เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 44 ปรึกษาหารือ

ตอนที่ 44 ปรึกษาหารือ

ตอนที่ 44 ปรึกษาหารือ


จู่ ๆ เฉินผิงอันก็เริ่มคิดได้ว่าคนในหมู่บ้านกล่าวถูกต้องทั้งหมด เฉินเฉิงเยี่ยไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ แต่เขากลับเลี้ยงดูอีกฝ่ายอย่างดี ชายหนุ่มผู้นี้ทั้งเย่อหยิ่ง ทะนงตนและเห็นแก่ตัวยิ่ง!

แต่ลูกชายคนเล็ก… เฉินเฉินเป็นลูกชายของเขาแท้ ๆ!

หากในอนาคตเขาส่งเด็กชายคนนี้เข้าโรงเรียน แล้วเฉินเฉินจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้หรือไม่? แล้วถ้าหากเด็กชายได้ดีแล้วจะปฏิเสธที่จะเลี้ยงดูพ่อแท้ ๆ ของตนหรือเปล่า…

ขณะที่เฉินผิงอันใช้ผ้าเช็ดเท้า เขากล่าวคำออกอย่างเรียบง่าย “ชวนฮวา… ตอนนี้เฉินเอ๋ออายุเจ็ดขวบแล้ว ตอนนี้มีแค่เฉิงเยี่ยที่อ่านหนังสือออก ข้าจึงอยากส่งเฉินเอ๋อไปเรียนหนังสือด้วย!”

คำพูดเหล่านั้นทำให้หลินชวนฮวาตกตะลึง นางไม่คาดคิดมาก่อนว่าเฉิงผิงอันจะมีความคิดเช่นนี้

นางจึงรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว “สามี… การเล่าเรียนต้องใช้เงินมากโข เงินที่มีทั้งหมดเราลงทุนซื้อที่ดินไปแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ครอบครัวเราจะสามารถดูแลนักปราชญ์พร้อมกันสองคนได้!”

เฉิงผิงอันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ “เฉิงเยี่ยไม่ใช่ลูกในไส้ของข้า แต่ข้าก็ยังส่งเขาไปเรียนได้ แล้วข้าต้องอดทนเพื่อให้บุตรชายของข้าอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อย่างนั้นหรือ? นอกจากนี้แม่นางหยุนยังทิ้งทรัพย์สินต่าง ๆ ไว้มากมาย แม้เราจะใช้บางส่วนซื้อที่ดินไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังเหลืออีกมาก! ข้าคิดว่าจะเอาทรัพย์สมบัติพวกนั้นไปแลกกับเงินเพื่อส่งเสียให้เฉินเอ๋อเล่าเรียน…”

ในตอนนี้เองที่หลินชวนฮวาเริ่มไม่พอใจ

ในหัวนางคิดอยู่อย่างเดียวคือ… ห้ามให้เฉินผิงอันรู้ว่าปิ่นปักผมอันนั้นอยู่ที่ไหน!

หากว่าต้องส่งเด็กชายคนนั้นไปเรียนหนังสือ ก็ย่อมต้องคืนปิ่นปักผมให้เขา… เช่นนั้นแล้วนางจะไปหาปิ่นปักผมที่ล้ำค่าเช่นนี้ได้จากที่ใดอีกเล่า?

หลินชวนฮวาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโศกเศร้า นางจับแขนของเฉินผิงอันอย่างแผ่วเบาพร้อมกล่าวต่อ “สามี… แต่ท่านมอบปิ่นปักผมนั้นให้ข้าแล้วมิใช่หรือ?”

เฉิงผิงอันกุมมือนางไว้แน่นก่อนจะกล่าวปลอบ “นั่นคือของขวัญที่ดีที่สุดซึ่งข้ามอบมันให้เจ้า แต่เฉินเอ๋อคือลูกชายของเรา ข้าอยากให้เขามีอนาคตที่สดใด… ส่วนเจ้ายังสามารถหาปิ่นปักผมอันใหม่ได้”

หลินชวนฮวาเย้ยหยันอยู่ในใจ ‘ข้าก็เป็นคนโง่เขลาเช่นเจ้า แล้วเราจะสามารถให้กำเนิดบุตรชายที่เฉลียวฉลาดได้อย่างไร?’

นอกจากนี้ แม้ว่าเด็กชายจะฉลาดปราดเปรื่อง แต่ด้วยนิสัยขี้ขลาดตาขาวเช่นนั้น… ความฉลาดจะมีประโยชน์อะไรเล่า?

