เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34 สามหมัด

ตอนที่ 34 สามหมัด

ตอนที่ 34 สามหมัด


แม้ว่าเสือป่วยสีเหลืองจะมีโรคภัยไข้เจ็บ แต่ความรู้สึกที่เขาให้คือเสือที่มีกระดูกมั่นคงแม้ว่าร่างกายกำลังจะตาย พลังและกลิ่นอายอันตรายของเขาไม่เบาลงเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้ประมือกัน เสือป่วยสีเหลืองคิดผิดในขณะที่เขาพยายามจะใช้แรงปะทะแรงโดยการใช้จุดอ่อนที่สุดของหลี่ฉิงชาน แน่นอนมันไม่เกิดประโยชน์ใดๆที่จะใช้แรงปะทะแรงกับหลี่ฉิงชาน  อีกนัยหนึ่ง แม้ว่าเขาจะไม่ได้ใช้ทักษะยิงธนูแต่ตราบเท่าที่เขามีอาวุธอยู่ในมือเขาก็จะไม่พ่ายแพ้

 

 

 

หลี่เชี๋ยวกล่าว“ข้าได้ยินว่าเจ้ากำลังตามหาข้า”

 

 

 

หลี่เชี๋ยวมความคิดและสายตาที่แหลมคม“ท่าทางของหลี่เอ๋อร์นั้นมั่นคง เพียงแค่มองก็บอกได้ทันทีว่าเขาฝึกฝนวิชา เขาดูไม่เหมือนหมูป่าธรรมดา นอกจากนี้กลิ่นอายของเขาดูคล้ายกับผู้เยี่ยมยุทธ์”

 

 

 

เขาส่ายหัวทันทีความคิดนั้นเป็นเพียงเรื่องตลก ใครเป็นอาจารย์ของเขา เขาทำอย่างไรจึงทำให้เด็กนี้เทียบเท่าเขาได้

 

 

 

“เจ้าอาศัยช่วงที่ข้าไม่อยู่บ้านข่มขู่ครอบครัวข้า เจ้าไม่รู้จริงๆเหรอว่าความตายสะกดอย่างไร!”

 

 

 

“โอ้ เช่นข้าคงต้องเรียนรู้สักหน่อยแล้ว”

 

 

 

เสียงของหลี่ฉิงชานไม่ได้ลดต่ำลงเลยแม้แต่น้อยในขณะที่หลี่เชี๋ยวตะโกนเสียงดังพุ่งมาทางเขา ด้วยเคลื่อนที่ด้วย“ไม้เหล็กทะลวงเมฆา” เขาใช้พลังโจมตีไปที่หน้าอกของหลี่ฉิงชาน

 

 

 

รอบๆพลันเกินเสียงตื่นตระหนกจากผู้คนรอบๆ หลี่ผู้มั่งคั่งก็ตะโกนด้วยเช่นกัน“หลี่เอ๋อร์ระวัง”

 

 

 

หลี่ฉิงชานไม่ขยับ บางทีเขาอาจตกใจกลัวจนไม่สามารถหลบได้ มีความรู้สึกดูถูกในใจของหลี่เชี๋ยว ในตอนแรกเจ้าเพียงแค่ว่างท่า ข้าดูเจ้าผิดไปจริงๆ

 

 

 

ปังงงงงงงงง!

 

 

 

เสียงหมัดกระทบลงบนอกหลี่ฉิงชาน หลี่ฉิงชานวางใจในวัวอสูรย่ำปฐพีและมันก็เหมือนกับว่าเท้าของเขาได้หยั่งรากลึกลงไปในดิน เขาไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว“เนื่องจากเราต่างก็มีความรักใคร่จากคนในหมู่บ้านเดียวกัน ข้าจะต่อให้เจ้าสามหมัด”

 

 

 

