เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่39: พ่อลูกเผชิญวิกฤต

บทที่39: พ่อลูกเผชิญวิกฤต

บทที่39: พ่อลูกเผชิญวิกฤต


บทที่39: พ่อลูกเผชิญวิกฤต

ฝนซาลงแล้วหลังจากที่ตกหนักมากว่าหนึ่งชั่วยาม ทว่าท้องฟ้ายังหม่นหมอง ใบไม้และต้นหญ้าลู่ต่ำราวกับคนป่วยสิ้นหวังนั่งรอความตาย ไป่เลี่ยนยืนอยู่กลางทางขวางเหล่าปีศาจมากมายที่กำลังพุ่งกระโจนเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ดูคล้ายเป็นการกระทำที่โง่เขลารนหาที่ตาย ทว่าความจริงไม่ใช่เช่นนั้น

สิ่งที่พรานหนุ่มคิดคือ หากปล่อยให้พวกเหล่าอสูรและสัตว์ปีศาจพวกนี้ไล่ตาม ทั้งเขาและอู๋หยางคงไม่พ้นได้เป็นคนที่นำพาพวกมันออกไปทำลายหมู่บ้านและผู้คนภายนอก เขายอมไม่ได้ หากมีเขาอยู่ถ่วงเวลาและล่อพวกมันไปทางอื่น อาจมีโอกาสที่จะจัดการกับพวกมันได้

หรืออย่างน้อย... ถ้าไม่สำเร็จและเขาต้องจบชีวิตลงที่นี่จริงๆ อย่างน้อยก็หวังว่าจะสามารถถ่วงเวลาให้อู๋หยางหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย พวกมันต้องติดอยู่ในป่านี่ แม้เขาจะต้องตาย!

หากเขาไม่ลงนรก แล้วใครจะลง!

ไป่เลี่ยนยกเกาทัณฑ์ของกวนถงที่หยิบติดมือมา ง้างลูกธนูจนสุดแขน ในสายตาเห็นปีศาจจิ้งเหลนวิ่งตรงมาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ถึงระยะยิง ไป่เลี่ยนปล่อยลูกธนูพุ่งออกไปทันที ปีศาจจิ้งเหลนเคลื่อนไหวเร็วเท่าที่คิด มันขยับตัวไปทางซ้าย เงยหน้าแสยะยิ้มตวัดลิ้นที่เป็นเมือกไปมา แต่แทบจะในทันทีมันต้องรีบกระโดดหลบอีกครั้งเพราะมีลูกธนูอีกดอกเสียดอากาศพุ่งเข้าใส่

เมื่ออยู่กลางอากาศ เท่ากับการเคลื่อนไหวของมันตรงเข้าสู่แผนที่ไป่เลี่ยนคาดการณ์ไว้ ต่อให้เป็นปีศาจหากไม่มีปีกบินหนี พอลอยตัวอยู่เช่นนี้ ร้อยทั้งร้อยจะกลายเป็นเป้านิ่งอย่างแน่นอน ไป่เลี่ยนไม่รอช้ายิงลูกธนูออกไปพร้อมกันสามดอก หนึ่งเข้าตาซ้าย สองเข้าตาขวาและสามเข้าตำแหน่งกลางหัวใจ

ร่างปีศาจจิ้งเหลนแหงนหงายไปตามแรงก่อนจะล้มลงกลางดินโคลน ปีศาจและอสูรตนอื่นๆ ที่ตามรุมทึ้งกัดกินร่างมันอย่างหิวกระหาย เพียงไม่นานสิ่งที่เหลือคือเนื้อแหลกเละจนไม่อาจหาคำใดมาบรรยายสภาพได้ ไป่เลี่ยนคำนวณธนูที่มี เหล่าปีศาจหันมองจ้องมา ไป่เลี่ยนรีบออกวิ่งทันที จุดหมายอยู่ทางทิศตะวันออก ถ้าเขี้ยวมังกร... หวังว่าปีศาจแมงมุมที่ไป่หลงบอกไว้จะยังอยู่ที่นั่น

 

......................................