เขาไม่มีวันกลายเป็นนักปราชญ์ที่ยอดเยี่ยมอย่างเฉิงเยี่ยได้!

ประการแรก… การบ้านของเฉิงเยี่ยได้รับการชื่นชมจากอาจารย์ อีกทั้งพ่อของเขาไม่ใช่ชายบ้านนอกเช่นเฉิงผิงอัน!

นอกจากนี้นางก็อายุไม่น้อยแล้ว กว่าเฉินเอ๋อจะมีอนาคตสดใสคงใช้เวลาหลายปี นางจึงไม่ต้องการที่จะทำงานหนักยาวนานขนาดนั้น

แต่เฉิงผิงอันตัดสินใจแล้ว ดังนั้นเฉิงเยี่ยคงจะมีทางออกว่าควรจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี

‘เฉิงเยี่ยฉลาดหลักแหลมยิ่ง เขาต้องหาทางออกให้ข้าได้แน่!’

หลินชวนฮวาคิดอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรตอบ

ในความคิดของเฉินผิงอันแล้ว หลินชวนฮวาเป็นหญิงอ่อนโยนและอ่อนแอ นางปฏิบัติกับสามีราวกับเทวดา… เช่นนี้จึงทำให้เขารู้สึกราวกับได้ขึ้นสวรรค์อย่างแท้จริง เมื่อเห็นว่านางไม่ได้ขัดขืนอะไรนัก จึงคิดว่าทุกสิ่งคงราบรื่น

เมื่อคิดอย่างนี้แล้วเฉินผิงอันจึงผล็อยหลับไป...

หลังจากเสียงกรนดังขึ้น หลินชวนฮวาจึงแน่ใจว่าเขาหลับสนิทแล้ว นางจึงย่องออกจากห้องและเข้าไปในห้องของเฉิงเยี่ย!

“เฉิงเยี่ยอย่าเพิ่งนอน แม่มีเรื่องต้องคุยกับเจ้าเดี๋ยวนี้”

เฉินเฉิงเยี่ยลืมตาขึ้นด้วยความเกียจคร้าน เมื่อเห็นว่าเป็นแม่จึงตะคอกกลับด้วยความเกรี้ยวกราด “พรุ่งนี้ค่อยคุยไม่ได้หรือไร?”

แต่หลินชวนฮวารีบกล่าวอย่างกระตือรือร้น “เป็นเรื่องสำคัญ… รอไม่ได้แล้ว!”

“ลูกรู้ไหมว่าวันนี้เฉินผิงอันกล่าวสิ่งใด… เขาบอกว่าจะส่งเด็กน้อยนั่นไปโรงเรียน เช่นนี้มันจะทำให้เจ้าต้องลำบากมากขึ้น นอกจากนี้เขายังต้องการปิ่นปักผมที่เมียเก่าทิ้งเอาไว้ด้วย ซึ่งมันไม่ได้อยู่กับแม่แล้ว… สถานการณ์ของครอบครัวไม่สามารถส่งเสียบุตรชายถึงสองคนได้ ดังนั้นเราต้องเอาความคิดบ้า ๆ นี้ออกจากหัวของเขาให้ได้!”

หลังจากที่เฉิงเยี่ยได้ยิน เขาลืมตาพร้อมกับลุกขึ้นนั่งด้วยความเร่งรีบ “ไอ้โง่นั่นคิดจะส่งลูกชายไปโรงเรียนงั้นหรือ? นี่เป็นฝีมือของนังผู้หญิงชั้นต่ำคนนั้นหรือไม่?”

แม้หลินชวนฮวาจะไม่เข้าใจว่าลูกชายกล่าวถึงใคร แต่นางก็คิดเพียงอย่างเดียวว่าต้องกำจัดความคิดนั้นออกจากศีรษะของสามีโดยเร็วที่สุด

“เฉิงเยี่ยเป็นคนฉลาด ช่วยแม่คิดหาวิธีด้วยเถิด”

เฉิงเฉิงเยี่ยเผยสีหน้าไม่พอใจนักพร้อมกล่าวต่อ “เมื่อครู่แม่บอกว่าต้องมอบปิ่นปักผมให้เขาไปงั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้นแม่คงต้องไปอธิบายเรื่องนี้กับเฉิงผิงอันด้วยตัวเองแล้ว ไม่ต้องรอให้ข้าสามารถเป็นขุนนางได้หรอก เพราะข้าไม่ต้องการให้ใครพูดว่าข้ามีพ่อเป็นคนขี้คุก!”