หลี่เชี๋ยวตะลึง แม้ว่าเขาจะใช้พลังเพียงแค่สามสิบในร้อยส่วนในการต่อยครั้งนี้ ก็ไม่มีผู้ฝึกวิชาใหม่ๆในสำนักกล้ารับการโจมตีตรงๆ แต่ตอนนี้กลับถูกรับตรงๆโดยเด็กรุ่นใหม่ที่ไร้ชื่อ เขาได้ยินคำพูดของหลี่ฉิงชานระหว่างที่กำลังตะลึงและกลายเป็นความโกรธ เขากล้าที่จะมันเช่นนี้เกินไป

 

 

 

เพียงชั่วพริบตา หมัดที่สองก็ถูกปล่อยออกไปด้วยพลังเจ็ดสิบในร้อยส่วน เขาคิด’คราเจ้าอย่าว่าข้าไม่ปราณีเจ้า’ หมัดนี้พลันเกิดลมที่รุณแรงทันทีหลังจากที่ปล่อยหมัดพุ่งไปที่หลี่ฉิงชานอีกครั้ง

 

 

 

ร่างของหลี่ฉิงชานสั่นสะท้าน เขากล่าว “เจ้ายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดของเจ้าใช่ไหม เร็วเขาหมัดสุดท้ายแล้ว”

 

 

 

หลี่เชี๋ยวมองหลี่ฉิงชานราวกับภูตผี แต่เขาไม่เชื่อในเรื่องภูตผีเหล่านั้น เขารีบตะโกนขึ้นมาทันทีและเริ่มใช้พลังความแข็งแกร่งทั้งหมด กล้ามเนื้อแขนของพลันใหญ่ขึ้นในขณะที่เขาปล่อยหมัดออกไปตรงๆพร้อมกับมีสีดำอมเขียวจางๆไหลอยู่รอบๆ มันเหมือนกับเหล็กสีดำ เขามักไม่กล้าทำเช่นนี้ในระหว่างการต่อสู้แม้ว่าจะเป็นการต่อสู้ที่เอาชีวิตเป็นเดิมพันเพราะกลัวที่จะไม่สำเร็จและเปิดเผยจุดอ่อน แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจเรื่องเช่นนั้นและใช้ความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีปล่อยหมัดที่รุณแรงที่สุด

 

 

 

หลี่ฉิงชาน รับหมัดนั้นอย่างรุณแรงร่างกายเขาเซไปมา ในที่สุดเขาก็ถอยไปหนึ่งก้าวและใบหน้าเขาพลันกลายเป็นสีแดง พลังปราณและเลือดของเขาไหลไปทั่วร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า“หมัดนี้มีพลังรุณแรงนิดหน่อย สามหมัดผ่านแล้ว ตอนนี้ตาข้าบ้างหล่ะ”เขากำหมัด

 

 

 

“สะพานเหล็กข้ามแม่น้ำ”(สำนวนจีนแปลว่า จะผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้ถ้าไม่สิ้นหวัง) ลมที่หนาวเย็นกระแทกไปที่หน้าหลี่เชี๋ยวหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นซีดเซียวเต็มไปด้วยความกลัว เขายกแขนป้องกันและใช้พลังป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของ หมัดประตูเหล็ก หลังจากนั้นมันดูเหมือนกับว่าวัวกระทิงที่บ้าคลั่งได้วิ่งเข้ามากระแทกเขาและสะพานเหล็กก็พังทลายลงโดยสายน้ำที่ไหลเชี่ยวเชี่ยวกราก เขาไม่สามารถประคองร่างกายที่ถูกส่งลอยออกไปได้ เมื่อเขาตกลงไปถึงพื้นเขาก็ยังคงไม่อยากจะเชื่อภาพตรงหน้า “นี่ข้าแพ้ในกระบวนท่าเดียวจริงๆ! เขามีความแกร่งเช่นนี้ได้อย่างไร!”

