ" เซี่ยเฟิงอึ้งไปเล็กน้อย ที่แท้ อัลฟ่า ก็คือระดับ N เหรอ

แค่ระดับ N ก็แข็งแกร่งขนาดนี้แล้วเหรอ เซี่ยเฟิงรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวของโลกใบนี้ในทันที ดูเหมือนว่าความสำคัญของอาวุธวิญญาณต่อผู้ใช้พลังวิญญาณจะสูงกว่าที่เขาคิดไว้มาก!

"เป็นไงล่ะ เจ้าหนู ข้าทายถูกใช่ไหมล่ะ"

เมื่อได้ยินน้ำเสียงเยาะเย้ยของยายป้า เซี่ยเฟิงก็พยักหน้า แต่ก็รู้สึกว่ามันทะแม่งๆ อยู่ดี เลยถามออกไปอย่างสงสัย "แล้วทำไมอาวุธวิญญาณระดับ N ถึงไม่เรียกว่า 'อัล' อะไรนั่นไปเลยล่ะ ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อเป็นระดับ N ด้วย"

เมื่อเห็นเซี่ยเฟิงพยักหน้า อีกาทมิฬที่กำลังจะเยาะเย้ยต่อก็ชะงักไปกับคำถามของเซี่ยเฟิง

"หมายความว่ายังไง" ในใจของเธอเต้นตึกตัก

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 28 - กระจกเทพไร้แท่น

คัดลอกลิงก์แล้ว