 

ป่ารอบกายสถานที่ดูคล้ายกันหมด มองไปทิศไหนทางใดก็มีเพียงต้นไม้ใบหญ้า หญิงสูงวัยก้าวขาเดินอย่างหวาดๆ ทั้งที่เพิ่งเข้าสู่ยามอุ้ย (ประมาณ 13:00 น. - 14:59 น.) แต่ท้องฟ้ากลับมืดครึ้มราวกับราตรี ดีที่ฝนซาลงไปบางแล้ว ยิ่งคิดยิ่งหวาดกลัวไม่รู้เพราะความรักหรือภักดีทำให้นางยอมรับภารหน้าที่นี้มา

หญิงสูงวัยก้มลงมองร่างเด็กในอ้อมกอด น้ำตาพลันไหลเป็นสาย นางปาดมันออกกล่าวพึมพำทั้งที่รู้แน่ว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ยิน

“บ่าวขอโทษ บ่าวขอโทษจริงๆ” สองเท้าของนางยังคงก้าวเข้าไปเรื่อยๆ

 

......................................

 

เสียงฟ้าร้องคำรามดังลั่นจนเสียดหู ไป่หลงหยุดชะงักตรงทางแยก หากไปทางซ้ายจะเป็นทางไปหุบเขาเครามังกร เด็กชายตรวจดูร่องรอยที่พื้น เห็นชัดว่าหญิงที่อุ้มศพเด็กไปทางนี้ เขานึกถึงคำของหลวงพ่อเลี่ยงหวง

‘ช่วยเด็กคนนั้นที่หุบเขาเครามังกร’

ไป่หลงตัดใจเตรียมก้าวตรงไปทางด้านหน้า หนทางสู่น้ำตกเกล็ดมังกร พลันเกิดเสียงฟ้าผ่าขึ้นอีกครั้งเหมือนคำเตือน เด็กชายจึงชะงักเท้า มองย้ำกลับไปที่ทางที่ไม่ได้เลือก แล้ววิ่งไปทางที่บิดาอยู่

“ข้าจะกลับมาช่วย ข้าสัญญา”

..............................................

 

ลูกธนูแหวกอากาศพุ่งใส่เป้าตาของอสูรตนหนึ่ง มันกรีดร้องคลุ้มคลั่งก่อนจะถูกเหล่าปีศาจที่ตามหลังมากัดกินเนื้อกระชากร่างออกเป็นส่วนๆ

พวกมันหิวโหยราวกับหลุมลึกไร้ที่สิ้นสุด น่ากลัว แต่ช่วยให้ไป่เลี่ยนเห็นหนทางรอดพ้นจากเภทภัยนี้ เพราะเหมือนตัวหนึ่งหยุดนิ่งกลายเป็นเหยื่อ อีกหลายตัวที่ตามมาก็จะกัดกินกันเองจะล้มหายตายไป แค่ที่ผ่านมาราวห้าลี้ที่เขาวิ่งผ่าน พวกมันหายไปกว่าครึ่ง แต่นั่นก็หมายถึงลูกธนูที่อยู่ในมือของเขาลดน้อยลงไปทีละน้อยด้วยเช่นกัน

เหลือเพียงห้าดอก...

หนทางยังเกือบสิบลี้ ไป่เลี่ยนวิ่งพลางหันไปมองเพื่อกะระยะ ก่อนจะรอจนได้จังหวะแล้วหันกลับมาเล็งยิง ทว่าเพราะความอ่อนล้าและการทรงตัวบนโคลนลื่นเป็นไปได้อย่างยากลำบาก ลูกธนูสามดอกที่ปล่อยออกไป พลาดเป้าทั้งหมด ปีศาจตัวหนึ่งใกล้เข้ามาอย่างกระชั้นชิด ไป่เลี่ยนตัดสินใจหันไปใช้สองดอกสุดท้าย ยิงออกไปพร้อมกัน

ปีศาจตนนั้นมีรูปร่างดั่งมนุษย์ แต่ผิวกายกลับเป็นก้อนเนื้อเละๆ สีแดงเลือด ปูดโปนทั่วร่าง มันโดนธนูดอกหนึ่งเข้าตรงหัวไหล่ซ้ายอย่างเต็มแรง แต่คว้าอีกดอกไว้ได้ด้วยมือขวาก่อนจะขวางธนูดอกนั้นส่งคืนไปหาเจ้าของ ไป่เลี่ยนจำต้องหลบอย่างท่วงที ทำให้เสียหลักล้มลง ดีที่ปีศาจตนนั้นพลาดท่าถูกฝูงที่ตามมากัดกินจนไม่เหลือซาก ไป่เลี่ยนรีบออกวิ่งอย่างไม่รีรอ พวกมันบางส่วนไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ

แต่เคราะห์กรรมคล้ายยังไม่หมด เมื่อพรานหนุ่มวิ่งไปได้อีกเพียงสักพัก กลับลื่นล้มเสียเอง จะลุกวิ่งก็ไม่ทันการณ์ พวกมันกระชั้นเข้ามาไม่เกินหกศอก เขาหยิบท่อนไม้ที่ตกอยู่บนพื้นแถวนั้น หวังในใจว่าหากต้องตาย อย่างน้อยขอฆ่าพวกมันอีกสักตัวก็ยังดี พลันมีขวดใสใส่ของเหลวสีดำข้นลอยมาตกระหว่างกลาง ขวดนั้นแตกกระจายของเหลวสีดำไหลท่วมขีดคั่นไป่เลี่ยนจากพวกปีศาจร้าย

พรานหนุ่มหันไปมองด้านหลัง เพื่อดูทิศทางที่ขวดดังกล่าวลอยมา เห็นไป่หลง ลูกชายตนเอง ถือพลุไฟที่จุดแล้วในมือพร้อมตะโกนลั่น

“ท่านพ่อ! หลบ!!”

ไป่เลี่ยนเข้าใจทันทีว่าลูกชายจะทำอะไร จึงรีบลุกขึ้นวิ่งหนีออกมาอย่างรวดเร็ว เหล่าปีศาจวิ่งตาม สองเท้า สี่ขาและบางตัวที่มีอวัยวะท่อนล่างที่มากกว่านั้น ย่ำผ่านของเหลวไปโดยไม่รู้ว่าพวกมันจะต้องพบกับอะไร

ไป่หลงชูพลุไฟไปทางพวกปีศาจ ทันทีนั้นเอง ที่ประกายไฟพุ่งกระจายตรงไปยังพวกมัน เพียงแค่สัมผัสบางเบาของประกายไฟและน้ำมันดิบ ก็เกิดกองเพลิงลุกไหม้เผาผลาญพวกมันทุกตนที่ก้าวข้ามมาเป็นจำนวนมาก

“เสี่ยวหลงเจ้ามาที่นี่ได้ยังไง?!” น้ำเสียงของไป่เลี่ยนทั้งตระหนก ทั้งเป็นห่วงใย

“ท่านพ่อปลอดภัยใช่ไหม! เป็นอะไรหรือเปล่า?” ไป่หลงตอบคำถามด้วยคำถาม

เด็กชายจับร่างบิดาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีบาดแผลหรือเลือดออกที่ส่วนไหน ไป่เลี่ยนดึงลูกชายมากอด เสียงโหยหวนทำสองพ่อลูกแซ่ไป่ได้สติ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาทำเช่นนี้

“เจ้าไปหาหลวงพี่เลี่ยงหวงมา ท่านว่าเช่นไรบ้าง”

“ข้ายังไปไม่ถึงวัด แต่ท่านให้ถอดจิตสื่อภาษามากับอีกา ให้กระทำการอย่างหนึ่ง”

“เช่นไร?”

“ให้ไปช่วยเด็กคนหนึ่งที่หุบเขาเครามังกร”

ไป่เลี่ยนฟังแล้วนิ่งงัน ในความคิดคือไม่เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการช่วยเด็กคนหนึ่งกับวิธีจัดการเหล่าปีศาจร้าย

“ท่านพ่อ ข้าเห็นสตรีนางหนึ่งอุ้มเด็กไปทางนั้น แต่ท่านน้าอู๋บอกว่าเด็กคนนั้นเป็นศพไปแล้ว แล้วพอข้าเข้ามาในนี้ ก็เจอกับท่านอาหลิว เขาบอกท่านพ่ออยู่ที่นี่ข้าจึงรีบมา” เด็กชายพูดรัวเร็วพยายามอธิบายสิ่งที่ตนเห็นอย่างร้อนรน

ไป่เลี่ยนจับความได้เพียงบางประโยค แต่อย่างน้อยก็แน่ใจแล้วว่า หลิวสงปลอดภัย

“ใจเย็นๆ ตอบคำถามพ่อมาก่อน” ไป่เลี่ยนเอ่ยกับลูกชายให้ตั้งสติ

“ครับ”

“ปีศาจแมงมุมที่เจ้าเจอเมื่อวาน...”

“มันเข้าไปในถ้ำเขี้ยวมังกรครับ!” ไป่หลงยืนยันในสิ่งที่ตนได้เห็นมา

“ถ้าเช่นนั้นเราจะล่อพวกมันไปที่นั้น”

“แล้วต้องทำยังไงครับท่านพ่อ” สิ้นคำไป่หลง ปีศาจที่ถูกเผาร่างไหม้เกรียมถูกพวกที่เหลือรุมกินอย่างหิวโหย เพลิงที่ลุกไหม้มอดลงไปเกือบหมดแล้ว

“วิ่ง... เดี๋ยวนี้!”