 

 

 

“หมัดที่สอง”เงาสีดำพลันบดบังแสงแดดและโฉบมาตรงหน้าเขา หลี่ฉิงชานได้มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

 

 

 

หลี่เชี๋ยวต้องการที่จะป้องกัน แต่แขนของเขาเจ็บปวดจนเกินไปเขาไม่สามารถยกมันขึ้นมาได้อีก

 

 

 

หมัดของหลี่ฉิงชานพุ่งไปตรงที่ท้องเขาความรุณแรงนั้นราวกับระเบิดลูกใหญ่ได้ระเบิดไปที่ท้องเขา ตัวของหลี่เชี๋ยวงอราวกับคันธนูและกุ้งจากนั้นเขาก็อาเจียนน้ำย่อยออกมา

 

 

 

“หมัดที่สาม!”เขาโจมตีไปที่หน้าหลี่เชี๋ยว

 

 

 

ชาวบ้านต่างโห่ร้องด้วยความตกตะลึงต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนี้ วีรบุรุษคนแรกของหมู่บ้าน หลี่เชี๋ยวที่พวกเขาพูดถึงในหลายปีที่ผ่านได้พ่ายแพ้ในช่วงเวลาสั้นๆ นอกจากนี้เขายังแพ้อย่างหมดรูป

 

 

 

พี่น้องทั้งสองหลี่หู๋และหลี่เป๋ายิ่งไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง พี่ชายที่น่านับถือของเขาได้พ่ายแพ้ลงตั้งแต่การจู่โจมครั้งแรกแล้ว

 

 

 

หัวหน้าหมู่บ้านหลี่ตะโกนด้วยเสียงแฟบแห่ง“โปรดเมตตาด้วย!!” ลมจากหมัดของเขากระแทกหน้าหลี่เชี๋ยวแต่ไม่มีอาการเจ็บปวดอะไร หลี่เชี๋ยวลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าหมัดของหลี่ฉิงชานได้หยุดนิ่งอยู่บนหัวของเขา จากนั้นเขารู้เพียงแต่ว่าทั่วทั้งร่างเขาเต็มไปด้วยเหงือเย็นๆที่ไหลออกมา

 

 

 

ในตอนนั้นเองขณะที่เขาหลับตารอความตายเขารู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับอาจารย์ของเขาที่เขาไม่มีฝืมือคู่ควร

 

 

 

หัวหน้าหมู่บ้านหลี่รีบวิ่งตรงดิ่งไปหาหลี่ฉิงชานเขาจับมือที่และแขนที่หยาบกร้านของหลี่ฉิงชานไว้“หลี่เอ๋อร์ หลี่เอ๋อร์ เห็นแก่บิดาและมารดาของเจ้าที่จากไปแล้วไว้ชิวิต เสี่ยวเชี๋ยวของข้าด้วย”

 

 

 

“พ่อหลบไป ปล่อยให้เขาเข้ามา”หลี่เชี๋ยวพยายามพยุงตัวเองลุกขึ้น

 

 

 

หลี่ฉิงชานกล่าว“เนื่องจากท่านเคยมีบุญคุญกับบิดามารดาข้า เช่นนั้นหมัดนี้ที่ข้าจึงไม่ต่อยไป” ตอนนี้เขารู้สึกพอใจมากกับตัวเองไม่ใช่เพราะเขาภูมิใจในพลังของเขาแต่เป็นเพราะชั้นเชิงของเขา

 

 

 

หลี่เชี๋ยวได้ฝึกฝนทักษะของเขามานานกว่า 12 ปีแล้วและมันก็ไร้ประโยชน์ ประสบการณ์การต่อสู้ของเขาเหนือกว่าหลี่ฉิงชานมากนัก ถ้าพวกเขาเริ่มต่อสู้กันตัวต่อตัวฝ่ายตรงข้ามจะไม่ฝืนใช้แรงกับแรงดังนั้นเขาคงจะต้องใช้ความพยายามมากเพื่อให้ชนะ ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้หลี่เชี๋ยวต่อยก่อนสามหมัด การป้องกันการโจมตีด้วยหมัดแบบนี้เป็นสิ่งที่เขาเก่งที่สุด

 

 

 

เมื่อใดที่การด์ของหลี่เชี๋ยวการด์ตกลง เขาจะใช้ปราณแท้ทั้งหมดในร่างเพ่งโจมตีไปที่จุดนั้น

