- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยโคล่าสามหยวน
- บทที่ 981 แผนร้ายมูลค่าหกแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
บทที่ 981 แผนร้ายมูลค่าหกแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
บทที่ 981 แผนร้ายมูลค่าหกแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
### บทที่ 981 แผนร้ายมูลค่าหกแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
...
“แต่กติกานี้มันไม่ยุติธรรมกับคุณเย่เลย!”
“ใช่ ต้องชนะรวดถึงจะนับเป็นผู้ชนะ เขาต้องสู้แบบสามรุมหนึ่งนะ! ฉันว่าในสถานการณ์แบบนี้ แค่ชนะคนเดียวก็ควรจะถือว่าได้เงินเดิมพันไปแล้ว”
“ไม่รู้ว่าคุณเย่จะยอมรับ...กติกานี้หรือเปล่า”
“พูดยากนะ นี่มันไม่ยุติธรรมกับเขาเกินไปแล้ว แถมยังเป็นการเดิมพันระดับสี่ล้านล้านอีก ฉันว่าเขาคงไม่ยอมหรอกมั้ง?”
ผู้ชมต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
...
ไม่นานนัก คำตอบของเย่หยางก็ถูกส่งออกมา มีเพียงคำเดียว:
“สู้!”
“!!!”
“เขายอมรับ!!!”
“เขาตอบรับอย่างไม่น่าเชื่อ! ช่างกล้าหาญจริงๆ!”
“พวกที่บอกว่าเย่หยางหาข้ออ้างหนีการต่อสู้ ออกมาตบหน้าตัวเองซะ!”
“โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!”
...
เมื่อสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น ทุกคนต่างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสงคราม
หลายคนก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ
หนึ่งแสนห้าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็ถือว่าน่าตกใจพอแล้ว
แต่การทุ่มเงินสามแสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อเดิมพัน?
ต่อให้จับเทพพนันทั้งสามคนไปขายทอดตลาดก็ยังได้เงินไม่ถึง!
ยกตัวอย่างเช่น สตีเฟน เคลลี ที่ร่ำรวยที่สุดในบรรดาสามคนนี้ ทรัพย์สินทั้งหมดรวมกันก็มีแค่ประมาณห้าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
หลังจากเข้าสู่ยุคปัจจุบัน โจวเต๋อซิงก็เก็บตัว ส่วนมานาซิสก็หลงใหลในการท่องเที่ยว
น่าจะแค่รักษาความมั่งคั่งผ่านการลงทุนธรรมดาทั่วไป
ทรัพย์สินของสองคนนี้รวมกัน อย่างมากก็คงจะพอๆ กับสตีเฟน เคลลี คนเดียวก็นับว่าเก่งมากแล้ว
นั่นก็หมายความว่า ทรัพย์สินของทั้งสามคนรวมกันก็มีแค่ประมาณหนึ่งแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ต่อให้ขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มี
ก็ยังห่างไกลจากเงินเดิมพันสามแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ...
ผู้ที่ตรวจสอบทรัพย์สินเดิมพันคือฝ่ายผู้รับผิดชอบของจุดสูงสุดของอ่าวกัง ในฐานะพระราชวังอันดับหนึ่งแห่งวงการพนัน ไม่มีใครสงสัยในความเป็นกลางของพวกเขา
“หรือว่า...เทพพนันรวยขนาดนั้นจริงๆ เหรอ?”
“ฉันว่าไม่น่าจะเป็นไปได้”
“พวกเขาไม่ได้กุมอำนาจที่น่าสะพรึงกลัว และก็ไม่ได้มีอาณาจักรธุรกิจเป็นของตัวเอง จะมีเงินมหาศาลขนาดนั้นได้อย่างไร...”
“ถ้าคิดแบบนั้นแล้ว เรื่องนี้ก็น่าสนใจขึ้นมาเลยนะ...”
...
ในคืนนั้น ในที่สุดก็มีคนเสนอข้อสันนิษฐานที่น่าตกตะลึง
สงครามสามเทพครั้งนี้ เป็นแผนร้ายที่มุ่งเป้าไปที่เย่หยาง!!!
ผู้ที่ออกเงินสามแสนล้านดอลลาร์สหรัฐโดยตรง ไม่ใช่เทพพนันทั้งสามคน!
น่าจะเป็นผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง!!!
“นี่!?”
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ทุกคนต่างก็อดเป็นห่วงเย่หยางไม่ได้
นี่มันกับดักล่อเสือเข้าถ้ำชัดๆ!