สิ้นคำสองพ่อลูกแซ่ไป่รีบย่างเท้าออกก้าวทันทีอย่างรวดเร็ว

สองคนวิ่งไปตามทางอย่างคุ้นเคยแทบไม่หยุดพัก อีกไม่ไกลก็ใกล้ถึงถ้าที่หมาย ไป่เลี่ยนหันมามองลูกชายเป็นระยะ เพราะช่วงก้าวเท้าที่ไม่เท่ากัน ทำให้ไป่หลงตามหลังอยู่

“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงข้า วิ่งไปเลย” ไป่หลงตะโกนบอก แม้ในใจลึกๆ จะรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่บ้าง แต่นี่ไม่ใช่เวลาโอดครวญ

สองพ่อลูกเห็นปากถ้าอยู่ด้านหน้าไม่ไกล

อย่างกะทันหัน ปีศาจตนหนึ่งรูปร่างคล้ายวานรตัวเล็ก กระโจนลงมาจากบนต้นไม้โดยที่ไป่หลงไม่ทันรู้ตัว มันกระแทกลงมาเต็มหลังเด็กชาย ไป่หลงล้มลงทันที

“กี้ดดดดด กี้ดดดดดดดดด” มันส่งเสียงร้องแหลมเล็กแสยะเขี้ยวแหลมคม

ไป่เลี่ยนรีบหยุดวิ่งแล้วหันกลับมา ง้างเท้าแล้วเตะใส่มันอย่างเต็มแรง ร่างปีศาจวานรน้อยกระเด็นไปไกล ตรงเข้าไปในปากของปีศาจอีกตนที่วิ่งตามมา คนเป็นพ่อฉุดลูกชายให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

“รีบไป! เร็ว!” ไป่หลงรีบวิ่ง ไป่เลี่ยนจะออกวิ่งตามแต่ถูกปีศาจตนหนึ่งจับขาไว้จนล้มลง

“ท่านพ่อ!” ไป่หลงร้องลั่น

“รีบหลบไปก่อน!” ไป่เลี่ยนพลิกตัวหงาย จึงเห็นปีศาจตนนั้นเต็มสองตา มันคือตัวที่มีหลุมทั่วร่างไว้ใส่ลูกตาทั่วตัว

มือของมันที่มีเล็บแหลมคมตรงเข้าบีบคอไป่เลี่ยนก่อนจะใช้มืออีกข้างง้างสูงหมายควักดวงตาของเขา ไป่เลี่ยนพยายามดิ้นขืน ไป่หลงคว้าก้อนหินขว้างใส่มันเพื่อช่วยบิดา แต่มันกลับไม่สะเทือน เด็กชายจึงวิ่งไปขว้างท่อนไม้ที่อยู่ข้างทางแล้วหมายฟาดใส่ปีศาจ ทว่าลูกตาทั่วร่างกรอกมองแล้วใช้มือที่ว่างคว้าไม้ท่อนนั้นไว้แล้วเหวี่ยงออกไปพ้นตัว ไป่หลงเซตามแรงเหวี่ยงล้มลงอย่างเต็มแรง

เขารีบเงยหน้าขึ้นมอง เห็นปีศาจใช่จ่อกงเล็บไปที่เป้าตาบิดาแล้ว

“ท่านพ่ออออออ!!!!” ไป่หลงตะโกนสุดเสียง พลันมีเงาดำทะมึนจากด้านบนปกคลุมทั่วบริเวณ

เพียงพริบตามีแปดขาทะมึนพุ่งเข้าเกาะเกี่ยวร่างปีศาจที่เต็มไปด้วยลูกตาอย่างรวดเร็ว บางขาแทงทะลุร่างของมันจนเลือดทะลักออกมา ก่อนที่จะเกิดแรงกระชากร่างปีศาจลูกตาขึ้นสู่ด้านบน ทว่ามือของมันยังไม่ปล่อยออกจากคอของไป่เลี่ยน

ไป่หลงรีบลุกขึ้นวิ่งตรงไปคว้าแขนของบิดาไว้อย่างเท่าทัน แต่เพียงแรงของเด็กชายไม่สามารถฉุดรั้งไว้ได้ ร่างของไป่หลงลอยขึ้นอย่างไม่อาจหยุดยั้งได้ เขาพยายามยืดไว้แต่ไม่ได้ผล

“เสี่ยวหลง ปล่อยพ่อ!” ไป่เลี่ยนตะเบ็งลั่น เพราะห่วงลูกชาย

“ไม่!!”