 

 

 

หลังจากผ่านไปสามหมัด ไม่เพียงแต่กำลังใจของหลี่เชี๋ยวลดน้อยเท่านั้นความทนทานของร่างกายเขาก็ลดต่ำลงเช่นกันดังนั้นเขาจึงไม่สามารถหลบหมัดของหลี่ฉิงชานได้ทันเวลาและไม่มีทางอื่นนอกจากป้องกันเพียงอย่างเดียว ฉากที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ผลของการใช้แรงปะทะแรง

 

 

 

หลี่เชี๋ยวถูกพุ่งขึ้นโดยหลี่หู่และหลี่เป๋า“เป็นไปไม่ได้....…นี่เจ้าใช้หลี่เอ๋อร์จริงๆรึ” เขามีความรู้สึกคลุมเครือกับหลี่ฉิงชาน นอกจากที่เขารักสันโดษแล้ว เขาไม่ได้มีความสำคัญใดๆเลยและแม้แต่เรื่องที่พ่อเขาเล่าเกี่ยวกับหลี่ฉิงชาน เขาเป็นเพียงชายหนุ่มที่เลือดร้อนที่ถูกบังคับให้ทำงานเท่านั้น…. เขาเคยเห็นสิ่งต่างๆแบบนี้มาหลายครั้ง เขาไม่เคยรู้เลยว่าหลี่ฉิงชานฝึกทักษะวิชา

 

 

 

นี่เป็นดั่งเด็กบนภูเขาออกจากหมู่บ้านของตนเอง.... เขาทำงานหนักมาหลายปีและในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับจนได้รับสมบัติของครอบครัว(ไม่แน่ใจว่าที่ไปฝึกหรือครอบครัวตัวเอง)บางอย่าง  จากนั้นเขาก็กลับไปที่หมู่บ้านของเขาพร้อมกับชื่อเสียงที่ทำและเพลิดเพลินไปกับความเคารพนับถือของคนในหมู่บ้านแต่ก็มีเด็กบ้านนอกที่ร่ำรวยกว่าโผล่มา ความผิดหวังและความหงุดหงิดในใจเขาไม่เคยมีมากขนาดนี้มาก่อน

 

 

 

“ข้าไม่ใช่หลี่เอ๋อร์ ข้าคือหลี่ฉิงชาน!”ตั้งแต่ที่เขาไม่ยอมรับพี่ชายของตน เขาก็ไม่อยากใช่ชื่อแบบนี้อีกแล้ว

 

 

 

หลี่เชี๋ยวกล่าวอย่างเคร่งเครียด“เจ้ารู้ว่าข้าคือใคร?”

 

 

 

“แน่นอนว่าข้ารู้”

 

 

 

“เช่นนั้นแล้วเจ้าก็รู้ว่าอาจารย์ของข้าคือใคร?”

 

 

 

“ไม่ข้าไม่รู้ แล้วเขาคือใคร?”

 

 

 

“เขาเป็นผู้สอนหมัดประตูเหล็กของเมืองอาทิตย์อัสดง วีรบุรุษเฒ่า หลิว ซึ้งกล่าวเรียกขานกันว่าสิงห์เหล็ก”พ่อบ้านหลิวที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวตัดขึ้นมาทันที เขาพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพนับถือ

 

 

 

หลี่ฉิงชาน ขมวดคิ้ว“ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน” หมัดประตูเหล็ก วีรบุรุษเฒ่าหลิว ด้วยเสียงที่กล่าวออกมาทั้งหมดเป็นเพียงเสียงของผู้เยี่ยมยุทธ์ขั้นสาม เขาลืมไปแล้วจริงๆว่าตนเองเป็นเพียงผู้เยี่ยมยุทธ์ขั้นสาม

 

 

 

หลี่เชี๋ยวตะโกนว่า“ช่างโง่เขล่าไร้ประสบการณ์ ดูเหมือนเจ้าจะไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของ เชี๋ยว หู๋ ชีซือ ชีอง(มังกร เสือ สิงโต หมีคนสุดท้ายชื่อยากมาก) สี่อาจารย์ใหญ่แห่งเมืองอาทิตย์อัสดง”