“แต่เขาเป็นพ่อเจ้า! แม้ในอนาคตเจ้าจะไม่เลี้ยงดูเขาก็ย่อมได้ แต่ตอนนี้เขากำลังลำบาก เจ้าจะไม่ช่วยเขาได้อย่างไร?”

เฉินเฉิงเยี่ยผลักผู้เป็นแม่ออกอย่างรุนแรงก่อนจะตะหวาดกลับ “แม่ไปช่วยเขาเอง ตอนนี้เขาได้รับจากเราไปมากมายแล้วไม่ใช่หรือ? อีกทั้งข้าก็เปลี่ยนนามสกุลแล้ว ทั้งที่ไม่จำเป็นด้วยซ้ำ… ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะแม่ไม่อยากเป็นหม้ายเท่านั้น!”

หลินชวนฮวากล่าวออกพร้อมน้ำตา “เหตุใดจึงคิดว่าข้าไม่อยากเป็นหม้าย? เจ้าไม่รู้หรือไรว่าพ่อของเจ้าก่ออาชญากรรมร้ายแรง! ข้าจึงต้องยอมเป็นหม้ายเพื่อให้เจ้ามีอนาคตที่สดใส หากไม่ทำเช่นนี้เจ้าจะได้เรียนหนังสืองั้นหรือ? เราควรขอบคุณไอ้โง่เฉินผิงอันที่เชื่อถือคำโกหกเหล่านั้นด้วยซ้ำ!”

“หากแม่คิดทำเพื่อข้าจริง เหตุใดจึงไม่อดทนให้ตลอดรอดฝั่งเล่า? ให้ข้าเดา… เมื่อสามวันก่อนแม่ไปหามันมาใช่หรือไม่? หากทำเพื่อข้าจริงโปรดตัดขาดกับเขาเสีย!”

“วันข้างหน้าข้าจะไม่เพียงถูกตราหน้าว่ามีพ่อขี้คุก แต่ยังมีแม่เป็นหญิงที่แหกประเพณีตามวิถีของสตรี! แม่คิดถึงข้าบ้างหรือไม่? เอาล่ะสำหรับเฉินเอ๋อ แม่จงบอกกล่าวกับเขาว่าไม่ต้องเสียเงินมากมายหรอก ข้าจะสอนหนังสือเขาเอง!”

แต่หลินชวนฮวาโต้เถียงอย่างไม่พอใจ “จะให้เด็กนั่นถ่วงเวลาเจ้าได้อย่างไร? เวลาของเจ้ามีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเพราะมัน!”

“ข้ารู้ว่ามีเวลาไม่มาก แต่หลังจากสอนไปสักพักหนึ่ง… ข้าจะบอกกับเฉินผิงอันว่าเด็กคนนี้โง่เขลาและไม่สมควรที่จะเรียน เขาคงไม่อยากจะให้ข้าเสียเวลาเพื่อสอนเด็กหัวช้าหรอกมั้ง!?”

เมื่อได้ยินอย่างนั้นหลินชวนฮวาจึงรู้สึกผ่อนคลายก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“อ้อ! เดี๋ยวข้าจะทำปิ่นปักผมปลอมเพื่อทดแทนอันเก่า เจ้าโง่นั่นไม่มีทางดูออก! ความจะไม่แตกถ้าแม่ไม่เอามันไปขาย…”

เฉินเฉิงเยี่ยมองใบหน้าชั่วร้ายของผู้เป็นแม่ก่อนจะตะคอกอย่างรำคาญ “ข้าแก้ปัญหาให้แล้ว แม่ก็กลับออกไปสักที พรุ่งนี้ข้าไม่อยากจะตื่นมาพร้อมกับความวุ่นวายเดี๋ยวสมองจะไม่ปลอดโปร่ง ข้าต้องการพักผ่อน มีหนังสืออีกมากที่ข้าต้องอ่าน!”

หลินชวนฮวากล่าวออกอย่างห่วงใย “แน่นอนว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่ดี แต่เจ้าจะหมกตัวอยู่ในห้องเช่นนี้คงไม่ดีนัก ออกไปเดินสูดอากาศข้างนอกบ้างเถิดลูก…”

จบบทที่ ตอนที่ 44 ปรึกษาหารือ

คัดลอกลิงก์แล้ว