อยู่ๆ เกิดแสงสว่างวาบจากในอกเสื้อของไป่หลง เด็กชายจากที่กำลังตระหนกอยู่กับสถานการณ์ที่เผชิญ ยิ่งตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน ไป่เลี่ยนเห็นเช่นนั้นจึงเข้าใจผิดคิดว่ามีตัวอะไรเกาะกุมอยู่ในร่างของลูกชาย เลยคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายแล้วเปิดออก

ปรากฏเป็นขนนกอีกาที่ไป่หลงเก็บไว้ มันส่องแสงกระจ่างก่อนจะกลายเป็นมังกรสีดำ จำนวนมากพุ่งทะยานกระจายตัวออกไปทั่วทิศทาง

มันกลืนกินทั้งปีศาจที่เต็มไปด้วยลูกตา ทั้งแมงมุมยักษ์ที่อยู่ด้านบน ทั้งเหล่าอสูรและปีศาจที่วิ่งตามมาเกิดเป็นระเบิดรุนแรงไปทั่วบริเวณ

ไป่เลี่ยนคว้าร่าของไป่หลงไว้ เอาตัวกันแรงกระแทกตกลงสู่ด้านล่าง

โชคดีที่ทั้งสองอยู่ไม่ห่างจากพื้นมากนักและที่ด้านล่างก็เป็นดินโคลน พ่อลูกแซ่ไป่สีหน้ายังตระหนก เพราะเพียงชั่วเวลาไม่นานเกิดเรื่องเสี่ยงตายเกือบเสียชีวิตหลายครั้ง

“เสี่ยวหลง เป็นอะไรไหม?” ไป่เลี่ยนรีบลุกขึ้น ถามขึ้นด้วยความห่วง สองตามองรอบบริเวณไม่เห็นสิ่งชั่วร้ายหรืออันตรายใดๆ อีก

“มะ ไม่ครับ ท่านพ่อละ ปลอดภัยใช่ไหม?”

คนเป็นบิดาพยักหน้าแทนคำตอบ เมื่อเห็นว่าปลอดภัยก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง เพียงสักพักก็หัวเราะดังลั่นขึ้นมา ไป่หลงมองตกใจ สักพักก็หัวเราะตาม ใครมาเห็นทั้งคู่ในสภาพนี้เวลานี้คงนึกว่าพ่อลูกสติวิปลาสไปแล้วแน่นอน

แต่เปล่าเลย พวกเขาเพียงยินดีที่ยังมีลมหายใจอยู่ในตอนนี้ ใครจะนึก ว่าตนเองจะสามารถเอาชีวิตรอดพ้นอันตรายที่เกิดขึ้นและปีศาจจากขุมนรกพวกนั้นมาได้โดยปลอดภัย ไม่นานขนนกอีกาสีดำก็ลอยหล่นลงมาที่ไป่หลงอีกครั้ง

เด็กชายคว้ามันไว้อย่างเบามือ ไม่คิดว่าขนสีดำที่ไม่ได้ตั้งใจเก็บมาจะกลายเป็นของวิเศษที่ช่วยคุ้มครองตนและบิดาไว้ได้

“ขนนกนั่น...”

“อีกาที่หลวงพ่อเลี่ยงหวงถอดจิตสื่อภาษามา ถูกฟ้าผ่าน่ะครับ แล้วก็เลยกลายเป็นเหลืออยู่เท่านี้”

“ดีนะที่เจ้าเก็บไว้กับตัว หลวงพี่ท่านคงเห็นรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น” คุยกันถึงตรงนี้ ไป่หลงก็นึกคำที่ได้รับมา

“เราต้องไปช่วยเด็กคนนั้น แต่ข้าไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน?”

“หุบเขาเครามังกรแม้จะกว้างใหญ่ แต่เรามีกันสองคนพ่อลูก ถ้าช่วยกันหาคงจะเจอแน่นอน” ไป่เลี่ยนกล่าวเช่นนั้น แม้ในใจจะไม่มั่นใจ แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่นักบวชเลี่ยงหวงให้ทำ นั่นย่อมแปลว่ามันต้องเป็นเรื่องสำคัญมาก

ไป่หลงลุกขึ้นยืนตามแรงดึงของบิดา อยู่ๆ เกิดแสงส่องประกายจากขนนกขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้กลายร่างเป็นสิ่งใด แต่เพียงแค่ลอยนำทางทั้งสองคน พ่อลูกมองหน้ากันแล้วเข้าใจในทันที พวกเขาตัดสินใจตามไปและมั่นใจว่าจะเจอเด็กคนดังกล่าวแน่นอน...

จบบทที่ บทที่39: พ่อลูกเผชิญวิกฤต

คัดลอกลิงก์แล้ว