 

 

 

“’หู๋’ นี่ไม่ได้เป็นเจ้าใช่ไหม!”หลี่ฉิงชานจ้องเขม็ง เป็นครั้งที่สองที่เขากล่าวว่าโง่เขลาและไร้ประสบการณ์ในวันเดียวกัน เขารู้ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในนวนิยายที่เขาอ่านในโลกก่อนหน้า บรรดาผู้ที่ใช้ชื่อของสัตว์มาเป็นชื่อของตนนั้นต่างเป็นพวกชั้นต่ำ

 

 

 

ยกเว้นแต่ผู้ที่ใช่ชื่อตรงๆเท่านั้นที่จะเป็นยอดผู้เยี่ยมยุทธ์ที่แท้จริง เช่น ปีศาจแห่งทิศตะวันออก พิษร้ายแห่งทิศตะวันออก จักรพรรดิแห่งทิศใต้ หรือขอทานแห่งทิศเหนือ

 

 

 

“ใช่ไม่ใช่ข้า!”หลี่เชี๋ยวกล่าวฉุนเฉียว

 

 

 

ในเมืองอาทิตย์อัสดง ภายในที่ทำการรัฐบาล ที่ปรึกษากำลังถือหนังสืออยู่หนึ่งเล่มและเดินตามหลังคุณชายอ้วนในขณะที่แนะนำเนื้อหาภายในไปทีละอย่างๆ

 

 

 

“คุณชาย นอกเหนือจากเจ้าของที่ดินไม่กี่คนเหล่านี้ยังมี สี่คนที่ไม่สามารถทำให้ขุ่นเคืองได้”

 

 

 

คุณชายอ้วนกล่าวอย่างหงุดหงิด“อาจกล่าวได้ว่าข้าไม่สามารถรุกรานใครได้เลยในเมืองอาทิตย์อัสดงแห่งนี้”

 

 

 

ที่ปรึกษาไม่มีเวลาพอที่จะรับมือกับอารมณ์ของเขาได้“สถานที่ทั้งสี่แห่งนี้ หนึ่งเป็นประตู หนึ่งเป็นของสำนัก หนึ่งเป็นหมู่บ้าน หนึ่งเป็นค่าย”

 

 

 

“หนึ่งเป็นประตู หนึ่งเป็นของสำนัก หนึ่งเป็นหมู่บ้าน หนึ่งเป็นค่าย มันคืออะไร?”

 

 

 

“ประตูคือ หมัดประตูเหล็ก สำนักคือ สำนักประตูมังกร(อิ้งบอกผู้แต่งอาจลืมชื่อเก่า) หมู่บ้านคือ หมู่บ้านม้า ค่ายคือ ค่ายวายุทมิฬ บรรดา”เชี๋ยว หู๋ ชีซือ ชีอง”ทั้งสี่ต่างเป็นผู้นำของสถานที่เหล่านั้น คุณชายหากท่านไปรุกรานต่อพวกนั้น ท่านอาจถูกไล่ออกจากเมืองและโดนปลดออกจากตำแหน่งได้ และบางที่ท่านอาจจะต้องตายไปอย่างลึกลับก็เป็นได้

 

 

 

คุณชายตัวสั่นเทาไปทั้งตัว“ทำไมที่เหล่านั้นถึงน่ากลัวเช่นนี้ ใช่ เรายังไม่พบชายหนุ่มที่เราเจอในวันนั้น หากมีคนเช่นนั้นมาคุ้มกันข้า ข้าคงสามารถนอนหลับได้สบาย”

 


 

 

งต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อนเพราะดูเหมือนจะโดนคนแปลอิ้งเท T T

ตอนนี้ผมกำลังแปลเรื่อง Ancient Godly Monarch สามารถอ่านได้ที่เพจ คลิกเลย

จบบทที่ ตอนที่ 34 สามหมัด

คัดลอกลิงก์แล้ว