ไม่รับคำท้าก็เสียชื่อ รับคำท้าก็มีหวังล้มละลาย
เพราะต่อให้รวยล้นฟ้าแค่ไหน การสูญเสียเงินระดับสองล้านล้าน...ก็ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะรับมือได้อย่างสบายๆ หรอก!?
“น่ากลัวเกินไปแล้ว...”
“นี่มันเป็นแผนการที่อำมหิตจริงๆ”
“ครั้งนี้เทพเย่ตกที่นั่งลำบากแล้ว!”
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าใครเป็นคนคิดแผนการที่ชั่วร้ายขนาดนี้...”
เมื่อเห็นการวิพากษ์วิจารณ์บนอินเทอร์เน็ต
เดิมทีหลี่เจียจื่อยังนั่งกระดิกเท้าอย่างสบายใจ แต่พอเห็นคนส่วนใหญ่ด่าว่าเขาต่ำช้าเลวทราม ก็โกรธจนขว้างโทรศัพท์ทิ้ง
“นี่ข้าเรียกว่าความหลักแหลม! จะชั่วร้ายได้อย่างไรกัน!”
เขาโกรธจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“นี่มันเป็นแผนการที่ยอดเยี่ยมชัดๆ!!!”
เขากอดอก แค่นเสียงเย็นชา
ตระกูลหลี่เองแน่นอนว่าไม่มีปัญญาจะใช้เงินทุนจำนวนมหาศาลขนาดนี้ได้
แต่ว่า ตระกูลหลี่มีมิตรสหาย!
และเย่หยางก็มีศัตรู!
มิตรสหายของตระกูลหลี่ก็ไม่ใช่คนธรรมดา และศัตรูของเย่หยางก็แข็งแกร่งอย่างยิ่ง!
เขาถึงกับยอมร่วมมือกับศัตรูตัวฉกาจของเย่หยางในสหรัฐอเมริกาเพื่อวางแผนการนี้
ทว่า ในแผนการเดิมมีแค่โจวเต๋อซิงกับมานาซิสสองคน เพราะพวกเขาเคยติดหนี้บุญคุณตระกูลหลี่
ครั้งนี้จึงเป็นการมาเพื่อตอบแทนบุญคุณ
ส่วนสตีเฟนเข้ามาร่วมวงด้วยได้อย่างไร หลี่เจียจื่อเองก็ยังงงอยู่เหมือนกัน
บางทีอาจจะเห็นแก่ผลประโยชน์จนลืมคุณธรรม หรือเห็นแก่เงินจนลืมเพื่อน?
ก็จริงนะ สตีเฟนคนนี้เดิมทีก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับเย่หยาง...
อย่างมากก็แค่หุ้นส่วนทางธุรกิจที่ใกล้ชิดกันเท่านั้น หึ วงการธุรกิจมันก็แบบนี้แหละ ต่อหน้าเป็นมิตร ลับหลังแทงกัน เรื่องแบบนี้มีให้เห็นอยู่ถมไป
หลี่เจียจื่อแค่นเสียง: “ยังไงก็ตาม ครั้งนี้มีสตีเฟนเพิ่มเข้ามา ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มไพ่ในมือให้กับฝ่ายเรา!”
“เย่หยาง แกทำให้ฉันเสียเงินสามหมื่นล้านหยวน ฉันจะทำให้แกต้องเสียเงินสามแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ!!! ให้แกรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวด! ต่อให้เป็นแก การสูญเงินสองล้านล้านก็ต้องเจ็บปวดจนกระอักเลือดแน่!!!”
หลี่เจียจื่อยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม
หลังจากเรื่องนี้สำเร็จ อย่างน้อยเขาก็จะได้ส่วนแบ่งเป็นแสนล้านหยวน ไม่เพียงแต่จะชดเชยความเสียหายสามหมื่นล้านหยวนก่อนหน้านี้ได้ แต่ยังได้กำไรกลับมาอีกเจ็ดหมื่นล้านหยวน!
ถ้าตาเฒ่านั่นรู้เข้า จะต้องตบรางวัลให้ข้าอย่างงามแน่นอน!
ไม่แน่ว่าอาจจะมอบอำนาจให้ข้าต่อไป และยืนยันตำแหน่งประมุขตระกูลในอนาคตของข้าอย่างเด็ดขาด!!!
ฮ่าๆๆ...
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็อดที่จะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งไม่ได้ แล้วลุกขึ้นกระโจนเข้าใส่ร่างภรรยาสาวอกสะบึมของเขา...
“ผ่านวันพรุ่งนี้ไป ข้าก็จะเป็นประมุขตระกูลหลี่ที่แท้จริงแล้ว!!!”
...
ในคืนนี้ ไม่รู้ว่ามีคนกี่คนที่ข่มตาหลับไม่ลง
มิตรสหายของตระกูลหลี่ต่างก็หวังว่าการลงทุนครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ
ศัตรูของเย่หยางต่างก็รอคอยให้เขาต้องล้มคะมำในครั้งนี้
หากครั้งนี้เย่หยางล้มอย่างแรงจริงๆ
เมื่อครบกำหนดเดิมพันสามเดือนของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก เย่หยางยังต้องชดใช้เงินอีกหลายล้านล้าน!
ไม่เชื่อว่าจะเล่นงานมันจนตายไม่ได้!
...
และในตอนนี้ เย่หยางกลับกำลังถือแก้วไวน์แดง ยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองลงไปยังเมืองที่เจริญรุ่งเรืองอยู่เบื้องล่าง
มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
คิดจะวางแผนเล่นงานฉันงั้นรึ?
คิดว่าฉันอ่อนแอขนาดนั้นเชียว?
“งั้นก็ขอเก็บค่าตอบแทนจากพวกแกก่อนแล้วกัน”
ช่องทางข่าวกรองของเย่หยาง ได้รวบรวมข้อมูลเบื้องหลังทั้งหมดของการแข่งขันครั้งนี้ไว้ในมือเขาเรียบร้อยแล้ว
ในโลกปัจจุบันนี้ การจะทำเรื่องตุกติกต่อหน้าเย่หยางได้นั้น มีคนหรือกลุ่มอำนาจเพียงไม่กี่หยิบมือเท่านั้นที่ทำได้
...
รุ่งเช้าของวันถัดไป
บนถนนของเซียงวานและอ่าวกังเต็มไปด้วยผู้คน
หลายคนล้อมรอบโรงแรมใหญ่ รอคอยการปรากฏตัวของเย่หยาง
“ไม่ต้องรอแล้ว เทพเย่ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินตรงไปที่จุดสูงสุดของอ่าวกังแล้ว!”
ข่าวหนึ่ง ทำให้ฝูงชนจากทั่วทุกสารทิศที่รออยู่บนถนนพากันยืนงง
บนหน้าจอขนาดใหญ่ทั้วอ่าวกังและเซียงวาน
ต่างก็กำลังถ่ายทอดสดภาพที่ส่งมาจากจุดสูงสุดของอ่าวกังในขณะนี้
เย่หยาง ยืนอยู่หน้าประตูพระราชวังแล้ว
กองทัพนักข่าวมหาศาลราวกับภูเขาและทะเล รวมตัวกันอยู่บนภูเขาของจุดสูงสุดของอ่าวกัง
แต่กลับถูกกันให้อยู่ห่างจากตัวพระราชวังในรัศมีร้อยเมตร
ส่วนนักข่าวที่มีสิทธิ์เข้าไปในพระราชวัง ก็ได้เข้าไปติดตั้งอุปกรณ์เตรียมพร้อมไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว
“คุณเย่ ท่านคิดว่าตัวเองมีโอกาสชนะหรือไม่!?”
“เบื้องหลังเรื่องนี้เป็นแผนร้ายที่มุ่งเป้ามาที่คุณใช่หรือไม่!?”
“ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการเดิมพันมูลค่าสามแสนล้านดอลลาร์สหรัฐในครั้งนี้!?”
...
เสียงซักถามจากด้านหลังดังกระหึ่มราวกับคลื่นสึนามิ
แต่เย่หยางกลับเพียงยิ้มเล็กน้อย
เขาไม่ได้สนใจ เพียงแค่ก้าวเดินอย่างสง่างามเข้าไปในพระราชวัง ท่ามกลางสายตาของทุกคน...
“ดูจากท่าทีแบบนี้แล้ว รู้สึกว่าเทพเย่มั่นใจสุดๆ ไปเลยนะ!”
“บางทีเขาอาจจะมีโอกาสชนะจริงๆ ก็ได้!”
“เหอะๆ ยังไงก็แพ้อยู่ดี ก็แค่แสร้งทำเป็นใจสู้ไปอย่างนั้นแหละ”
“ฉันก็ว่างั้นแหละ ก็แค่รักษาหน้าตัวเองไว้หน่อยเท่านั้น!”
“พวกแกนี่มันใจแคบ คิดแต่เรื่องร้ายๆ!”
“บารมีของเทพเย่สูงส่ง พวกแกจะไปเข้าใจอะไร!?”
“แค่เช็ดรองเท้าให้เทพเย่ยังไม่คู่ควรเลย ยังจะมาเห่าหอนอะไรอยู่อีก!!!”
..